26 กันยายน 2569- นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “พลังกรรมการสถานศึกษา ยกระดับโรงเรียนไทยทุกภูมิภาค” โดยมีนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารหน่วยงานการศึกษา ประธานและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้แทนภาคีเครือข่าย จำนวน 700 คน เข้าร่วม ณ โรงแรมหรรษาเจบี หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

รมว.ศธ. กล่าวว่า บริบทของภาคใต้แต่ละจังหวัดเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมมีความแตกต่างกัน จึงได้คิดโจทย์ แบ่งเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มที่มีความพร้อม เช่น ภูเก็ต ตรัง สงขลา นครศรีธรรมราช กลุ่มที่ 2 คือจังหวัดท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มของศักยภาพ เช่น กระบี่ พังงา สุราษฎร์ธานี ชุมพร ระนอง กลุ่มที่ 3 จังหวัดที่มีจุดแข็งด้านความเสมอภาคทางการศึกษา เช่น พัทลุง สตูล และกลุ่มสุดท้ายคือ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส การจัดการศึกษาจึงต้องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแต่ละจังหวัด เป็นเรื่องที่กระทรวงและผู้เกี่ยวข้องต้องไปออกแบบ เพราะไม่มีใครทราบได้ดีเท่าคนพื้นที่

กระทรวงศึกษาธิการมีกรอบการดำเนินงานที่มุ่งขับเคลื่อนการศึกษาให้เกิดผลอย่างแท้จริงต่อผู้เรียน ภายใต้นโยบาย 5 ด้าน ทั้งการคืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก การลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม การยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง ทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย และการสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ทางการศึกษา ทุกฝ่ายต้องเชื่อมโยงเป็นพลังเดียวกัน ตั้งแต่ระดับกระทรวง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา ภาคีเครือข่ายผู้ปกครอง ชุมชน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม

สิ่งที่ต้องการตอนนี้คือขยายบทบาทของกรรมการสถานศึกษาให้อยู่ในระระดับตำบล เพราะเป็นผู้ที่เข้าใจบริบทความต้องการ ศักยภาพ และข้อจำกัดของพื้นที่ได้เป็นอย่างดี และเป็นกลไกสำคัญในการกำหนดทิศทาง เชื่อมโยงความร่วมมือ ติดตามผล และร่วมรับผิดชอบต่อคุณภาพการศึกษาของผู้เรียน “โรงเรียนที่เข้มแข็ง ต้องมีคณะกรรมการสถานศึกษาที่เข้มแข็ง และโรงเรียนที่ก้าวหน้า ต้องก้าวไปพร้อมกับชุมชน” เวทีวันนี้จึงเป็นพื้นที่ที่ทุกเสียงมีความหมาย ทุกความคิดเห็นได้รับการรับ ฟัง และทุกข้อเสนอสามารถเชื่อมโยงไปสู่การเปลี่ยนแปลง เป็นพลังสำคัญในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติให้เกิดผลจริง

ขณะนี้ได้สั่งการไปยัง สพฐ. ให้นำความคิดเห็นและข้อเสนอจากเวทีภาคใต้ รวมทั้งเวทีจากทุกภูมิภาค ไปวิเคราะห์เพื่อใช้ประกอบการกำหนดนโยบาย การจัดสรรทรัพยากร และการพัฒนากลไกสนับสนุนโรงเรียนอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งจัดให้มีการติดตามและสะท้อนผลกลับสู่พื้นที่ และทำ School Action Plan ตามนโยบายทั้ง 5 ด้าน เพื่อให้สถานศึกษาสามารถนำผลจากการประชุมไปจัดทำแผนปฏิบัติการโรงเรียนรวมทั้งจัดทำพันธสัญญาที่เป็นประโยชน์กับการศึกษา ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน เพื่อ การร่วมกันส่งเสริมระบบนิเวศการศึกษานำไปสู่การปฏิบัติ

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการร่วมสะท้อนมุมมองในวันนี้จะเห็นถึงปัญหา ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และออกแบบแนวทางการพัฒนา เพื่อให้ทุกคนเห็นว่า เมื่อโรงเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา และชุมชนร่วมมือกันอย่างจริงจังภายใต้วิสัยทัศน์ร่วม ย่อมสร้างการเปลี่ยนแปลงแก่ผู้เรียนได้ และเชื่อว่าเสียงความคิดเห็นและพลังของคณะกรรมการสถานศึกษา จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับการจัดการศึกษาของประเทศนี้ได้อย่างแท้จริง

พบพร ผดุงพล / ข่าว , กราฟิก
สมประสงค์ ชาหารเวียง / ภาพ