รมว.ศธ.คารวะครูอาวุโส และมอบรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติระดับประเทศ

(วันครู 16 มกราคม 2563) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ร่วมพิธีคารวะครูอาวุโส เพื่อแสดงความกตัญญูและน้อมรำลึกถึงพระคุณครู โดยได้คารวะครูสมัยเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน คือ นางสาวชมภร กมลสุทธิ

ภาพเพิ่มเติมพิธีมอบรางวัลเนื่องในโอกาสวันครู ปี 2563
Facebook ศธ.360 องศา

จากนั้นมอบรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติระดับประเทศ รวม 3 หน่วยงาน จำนวน 453 คน ได้แก่ รางวัลครูภาษาไทยดีเด่นเพื่อรับเข็มเชิดชูเกียรติจารึกพระนามาภิไธยย่อ สธ รางวัลครูภาษาฝรั่งเศสดีเด่น เพื่อรับเข็มเชิดชูเกียรติจารึกพระนามาภิไธยย่อ กว รางวัลคุรุสภา “ระดับดี” รางวัลครูผู้สอนดีเด่น รางวัลหนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม รางวัลผลงานวิจัยของคุรุสภา รางวัลประกวดสื่อส่งเสริมจรรยาบรรณของวิชาชีพ (ประเภทหนังสั้น) รางวัลครูดีในดวงใจ และรางวัลผู้บริหารดีศรีอาชีวศึกษา ประจำปี 2563 ณ หอประชุมคุรุสภา กรุงเทพฯ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า จากการที่ได้มาปฏิบัติหน้าที่ในกระทรวงศึกษาธิการ ระยะเกือบ 6 เดือน ยังยืนยันว่าคนที่สำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนการศึกษา และทำให้การศึกษาไทยแข่งขันกับทั่วโลกได้ คือ “ครู”

จากการลงพื้นที่ในหลายโรงเรียนทั่วประเทศ ได้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของครู จิตวิญญาณแห่งความเป็นครู เพียงแต่กระทรวงศึกษาธิการยังไม่ได้ให้ความพร้อมกับในในการปฏิรูปการศึกษาไทย จึงได้เรียนกับนายกรัฐมนตรีให้เร่งผลักดันการพัฒนาการศึกษาไทยให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รูปแบบการศึกษาก็ปรับเปลี่ยนเป็นการศึกษายุคดิจิทัล

“ครู” จึงต้องปรับเปลี่ยนบทบาทของตนเอง ต้องฝึกทักษะให้ผู้เรียนสามารถสังเคราะห์ความรู้จากข้อมูลข่าวสาร และช่วยแนะนำออกแบบกิจกรรมการศึกษาและนวัตกรรมการสอนที่หลากหลายรูปแบบ แยกย่อยออกไปตามคุณลักษณะของผู้เรียน

ดังนั้น การเป็นครูในยุคการศึกษาดิจิทัลนั้น ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่สอนเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องเพิ่มความสามารถของตัวเองในการสร้างเนื้อหาการเรียนการสอนในสื่อต่าง ๆ มากขึ้น เพื่อเป็นช่องทางช่วยเหลือให้ผู้เรียนได้เกิดความเข้าใจและแก้ปัญหาด้วย

บทบาทของการเป็น “ครู” จึงต้องสร้างแหล่งข้อมูลสารสนเทศให้มากขึ้นผ่านเทคโนโลยีเว็บไซต์ และสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อประโยชน์ต่อผู้เรียนที่จะได้เข้าใจและทบทวน เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ แก้ปัญหา สำหรับการสร้างอนาคตของผู้เรียนต่อไป

กระทรวงศึกษาธิการกำลังหาแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ครูได้มีเวลาอยู่กับเด็กในห้องเรียนมากขึ้น พร้อมสนับสนุน ให้ความสำคัญกับโอกาสและสิทธิความก้าวหน้าของคุณครูเท่าเทียมกัน เพื่อให้คุณครูพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดนิ่ง ควบคู่ไปกับการพัฒนาผู้เรียนที่อยู่ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และเชื่อมั่นในคุณครูจะสามารถบ่มเพาะผู้เรียนให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพของประเทศชาติต่อไป

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า การยกย่องเชิดชูเกียรติครูและผู้บริหารในวันนี้ เป็นเครื่องยืนยันว่าเรามีครูดี ผู้บริหารดี ที่มีคุณภาพ เพียบพร้อมทั้งด้านความรู้ ความสามารถ และการพัฒนาตนเองโดยการเรียนรู้ในสิ่งใหม่อย่างไม่มีที่สิ้นสุด สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีของศิษย์และสังคม และพร้อมจะพัฒนาผู้เรียนให้เป็นกำลังคนคุณภาพของประเทศ สมดังคำขวัญวันครู พ.ศ. 2563 ของนายกรัฐมนตรี ที่ว่า “ครูไทย รักศิษย์ คิดพัฒนา” และยังสอดคล้องกับแก่นสาระการจัดงานวันครูปีนี้ที่กล่าวว่า “โลกก้าวไกล ครูไทยก้าวทัน สร้างสรรค์คุณภาพเด็กไทย”

ภาพเพิ่มเติมพิธีมอบรางวัลเนื่องในโอกาสวันครู ปี 2563
Facebook ศธ.360 องศา

อิชยา กัปปา /สรุป
กิตติกร แซ่หมู่ /ภาพ

“ครูโอ๊ะ” ลุยขับเคลื่อนการศึกษาในพื้นที่ภาคใต้ชายแดน ที่ปัตตานี

นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2563 เพื่อตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้แก่สถานศึกษา ซึ่งเป็นการลงพื้นที่ล่วงหน้าเพื่อติดตามการดำเนินงานตามผลการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ พื้นที่ภาคใต้ชายแดน ระหว่างวันที่ 20-21 มกราคม 2563 ณ จังหวัดนราธิวาส

