ศรีสะเกษ – 22 มกราคม 2569 / นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม Kick – off Thailand Zero Dropout ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ พร้อมด้วย นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ ศธ., นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษก ศธ., นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ., นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ สกศ., นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ., นางเกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดี สกร., นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ., นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการ กช., ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วม ณ ห้องประชุมศรีลำดวน แกรนด์บอลรูม โรงแรมศรีลำดวน จังหวัดศรีสะเกษ
รมว.ศธ. กล่าวว่า ขอบคุณจังหวัดศรีสะเกษที่มีโครงการ “Sisaket Zero Dropout” ที่ทุกคนมีส่วนสำคัญในการค้นหาเด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษาในพื้นที่ ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยนำเด็กกลับเข้ามาสู่ระบบการศึกษา เด็กเหล่านี้เป็นเด็กที่ต้องได้รับการดูแลให้โอกาสด้านการศึกษา ด้วยจังหวัดศรีสะเกษเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา หลายสิ่งที่จะต้องมาเริ่มที่ศรีสะเกษ ที่ผ่านมาผู้ว่าราชการจังหวัดได้ทำงานร่วมกับศึกษาธิการจังหวัดในการค้นหาและเชื่อมโยงข้อมูล
สิ่งอยากฝากคือให้ทุกหน่วยงานเร่งเชื่อมโยงข้อมูลเด็กหลุดออกนอกระบบเข้าสู่ข้อมูลกลาง รวมถึงการส่งเสริมให้เด็กมีรายได้ระหว่างเรียน เรียนได้ยืดหยุ่นตามอัธยาศัย สามารถทำงานและแปลงไปเป็นหน่วยกิตได้ และที่สำคัญคือการทำงานเป็นเนื้อเดียวกัน และขอให้ติดตามเด็กเป็นรายบุคคลไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังแม้แม้แต่คนเดียว ให้สมกับคำว่า “บ่ทิ้งกัน”
Thailand Zero Dropout เป็นภารกิจที่มีความสำคัญ การศึกษาเท่านั้นที่จะช่วยสร้างชาติได้ และศรีสะเกษเป็นจังหวัดพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาที่จะได้รับโอกาส หากนำการศึกษาแก้ไขปัญหาความยากจนจะเป็นสิ่งที่ทำให้ศรีสะเกษพลิกกลับมาได้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกภาคส่วนเดินหน้าค้นหาเด็กให้เข้าสู่การระบบการเรียนที่เหมาะสม มั่นใจว่าศรีสะเกษจะเป็นส่วนหนึ่งของต้นแบบสู่ความสำเร็จให้ทั้งประเทศได้เรียนรู้ต่อไป
ในการนี้ รมว.ศธ. ได้เดินทางไปยังโรงเรียนขุขันธ์ สังกัด สพม.ศรีสะเกษ ยโสธร เพื่อเป็นประธานพิธีเปิดอาคารเรียน “อรุณเบิกฟ้า 74 ปี ศรีขุขันธ์” โดยได้กล่าวในตอนหนึ่งว่า เรื่องของความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ อาคารแห่งใหม่นี้จะเป็นอาคารหลักอีกที่ในการสร้างความมั่นคงและปลอดภัย สร้างความรู้ความสามารถให้กับผู้เรียนครูผู้สอนได้ มีความสะดวกสบายสมกับนโยบายลดภาระงานครูสร้าง ความสุขให้กับเด็ก ขอขอบคุณเพื่อนข้าราชการทุกคนที่ช่วยขับเคลื่อนการดำเนินงาน และขอชื่นชมผู้เกี่ยวข้องในการสร้างอาคารแห่งนี้ ที่เล็งเห็นถึงการพัฒนาเยาวชนให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าเป็นกำลังสำคัญของชาติต่อไป
ในเวลาต่อมา รมว.ศธ.ได้เดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์ชาวกูย อ.ปรางค์กู่ เพื่อเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์อาชีพ จาก สกร.ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมเยี่ยมชมการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการจัดการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ สกร.ปรางค์กู่ รวมถึงเยี่ยมชมกลุ่มอาชีพผลิตภัณฑ์แส่วผ้าในบ้านดุงกูย ผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อมก้านตาล และข้าวเกรียบตาลอ่อนในบ้านดุงกุย ไปจนถึงเยี่ยมชมวิถีชาวกูย การทอผ้าไหม การทำขนมไปรกะซัง และเยี่ยมชมรถโมบายจังหวัด
ทั้งนี้ รมว.ศธ. ได้เดินทางไปยัง โรงเรียนปรางค์กู่ และ โรงเรียนอนุบาลกันทรารมย์ เพื่อพบปะและรับฟังเสียงสะท้อนจากคณะผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา จากการนำนโยบาย 5 ด้าน ไปปฏิบัติ โดยปัญหาที่พบในพื้นที่อาทิเรื่องแก้ไขปัญหาหนี้สินครู การลดดอกเบี้ยสหกรณ์ออมทรัพย์ เรื่องขั้นตอนในการทำวิทยฐานะ เรื่องการจัดซื้อจัดจ้างอาหารกลางวันเด็ก เรื่องหลักสูตรในการลดความเหลื่อมล้ำ รวมถึงการลดภาระครู
