กระทรวงศึกษาธิการ จัดพิธีน้อมรำลึกฯ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ต.ค.

กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จัดพิธีวางพวงมาลา และกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม 2564 โดยมี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมพิธี โดยการจัดพิธีดังกล่าวได้ดำเนินการตามมาตรการทางสาธารณสุข ณ บริเวณสนามหน้าอาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

ทั้งนี้ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยในรัชสมัยที่ทรงเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติ และทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรม พระองค์บำเพ็ญพระราชกรณียกิจมากมาย ทรงตรากตรำพระวรกายอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทำให้ประเทศชาติมีความเจริญก้าวหน้า ประชาชนอยู่อาศัยด้วยความร่มเย็นเป็นสุข ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน

ภาพ : กิตติกร แซ่หมู่

ครม.อนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการ สสวท. วาระดำรงตำแหน่ง 3 ปี “ประสาท สืบค้า” เป็นประธานกรรมการ

สรุปมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2564 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) อนุมัติการแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเสนอแต่งตั้ง ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) รวม 13 คน เนื่องจากประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเดิมได้ดำรงตำแหน่งครบวาระ 3 ปี ในวันที่ 12 ตุลาคม 2564 ดังนี้

  1. นายประสาท สืบค้า ประธานกรรมการ
  2. นายศรัณย์ โปษยะจินดา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
  3. นายสุพจน์ หารหนองบัว กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
  4. นายสรนิต ศิลธรรม กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
  5. นายพินิติ รตะนานุกูล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
  6. คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
  7. นายไพฑูรย์ ขัมภรัตน์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
  8. นายมนูญ สรรค์คุณากร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
  9. นายสัมพันธ์ ศิลปนาฎ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
  10. นายชัยเรศน์ ฉลาดธัญญกิจ (ครูผู้สอนด้านวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
  11. นางสาวกล่อมจิต ดอนภิรมย์ (ครูผู้สอนด้านวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
  12. นายรณภณ เนตรสว่างวิชา (ครูผู้สอนด้านวิทยาศาสตร์ภาคกลาง) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
  13. นางพัชรา พงศ์มานะวุฒิ (ครูผู้สอนด้านวิทยาศาสตร์ภาคใต้) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป

รมว.ศธ.หารือเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ กระชับความร่วมมือพัฒนาศักยภาพนักเรียนและครู ทั้งสองประเทศ

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2564 ณ ห้องดำรงราชานุภาพ : นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้การต้อนรับและหารือความร่วมมือด้านการศึกษา กับนายเควิน ฉ็อก (H.E. Mr. Kevin Cheok) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสิงคโปร์ประจำประเทศไทย โดยนายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้อำนวยการ และเจ้าหน้าที่สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.ศธ. เข้าร่วม

รมว.ศธ. เปิดเผยภายหลังการหารือว่า ไทยและสิงคโปร์มีความร่วมมือด้านการศึกษาที่ใกล้ชิดเป็นเวลายาวนาน มีโครงการและกิจกรรมที่สำคัญภายใต้กรอบโครงการความร่วมมือระหว่างหน่วยราชการไทย-สิงคโปร์ (Civil Service Exchange Programme : CSEP) ซึ่งเป็นเวทีสำหรับข้าราชการระดับสูงของทั้งสองประเทศในการพบปะแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและริเริ่มโครงการความร่วมมือระหว่างกัน โดยสลับกันเป็นเจ้าภาพตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมา มีความร่วมมือใน 13 สาขา รวมถึงด้านการศึกษา มีกิจกรรมสำคัญภายใต้ CSEP อาทิ

  • ทุน ASEAN Scholarship for Thailand เป็นทุนที่กระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ มอบให้กับนักเรียนไทยที่ต้องการศึกษาต่อในระดับ ม.ต้น หรือ ม.ปลาย โดยเป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาในระดับ ม.2-ม.5
  • โครงการโรงเรียนเครือข่าย (Partner School Project) โดยจับคู่โรงเรียนระดับประถม-มัธยมศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านวิชาการ ข่าวสาร รวมทั้งจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักเรียนและครู ปัจจุบันมีโรงเรียนเครือข่ายไทย-สิงคโปร์ 30 แห่ง 15 คู่โรงเรียน
  • โครงการค่ายเยาวชนไทย – สิงคโปร์ (Singapore – Thailand Enhance : STEP Camp) มีวัตถุประสงค์ให้นักเรียนและครูที่เป็นสมาชิกเครือข่ายโรงเรียน Partner School ได้มีโอกาสพบปะและร่วมทำกิจกรรมด้านวิชาการ นันทนาการ และแลกเปลี่ยนภาษา วัฒนธรรม ฝึกทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับเยาวชนในศตวรรษที่ 21 โดยทั้งสองประเทศสลับกันเป็นเจ้าภาพ

ขอเป็นตัวแทนในนามรัฐบาลไทย ขอบคุณรัฐบาลสิงคโปร์ที่ได้ให้ความร่วมมือด้านการศึกษาแก่ไทย ทั้งในกรอบอาเซียนและทวิภาคีมาอย่างต่อเนื่อง และชื่นชมที่รัฐบาลสิงคโปร์มีการวางแผนอย่างเป็นระบบเพื่อพัฒนาระบบการศึกษา ซึ่งเน้นการผลิตเยาวชนแห่งอนาคต รวมทั้งพัฒนาแบบองค์รวมของนักเรียนและการเตรียมพร้อมของผู้เรียนที่พร้อมในอนาคต ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน

รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า ปัจจุบัน ศธ.มีนโยบายเปลี่ยนการเรียนการสอนจาก Passive Learning ไปสู่ Active Learning ที่ครูผู้สอนสอนเด็กให้ได้ความสนุก รู้ลึก รู้จริง รู้นาน เพราะลงมือทำเองกับมือ ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญที่ต้องสร้างตั้งแต่ระดับปฐมวัย จนถึงอุดมศึกษา เป็น New Normal ด้านการศึกษา ที่ ศธ. ต้องเร่งผลักดันเพื่อขยายการเรียนรู้ให้กว้างขวางมากขึ้น เพื่อนำไปสู่การพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนสำหรับอนาคต

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
อธิชนม์ สลางสิงห์ / ภาพ

“ตรีนุช”เร่งยกระดับอาชีวศึกษาเอกชน

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เดินหน้ายกระดับการอาชีวศึกษาเอกชน ตามนโยบาย รมว.ศธ. “ตรีนุช เทียนทอง” เตรียมจังหวัดต้นแบบ เพื่อพัฒนาครบวงจร 3 ด้าน ทั้งระบบทวิภาคี การอบรมพัฒนาครูอาชีวะเอกชน และให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติในสถานการณ์จริง พื้นที่จริง

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.ศธ. กล่าวว่า ตามที่ได้กำหนดนโยบายการศึกษาเพื่ออาขีพ และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อให้ผู้จบการศึกษาระดับปริญญาและอาชีวศึกษา มีอาชีพและรายได้ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพและคุณภาพชีวิตที่ดี มีส่วนช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกได้ ซึ่งเรื่องหนึ่งในการเดินหน้าสู่เป้าหมายดังกล่าว คือ “การยกระดับคุณภาพสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน” จากการที่ได้ลงพื้นที่พบกับผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชน ก็ได้รับทราบถึงเรื่องที่เป็นความต้องการของอาชีวศึกษาเอกชน ในการที่จะเร่งปรับปรุงพัฒนาการอาชีวศึกษาเอกชนในด้านต่างๆ โดยมี 3 เรื่องใหญ่ คือ

  1. การส่งเสริมสนับสนุนอาชีวศึกษาเอกชนให้สามารถจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทั่วถึงครอบคลุมทุกวิทยาลัย
  2. การพัฒนาครูอาชีวศึกษาเอกชน ที่จะต้องมีการสนับสนุนทั้งด้านการฝึกอบรม และการนิเทศ
  3. การจัดให้นักศึกษาอาชีวศึกษาเอกชนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติในสถานการณ์จริง พื้นที่จริง โดยการร่วมกิจกรรมศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน หรือ Fix It Center และการฝึกอบรมอาชีพให้แก่ประชาชน

หลังจากที่ได้รับทราบความต้องการของอาชีวศึกษาเอกชนแล้ว ได้มอบหมายให้ ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เร่งวางแนวทางยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษาเอกชนและดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ กล่าวว่า หลังจากรับนโยบายของ รมว.ศธ. ได้มอบหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านการอาชีวศึกษาเอกชน การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี งานวิชาการ การนิเทศ และความร่วมมือ ได้หารือร่วมกัน เช่น การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ที่เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพที่เกิดจากข้อตกลงระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษา กับสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือ หน่วยงานของรัฐ ในเรื่องการจัดหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การจัดการฝึกอาชีพ การวัดและประเมินผล โดยผู้เรียนใช้เวลาส่วนหนึ่งในสถานศึกษาอาชีวศึกษา และเรียนภาคปฏิบัติในสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเดิมอาชีวศึกษาเอกชนอาจจะติดปัญหาในหลักเกณฑ์บางประการ ก็จะปรับปรุงให้คล่องตัวมากขึ้น โดยจะเลือกบางจังหวัดเป็นพื้นที่ต้นแบบ ที่จะเร่งดำเนินการทุกเรื่องที่เป็นความต้องการของอาชีวศึกษาเอกชนอย่างครบวงจร ทั้งเรื่องอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี การพัฒนาครู การพัฒนากิจกรรมองค์การวิชาชีพในวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชน การวางแผนการรับนักศึกษาร่วมกัน การแชร์ทรัพยากรเพื่อการเรียนการสอนร่วมกันระหว่างวิทยาลัยอาชีวศึกษาของรัฐกับเอกชน และนำนักเรียนนักศึกษาไปปฏิบัติงานในพื้นที่จริง

โดยภายในเดือนตุลาคมนี้ สอศ.จะส่งคณะทำงานจากส่วนกลาง ลงพื้นที่เป้าหมาย เพื่อวางแผนดำเนินการ กำหนดให้ได้แนวทางและลงมือปฏิบัติตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 และให้เห็นผลภายในเดือนเมษายน 2565

