
อุดรธานี – 2 พฤศจิกายน 2569 / อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่ ร่วมลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ณ โรงเรียนอนุบาลทุ่งฝน อำเภอทุ่งฝน โรงเรียนบ้านสมวิไล อำเภอบ้านดุง และ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ระดับอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ในโอกาสการประชุม ครม. สัญจร
โดยในช่วงเช้าในการลงพื้นที่ ณ โรงเรียนอนุบาบทุ่งฝน ได้มีการเน้นย้ำการสร้างสถานศึกษาปลอดภัย การลดภาระครู พร้อมสุ่มตรวจคุณภาพอาหารกลางวันนักเรียน และเตรียมปฏิรูปการจัดสรรงบประมาณเพื่ออุ้มโรงเรียนขนาดเล็กทั่วประเทศ ซึ่งมีประเด็นสำคัญจากการประชุมและรายงานภาพรวมการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาในพื้นที่ ประกอบด้วย
- ศึกษาธิการจังหวัดอุดรธานี (ศธจ.อุดรธานี) ได้นำเสนอรายงานการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาในภาพรวมของจังหวัด
- ผอ.สพม.อุดรธานี รายงานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งอำเภอทุ่งฝนถือเป็นอำเภอต้นแบบที่ได้รับการยอมรับในการปราบปรามยาเสพติดอย่างมีประสิทธิภาพ
- ผอ.สพป.อุดรธานี เขต 3 นำเสนอผลการดำเนินงานนโยบาย “คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก” โดยลดภาระงานที่ไม่จำเป็น พร้อมรายงานการดำเนินงานของ ศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย ในสถานศึกษา
- ผอ.โรงเรียนอนุบาลทุ่งฝน ได้นำเสนอการเตรียมความพร้อมการจัดการเรียนการสอนและอุปสรรคการบริหารจัดการ โดยมี สส. ในพื้นที่ ร่วมให้ข้อมูลเสริมถึงประวัติความสำเร็จของโรงเรียนอนุบาลทุ่งฝน ซึ่งเคยเป็นต้นแบบระดับประเทศด้านกีฬา เช่น การแข่งขันวิ่ง 31 ขา ที่ครองแชมป์ประเทศไทย 3 ปีซ้อน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้มีทิศทางและข้อสั่งการสำคัญ คือ
- ยกระดับ “ศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย” เป็นนโยบายเรือธง ซึ่ง รมช.ศธ. กำชับให้ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ เป็นกลไกหลักในการทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง โดยสั่งการให้ทุกโรงเรียนจัดทำป้าย/บอร์ดประชาสัมพันธ์ พร้อม QR Code ติดตั้งในจุดที่ชัดเจน เพื่อให้นักเรียนและผู้ปกครองสามารถสแกนแจ้งเหตุเดือดร้อนหรือการละเมิดสิทธิ์ผ่านระบบออนไลน์ได้ทันที เน้นการทำงานเชิงรุก ให้ความรู้แก่เด็กนักเรียน โดยมีแผนจะลงพื้นที่บรรยายและตรวจราชการเต็มรูปแบบในจังหวัดอุดรธานีในระยะถัดไป
- ปรับระบบงบประมาณใหม่ (New Budgeting) เพื่อโรงเรียนขนาดเล็ก โดย รมช.ศธ. ระบุว่า โรงเรียนขนาดเล็ก (เช่น โรงเรียนอนุบาลทุ่งฝน ซึ่งมีนักเรียนประมาณ 70 คน) ประสบปัญหาเงินอุดหนุนรายหัวไม่เพียงพอต่อการพัฒนา หากใช้เกณฑ์จัดสรรเดิม
ซึ่งในขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการอยู่ระหว่างหารือกับสำนักงบประมาณเพื่อปรับรูปแบบการจัดสรรงบประมาณใหม่ ให้สอดคล้องกับความจำเป็นของโรงเรียนขนาดเล็กและพื้นที่ห่างไกล ตั้งเป้าบังคับใช้ในปีงบประมาณ 2571 - เร่งรัดกฎหมายการศึกษาและการลดภาระงานครู ผลักดัน ร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ (ซึ่งใช้ฉบับเดิมมานานกว่า 27 ปี) คาดว่าจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ปลายปีนี้ เพื่อปรับเปลี่ยนหลักสูตรไปสู่รูปแบบเน้นสมรรถนะ (Competency-based)
และเดินหน้านโยบายคืนเวลาให้ครู โดยยกเลิกการประเมินและโครงการที่ซ้ำซ้อนหรือไม่จำเป็น พร้อมผลักดันการเชื่อมโยงฐานข้อมูลการศึกษาผ่านระบบ ID Plus (บัตรประชาชนใบเดียวเข้าถึงระบบ ศธ.) เพื่อจัดทำ Big Data พัฒนาคุณภาพผู้เรียน
และในช่วงต่อมา รมช.ศธ. ได้ลงพื้นที่สุ่มตรวจเยี่ยมโครงการอาหารกลางวันนักเรียนโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ณ โรงเรียนบ้านสมวิไล พบว่า อาหารมีคุณภาพและโภชนาการครบถ้วน มีผักและผลไม้ โดยเด็กๆ ได้รับประทานอิ่มและสามารถเติมอาหารได้ และเข้าเยี่ยมชมการจัดกิจกรรม Active Learning ในระดับชั้นอนุบาล การนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการเรียนการสอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 รวมถึงเยี่ยมชมนิทรรศการผลงานของโรงเรียนเครือข่าย