ร่วมทำเคารพธงชาติหน้าเสาธงกับเด็กนักเรียน พร้อมมอบนโยบายให้กับผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชน ที่โรงเรียนศาสนูปถัมภ์ อ.เมืองปัตตานี

รมช.ศธ. กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้ ตั้งใจมาด้วยความรัก ความห่วงใย และความปรารถนาในการนำความเจริญด้านการศึกษา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการพัฒนาคน ขอให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องช่วยกันพัฒนาการศึกษาเอกชนให้เดินหน้าต่อไปในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาการจัดการศึกษาในภาพรวมของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องมีการบูรณาการร่วมกันทุกฝ่าย

ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้ส่งเสริมสนับสนุนครูโรงเรียนเอกชน โดยพิจารณาด้านสิทธิพยาบาลในโรงพยาบาล เพิ่มจาก 100,0000 บาท เป็น 150,000  บาทต่อคนต่อปี จัดงบประมาณพัฒนาครูโรงเรียนเอกชน 32 ล้านบาท ซึ่งสนับสนุนทั้งด้านการอบรมของผู้บริหารและบุคลากร การอบรมการขอใบอนุญาตใบประกอบวิชาชีพครูจำนวน 120 คน การจัดหลักสูตรทางเลือกที่เหมาะสมกับบริบท การแข่งขันทักษะทางวิชาการของนักเรียน เป็นต้น

มอบนโยบายและตรวจเยี่ยมโครงการตลาดการศึกษาเพื่อประชาชน ที่ กศน.จังหวัดปัตตานี

ต่อจากนั้น รมช.ศธ.และคณะ ได้เดินทางไปมอบนโยบายให้กับพนักงานราชการและครู กศน.ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งเปิดโครงการตลาดการศึกษาเพื่อประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ สำนักงาน กศน.จังหวัดปัตตานี

รมช.ศธ. กล่าวว่า การขับเคลื่อนงาน กศน. ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วยจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา (อำเภอเทพา จะนะ นาทวี  และสะบ้าย้อย) มีบริบทที่แตกต่างจากพื้นที่ในภูมิภาคอื่น ในการบริหารจัดการศึกษา จึงมีลักษณะพิเศษที่มีความแตกต่างกัน เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน ภายใต้แนวคิดการจัดการศึกษาเพื่อคนทุกคน และทุกคนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา เพื่อพัฒนาประชาชนบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม มุ่งเน้นการจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง การจัดการศึกษาตามอัตลักษณ์

ดังนั้น การจัดการศึกษาตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ จึงมีกิจกรรมสำคัญที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และปรับเปลี่ยนกิจกรรมให้สอดคล้องกับนโยบายและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่

สำหรับการจัดโครงการตลาดการศึกษาเพื่อประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ในครั้งนี้ เพื่อนำเสนอผลการดำเนินงานการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และสร้างการรับรู้ให้กับนักศึกษาและประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

โดยมีกลุ่มเป้าหมายรวมทั้งสิ้น 2,450 คน ประกอบด้วยผู้เรียนหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของ กศน.จังหวัดชายแดนใต้ และครู ผู้บริหาร พนักงานราชการ บุคลากรทางการศึกษา ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ จำนวน 1,250 คน

วิมล มาเทียน / สรุป
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ถ่ายภาพ

ศธ.เตรียมจัดทัพลงพื้นที่ติดตามนโยบายการจัดการศึกษา ครม.สัญจร จ.นราธิวาส 20-21 ม.ค.63

(15 ม.ค. 63) นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ประชุมร่วมกับผู้บริหารส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี ณ วิทยาลัยสารพัดช่างนราธิวาส เพื่อเตรียมการในการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามผลการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ในพื้นที่ภาคใต้ชายแดน ระหว่างวันที่ 20 – 21 ม.ค.63 ณ จ.นราธิวาส

ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ทุกครั้งที่มีการประชุม ครม.สัญจร นายกรัฐมนตรีจะมอบหมายให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงลงพื้นที่เพื่อติดตามและขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งสร้างการรับรู้ความเข้าใจกับประชาชน ตลอดจนประมวลประเด็นปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะในพื้นที่

ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีทั้ง 3 ท่านจะลงพื้นที่ ดังนี้

  • นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ จะลงพื้นที่ตรวจราชการพร้อมคณะของนายกรัฐมนตรีในวันที่ 20 ม.ค. 63 เพื่อพบปะประชาชนที่เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก และเดินทางไปวัดประชุมชลธารา เพื่อพบปะประชาชนชาวไทยพุทธที่วัด จากนั้นจะเดินทางไปสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส เพื่อร่วมพูดคุยกับผู้นำศาสนาและประชาชนชาวไทยมุสลิม
  • คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ ลงพื้นที่ จ.นราธิวาส โดยวันที่ 19 ม.ค. 63 จะเดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ อ.แว้ง วันที่ 20 ม.ค. 63 จะติดตามการดำเนินงานโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 39 ที่ อ.ระแงะ และประชุมติดตามการดำเนินงานศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดนราธิวาส ที่ อ.เมืองนราธิวาส
  • นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ลงพื้นที่ จ. สงขลา วันที่ 20 ม.ค. 63 โดยจะเดินทางไป อ.นาทวี เพื่อติดตามการดำเนินงานการจัดการศึกษาโรงเรียนนาทวีวิทยาคม โรงเรียนส่งเสริมอิสลาม การจัดการศึกษาของ กศน.ท่าประดู่ ส่วนช่วงบ่ายจะเดินทางไป อ.สะบ้าย้อย เพื่อติดตามการจัดการศึกษาของโรงเรียนวัดถ้ำตลอด และโรงเรียนรุ่งภิญโญ

