
23 กันยายน 2569/ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 8/2569 ณ ห้องประชุมไทยจารย์ ชั้น 3 อาคาร 2 สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล และพิจารณามาตรการยกระดับคุณภาพการศึกษาในหลายมิติ
ภายหลังการประชุมได้แถลงผลการประชุมและทิศทางนโยบายขับเคลื่อนการศึกษาสำคัญ 6 ด้าน คือ
- ยกระดับอาชีวศึกษาไทยสู่สากล จับมือยักษ์ใหญ่เยอรมนีผลิตกำลังคนเซมิคอนดักเตอร์ จากการเดินทางไปจัดทำ JDI ร่วมกับรัฐมนตรีศึกษาธิการของประเทศเยอรมนี โดยหารือร่วมกับบริษัท Infineon และ BMW กระทรวงศึกษาธิการจึงได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมพัฒนาหลักสูตรกับภาคอุตสาหกรรมในสาขาเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) พัฒนาทักษะครู และจัดฝึกปฏิบัติงานในสถานประกอบการจริง เตรียมลงนาม MOU กับบริษัท Infineon ซึ่งเป็นผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่มีโรงงานในจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งจะเปิดทำการในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ เพื่อเร่งส่งต่อบุคลากรฝ่ายเทคนิคคุณภาพสูงเข้าสู่ตลาดแรงงาน
- เสริมทักษะภาษาต่างประเทศ นักเรียนทุน ODOS ระยะที่ 3 และ 4: เพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคด้านภาษาจากระยะที่ 1 และ ระยะที่ 2 โดยกระทรวงศึกษาได้กำหนดมาตรการเตรียมความพร้อมด้านภาษาแก่นักเรียนทุน ODOS รุ่นที่ 3 และ 4 ก่อนเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ โดยเน้น 3 ภาษาหลัก ได้แก่ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น และภาษาเยอรมัน (เพิ่มเติมจากภาษาอังกฤษ) พร้อมจัดทำแผนพัฒนารายบุคคลและประสานสถาบันการศึกษาในการอบรมเข้มก่อนเดินทางจริง
- ยกระดับโรงเรียนคุณภาพ-เร่งแผนควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก 5 ปี เตรียมจัดตั้ง “คณะกรรมการสถานศึกษาระดับตำบล” ขับเคลื่อนการบริหารโรงเรียนขนาดเล็ก ยกระดับจากคณะกรรมการสถานศึกษาเดิมระดับโรงเรียน ให้ครอบคลุมพื้นที่ระดับตำบล โดยมีแนวคิดให้นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เข้ามาร่วมเป็นประธานหรือกรรมการ เพื่อวางยุทธศาสตร์บริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก รวมทรัพยากร และยกระดับเป็นโรงเรียนคุณภาพระดับตำบล ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ปรับปรุงกฎหมาย โครงสร้าง และยกร่างประกาศกระทรวงให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2569 นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบแผนการควบรวมและเรียนรวมของโรงเรียนขนาดเล็กระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569–2573) รวม 5,834 แห่ง พร้อมวางแนวทางนำพื้นที่และอาคารโรงเรียนที่ไม่ได้ใช้งานไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบอื่น
- วาง Roadmap PISA 2029 ยกระดับอันดับการศึกษาไทยในเวทีโลก ซึ่งจากผลการประเมิน PISA ล่าสุด ประกาศเมื่อ 8 ก.ย.2569 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีอันดับดีขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 53 (จากเดิมอันดับ 58) และได้มอบหมายให้ สสวท., สกศ., สทศ., สมศ. และโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ร่วมกันจัดทำ Roadmap PISA 2029 เพื่อเตรียมความพร้อมในการประเมินรอบถัดไปในอีก 3 ปีข้างหน้าอย่างเป็นระบบ พร้อมติดตามผลการทดลองใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในโรงเรียนนำร่องกว่า 3,000–4,000 แห่ง
- เดินหน้าลดภาระงานครู 4 มิติ พร้อมจัดสรร/ฟื้นฟูอุปกรณ์ดิจิทัล เร่งลดงานธุรการ พัสดุ และบัญชีที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอนผ่าน 4 มิติ ได้แก่ มิติด้านนโยบาย กฎหมาย งบประมาณ และทรัพยากรบุคคลควบคู่กับการจัดสรรและซ่อมแซมคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ดิจิทัลในสถานศึกษา โดยเน้นจัดหาให้โรงเรียนที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเป็นลำดับแรก
- กำกับดูแล Screen Time และโซเชียลมีเดีย ป้องกันผลกระทบต่อสุขภาวะเด็ก เตรียมดึงแพลตฟอร์มดิจิทัลร่วมคัดกรองเนื้อหา การใช้งานโซเชียลมีเดียของเด็กและเยาวชนตามช่วงวัย โดยมอบหมายให้จัดตั้งคณะทำงานนำนโยบายไปแปลงสู่การปฏิบัติในสถานศึกษา กำหนดมาตรการควบคุมการใช้หน้าจอและโทรศัพท์มือถือ โดยเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี งดใช้หน้าจอทุกกรณี ส่วนระดับปฐมวัยงดใช้ในสถานศึกษา และควบคุมเวลาในระดับประถม-มัธยม พร้อมเตรียมเชิญผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น Facebook, Line มาหารือเพื่อกำหนดมาตรการยืนยันตัวตน/อายุ (Age Assurance) และคัดกรองเนื้อหาที่เหมาะสมสำหรับเยาวชน