เสมา 3 ลงพื้นที่สงขลา ติดตามสถานการณ์ฉีดวัคซีนนักเรียน พร้อมต่อยอดสินค้าแบรนด์ ONIE ของ กศน. เปิดขายบนห้างสรรพสินค้าชั้นนำ

จังหวัดสงขลา – เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2564 นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนโควิด 19 สําหรับนักเรียนนักศึกษา พร้อมด้วยนายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ., นายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ. และผู้บริหารสำนักงาน กศน. โดยมีนางสุรียพรรณ์ ณ สงขลา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ให้การต้อนรับ ณ โรงพยาบาลคลองหอยโข่ง อำเภอคลองหอยโข่ง

นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศธ. กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี” และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศธ. มีความห่วงใยประชาชนที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในวันนี้จึงเป็นตัวแทนของรัฐบาลและ ศธ. นำกำลังใจมามอบให้ทุกท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้อง ๆ อายุระหว่าง 12-18 ปี ที่ ศธ.กำลังเร่งฉีดวัคซีนให้ครบโดยเร็ว ซึ่งภาพรวมจังหวัดสงขลานั้น พ่อแม่ผู้ปกครองยินยอมอนุญาตให้น้อง ๆ ฉีดวัคซีนกว่าร้อยละ 90 สำหรับส่วนที่เหลือที่ผู้ปกครองยังไม่อนุญาต จะดำเนินการร่วมกับจังหวัดในการประชาสัมพันธ์ให้เห็นข้อดีของการได้รับวัคซีนต่อไป

“ทราบว่าภาพรวมการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ของเด็กอายุ 12-18 ปีในทุกจังหวัด มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมไว้แล้ว ย้ำว่าเพียงพอแน่นอน ด้านการเปิดภาคเรียนนั้น แต่ละจังหวัดซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน จะพิจารณารูปแบบการเปิดเรียนที่เหมาะสม โดยเน้นความปลอดภัยของผู้เรียนและบุคลากรเป็นสำคัญ”

โอกาสนี้ รมช.ศธ.ได้มอบผลิตภัณฑ์จากฟ้าทะลายโจร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และหนังสือพระมหากษัตริย์ไทยแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ 10 รัชกาล ฉบับการ์ตูน โดยนางสุรียพรรณ์ ณ สงขลา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นตัวแทนรับมอบ เพื่อนำไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

จากนั้น รมช.ศธ. และคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยม กศน.ดีเด่น 5 ดี พรีเมี่ยม และผลิตภัณฑ์จักสานจากเชือกกล้วย โดยมีนางเกษร ธานีรัตน์ ผอ.กศน.จังหวัดสงขลา ข้าราชการ บุคลากรในพื้นที่ให้การต้อนรับ ณ สำนักงาน กศน. ตําบลคูเต่า อําเภอหาดใหญ่ โดย รมช.ศธ. ได้กล่าวชื่นชม กศน.ตำบลคูเต่า ที่ได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามและความสำเร็จในการขับเคลื่อนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมาย นักศึกษานอกระบบโรงเรียน และประชาชนทั่วไป เกิดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อการพัฒนาอาชีพแก่คนในชุมชน ในรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย ที่ประชาชนสามารถเข้ารับบริการได้ตามความต้องการและความพร้อมของตนเอง ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสทางการศึกษา ก่อให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษาในทุกพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญคือ การประสานงานกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี

“สิ่งสำคัญในการพัฒนาการศึกษาต้องอาศัยทั้งความรู้ ความสามารถ การทุ่มเทและเสียสละการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชุมชน แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ตลอดจนการทำกิจกรรมที่มีความหลากหลาย ในฐานะที่กำกับดูแล ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน และพร้อมที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เต็มกำลังความสามารถ”

ช่วงบ่าย รมช.ศธ. และคณะ เดินทางต่อไปเยี่ยมชมศูนย์การจําหน่ายสินค้า และผลิตภัณฑ์ออนไลน์ OOCC จังหวัดสงขลา ในงาน “กศน.สร้างสุข” เพื่อส่งเสริมและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า กศน.พรีเมี่ยม ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 ตุลาคม 2564 ณ เซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ โดย รมช.ศธ. กล่าวขอบคุณผู้บริหารเครือบริษัท เซ็นทรัล ภาคีเครือข่ายอันดีเยี่ยม ที่เอื้อเฟื้อและอนุเคราะห์สถานที่ให้ชาว กศน.มาใช้พื้นที่ภายในห้างสรรพสินค้าจัดงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 เป็นต้นมา เพื่อเป็นการช่วยเพิ่มยอดขาย และเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าแบรนด์ ONIE ผลตอบรับในการจำหน่ายสินค้าค่อนข้างดี และยังมีการเพิ่มช่องทางจำหน่ายโดยผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งดำเนินไปได้ดีเป็นอย่างมาก โดยสำนักงาน กศน. ได้มีการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับยอดขายสินค้า ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อนำมาปรับปรุง พัฒนา ต่อยอด และยกระดับ ในการจำหน่ายสินค้าให้มากยิ่งขึ้น