สำหรับวันอังคารที่ 21 ม.ค. 63 เวลา 08.30 น.รัฐมนตรีทั้ง 3 ท่านจะเข้าร่วมการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจังหวัดภาคใต้ ในเขตตรวจราชการ จ.นราธิวาส ปัตตานีและยะลา และเวลา 10.30 น.จะเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ณ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ต่อไป

อิชยา กัปปา / สรุป
ธีระ ธนะพันธ์พิพัฒน์ / ภาพ

ประธาน กพฐ.แนะถึงเวลาแล้ว ต้องให้แต่ละจังหวัดรับผิดชอบคุณภาพการศึกษาเอง

(15 ม.ค.63) รศ.ดร.เอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) โพสต์ผ่านกลุ่มไลน์ “ปชส.สพฐ.MOE Digital” ถึงเวลาแล้วต้องให้จังหวัดรับผิดชอบการศึกษาของจังหวัดเอง อาจจ้างศึกษาธิการจังหวัดออกนอกระบบราชการ เพื่อดูคุณภาพการศึกษา แต่หากยังไร้คุณภาพ ให้เลิกจ้าง ห่วงไม่มีใครรับผิดชอบคุณภาพการศึกษา แนะทุกคนต้องไม่ใช้ความรู้สึก ความเคยชิน หรือผลประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง ต้องมองเหตุผลความจำเป็น เพื่อคุณภาพการศึกษาของเด็กไทย

“ถึงเวลาแล้ว ที่ต้องให้จังหวัดรับผิดชอบการศึกษาของจังหวัดเอง มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น ประธานคณะกรรมการนโยบายการศึกษาของจังหวัด มีศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแลการศึกษาของจังหวัด ผ่านเขตพื้นที่การศึกษา ศึกษานิเทศก์ให้มีระดับจังหวัด เพราะเขตพื้นที่เป็นผู้นำนโยบายไปปฏิบัติ ส่วนศึกษานิเทศก์เป็นฝ่ายกำกับ ติดตามประเมินส่งเสริมแนะนำ ซึ่งควรมีเฉพาะระดับจังหวัดเท่านั้น

ในอนาคตควรจ้างศึกษาฯ จังหวัด ออกนอกระบบราชการ เซ็นสัญญา 4 ปี ให้เงินเดือน 120,000 แบบ สส. เลยครับ ทำไม่ดี ทำไม่ได้ การศึกษายังไม่มีคุณภาพดีขึ้น เตือนแล้วไม่ดีขึ้น เลิกจ้างครับ

ปัจจุบันนี้ไม่มีใครรับผิดชอบคุณภาพการศึกษาเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น ผอ.รร. ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา หรือศึกษาธิการจังหวัด ระบบต้องมีคนรับผิดชอบการศึกษาที่ไม่มีคุณภาพครับ หากยังปล่อยแบบปัจจุบันก็สิ้นหวังครับ การเปลี่ยนแปลงเพื่อคุณภาพการศึกษาของเด็กไทย ต้องไม่ใช้ความรู้สึก ความเคยชิน หรือผลประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง แต่ควรมองด้วยเหตุผลและความจำเป็น เพื่อคุณภาพการศึกษาครับ”

มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ 14 ม.ค.63

มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2563 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ อนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการจัดตั้งสถาบันไทยโคเซ็น และผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ สสวท.

อนุมัติแต่งตั้ง คกก.บห.โครงการจัดตั้งสถาบันไทยโคเซ็น

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอแต่งตั้ง คณะกรรมการบริหารโครงการจัดตั้งสถาบันไทยโคเซ็น โดยมีองค์ประกอบของคณะกรรมการ รวม 23 คน และอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ รวม 6 ข้อ

องค์ประกอบ

  • ที่ปรึกษา : รัฐมนตรีที่กำกับดูแลสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์
  • ประธานกรรมการ : นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล
  • รองประธานกรรมการ : เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 1 ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 2
  • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ : นายประสาท สืบค้า นายกิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย และนางเนตรชนก วิภาตะศิลปิน
  • กรรมการ : หัวหน้าผู้แทนองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น สำนักงานประเทศไทย ประธานหอการค้าญี่ปุ่น – กรุงเทพฯ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยมีผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นกรรมการและเลขานุการ ผู้อำนวยการสำนักงานโครงการจัดตั้งสถาบันไทยโคเซ็น สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

อำนาจหน้าที่

  1. กำหนดนโยบายและทิศทางการดำเนินงานสถาบันไทยโคเซ็นและสนับสนุนนักเรียนนักศึกษาไทยในการไปศึกษาต่อ ณ สถาบันโคเซ็น ประเทศญี่ปุ่น
  2. บริหารโครงการจัดตั้งสถาบันไทยโคเซ็นและกำกับดูแลแผนปฏิบัติการและงบประมาณในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านอุตสาหกรรมของสถาบันการศึกษารูปแบบโคเซ็นในประเทศไทย เพื่อสร้างวิศวกรนักปฏิบัติ (Practical Engineers) และนวัตกรคุณภาพ ทั้งด้านคุณภาพและปริมาณ รวมถึงการพัฒนาต่อยอดงานวิจัยเชิงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง (ตามนัยข้อ 1) เพื่อให้ได้วิศวกรนักปฏิบัติและนวัตกรคุณภาพ สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเป้าหมายต่าง ๆ ในประเทศและภูมิภาค
  3. ดำเนินการและกำกับติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนากำลังคนด้านวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสนับสนุนการลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถภาคอุตสาหกรรมในประเทศและภูมิภาค
  4. สนับสนุนหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านอุตสาหกรรม ให้ประสานความร่วมมือกันอย่างจริงจัง และสร้างเครือข่ายการดำเนินงานแบบบูรณาการ
  5. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ และ/หรือ คณะทำงานได้ตามความเหมาะสม เพื่อให้การดำเนินงานการศึกษารูปแบบโคเซ็นในประเทศไทย เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และสอดคล้องกับนโยบายและทิศทางที่กำหนดไว้ในข้อ 1.
  6. อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการกำหนด  

อนุมัติแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ สสวท.