โดย รมว.ศธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกเรื่องที่ได้รับฟังเสียงสะท้อนจากครูในพื้นที่ในวันนี้เป็นเรื่องสำคัญ และจะไม่ถูกละเลย เพราะศรีสะเกษเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาและในอนาคตจะเป็นพื้นที่นำร่อง Sandbox โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนที่พบปัญหากระทบกับประเทศเพื่อนบ้าน จากนโยบายห้าด้านที่มอบให้ไปจะดึงเทคโนโลยีมาใช้ให้เป็นประโยชน์เพื่อปรับลดเอกสารให้ลดลงมากที่สุด อีกสิ่งที่จะทำคือระบบครัวกลางที่ต้องทำข้อตกลงกับกระทรวงมหาดไทย และให้ความสำคัญเรื่องโรงเรียนปลอดภัยอย่างเป็นระบบ ไปจนถึงดูแลเรื่องการปรับวิทยฐานะ
ขณะนี้ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ กำลังออกแบบอยู่ระหว่างการยกร่าง และจะเข้าสู่ชั้นสภาผู้แทนราษฎรภายในเดือนธันวาคมนี้ ถือเป็นสถาปัตยกรรมภาคการศึกษาเป็นการปฏิรูปการศึกษาของประเทศ และยังให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา หลักสูตรการเรียนการสอน รวมถึงเรื่องลดความเหลื่อมล้ำ และค่าใช้จ่ายรายหัวด้วย
ขอบคุณที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และฝากผู้บริหารในส่วนที่เกี่ยวข้องดูแลเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา ประสานงานเขตพื้นที่ทำให้กลุ่มนี้ให้กลายเป็นศูนย์ แก้ไขปัญหาและนำข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ดำเนินการสู่การปฏิบัติต่อไป
ภายหลังจากนั้น รมว.ศธ. ได้เดินทางไปยังโรงเรียนบ้านหนองนาเวียง สังกัด สพป.ศรีสะเกษเขต 1 โดย ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า จากการที่ลงพื้นที่หลายโรงเรียนเพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากครูและบุคลากรทางการศึกษา ว่าหลังจากที่มอบนโยบายแล้วมีสิ่งใดที่จำเป็นต้องเพิ่มเติมหรือแก้ไขปรับปรุง สิ่งที่เห็นคือเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษาที่บางแห่งยังมีอาคารที่ไม่พร้อม ส่วนเรื่องหลักสูตรว่าพบว่าโรงเรียนบ้านหนองนาเวียง เน้นเรื่องภาษา ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน แม้จะเป็นโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนน้อยแต่ก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เป็นสิ่งที่น่าส่งเสริมเพราะลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาตรงนโยบายที่มอบไว้
สำหรับด้านระบบการเรียนการสอนกับการพัฒนาบุคลากรต้องดำเนินการควบคู่กัน เน้นให้ครูทำการเรียนการสอนโฟกัสกับนักเรียน แล้ว ศธ.จะลดภาระด้านอื่นให้ครู และในส่วนของโรงเรียนพื้นที่ติดชายแดนมีความห่วงใยเรื่องความปลอดภัย ขอให้กำลังใจครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ หากมีเหตุฉุกเฉินสามารถประสานมาได้ทันที เราพร้อมสนับสนุนการทำงานให้กับโรงเรียนในพื้นที่ที่ประสบปัญหาต่าง ๆ
นายสมาน เวียงปฏิ ศึกษาธิการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดศรีสะเกษมีประชากรวัยเรียนอายุ 3–18 ปี จำนวนกว่า 230,000 คน โดยส่วนใหญ่อยู่ในระบบการศึกษาแล้วแต่ยังพบเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาร้อยละ 3.62 ของประชากรวัยเรียนทั้งหมด ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ต้องได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทั้งจากสภาพปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม การย้ายถิ่นฐาน การขาดโอกาสทางการศึกษา และปัจจัยเฉพาะรายที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่
ที่ผ่านมาได้ขับเคลื่อนงานร่วมกับหน่วยงานด้านการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านสังคม สาธารณสุข แรงงาน ภาคเอกชน ผู้นำชุมชน และภาคประชาสังคม ในการค้นหา ติดตาม และช่วยเหลือเด็กเป็นรายกรณีอย่างต่อเนื่อง จนสามารถนำเด็กจำนวนมากกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาและการเรียนรู้ สร้างกลไกการทำงานร่วมกันที่เข้มแข็ง มุ่งสู่เป้าหมายการลดจำนวนเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์อย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “บ่ถิ่มกัน ปั้นอนาคตเด็กศรีสะเกษ” เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างแท้จริง
พบพร ผดุงพล / ข่าว , กราฟิก
สมประสงค์ ชาหารเวียง / ภาพ
