21 กรกฎาคม 2569 – นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้เกียรติเป็นสักขีพยานร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อขับเคลื่อนโครงการ “1 ปี 1 วุฒิ” ยกระดับโอกาสทางการศึกษาแก่ทหารกองประจำการ โดยนางเกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ และ พลเอก อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ลงนามร่วมกัน ณ ห้องรับรอง 321 กองบัญชาการกองทัพบก

รมช.ศธ. กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับทหารกองประจำการในสังกัดกองทัพบก ให้สามารถยกระดับคุณวุฒิทางการศึกษา พัฒนาความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต การปฏิบัติหน้าที่ และการประกอบอาชีพภายหลังปลดประจำการ เป็นการเปิดประตูแห่งโอกาสให้แก่ทหารกองประจำการ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศให้สามารถใช้ช่วงเวลาระหว่างรับราชการเป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ การพัฒนาตนเอง และเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต

ขอชื่นชมกองทัพบก ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและอนาคตของทหารกองประจำการ และขอชื่นชมกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ที่ได้นำภารกิจตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 มาจัดระบบการเรียนรู้ที่เข้าถึงผู้เรียนจริง ขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับภารกิจของหน่วยทหาร ตามที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ให้สามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง ยืดหยุ่น และสอดคล้องกับบริบทและข้อจำกัดที่ต่างกัน

สำหรับโครงการ 1 ปี 1 วุฒิ เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการเรียนรู้ และกองทัพบก โดยมีเป้าหมายในการเปิดโอกาสให้ทหารกองประจำการสามารถยกระดับคุณวุฒิทางการศึกษาได้อย่าง น้อย 1 ระดับ ภายในระยะเวลา 1 ปี ระหว่างที่เข้ารับราชการทหาร สะท้อนถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการเปิดโอกาสทางการศึกษา สร้างแรงบันดาลใจ และ ส่งเสริมให้กำลังพลสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ในอนาคต และจะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ช่วยวางรากฐานที่มั่นคง เพื่อให้สามารถเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ พร้อม รับมือกับความท้าทายของสังคมและประเทศชาติต่อไป

ในการนี้ ความร่วมมือดังกล่าว ได้ให้ความสำคัญกับ 3 เรื่องหลัก ดังนี้

  1. จัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับชีวิตและภารกิจของทหารกองประจำการ มีแผนและกระบวนการเรียนรู้ยืดหยุ่น ไม่กระทบต่อภารกิจหลักของทางราชการ และมุ่งพัฒนาความรู้ ทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ ตลอดจนสมรรถนะที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ทั้งในระหว่างรับราชการและภายหลังปลดประจำการ
  2. จัดระบบสนับสนุนและดูแลผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง มีข้อมูลผู้เรียนที่ถูกต้อง มีผู้รับผิดชอบดูแลอย่างชัดเจน มีแผนการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล และมีระบบติดตามความก้าวหน้า เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีข้อจำกัดด้านเวลา สถานที่ หรือภารกิจการปฏิบัติงาน
  3. มีการวัด ประเมิน และรับรองผลการเรียนรู้อย่างมีมาตรฐาน โปร่งใส เป็นธรรม สะท้อนความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่เกิดขึ้นจริง รวมทั้งสามารถเชื่อมโยงไปสู่การยกระดับคุณวุฒิ การศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพได้อย่างเหมาะสม

พบพร ผดุงพล / ข่าว , กราฟิก
ภารุจ พูลอำไภย์ / ภาพ