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอแต่งตั้ง นางจุฬารัตน์ ตันประเสริฐ ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) แทนตำแหน่งที่ว่าง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2563 เป็นต้นไป โดยให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน

แถลงข่าวงานวันครู ครั้งที่ 64 ปี 2563 "โลกก้าวไกล ครูไทยก้าวทัน สร้างสรรค์คุณภาพเด็กไทย" #คารวะครูผู้สร้างผู้นำทางชีวิต

(13 ม.ค.63) คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ พร้อมด้วยนางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ รองปลัด ศธ.ในฐานะประธานอนุกรรมการจัดงานวันครู พ.ศ. 2563 และ ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ เลขาธิการคุรุสภา แถลงข่าวการจัดงานวันครู ครั้งที่ 64 พ.ศ. 2563 ณ ห้องประชุมไทยาจารย์ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า รัฐบาล “พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี” เน้นย้ำอยู่เสมอว่าการศึกษาถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด โดยได้มอบนโยบายว่า “ประเทศต้องปฏิรูปการศึกษา” ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการศึกษาในทุกด้าน เพื่อพัฒนาประเทศให้มีศักยภาพ และให้ความสำคัญกับ “ครู” เป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่าของชาติ และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเด็กและเยาวชน ให้เป็นคนเก่ง คนดี เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ และมีศักยภาพเหมาะสมกับการดำเนินชีวิตในโลกศตวรรษที่ 21

เนื่องจากครู คือ กลไกสำคัญที่จะช่วยกันยกระดับการศึกษาไทย ดังนั้นสิ่งสำคัญอันดับแรก คือ การพัฒนาครูให้มีคุณภาพ โดยเฉพาะการปฏิรูปครูให้ทันโลกยุคดิจิทัล อาทิ

  1. การบูรณาการงบประมาณของ ศธ. ทั้งระบบ โดยใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าและนำเทคโนโลยีเข้ามาเชื่อมโยงฐานข้อมูลของทุกหน่วยงาน ให้ครูและนักเรียนได้รับประโยชน์สูงสุด
  2. การปรับตัวเข้าสู่โลกในศตวรรษที่ 21 โดยให้ครูได้รับพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษและดิจิทัล ทำให้ครูมีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งแก้ปัญหาหนี้สิน วิทยฐานะ เพื่อให้ครูใช้เวลาในห้องเรียนให้มากขึ้น
  3. การแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยหาแนวทางพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กให้มีคุณภาพทัดเทียมโรงเรียนขนาดใหญ่
  4. การผลิตคนด้านอาชีวศึกษา โดยตั้งเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีพร้อยละ 60 ขึ้นไป เป็นการเพิ่มจำนวนบุคลากรสายอาชีพอย่างก้าวกระโดดเพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรม และนวัตกรรมยุคใหม่
  5. นโยบายเด็กไทยทุกคนต้องได้เรียนโค้ดดิ้ง (Coding) เพื่อพัฒนาคนสู่ศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นการสอนให้คิดเป็นระบบ คิดแบบมีตรรกะ และกล้าตัดสินใจแก้ปัญหา พร้อมพัฒนาหลักสูตรให้เป็นรูปธรรม ก้าวทันโลกดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
  6. นโยบาย “กศน. สช. WOW WOW ก้าวสู่ยุคดิจิทัล” โดยให้ กศน.และ สช. นำแนวทางจัดการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับคนทุกช่วงวัยผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้

นางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ รองปลัด ศธ.กล่าวว่า การจัดงานวันครูในปีนี้เป็นครั้งที่ 64 กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 16-17 มกราคม 2563 ภายใต้หัวข้อ “โลกก้าวไกล ครูไทยก้าวทัน สร้างสรรค์คุณภาพเด็กไทย” โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานงานวันครู พร้อมทั้งคารวะครูของท่านสมัยเรียนโรงเรียนวัดนวลนรดิศ (ครูวีระ เดชพันธ์)

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบคำขวัญวันครู ครั้งที่ 64ว่า “ครูไทย รักศิษย์ คิดพัฒนา” และมอบสารวันครู เพื่อส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีไปยังครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทั่วประเทศที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาการศึกษาของชาติเสมอมา

ในส่วนของการจัดนิทรรศการงานวันครู ครั้งที่ 64 เป็นการจัดกิจกรรมโดยความร่วมมือของหน่วยงานต่าง ๆ จำนวน 18 หน่วยงาน ประกอบด้วย 4 โซน ดังนี้

  • โซนที่ 1 โลกก้าวไกล ประกอบด้วย 6 ความฉลาดรู้ เพื่อเท่าทันโลก
  • โซนที่ 2 ครูไทยก้าวทัน ประกอบด้วยภาพรวมของ PLC และE-PLC TSIP ระบบกูเกิลตามระบบการบริหารโรงเรียน 4 ด้าน
  • โซนที่ 3 สร้างสรรค์คุณภาพเด็กไทย ประกอบด้วยผลงานนักเรียนที่มีทักษะ หรือสมรรถนะต่าง ๆ ที่โดดเด่น
  • โซนที่ 4 ยกย่องผลงานวิจัย และนวัตกรรม เพื่อการเรียนรู้และการบริหาร (นิทรรศการนำเสนอผลงานที่ได้รับรางวัลของคุรุสภา)

