15 กรกฎาคม 2569 – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้การต้อนรับเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย และผู้แทนบริติช เคานซิล ประเทศไทย (British Council) ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างสองประเทศ ณ ห้องราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

โดยมี นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นายวีระ แข็งกสิการ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, รองเลขาธิการคุรุสภา, ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ

รมว.ศธ. เสนอทบทวนกรอบความร่วมมือ การพัฒนาการโครงการอบรมทักษะภาษาอังกฤษ และการพัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษา โดยได้เสนอให้มีการเร่งรัดจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษาฉบับใหม่ เพื่อทดแทนฉบับเดิมที่สิ้นสุดลง โดยมุ่งเน้นการบูรณาการในประเด็นปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทักษะสีเขียว (Green Skills) และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตลอดจนการขยายผลโครงการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ (ReBoot Programme และ English PreBootz) ร่วมกับหน่วยงานในสังกัด นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำถึงเป้าหมายการผลิตกำลังคนทักษะสูงจำนวน 1 ล้านคนภายในระยะเวลา 5 ปี โดยเชิญชวนฝ่ายสหราชอาณาจักรร่วมพัฒนาหลักสูตรและการอาชีวศึกษา (Green TVET) รวมถึงขอรับการสนับสนุนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของประเทศไทย และการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่อง

เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย กล่าวแสดงความยินดีในโอกาสที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเข้ารับตำแหน่ง พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันดีทางการศึกษาที่มีมาอย่างยาวนาน ซึ่งสหราชอาณาจักรมีความพร้อมที่จะเร่งรัดการจัดทำร่างบันทึกความเข้าใจฉบับใหม่ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการแห่งสหราชอาณาจักร เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนและระบบการศึกษาไทยอย่างต่อเนื่อง โดยยินดีที่จะนำองค์ความรู้ ประสบการณ์ รวมถึงความร่วมมือกับเครือข่ายภาคการศึกษา อาทิ Pearson มาร่วมยกระดับการอาชีวศึกษาไทย ตลอดจนยืนยันการสนับสนุนประเทศไทยอย่างเต็มที่ในกระบวนการภาคยานุวัติเข้าเป็นสมาชิก OECD
 
ผู้แทนบริติช เคานซิล ประเทศไทย ได้แสดงความพร้อมในการสานต่อโครงการพัฒนาศักยภาพครูและนักศึกษาครูร่วมกับหน่วยงานหลักของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อส่งเสริมให้ครูไทยสามารถทำหน้าที่เป็นวิทยากรได้อย่างยั่งยืน พร้อมสนับสนุนนโยบายการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา โดยการส่งมอบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์เพื่อใช้งานผ่านแพลตฟอร์มของกระทรวงศึกษาธิการ และจัดกิจกรรมอบรมสัมมนาแก่ครูไทยโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ยังได้กล่าวชื่นชมนโยบายลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและโครงการ Thailand Zero Dropout พร้อมทั้งเรียนเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเข้าร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษในการประชุมว่าด้วยความเสมอภาคทางการศึกษาที่จะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้

นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้เสนอให้มีการพัฒนาการเรียนรู้ภาษาอังกฤษตลอดชีวิต ซึ่งครอบคลุมผู้เรียนนอกระบบทุกช่วงวัย ในประเด็นดังกล่าว บริติช เคานซิล ประเทศไทย ยินดีหารือความร่วมมือร่วมกับกรมส่งเสริมการเรียนรู้ต่อไป

ทั้งนี้ รมว.ศธ. เน้นย้ำว่ากระทรวงศึกษาธิการพร้อมสานต่อความร่วมมือกับสหราชอาณาจักรในทุกมิติ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย พัฒนาครู ผู้เรียน และกำลังคนให้มีทักษะที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 และเสริมสร้างความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในระยะยาว

สมประสงค์ ชาหารเวียง/ ภาพ
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.ศธ./ ข่าว

ภาพเพิ่มเติม: https://drive.google.com/drive/folders/1UyaaRHqJDfhbR67nyuPSMnobOuF23MO9?usp=sharing