
28 กันยายน 2569/ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยทุกหน่วยงานในสังกัดประชุมวาระพิเศษเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด สอดรับกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่กำหนดให้วันที่ 28–29 กันยายน 2569 เป็นวันหยุดพิเศษใน 4 จังหวัดประสบภัย ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

ทั้งนี้ ตามรายงานสถานการณ์ภาพรวมพบอุทกภัยส่งผลกระทบใน 25 จังหวัด 128 อำเภอ 587 ตำบล 2,500 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบรวม 174,803 ครัวเรือน โดยเฉพาะพื้นที่ กทม. นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ
โดยที่ประชุมมีมติและข้อสั่งการสำคัญ 4 ด้านหลัก คือ
- ด้านการจัดการศึกษา : ปิดสถานศึกษาตามมติ ครม. และเห็นชอบให้โรงเรียนเอกชนในพื้นที่ 4 จังหวัดประสบภัย ปิดการเรียนการสอนเพิ่มเติมในวันอังคารที่ 29 กันยายน 2569 โดยกำหนดให้จัดการเรียนการสอนและการวัดประเมินผลอย่างยืดหยุ่น เช่น ปรับเวลาเรียน การส่งงาน และจัดสอนชดเชย เพื่อไม่ให้กระทบคุณภาพการศึกษาและไม่สร้างภาระแก่ผู้ปกครอง
- ด้านการเยียวยาและงบประมาณ : ให้หน่วยงานต้นสังกัดเร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อจัดสรรงบประมาณปรับปรุงซ่อมแซมอาคารสถานที่และจัดหาครุภัณฑ์ให้พร้อมก่อนเปิดภาคเรียนที่ 2 โดยให้พิจารณาใช้นำงบประมาณเหลือจ่ายภายในกระทรวง กองทุนเยียวยาเพื่อการศึกษา และกองทุนช่วยเหลือครูและเด็กมาใช้ดำเนินการล่วงหน้า พร้อมเร่งรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอขอ “งบกลาง” ผ่านระบบ EGP ภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 ทั้งนี้ ในเบื้องต้น สพฐ. ได้จัดสรรเงินเยียวยาแก่เขตพื้นที่การศึกษาละ 350,000 บาท เพื่อใช้ซ่อมแซมเร่งด่วน
- ด้านการช่วยเหลือและฟื้นฟูประชาชน ประกอบด้วย
1) สอศ. (อาชีวศึกษา) ได้จัดตั้งศูนย์ Fix Center 11 จุด ทั่วพื้นที่ประสบภัย บริการซ่อมแซมระบบไฟฟ้า เครื่องยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า (ดำเนินการแล้วกว่า 700 คัน) พร้อมจัดพื้นที่จอดรถยนต์รองรับได้กว่า 1,900 คัน และแจกจ่ายอาหาร/เครื่องดื่มวันละ 2,500 ชุด
2) สพฐ. สอศ. และ สกร. ร่วมกันตั้งโรงครัว ถุงยังชีพ และจัดทำศูนย์พักพิงช่วยเหลือผู้ประสบภัย
3) กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) จัดทีมเข้าทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชน และให้ความรู้การป้องกันโรคระบาดที่มากับน้ำท่วมรวมถึงภัยจากไฟฟ้าดูด แก่ประชาชนในพื้นที่
4) สำนักงานลูกเสือแห่งชา(สลช.) เปิดศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า 4 มุมเมือง นำลูกเสือบำเพ็ญประโยชน์ช่วยขนย้ายสิ่งของ โดยเน้นย้ำความปลอดภัยของลูกเสือเป็นสำคัญ
โดยบูรณาการร่วมกับกระทรวง พม. กระทรวงแรงงาน กระทรวงกลาโหม (ทหารพัฒนา) และภาคเอกชน - ด้านระบบการรายงานและการบริหารจัดการ : ให้สถานศึกษารายงานข้อมูลแบบ Real-time เข้าสู่ระบบ Dashboard ของศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย ศธ. เพื่อนำเสนอต่อ รมว.ศธ. ทุกวัน
ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) เป็นศูนย์กลางประสานงาน โดยมี ปลัด ศธ. เป็นประธานคณะกรรมการประสานงาน
สรุปผลกระทบและความเสียหายรายสังกัด
- สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีสถานศึกษาประสบเหตุ 328 แห่ง ใน 17 จังหวัด จาก 29 เขตพื้นที่การศึกษา โดยใน กทม. ได้ปรับโรงเรียนเป็นศูนย์พักพิงและจุดจอดรถ เช่น โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย โรงเรียนสตรีวิทยา โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 75
- สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สถานศึกษาประสบภัย 28 แห่ง ครูและนักเรียนได้รับผลกระทบ 3,436 คน บุคลากร 216 คน ประเมินความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 10.1 ล้านบาท
- สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) โรงเรียนเอกชนได้รับผลกระทบ 122 แห่ง (ในระบบ 114 แห่ง นอกระบบ 8 แห่ง) ประเมินความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 13 ล้านบาทเศษ
- กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) มีพื้นที่ได้รับผลกระทบใน 7 จังหวัด ครู บุคลากร และนักเรียนเดือดร้อน 134 ราย พร้อมจัดงบช่วยเหลือเบื้องต้นรายละไม่เกิน 2,000 บาท
- สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา รายงานการจัดสอบวิชาชีพครูซึ่งมีศูนย์สอบได้รับผลกระทบ 3 แห่ง (กทม. ชลบุรี นครปฐม) ส่งผลให้มีผู้ไม่สามารถเข้าสอบได้ 3,704 คน โดยคุรุสภาอยู่ระหว่างจัดทำข้อสอบและกำหนดวันสอบชดเชยให้ภายหลัง

ซึ่งในวันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนำคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ช่วยเหลือเร่งด่วน 4 จุด เพื่อนำอาหารและถุงยังชีพเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย 4 จุดสำคัญ ประกอบด้วย
- โรงเรียนศรีพฤฒา เขตสะพานสูง (ผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 1,000 คน)
- โรงเรียนพรตพิทยพยัต เขตลาดกระบัง (ผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 200 คน) -สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จัดตั้งศูนย์พักพิงและโรงครัว (ผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 1,000 คน)
- โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภช ลาดกระบัง (ผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 700 คน)
“ขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้สละเวลามาในโอกาสนี้ ด้วยสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการและประเทศ ซึ่งมติ ครม. เมื่อวานนี้ ให้วันที่ 28-29 ก.ย.69 เป็นวันหยุดพิเศษใน 4 จังหวัด และผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะ 4 จังหวัด แต่ส่งผลกระทบถึงต่างจังหวัดอีกหลายจังหวัด ทั้งโรงเรียน บุคลากร อาคารสถานที่ และการจัดการเรียนการสอน…” รมว.ศธ.กล่าว
ทั้งนี้ มีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมประชุม อาทิ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายวัลลภ รุจิรากร) ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวธีราภา ไพโรหกุล) ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวพลอย ธนิกุล) พร้อมด้วย นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รศ.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา นายวรัท พฤกษาทวีกุล รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นางเกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ผศ.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา
สุกัญญา จันทรสมโภชน์ : ข่าว-กราฟิก
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า : ภาพ
ภาพเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/share/1JYmnEBN25/?mibextid=wwXIfr