นอกจากนี้ มีการปาฐกถาและการเสวนาทางวิชาการที่นำสนใจ โดยในช่วงบ่ายของวันที่ 16 มกราคม 2563 มีการปาฐกถาหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ครั้งที่ 3 เรื่อง “ความฉลาดรู้และจิตวิญญาณความเป็นครู” โดย ศาสตราจารย์กิตติคุณสุมน อมรวิวัฒน์ และการเสวนา เรื่อง “โลกก้าวไกล ครูไทยก้าวทัน สร้างสรรค์คุณภาพเด็กไทย” พิธีการคารวะครูอาวุโสของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ สมัยเรียนโรงเรียนสาธิต มศว.ปทุมวัน (น.ส.ชมภร กมลสุทธิ)

ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ยังมีกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันครูที่นำสนใจอื่น ๆ อาทิ การจัดพิมพ์หนังสือประวัติครู และหนังสือที่ระลึกวันครู พิธีมอบรางวัลของคุรุสภา และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เช่น รางวัลครูภาษาไทยดีเด่น เพื่อรับเข็มเชิดชูเกียรติจารึกพระนามาภิไธยย่อ สธ รางวัลครูภาษาฝรั่งเศสตีเด่น เพื่อรับเข็มเชิดชูเกียรติจารึกพระนามาภิไธยย่อ กว รางวัลคุรุสภา “ระดับดี” รางวัลครูผู้สอนดีเด่น รางวัลครูดีในดวงใจ รางวัลผู้บริหารดีศรีอาชีวศึกษา ประจำปี 2563 เป็นต้น และในวันที่ 17 มกราคม 2563 มีการบรรยายพิเศษ เรื่อง “โลกก้าวไกล ครูไทยก้าวทัน สร้างสรรค์คุณภาพเด็กไทย” โดย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ การเสวนาพิเศษ และในช่วงบ่ายจะมีพิธีมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “คุรุสดุดี” ประจำปี 2562

สำหรับกิจกรรมงานวันครูจัดขึ้นทั้งส่วนกลาง ณ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และส่วนภูมิภาค ณ สถานที่ที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกำหนด โดยส่วนกลางจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 17 มกราคม 2563 สามารถรับชมการถ่ายทอดสดพิธีการงานวันครู ผ่านทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยผ่านทาง http:/sdib.dusit.ac.th ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต และ Facebook แฟนเพจ “คุรุสภา” ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

โอกาสนี้ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ มอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดสปอตวิทยุและสปอตโทรทัศน์ ที่ชนะการประกวดเนื่องในโอกาสวันครู จำนวน 10 ทีม พร้อมทั้งกล่าวเชิญชวนทุกคนร่วมระลึกถึงพระคุณครู เข้าร่วมกิจกรรมงานวันครู ร่วมชมนิทรรศการการแสดงผลงานทางวิชาการและวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา รวมถึงร่วมทำความตี เป็นจิตอาสา และร่วมแชร์ความรู้สึกดี ๆ ต่อครูใน Facebook แฟนเพจ “คุรุสภา” (@Khurusaphaofficial) และติดแฮชแท็ก #คารวะครูผู้สร้างผู้นำทางชีวิต #วันครู2563 ร่วมดาวน์โหลดสติกเกอร์ไลน์ “Thai Teacher 63” ซึ่งจัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสวันครู เพื่อนำรายได้สมทบทุนมูลนิธิช่วยครูอาวุโส ในพระบรมราชูปถัมภ์ รวมถึงร่วมส่งบัตรอวยพรออนไลน์ โดยสามารถดูรายละเอียดการจัดงานวันครูผ่านทางเว็บไซต์ของคุรุสภา http://www.ksp.or.th

ปารัชญ์ ไชยเวช/ สรุป
กิตติกร แซ่หมู่/ ถ่ายภาพ

ศธ.เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพ ‘พ.อ.ประพัฒน์ จันทร์โอชา’ บิดานายกฯ

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 12 มกราคม 2563 ที่ศาลา 9 วัดโสมนัสราชวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ / กระทรวงศึกษาธิการ นำโดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพ พ.อ.ประพัฒน์ จันทร์โอชา บิดา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยมีคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการเข้าร่วมในงาน อาทิ ปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง ผู้ตรวจราชการ เลขาธิการ รองเลขาธิการ

ภาพ : กิตติกร แซ่หมู่

ลดธงครึ่งเสาทั่วประเทศ 13-15 มกราคม 2563

ขอความร่วมมือหน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจทุกแห่งทั่วประเทศ ลดธงครึ่งเสา ในวันที่ 13-15 มกราคม 2563 รวม 3 วัน เพื่อถวายความอาลัยแด่สุลต่าน กอบูส บิน ซาอิด อัล ซาอิด สุลต่านแห่งโอมาน ซึ่งเสด็จสวรรคตเมื่อวันศุกร์ที่ 10 มกราคม 2563 ณ พระราชวังเมือง Barka รัฐสุลต่านโอมาน

ศธ.จัด 3 โซน งานวันเด็กแห่งชาติ 2563 "Wonderful Kids สุดยอดเด็กไทย"

(11 มกราคม 2563) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 “เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย” ภายใต้แนวคิด “Wonderful Kids สุดยอดเด็กไทย” โดยมีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช​ และ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ ผู้ปกครอง และนักเรียนนักศึกษา จำนวนมาก เข้าร่วมพิธีเปิด ณ กระทรวงศึกษาธิการ

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ เริ่มดําเนินการมาตั้งแต่ พุทธศักราช 2498 และดําเนินการมาอย่างต่อเนื่องทุกปี จนกระทั่งวันนี้นับเป็นปีที่ 65 โดยกระทรวงศึกษาธิการได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับทุกส่วนราชการ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน จัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ

สําหรับการจัดงานในปี 2563 ในส่วนกลางมีการจัดงาน และพิธีเปิดงาน ณ กระทรวงศึกษาธิการ โดยเน้นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน ได้เรียนรู้บทบาทหน้าที่ของตนเอง มีทักษะชีวิตที่ดีเป็นเด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย โดยมีแนวคิดในการจัดงานคือ “Wonderful Kids สุดยอดเด็กไทย”เพื่อเป็นการเชิญชวนเด็กและเยาวชน มาพบกับความรู้ในด้านต่าง ๆ ที่จะทำให้เด็กและเยาวชนเป็นคนดีมีคุณภาพ พัฒนากระบวนความคิด เสริมสร้างจินตนาการ สร้างสรรค์ประสบการณ์ผ่านการลงมือปฏิบัติ

โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน มาร่วมงานกว่า 100 บูธ ของขวัญกว่า 100,000 ชิ้น เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้สนุกสนานเพลิดเพลินผ่านกิจกรรมเรียนรู้แบบสร้างสรรค์ ปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนเป็นพลเมืองที่ดี ของชาติ รู้จักการทําประโยชน์เพื่อสังคม เพื่อส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมการดูแลสังคม รักษาสิ่งแวดล้อม และระบบการ จัดการขยะที่ดี และยังมีเวทีที่เปิดประสบการณ์ใหม่ให้เด็ก ๆ ผ่านกิจกรรมการประกวด “หนูน้อยแห่งวังจันทรเกษม…รักษ์โลก”

พิเศษสุด ศธ.ยังเปิดอาคารราชวัลลภ อดีตพระราชวังจันทรเกษม ให้เด็ก ๆ และผู้ปกครองได้เข้าชมประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมเก่าแก่ ภายใน “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์การศึกษาไทยแห่งวังจันทรเกษม” เพราะอาคารราชวัลลภ จะเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมเพียงปีละครั้งเท่านั้น

การจัดงานวันเด็กแห่งชาติปีนี้ ศธ.แบ่งกิจกรรมออกเป็น 3 โซน คือ

โซนที่ 1 : Citizen Kids : พลเมืองเด็ก (บริเวณสนามหญ้าและในกระทรวงศึกษาธิการ) เป็นโซนกิจกรรมที่แสดงถึงความเฉลียวฉลาดของเด็กไทยยุคใหม่ที่มีความรัก ความสามัคคี รู้จักหน้าที่ของตนเอง และปฏิบัติตนตามกฎระเบียบของสังคมได้อย่างถูกต้อง

โซนที่ 2 : Digital Kids : เด็กยุคดิจิทัล (บริเวณถนนราชดำเนินนอก) เป็นโซนกิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความทันสมัย การรู้จักใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อการเรียนรู้และการใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีดิจิทัล

โซนที่ 3 : Environmental Kids : เด็กรักษ์สิ่งแวดล้อม (บริเวณถนนลูกหลวง) เป็นโซนกิจกรรมที่ให้เด็กและเยาวชนเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อม ทำกิจกรรมสร้างจิตสำนึกในการช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า วันนี้เป็นวันที่เรามาส่งความรักความปรารถนาดีร่วมกันไปยังเด็กและเยาวชนไทยทั่วประเทศ ซึ่งรัฐบาลตระหนักดีว่าเด็กและเยาวชนทุกคนคือทรัพยากรที่มีค่า และเจริญเติบโตขึ้นเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคต ดังคำกล่าวที่ว่าเด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า จึงต้องทำให้เด็กมีความเข้มแข็งตั้งแต่วันนี้ โดยส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพอย่างเหมาะสมตามช่วงวัย ทั้งด้านทักษะ ความรู้ ความสามารถ การเรียนรู้ องค์ความรู้ที่จำเป็น ทั้งนี้เด็กทุกคนมีพรสวรรค์อยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่ทราบว่าตัวเองถนัดอะไร ต้องมีคนคอยแนะนำ โดยเฉพาะครูที่อยู่ใกล้ชิดกับเด็ก ขอให้ช่วยสนับสนุนเด็กให้ได้ทำในสิ่งที่ชอบควบคู่ไปกับการเรียนหนังสือให้ได้มากที่สุด

วันนี้สิ่งที่เปลี่ยนไปจากเดิม คือ องค์ความรู้ที่สำคัญต่อชีวิตในศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นโลกแห่งเทคโนโลยี เชื่อมโยงไปถึงเรื่องการประกอบอาชีพ ซึ่งมีทั้งวิกฤติ โอกาส และความท้าทายในทุกมิติ เด็กและเยาวชนจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม รวมถึงผู้ปกครอง ครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องเสริมสร้างสุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งทางกาย จิตใจ สังคม ปัญญา และคุณธรรมจริยธรรม เพื่อให้เด็กและเยาวชนทุกคนเป็นบุคลากรที่สมบูรณ์แบบ สามารถนำพาตัวเอง ครอบครัว และประเทศชาติไปข้างหน้าได้อย่างปลอดภัย

สำหรับคำขวัญวันเด็กแห่งชาตินี้ปีนี้ “เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย” เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันความสามัคคีนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ต่อยอดไปถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน สังคมปลอดภัย ครอบครัวมีความสุข ไม่ทะเลาะกัน ไม่เอาเปรียบกัน และที่สำคัญอีกอย่างคือหน้าที่พลเมืองไทย คือ ทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อชาติบ้านเมือง