และในช่วงบ่ายของวันเดียวกันนี้ ได้ลงพื้นที่ติดตามและตรวจเยี่ยม ณ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ระดับอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานีโดยมี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.), รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.), รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.), รองเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.), ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ, ศธภ.10 และศึกษาธิการจังหวัดอุดรธานี ร่วมลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ระดับอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ทั้งนี้ ได้มี นายชินกร คะอังกุ ผอ.สกร.จังหวัดอุดรธานี, นายบุณย์ มีวิชา ผอ.สกร.ระดับอำเภอบ้านดุง, สส. ในพื้นที่, คณะครู และบุคลากรทางการศึกษา ให้การต้อนรับ
ในการประชุมได้มีการรับฟังปัญหา รมช.ศธ. กล่าวว่า สกร. เป็นหน่วยงานสำคัญที่มีบทบาทในการดูแลและเข้าถึงประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และรับทราบปัญหาขาดแคลนอัตรากำลังข้าราชการของ สกร. ที่มีจำนวนน้อย รวมถึงข้อจำกัดด้านงบประมาณรวมของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งในปีงบประมาณ 2571 มีแนวโน้มจะไม่ได้รับการปรับเพิ่มงบประมาณ ทำให้ต้องเน้นการบริหารจัดการภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
นอกจากนี้ ยังได้ตรวจเยี่ยมห้องสมุดประชาชน และรับทราบปัญหาที่ได้รับงบประมาณจัดซื้อหนังสือเพียงปีละประมาณ 5,000 บาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการจัดหาหนังสือใหม่อย่างครอบคลุม โดย สกร. เตรียมเปิดตัวกิจกรรม (Event) ในเดือนธันวาคม เพื่อเปิดรับบริจาคหนังสือสภาพดีและหนังสือเหลือใช้จากประชาชนทั่วประเทศ นำมาส่งต่อและเติมเต็มความรู้ให้กับเด็ก เยาวชน และประชาชนผ่านห้องสมุดประชาชน สกร. ทั่วประเทศ
รมช.ศธ. ย้ำจุดประสงค์การลงพื้นที่ว่ามาเพื่อ “ให้กำลังใจ” บุคลากร สกร. พร้อมเน้นย้ำนโยบายลดขั้นตอนการต้อนรับ งดการจัดเตรียมอาหารเบรกราคาแพงที่อาจกลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายของครูในพื้นที่ พร้อมการประสานความร่วมมือกับนักการศึกษา ซึ่งเป็นบุคลากรในพื้นที่ผู้ขับเคลื่อนงานการศึกษาในระยะยาวอย่างแท้จริง

“ประเด็นสำคัญในวันนี้ อยากให้เด็ก ๆ มีพื้นที่ปลอดภัยที่แท้จริงตามนโยบายหลักของ รมว.ศธ. แต่การขับเคลื่อนต้องใช้เวลา รวมถึงงบประมาณ อยากให้ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ จึงมากำชับเรื่องนี้และบอกแนวทาง ในเดือนหน้าจะมาตรวจราชการแบบเต็มรูปแบบ เพราะภาคอีสานมีเด็กนักเรียนจำนวนนักเรียนมาก อยากให้เด็ก ๆ เข้าใจ และเข้าถึงศูนย์พิทักษ์สิทธิ์ได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายเรือธง
ผอ.ศูนย์พิทักษ์สิทธิ์ได้ทำหนังสือเวียนไปแล้วว่าทุกโรงเรียนต้องมีป้ายอย่างน้อยมี QR Code ให้เด็กสแกนแจ้งเรื่องเวลาเดือดร้อน โรงเรียนทุกแห่งต้องร่วมมือ และอาจมีการสุ่มตรวจ โดยให้ผู้ตรวจราชการ ศึกษาธิการจังหวัด และ ผอ.เขต ร่วมกันติดตามการปฏิบัติงาน เราต้องทำงานเชิงรุก
กระทรวงพยายามขับเคลื่อนนโยบายที่ประกาศไว้ 5 ด้าน สำหรับ ร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปีนี้และเสนอเข้า ครม. แน่นอน เนื่องจาก พ.ร.บ. ฉบับเก่าใช้มานานกว่า 27 ปีแล้ว เราจึงปรับให้เข้ากับยุคปัจจุบัน รวมทั้งการคืนเวลาให้ครู และการยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนบางโครงการที่ไม่ได้มีการประเมิน
นอกจากนี้ โรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียน 70 คน งบอุดหนุนรายหัวแบบเดิมไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับโรงเรียนขนาดใหญ่ 3,000 คน ในอนาคตการจัดสรรงบประมาณจะดียิ่งขึ้น และสิ่งที่ทำจะเห็นรูปธรรมมากขึ้นในไม่อีกกี่เดือนนี้ การศึกษาไม่ใช่แค่การให้เด็กมาเรียน หนังสือ แต่คือคุณภาพของการศึกษา คุณภาพผู้เรียน ผู้สอน รวมถึงการปรับเปลี่ยนหลักสูตรจาก Standard-based มาเป็น Competency-based ในอนาคต” รมช.ศธ กล่าว
ทั้งนี้ มีคณะผู้บริหารระดับสูงที่ร่วมลงพื้นที่ครั้งนี้ อาทิ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายปารมี ไวจงเจริญ นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการสภาการศึกษา นายวรัท พฤกษาทวีกุล รองปลัดกระทรวงศึกาาธิการ นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณจรัสธำรง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
สุกัญญา จันทรสมโภชน์ : ข่าว – กราฟิก
ภารุจ พูลอำไภย์ : ภาพ
ภาพเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/share/1c1usKRi7Y/?mibextid=wwXIfr
