25 มิถุนายน 2569 – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 6/2569 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ
โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
รมว.ศธ. กล่าวว่า มติที่ประชุมในภาพรวมของวันนี้ มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงของระบบการศึกษา พร้อมเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารอัตรากำลัง โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
ขยายกรอบอัตรากำลัง สกร. รองรับโครงสร้างใหม่ พร้อมปรับปฏิทินย้ายครู-ผู้บริหาร
ที่ประชุมเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการใช้กรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 4,597 อัตรา ออกไปอีกไม่เกิน 1 ปี เพื่อให้การบริหารงานบุคคลดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและไม่กระทบต่อสิทธิประโยชน์ของบุคลากร พร้อมกำชับให้เร่งจัดทำข้อมูลประกอบการกำหนดกรอบอัตรากำลังใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน
นอกจากนี้ ยังเห็นชอบการกำหนดกรอบอัตรากำลังในสังกัด สกร. ประเภทผู้บริหารการศึกษา จำนวน 84 อัตรา และผู้บริหารสถานศึกษา ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 960 อัตรา รวมทั้งสิ้น 1,044 อัตรา เพื่อรองรับโครงสร้างหน่วยงานและสถานศึกษาที่ปรับใหม่ โดยไม่เพิ่มภาระงบประมาณของภาครัฐ
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมเห็นชอบปรับปฏิทินการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาและครู สกร. ประจำปี 2569 โดยเลื่อนการยื่นคำร้องขอย้ายกรณีปกติ รอบที่ 2 เป็นระหว่างวันที่ 1–15 สิงหาคม 2569 รวมวันหยุดราชการ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
สอศ. ปรับกรอบอัตรากำลังคณาจารย์ 265 อัตรา
ที่ประชุมอนุมัติปรับปรุงกรอบอัตรากำลังคณาจารย์ในสถาบันการอาชีวศึกษาและสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร สังกัด สอศ. จำนวน 265 อัตรา โดยปรับจากการกำหนดกรอบตามประเภทหรือสาขาวิชา มาเป็นการกำหนดกรอบอัตรากำลังในภาพรวมของแต่ละสถาบันตามจำนวนอัตราที่ได้รับอนุมัติ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารกำลังคน และรองรับการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการกำลังคนในอนาคต
เห็นชอบหลักเกณฑ์ย้ายผู้บริหาร สป.
ที่ประชุมยังเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์การย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งประเภทอำนวยการ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.) เพื่อให้การบริหารกำลังคนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับภารกิจในพื้นที่ โดยกำหนดการย้าย 3 กรณี ได้แก่ การย้ายกรณีปกติ การย้ายกรณีพิเศษ และการย้ายเพื่อความเหมาะสมและประโยชน์ของทางราชการ ซึ่งทุกกรณีต้องผ่านการพิจารณาของ อ.ก.ค.ศ. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรม
ปรับเกณฑ์ย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สอดรับนโยบาย “คืนเวลาให้ครู”
ที่ประชุมเห็นชอบการปรับปรุงตัวชี้วัดและคะแนนประเมินศักยภาพผู้ประสงค์ขอย้ายตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา (กรณีปกติ) ประจำปี 2569 ของ สพฐ. สอศ. และ สกร. ให้สอดคล้องกับนโยบาย “คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก” โดยมุ่งเน้นผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน และยกเลิกตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาผลงานหรือรางวัลต่าง ๆ
แก้เกณฑ์ย้ายครูให้สอดคล้องระบบบริหารอัตรากำลัง
ที่ประชุมเห็นชอบการแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ตามหนังสือ ว18/2566 ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นการชั่วคราวระหว่างการพัฒนาระบบ TRS
การปรับปรุงครั้งนี้ให้สอดคล้องกับแนวทางบริหารอัตรากำลังผ่านระบบ SCS ตามหนังสือ ว12/2567 โดยกำหนดให้พิจารณาผู้ขอย้ายจากกลุ่มวิชา ทาง หรือสาขาวิชาเอกที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง หรือผ่านการประเมินวิทยฐานะตรงตามความต้องการของสถานศึกษาเป็นลำดับแรก และพิจารณาผู้ที่มีประสบการณ์และปฏิบัติหน้าที่สอนในวิชาที่ว่างเป็นลำดับถัดไป
ทั้งนี้ การปรับหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะช่วยให้การพิจารณาย้ายครูมีความชัดเจน สอดคล้องกับระบบบริหารอัตรากำลังที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และสามารถใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
ธรรมนารี ชดช้อย/ ข่าว-กราฟิก
อินทิรา บัวลอย/ ภาพ
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา/ ข้อมูล