นอกจากนี้ ยังมุ่งหวังให้เด็กและเยาวชนทุกคนตระหนักและรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ตลอดจนรู้จักหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้ ให้เป็นคนมีเหตุผล รู้จักความพอประมาณ มีภูมิคุ้มกันที่ดีด้วยความรู้และคุณธรรม โดยทุกคนควรมีภูมิคุ้มกันต่อโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง รู้เท่าทันเทคโนโลยี โซเชียลมีเดียต่าง ๆ หมั่นศึกษาพัฒนาความรู้ความสามารถ เพิ่มพูนทักษะใหม่ ๆ อยู่เสมอ ให้สอดคล้องกับศักยภาพของครอบครัวและทักษะของตนเองด้วย

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้ย้ำกับโรงเรียนและสถานศึกษาทุกแห่งไปแล้วว่า ต้องสอนให้นักเรียนรู้ว่าพื้นที่ภูมิลำเนาของตนเองมีศักยภาพด้านใดบ้าง หรือมีปัญหาใดที่ต้องได้รับพัฒนา เพื่อให้เด็กและเยาวชนเกิดแรงกระตุ้นที่จะเรียนหนังสือ หรือทำงานเพื่อกลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตนเอง สร้างความภาคภูมิใจในอนาคต รวมถึงบ้านเมืองจะได้ถูกพัฒนาทุกพื้นที่ให้เท่าเทียมกันได้มากที่สุด

นอกจากความรู้ด้านวิชาการแล้ว ยังต้องเร่งบ่มเพาะคุณธรรมจริยธรรม ความสามัคคีให้เกิดขึ้นในใจ ความเป็นจิตอาสา หากจิตใจไม่อยากทำความดีก็ต่อยอดไปสู่การลงมือทำไม่ได้ เพราะหัวใจมี 2 อย่าง คือ หัวใจในการทำความดี และหัวใจในการทำความไม่ดี ดังนั้นจึงอยู่ที่ตัวเราว่าจะเลือกใช้หัวใจแบบใด ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างสรรค์สังคมที่ดีในอนาคตต่อไป

ภาพเพิ่มเติม เฟซบุ๊ก ศธ.360 องศา

ปารัชญ์ ไชยเวช, อานนท์ วิชานนท์ / สรุป

เสมา 3 ลุยเมืองแปดริ้ว ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบาย กศน.

(10 มกราคม 2563) ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายนรา เหล่าวิชยา รองเลขาธิการ กศน. และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) โดยมีนายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้บริหาร บุคลากร นักเรียน นักศึกษา กศน. ในจังหวัดฉะเชิงเทราและจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วม โดยนายสรายุทธ แก้วกุลปรีชา รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมประยูรศุข สำนักงาน กศน.จังหวัดฉะเชิงเทรา

รมช.ศธ. กล่าวตอนหนึ่งว่า ขอชื่นชมและได้เห็นถึงความพยายาม จนนำไปสู่ความสำเร็จในการขับเคลื่อนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา ทั้งในระบบและนอกระบบ รวมทั้งประชาชนทั่วไป และผู้พิการ เกิดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาอาชีพแก่คนในชุมชน ในรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ตามความต้องการและตามความพร้อมของตนเอง ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสทางการศึกษา ก่อให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษาในทุกพื้นที่ และที่สำคัญที่สุดยังเป็นการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมอีกด้วย

“สิ่งที่พูดและเน้นย้ำเสมอคือ ขวัญและกำลังใจของชาว กศน. ซึ่งทราบดีว่าขวัญและกำลังใจที่ดีที่สุดคือ “สวัสดิการและการบรรจุเข้ารับราชการ” ภายในปี 2563 นี้ ชาว กศน.จะได้รับโอกาสนั้น แต่โอกาสเป็นของคนที่พร้อมเสมอ ชาว กศน.จะต้องแข่งขันกันเองตามความสามารถและกฎเกณฑ์คุณสมบัติที่เป็นธรรมกับทุกคนในการสอบ และขอฝากไว้อีกเรื่องหนึ่งว่า ถ้ามีบุคคลใดมาแอบอ้างว่าสามารถฝากให้เข้ารับราชการครู กศน.ได้ โดยแลกกับการจ่ายเงินหลักแสน ขอยืนยัน ณ ที่นี้ว่าไม่เป็นความจริง และขอให้พี่น้องชาว กศน.รีบแจ้งมายัง รมช.โดยตรงทันที เพื่อจะที่ดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด”

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ e0b881e0b8a8e0b899-e0b889e0b8b0e0b980e0b88ae0b8b4e0b887e0b980e0b897e0b8a3e0b8b2_e0b992e0b990e0b990e0b991e0b991e0b990_0014.jpg

โอกาสนี้ ตัวแทนนักเรียนและนักศึกษา ได้เสนอปัญหาและแนวทางแก้ไขการเรียนการสอน ดังนี้

  • นางสาวทิพย์สุดา ภูมิโคกรักษ์ โรงเรียนมุสลิมวิทยาคาร ตัวแทนนักเรียนศาสนาอิสลาม ได้เสนอปัญหาและแนวทางแก้ไขว่า ตนเรียนศาสนาและวิชาสามัญไปพร้อมกัน ซึ่งมีวิชาเรียนที่มากเมื่อเทียบกับเวลาเรียนจริง จึงอยากให้ลดวิชาเรียนของวิชาสามัญหรือนำวิชาที่มีเนื้อหาสอดคล้องมารวมกัน เพื่อที่จะได้แบ่งเวลาไปศึกษาวิชาตามหลักศาสนาได้มากขึ้น
  • นายศักดา เดชฤทธิ์ นักศึกษา กศน.อำเภอสนามชัยเขต ระดับประถมศึกษา ตัวแทนนักศึกษาผู้พิการ ได้กล่าวขอบคุณ รมช.ศธ.ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของผู้พิการให้อยู่ระดับเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป โดยไม่ทอดทิ้งและยกระดับการศึกษาของผู้พิการ โดยมีเป้าหมายที่อยากให้ผู้พิการมีศักยภาพที่ดี พัฒนาองค์ความรู้ในด้านต่างๆ และนำไปต่อยอดให้มีวิชาชีพ เพื่อนำไปประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองต่อไป
รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ e0b881e0b8a8e0b899-e0b889e0b8b0e0b980e0b88ae0b8b4e0b887e0b980e0b897e0b8a3e0b8b2_e0b992e0b990e0b990e0b991e0b991e0b990_0024.jpg