เวลา 15.00 น. รมช.ศธ. พร้อมด้วยนายสุรศักดิ์ อินศรีไกร เลขาธิการ กศน. และคณะ เดินทางไปพบปะประชาชน และเยี่ยมชมจุดก่อสร้างสะพานมโนราห์ โดยมีนายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ให้การต้อนรับ ณ สำนักงาน กศน.อำเภอกระแสสินธ์ุ

สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานมโนราห์ เป็นสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา จะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางของประชาชนทั่วไป รวมทั้งข้าราชการ บุคลากรทางการศึกษา นักศึกษา กศน.อำเภอกระแสสินธ์ุ จังหวัดสงขลา ในการเดินทางไปยัง กศน.ตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ซึ่งโดยปกติต้องเดินทางข้ามจังหวัดกว่า 80 กิโลเมตร แต่เมื่อสะพานสร้างเสร็จ จะใช้เวลาเดินทางด้วยสะพานที่มีความยาว 7 กิโลเมตรเท่านั้น ใช้งบประมาณของกระทรวงคมนาคมก่อสร้างประมาณ 4,500 ล้านบาท จะเริ่มก่อสร้างปี 2565-2567

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
อธิชนม์ สลางสิงห์ / ภาพ

“ตรีนุช” ต้อนรับรองนายกฯ “ประวิตร” ตรวจฉีดวัคซีนเด็กสระแก้วเข็มแรก เตรียมพร้อมรับเปิดเทอมปลอดภัย พร้อมนำทีมเยี่ยมชม Fix It Center ให้บริการประชาชน

จังหวัดสระแก้ว – เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม​ 2564 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนแก่นักเรียนนักศึกษา เยี่ยมชมศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix It Center) พร้อมทั้งมอบทุนการศึกษาให้นักเรียนนักศึกษา 100 ทุน ๆ ละ 3,000 บาท มอบอุปกรณ์ป้องกันโควิด 19 เจลแอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัยซักได้ 2,000 ครั้ง ให้แก่นักเรียนที่มาฉีดวัคซีน มอบอ่างล้างมือและอุปกรณ์ต้านโควิด 19 ให้แก่สถานศึกษา 5 แห่ง และมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนผู้ประสบปัญหาจากสถานการณ์โควิด 19 ณ โรงเรียน​วังน้ำเย็น​วิทยาคม​ อ.วังน้ำ​เย็น​ โดยมีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.ศธ., นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษา รมว.ศธ., นางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการ รมว.ศธ., นายสุภัทร​ จำปาทอง ปลัด ศธ., นายอัมพร พินะสา เลขาธิการ​ กพฐ., นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการ​ กอศ. และผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการ ให้การต้อนรับ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีความยินดีที่ได้มาเยี่ยมนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ปกครองนักเรียน และชาวจังหวัดสระแก้ว ในการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนที่ 2/2564 ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ส่งผลกระทบกับประชาชนอย่างกว้างขวาง ทั้งในด้านความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ รวมไปถึงสถานศึกษา ที่ยังไม่สามารถเปิดเรียนตามปกติได้

สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ คือ ทำอย่างไรให้โรงเรียนเปิดเรียนตามปกติได้ สร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองในการส่งลูกหลานมาเรียน รัฐบาลจึงได้อนุมัติให้ใช้วัคซีนไฟเซอร์ กับเด็กอายุ 12-18 ปี หากสามารถฉีดวัคซีนป้องกันโควิดได้ครบ ทั้งนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา จะสามารถเปิดเรียนในภาคเรียนที่ 2 ได้

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.ศธ. กล่าว​ว่า​ จังหวัดสระแก้วมีนักเรียน นักศึกษา ประสงค์รับวัคซีน 33,630 คน คิดเป็นร้อยละ 81.32 ส่วนครูและบุคลากรทางการศึกษาฉีดวัคซีนแล้ว 5,440 คน คิดเป็นร้อยละ 89.08 โดยในส่วนของการฉีดวัคซีนแก่นักเรียน นักศึกษา ที่มีอายุ 12-18 ปี ระยะที่ 1 ของจังหวัดสระแก้ว ได้รับอนุมัติ จำนวน 16,800 คน ในโรงเรียน จำนวน 50 แห่ง เริ่มดำเนินการฉีด ตั้งแต่วันที่ 5-19​ ตุลาคม 2564​ สำหรับการฉีดในวันนี้ เป็นนักเรียนโรงเรียนวังน้ำเย็นวิทยาคม จำนวน 831 คน และขณะนี้มีการประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ปกครองนักเรียนกลุ่มที่ยังไม่ฉีดให้แจ้งความประสงค์รับวัคซีนของบุตรหลานเพิ่มเติมแล้วในส่วน​ของ​การเตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียนที่ 2/2564​ สถานศึกษาได้มีการเตรียมความพร้อมด้วยการประเมินตนเอง ตามมาตรฐานป้องกันโรค TSC + ระบบใหม่ รวมทั้งจะมีหน่วยงานต้นสังกัด ตรวจติดตามรับรองผลการประเมินเบื้องต้น และมีคณะกรรมการติดตามฯ ตรวจเยี่ยม ระดับอำเภอ จังหวัด เพื่อยืนยัน
ความพร้อมตามมาตรการป้องกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข โดยจะมีการนำเสนอผลการตรวจเยี่ยม ติดตาม พร้อมเปิดเรียน on site ให้คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดสระแก้ว พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