นอกจากนี้ ได้มีการพิจารณาเรื่องการจัดตั้งทีมสื่อสารเชิงรุก & สนับสนุนเด็กไทยแข่ง AI Olympiad โดยที่ประชุมเห็นชอบการตั้งทีมสื่อสารเชิงรุกเพื่อวิเคราะห์และประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล โดยมีโฆษกกระทรวงศึกษาธิการเป็นหัวหน้าทีม รวมทั้งเห็นชอบให้สนับสนุนนักเรียนไทยเข้าร่วมการแข่งขันปัญญาประดิษฐ์โอลิมปิก (AI Olympiad) ทั้ง 2 เวที ในประเทศเวียดนามและสิงคโปร์ เพื่อแสดงศักยภาพเด็กไทยในเวทีระดับนานาชาติ
รมว.ศธ. กล่าวภายหลังการประชุมว่า “เรื่องความร่วมมืออาชีวะกับเยอรมนี จากการที่เราเดินทางไปเยอรมนี โดยพบท่านรัฐมนตรีศึกษาที่เยอรมนี แล้วก็เดินทางไปที่บริษัท Infineon และ BMW เพื่อทำข้อตกลงด้านอาชีวะ ซึ่งเรื่องนี้มีความคืบหน้าอย่างยิ่ง ได้มีข้อสั่งการว่าให้ทางอาชีวะได้พัฒนาหลักสูตรร่วมกับอุตสาหกรรมในสาขาที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อรองรับความร่วมมือในอนาคต ให้พัฒนาทักษะครู บุคลากร ให้ทันต่อเทคโนโลยีใหม่ และให้มีการจัดฝึกปฏิบัติงานในสถานที่ประกอบการจริง อยากให้มีการทำข้อตกลงหรือ MOU ร่วมกัน เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ขณะนี้โรงงานเขามาตั้งที่สมุทรปราการแล้ว โดยจะเปิดวันที่ 1 (ตุลาคม) นี้ ซึ่งตอนนี้เริ่มมีการประสานเรื่องบุคลากรฝ่ายเทคนิค ซึ่งต้องเร่งป้อนบุคลากรทักษะคุณภาพสูงเข้าสู่ตลาดแรงงานทันทีที่เรา MOU แล้ว เราก็จะทำร่วมกับ Infineon ทันที ตอนนี้อยู่ระหว่างทำรายละเอียดกันอยู่
ส่วนเรื่องการเตรียมความพร้อมของนักเรียนที่จะไปเรียนต่อทุน ODOS ระยะที่ 3 และระยะที่ 4 จากปัญหาในระยะที่ 1 และ 2 เรามีอุปสรรคบางเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องภาษา ในรุ่นที่ 3 และรุ่นที่ 4 จึงกำหนดให้มีการเตรียมความพร้อมสำหรับนักเรียนก่อนที่จะเดินทาง โดยเตรียมทักษะ 3 ภาษาหลัก คือ จีน ญี่ปุ่น และเยอรมัน เพิ่มเติมจากภาษาอังกฤษ โดยให้จัดทำแผนพัฒนารายบุคคลและประสานสถาบันการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทางจริง (รุ่นละประมาณ 50 คน)”

สำหรับการจัดตั้งคณะกรรมการสถานศึกษาระดับตำบล จากการลงพื้นที่พบว่ามีความจำเป็นต้องยกระดับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จากเดิมที่มีเฉพาะในพื้นที่โรงเรียน ให้ครอบคลุมทั้งตำบล เพื่อให้การขับเคลื่อนมียุทธศาสตร์
ให้ทบทวนกฎหมาย ออกแบบโครงสร้างเน้นการมีส่วนร่วม และยกร่างประกาศให้เสร็จสิ้นภายในเดือนตุลาคมนี้”
รมว.ศธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ให้จัดทำ Roadmap สำหรับ PISA ในปี 2029 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า แม้ว่าผลการประกาศ PISA เมื่อ 8 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา อันดับเราจะดีขึ้น จากอันดับ 58 เป็นอันดับ 53 แต่ในการสอบอีก 3 ปีข้างหน้า เราต้องเตรียมความพร้อม จึงได้มอบหมายให้ สสวท., สกศ., สทศ., สมศ. ร่วมกันทำแผนเพื่อให้กระบวนการสอบ PISA เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และรักษาอันดับที่ดีขึ้นได้ตลอด
“ส่วนนโยบายการลดภาระงานครูและการจัดสรรคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกัน เนื่องจากส่วนหนึ่งต้องนำอุปกรณ์และเทคโนโลยีมาใช้ จึงต้องเตรียมความพร้อมทั้งเครื่องมือและบุคลากร
สำหรับมาตรการควบคุมหน้าจอและการใช้โทรศัพท์มือถือ โดยดูจำนวนชั่วโมงเป็นหลัก และหลังจากเห็นมาตรการชัดเจนแล้ว ขั้นต่อไปเราจะเชิญผู้ให้บริการแพลตฟอร์มมาคุยกัน เพื่อดูเรื่องการเข้าถึงแพลตฟอร์มของเยาวชน ความเหมาะสม เงื่อนไขอายุ และคัดกรองคอนเทนต์ที่เข้าถึงได้” รมว.ศธ.กล่าว

ทั้งนี้ มีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายวัลลภ รุจิรากร) โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์) และคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายคณาพจน์ โจมฤิทธิ)พร้อมด้วย นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รศ.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา นางเกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยธำรง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และนายอิทธิกร ช่างสากล ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีระบบสารสนเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
สุกัญญา จันสทรสมโภชน์ : ข่าว
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า : ภาพ-กราฟิก
ภาพเพิ่มเติม :