ภายหลังจากเสร็จสิ้นการมอบนโยบาย รมช.ศธ. ได้ให้เกียรติเปิดป้ายศูนย์แสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน กศน.อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เพื่อเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายและกระจายสินค้าอีกทางหนึ่ง

นางธัชชนก พละศักดิ์ ผอ. กศน.จังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวเพิ่มเติมว่าผลการดำเนินงานของ กศน.จังหวัดฉะเชิงเทราที่ประสบความสำเร็จเชิงประจักษ์ มี 3 กิจกรรม ดังนี้

1) คนพิการ ได้รับโอกาสทางการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการประกอบอาชีพ สํานักงาน กศน. จังหวัดฉะเชิงเทรา ดําเนินการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ให้กับกลุ่มเป้าหมายพิเศษ คือคนพิการ สถานศึกษาในสังกัด จัดการศึกษาภายใต้นโยบาย “ดิจิทัลสําหรับ คนพิการเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการประกอบอาชีพ” (Good Activity) โดยมีแนวทางการพัฒนา และจัดการศึกษาร่วมกับบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จํากัด (มหาชน) กศน. (Good Partnership) ให้โอกาสทางการเรียนรู้ตลอดชีวิตสําหรับคนพิการเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน (SDG4) เป็นการจัดการศึกษาที่ให้โอกาสคนพิการได้รับการศึกษา ทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาทักษะการใช้ชีวิต ทักษะการอยู่กันในสังคม ทักษะการประกอบอาชีพและทักษะการใช้เทคโนโลยี ดิจิทัล รวมถึงการศึกษาตามอัธยาศัย โดยมีครูผู้สอนคนพิการไปสอนคนพิการที่บ้าน ซึ่งเป็นความแตกต่างจาก หน่วยงานอื่น ๆ ที่ทําให้คนพิการ ที่อยู่นอกระบบโรงเรียนได้รับการศึกษาและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

2) การพัฒนาระบบแปดริ้วออนไลน์ เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต (การศึกษาขั้นพื้นฐาน ตลาดนัดอาชีพ ออนไลน์ แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต) สํานักงาน กศน.จังหวัดฉะเชิงเทรา พัฒนาระบบการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ (8riew Online) มี การดําเนินงานสร้างเว็บไซต์เพื่อให้บริการผู้เรียน ผู้รับบริการทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาเพื่อการ ประกอบอาชีพ และการศึกษาตามอัธยาศัย ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ การอ่านออนไลน์ ที่รวบรวมเรื่องราวต่าง ๆ ของจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อตอบสนองการขับเคลื่อน กศน. สู่ กศน. WOW ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ: Good Activities พัฒนากระบวนการเรียนรู้ให้มีความทันสมัย เอื้อต่อการ เรียนรู้ สําหรับทุกคน ที่สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา มีกิจกรรมที่หลากหลาย น่าสนใจ สนองตอบความต้องการของชุมชน เพื่อพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของประชาชน รวมทั้งใช้ประโยชน์จากประชาชนในชุมชมใน การร่วมจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคนในชุมชนไปสู่การจัดการความรู้ของชุมชนอย่างยั่งยืน

3) ผู้สูงอายุ ได้รับการพัฒนาตามแนวคิด Active Aging เพื่อสังคมผู้สูงอายุที่เหมาะสมมีคุณภาพ สํานักงาน กศน. จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ดําเนินการจัดโครงการกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างพลังทาง สังคมเพื่อรองรับสังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ โดยการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตสําหรับผู้สูงอายุ ภายใต้แนวคิด “ Active Aging” การศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและพัฒนาทักษะชีวิต ให้สามารถดูแล ตนเองทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตและรู้จักใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะ ชีวิตให้กับทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะคนพิการ ผู้สูงอายุที่สอดคล้องกับความต้องการจําเป็นของแต่ละบุคคล และมุ่งเน้นให้ทุกกลุ่มเป้าหมายมีทักษะการดํารงชีวิต ตลอดจนสามารถประกอบอาชีพพึ่งพาตนเองได้ มีความรู้ ความสามารถในการบริหารจัดการชีวิตของตนเองให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข จัดการศึกษาอาชีพเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกระดับสร้างความตระหนักถึง คุณค่าและศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ เปิดโอกาสให้มีการเผยแพร่ภูมิปัญญาของผู้สูงอายุและให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านต่าง ๆ ในชุมชน เช่น ด้านอาชีพ กีฬา ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีของชุมชน รวมทั้งจัดการศึกษาหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) ดําเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2559 จนถึงปัจจุบัน แบ่งออกเป็นหลักสูตร 70 ชั่วโมง จํานวน 12 กลุ่ม มีผู้จบหลักสูตร 232 คน หลักสูตร 420 ชั่วโมง จํานวน 2 กลุ่ม มีผู้จบ หลักสูตร 44 คน ซึ่งผู้จบหลักสูตร สามารถนําความรู้ ความสามารถที่ได้รับไปประเมินขอใบประกอบวิชาชีพ กับกระทรวงแรงงาน เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการดูแลผู้สูงอายุ และสามารถทํางานในสถานประกอบการได้

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
กิตติกร แซ่หมู่ / ถ่ายภาพ