สำหรับกิจกรรม Fix It Center มีอาจารย์ และนักศึกษาอาชีวศึกษาจำนวนกว่า 50 คน จาก 3 วิทยาลัย ได้แก่วิทยาลัยเทคนิควังน้ำเย็น วิทยาลัยเทคนิคสระแก้ว และวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสระแก้ว ได้ร่วมกันจัดตั้งศูนย์ฯ ให้บริการซ่อมเครื่องยนต์, เครื่องจักรกล, เครื่องใช้ไฟฟ้า อาทิ โทรทัศน์ วิทยุ พัดลม หม้อหุงข้าว เครื่องเสียง และซ่อมรถจักรยานยนต์ เป็นต้น โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังมีการฝึกอาชีพจัดทำสลัดโรล เจลแอลกอฮอล์ และพัฒนาต่อยอดโดยจัดทำบรรจุภัณฑ์บรรจุข้าวเกรียบปลาซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์​เด่นของชุมชน​วังน้ำ​เย็น​ด้วย

จากนั้น รมว.ศธ. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร​ ศธ. เดินทาง​ไปตรวจ​เยี่ยม​การฉีดวัคซีน​ มอบทุนการศึกษา​และถุง​ยังชีพ​ ณ โรงเรียน​วังสมบูรณ์​วิทยาคม​ อ.วังสมบูรณ์​ จ.สระแก้ว โดย รมว.ศธ. กล่าวว่า ที่ผ่านมา​ ศธ.ได้ใช้วิธีอันหลากหลาย​ในการจัดการศึกษา​ท่ามกลาง​สถานการณ์​การแพร่ระบาด​ของโรคโควิด 19 แต่อย่า​งไรก็ตามการจัดการศึกษา​ในโรงเรียน​ยังเป็นวิธี​ที่ดีที่สุด​อยู่​ รัฐบาล​จึงสนับสนุน​วัคซีน​ไฟเซอร์​ให้นักเรียน​อายุ 12-18 ปี เพื่อให้สามารถ​เปิดเรียน​ได้ตามปกติ ขณะเดียวกัน​นักเรียน​และครูยังต้องสวมหน้ากาก​อนามัย​ ล้างมือ รักษา​ระยะห่าง​เพื่อความปลอดภัย​ต่อไปอย่างครัดจึงจะสามารถ​เปิดเรียน​ได้อย่างสมบู​รณ์ ตลอด​จนขอบคุณ​ครูที่ปรับกระบวนการ​เรียนการสอนเพื่อไม่​ให้​นักเรียน​พลาดโอกาส​ทางการศึกษา​ และขอบคุณ​บุคคล​ลากรทางการแพทย์​ที่เสีย​สละทำงานเพื่อคนไทยทุกคน

ภารกิจที่โรงเรียน​วังน้ำเย็น​วิทยาคม​ อ.วังน้ำ​เย็น

ภารกิจที่โรงเรียน​วังสมบูรณ์​วิทยาคม​ อ.วังสมบูรณ์​ จ.สระแก้ว

ปารัช​ญ​์ ไชย​เวช ​/ สรุป
กิตติ​กร แซ่หมู่ / ถ่ายภาพ​

รมว.ศธ.ลงพื้นที่จังหวัด​สระแก้ว ติดตามความก้าวหน้า​การจัดการศึกษา​ตามวาระเร่งด่วน ​(Quick Win)​ และเปิดเวทีศักยภาพ​ครู-ผู้เรียน​​ ในการแลกเปลี่ยน​เรียนรู้​การสร้าง​นวัตกรรม-เป็​นพลเมือง​ที่เข้มแข็ง​

(7 ตุลาคม​ 2564​)​ นาง​สาวตรีนุช​ เทียน​ทอง​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา​ธิการ​ เป็น​ประธาน​​เปิด​งาน “มหกรรม​วิชาการ การจัดการศึกษา​ กศน. ตามวาระเร่งด่วน ​(Quick Win) ​ของกระทรวง​ศึกษาธิการ” พร้อม​ด้วยนางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการ​ รมว.ศธ.​, นายสุภัทร​ จำปาทอง ปลัด ศธ. นายอัมพร พินะสา เลขาธิการ​ กพฐ., นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการ​ กอศ., นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร เลขาธิการสำนักงาน กศน. และผู้บริหาร​กระทรวงศึกษาธิการ​ โดยมีนายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัด​สระแก้ว,​ นายวรรณ​วิจักษณ์​ กุศล ผอ.สำนักงาน​ กศน.จังหวัด​สระแก้ว​ พร้อมด้วยหัวหน้า​ส่วนราชการ ข้าราชการ ครู และ​บุคลากร​ทาง​การศึกษา​ นักเรียน​นักศึกษา และประชาชน​จังหวัดสระแก้ว ​ร่วมให้การต้อนรับ​ ณ สำนักงาน​ กศน.จังหวัด​สระแก้ว

นายวรรณ​วิจักษณ์​ กุศล ผอ.สำนักงาน​ กศน.จังหวัด​สระแก้ว​ กล่าวรายงานถึงการขับ​เคลื่อน​นโยบาย​ของ รมว.ศธ.​ โดยจัดการศึกษา​ตามวาระเร่งด่วน ​(Quick Win)​ของกระทรวง​ศึกษาธิการ ได้แก่ วาระที่ 1 ความปลอดภัยของผู้เรียน วาระที่ 5 พัฒนาทักษะอาชีพ และวาระที่ 6 การศึกษาตลอดชีวิต ประกอบด้วย 3 โครงการ​ ดังนี้

  1. โครงการ​สถานศึกษา​ปลอดภัยจากโรคอุบัติ​ใหม่โควิด 19 มีกิจกรรม​สถานศึกษา​ ผู้บริหาร​ ครู บุคลากร​ และนักศึกษา​ปลอดผู้ติดเชื้อ​โควิด 19 แบบ 100% และกิจกรรม​ขยายผลหมู่บ้าน​ ชุมชน​ ปลอดผู้ติดเชื้อ​โควิด 19 แบบ 100%
  2. โครงการ กศน.สระแก้ว​ ร่วมใจสู้ภัยโควิด โดยมี 4 กิจกรรม​ ได้แก่ กิจกรรม​หลัก​สูตรหน้ากากอนามัย​ เจลแอลกอฮอล์​ กิจกรรม​ล้านเมล็ด​พันธุ์​สู้ภัยโควิด กิจกรรม​การฝึกทักษะ​อาชีพ​เพื่อการมีงานทำสำห​รับ​ประชาชน​ผู้​ได้รับ​ผลกระทบ​จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19​ และกิจกรรม​การพัฒนา​ทักษะ​อาชีพ​จากแหล่ง​เรียนรู้​ต้นแบบ โคก หนอง นา โมเดลในรูปแบบของ กศน.จังหวัด​สระแก้ว​
  3. โครงการ​บูรณาการ​แหล่ง​เรียนรู้​ต้นแบบ โคก หนอง นา โมเดล ในรูปแบบของ กศน.จังหวัด​สระแก้ว​

รมว.ศธ. กล่าว​ว่า​ ได้เห็นถึงความพยายามและความสำเร็จในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน กศน.จังหวัด​สระแก้ว ตามวาระเร่งด่วน (Quick win) ของกระทรวงศึกษาธิการ​ อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมของ กศน. ให้แพร่หลายในวงกว้างสู่สาธารณชน ผ่านรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้อันหลากหลายที่ประชาชนสามารถเข้ารับบริการได้ตามความต้องการ และความพร้อมของตนเอง ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสทางการศึกษาให้แก่ประชาชนผู้ด้อยโอกาส ขาดโอกาส และพลาดโอกาส ตลอดจนประชาชนทั่วไปตั้งแต่วัยแรกเกิดจนถึงวัยชรา ก่อให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษาในทุกพื้นที่ทุกมิติ ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ยังได้เห็นการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของสำนักงาน กศน. สถานศึกษาในสังกัด กศน. และที่สำคัญคือการบูรณาการกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายระดับต่าง ๆ เพื่อร่วมจัดกิจกรรม จึงขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านและพร้อมที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มกำลังความสามารถ รวมถึง​ขอบคุณภาคีเครือข่ายที่ร่วมให้การสนับสนุนในการจัดการศึกษาได้เป็นอย่างดี ตลอดจนหาแนวทางขยายโครงการสู่พื้นที่อื่นต่อไปในอนาคต

ช่วงบ่าย รมว.ศธ. เป็นประธา​นเปิดงาน “เวทีศักยภาพ​ครูและผู้เรียน​จังหวัด​สระแก้ว​ ในการแลกเปลี่ยน​เรียนรู้​การสร้าง​นวัตกรรม​และเป็​นพลเมือง​ที่เข้มแข็ง​” ณ หอประชุม​รวมใจภักดิ์ สพป.สระแก้ว​ เขต 1 โดย​มีนายณัฏฐชัย นำพูลสุขสันติ์ รองผู้ว่า​ราชการ​จังหวัด​สระแก้ว​ น.ส.กมลวรรณ​ กลั่นเกลี้ยง​ รอง ศธจ.สระแก้ว​ รักษา​ราชการแทน ศธจ.สระแก้ว​ นายสมพร พิลาสันต์ ผอ.สพป.เขต 1 ข้าราชการ ครู ​และ​บุคลากร​ทาง​การศึกษา​ นักเรียน​ ร่วมให้การต้อนรับ​

ปลัด ศธ. กล่าวว่า จังหวัดสระแก้วเน้นการยกระดับพัฒนาคุณภาพการศึกษา ให้ได้มาตรฐานการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 จำนวน 3 มาตรฐาน คือ 1) มาตรฐานคุณภาพผู้เรียน 2) มาตรฐานกระบวนการบริหารและการจัดการ 3) มาตรฐานกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ รวมถึงการแก้ปัญหาด้านคุณภาพชีวิตและอาชีพ รวมถึงรายได้ของประชากรในจังหวัดสระแก้วที่ต่ำที่สุดในภาคตะวันออก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีความพร้อมในการพัฒนาจังหวัด โดยเน้นการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ให้กับผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานชาติ คือ เป็นผู้เรียนรู้ เป็นผู้ร่วมสร้างนวัตกรรมและเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง

การเรียนการสอน จึงได้เน้นให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนากระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่สอดคล้องกับหลักสูตรฐานสมรรถนะ โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสระแก้วได้จัดทำโครงการขับเคลื่อนกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่สอดคล้องกับหลักสูตรฐานสมรรถนะในจังหวัดสระแก้วขึ้น ดังนี้

  • กิจกรรมที่ 1 มีการดำเนินการโดยสร้างเครื่อข่ายชุมชนแห่งการเรียนรู้ (PLC) ร่วมกับภาคีเครือข่าย
  • กิจกรรมที่ 2 คณะทำงาน (ทีมแม่ไก่) ได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลผลสอบ PISA ผลสอบ NT ผลสอบ O-NET การศึกษาต่อของผู้เรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายด้านอาชีพและรายได้ของคนในจังหวัดสระแก้ว (ค่า GDP) ด้านการประเมินคุณภาพภายนอก ด้านการจัดการศึกษาวิเคราะห์ยุทธศาสตร์จังหวัดสระแก้ว เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการขับเคลื่อนหลักสูตรฐานสมรรถนะ
  • กิจกรรมที่ 3 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับคณะกรรมการเนินงานเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ Active Learning สอดคล้องกับหลักสูตรฐานสมรรถนะ (ทีมแม่ไก่)
  • กิจกรรมที่ 4 ประกวดนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้ มีครูส่งแผนการจัดการเรียนรู้สู่หลักสูตรฐานสมรรถนะจำนวน 23 แผน และนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ จำนวน 31 นวัตกรรม
  • กิจกรรมที่ 5 Education Award+(E+) งานเปิดกิจกรรมเวทีศักยภาพครู นักเรียน ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสร้างนวัตกรรมและเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง

รมว.ศธ. กล่าว​ว่า การศึกษามีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาคนและพัฒนาชาติ ซึ่งวันนี้โลกในศตวรรษที่ 21 มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 ยิ่งเป็นการเร่งให้เห็นว่า ถึงแม้เราไม่อยากเปลี่ยนแปลง แต่ก็มีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ทำให้เราต้องเปลี่ยนแปลง เพื่อขับเคลื่อนต่อไปให้ได้

ขอบคุณทุกภาคส่วน ที่เห็นความสำคัญในการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่ง Active Learning ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่มีความสำคัญ และสอดรับกับสิ่งที่ ศธ.กำลังพัฒนาเรื่องหลักสูตรฐานสมรรถนะ โดยจะทำอย่างไรให้ผู้เรียนมีสมรรถนะ มีความยืดหยุ่น สามารถนำองค์ความรู้ต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ให้เกิดนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์นอกกรอบให้มากขึ้น

ปารัช​ญ​์​ ไชย​เวช ​/สรุป​
กิตติกร แซ่หมู่ /ถ่ายภาพ

คณะกรรมการประชาสัมพันธ์ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จัดประชุมเตรียมแผนสื่อสารครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 4 ปี 2564 และการประชุมวิชาการนานาชาติ

คณะกรรมการประชาสัมพันธ์ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จัดประชุมผ่านระบบออนไลน์ ณ สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อเตรียมแผนการสื่อสารประชาสัมพันธ์ พิธีพระราชทานรางวัลครูสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 4 ปี 2564 และการประชุมวิชาการระดับภูมิภาคเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาและครู : ปวงชนเพื่อการศึกษาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปลายเดือนตุลาคม 2564

วันนี้ (7 ตุลาคม 2564) นายมานิจ สุขสมจิตร ประธานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการฯ ว่า ที่ประชุมได้เตรียมงานสื่อสารและประชาสัมพันธ์ พิธีพระราชทานรางวัลครูสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 4 ปี 2564 ซึ่งจะจัดในวันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม 2564 แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในปีนี้จะจัดพิธีในรูปแบบ New Normal โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานในพิธีเปิด

ทั้งนี้ ครูที่ได้รับรางวัลจาก 10 ประเทศอาเซียน และติมอร์-เลสเต จะไม่ได้เดินทางมารับพระราชทานรางวัลด้วยตนเอง โดย น.ส.ประทิน เลี่ยนจำรูญ ครูอาชีวะหญิง จากวิทยาลัยเทคนิคพังงา ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี คนที่ 4 ของไทย จะเข้ารับพระราชทานเข็มเชิดชูเกียรติ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ณ วิทยาลัยเทคนิคพังงา ส่วนครูจาก 10 ประเทศ จะรับพระราชทานเข็มเชิดชูเกียรติ ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย ในแต่ละประเทศ

สำหรับพิธีพระราชทานรางวัล ผ่านระบบออนไลน์ วันที่ 29 ตุลาคม 2564 จะเริ่มในเวลา 14.30 น. โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินถึงห้องประชุม ณ วังสระปทุม จากนั้นนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้กราบบังคมทูลถวายรายงาน และนายกฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี กราบบังคมทูลประกาศเกียรติคุณ และเบิกครูผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 4 ปี 2564 ของแต่ละประเทศ เข้ารับพระราชทานเข็มเชิดชูเกียรติ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย ส่วนคณะกรรมการ/ผู้เกี่ยวข้อง จะเข้าเฝ้าฯ ณ โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ผ่านระบบออนไลน์จากวังสระปทุม

นอกจากนี้ พระองค์จะทรงเป็นประธานพิธีเปิดและปาฐกถาพิเศษ “การทรงงานในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) และการพัฒนาครูและสถานศึกษาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ในการประชุมวิชาการระดับภูมิภาคเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาและครู : ปวงชนเพื่อการศึกษาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Regional Conference on Teachers and Equitable Education: All for Education in Southeast Asia) ซึ่งจะจัดผ่านระบบออนไลน์ ในวันที่ 30 ตุลาคม 2564 อีกด้วย

ทั้งนี้ จะมีการถ่ายทอดสดพิธีพระราชทานรางวัล และปาฐกถาพิเศษเปิดการประชุม ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT)

แนวทางการปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้อาชีวศึกษาแนวใหม่

ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า จากนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ “นางสาวตรีนุช เทียนทอง” ให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ทบทวน ปรับปรุง หลักสูตร และการจัดการเรียนการสอนในระดับอาชีวศึกษา ให้มีความทันสมัย รับการเปลี่ยนแปลงกับโลกอาชีพ ตั้งเป้าหมายเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2565  นั้น

ขณะนี้ สอศ. ได้วางแนวทางการปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้อาชีวศึกษาแนวใหม่ เพื่อให้สอดคล้องและสามารถดำเนินการได้ในช่วงระยะเวลาการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โดยจะนำไปใช้ทั้งในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) การจัดการศึกษาในระบบ นอกระบบ และระบบทวิภาคี

ซึ่งจะปรับหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่น และเชื่อมโยงการสำเร็จการศึกษา และการมีงานทำ โดยปรับลดรายวิชาสามัญ เพิ่มรายวิชาชีพที่สร้างสมรรถนะให้แก่ผู้เรียน และบูรณาการวิชาสามัญและวิชาชีพในชุดวิชาเดียวกัน ที่เรียกว่าการจัดหลักสูตรแบบโมดูล (Modular System) เพื่อส่งเสริมผู้เรียนในด้านสมรรถนะของงานอาชีพ และจัดการเรียนรู้แบบสะสมหน่วยการเรียนรู้ หรือเรียกว่าธนาคารหน่วยกิต หรือเครดิตแบงก์ (Credit Bank) ที่จะเป็นการเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ โดยกำหนดรูปแบบการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นตามความต้องการของผู้เรียน สามารถสะสมผลการเรียนรู้ในแต่ละวิชา แต่ละทักษะ องค์ความรู้ที่ต้องการ และนำมาสะสมไว้เพื่อการศึกษาต่อในระดับต่าง ๆ

พร้อมทั้งส่งเสริมจัดการเรียนรู้แบบต่อเนื่อง Block Course และพัฒนาหลักสูตรเพื่อรองรับให้กับกลุ่มผู้ที่สำเร็จการศึกษาและยังไม่มีงานทำ กลุ่มผู้เรียนที่ตกหล่นจากระบบการศึกษา และคนวัยทำงาน หรือผู้ที่ต้องการ Up-Skill, Re-Skill รวมถึงการเรียนรู้ในห้องเรียน และการเรียนรู้แบบออนไลน์ เพื่อตอบโจทย์การเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ ให้สอดคล้องกับสถานะการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว มีความซับซ้อน โดยการเพิ่มทักษะใหม่ที่จำเป็น และการทบทวนทักษะความชำนาญ ให้มีมิติในห่วงโซ่คุณค่าของสาขาอาชีพ ทั้งด้านตำแหน่งงาน งานวิกฤติ สมรรถนะกำลังคนและความสามารถทางด้านเทคโนโลยี ฯลฯ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ทั้งนี้ สอศ.ได้เร่งดำเนินการจัดทำร่างและแนวทางการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรเพื่อนำเสนอให้กับคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ผ่านคณะอนุกรรมการฯ ทั้ง 4 คณะ ได้แก่ 1) คณะอนุกรรมการฯ ด้านหลักสูตรอาชีวศึกษาและมาตรฐานคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษา 2) ด้านการกำหนดนโยบายเป้าหมายการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาและกฎหมาย 3) ด้านความร่วมมือในการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา 4) ด้านการติดตามและประเมินผลการอาชีวศึกษาและการมีงานทำ รวมถึงคณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (อ.กรอ.อศ.)

พร้อมทั้งการดำเนินการในส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551 รวมทั้งกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศหลักเกณฑ์ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการอาชีวศึกษา เพื่อให้สามารถดำเนินการประกาศใช้หลักสูตร และรูปแบบการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาแนวใหม่ในปีการศึกษา 2565 ต่อไป

ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 

ศธ.แต่งตั้ง “วรัท พฤกษาทวีกุล” เป็นหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ

ปลัด ศธ. “สุภัทร จำปาทอง” ลงนามในคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สป. 705/2564 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2564 เรื่อง แต่งตั้งหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ โดยแต่งตั้งให้ นายวรัท พฤกษาทวีกุล เป็นหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป

WordPress.com.

Up ↑