12 มิถุนายน 2569 – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้การต้อนรับคณะสมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย (ส.ค.ท.) ในโอกาสเข้าหารือและเสนอข้อคิดเห็นเชิงนโยบายเพื่อผลักดันการปฏิรูปการศึกษา รวมถึงเร่งรัดการพิจารณากฎหมายด้านการศึกษาที่อยู่ระหว่างกระบวนการนิติบัญญัติ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา เข้าร่วม ณ ห้องประชุมจันทรเกษม ชั้น 1 อาคารราชวัลลภ
รมว.ศธ. กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับทุกข้อเสนอของภาควิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยหลายประเด็นได้มีการจดบันทึกและนำไปประกอบการดำเนินงานแล้ว พร้อมยืนยันความคืบหน้าการผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพครู โดยเฉพาะร่างกฎหมายสภาวิชาชีพครู ซึ่งได้นำร่างเดิมกลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาใหม่หลังการยุบสภา และอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอน
ในส่วนของร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการยกร่างและเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยผู้ที่มีข้อเสนอแนะสามารถจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรส่งมายังคณะอนุกรรมการยกร่าง เพื่อประกอบการพิจารณา พร้อมตั้งเป้าเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาภายในเดือนธันวาคม 2569
“พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติถือเป็นกฎหมายสำคัญที่เปรียบเสมือนธรรมนูญการศึกษาไทย ใช้มาตั้งแต่ปี 2542 และยังไม่เคยมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ให้สอดคล้องกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในทุกมิติของชีวิต แต่ในกฎหมายเดิมยังไม่มีการกล่าวถึงเรื่องเหล่านี้อย่างชัดเจน จึงถึงเวลาที่ต้องร่วมกันออกแบบกฎหมายการศึกษาฉบับใหม่ให้ตอบโจทย์อนาคต” รมว.ศธ. กล่าว
ในส่วนของโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งมีมากกว่า 15,000 แห่งทั่วประเทศ ยืนยันว่าไม่มีนโยบายยุบหรือควบรวมโรงเรียน แต่จะมุ่งพัฒนาคุณภาพการศึกษา ผ่านแนวคิดโรงเรียนคุณภาพ โรงเรียนนวัตกรรม และโรงเรียนดีใกล้บ้าน เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม
นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการยังเดินหน้าลดภาระงานครูด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุนการบริหารจัดการ รวมถึงพัฒนาโครงการ “Cloud Kitchen” หรือ “ครัวกลาง” เพื่อยกระดับคุณภาพอาหารกลางวันนักเรียนและลดภาระการบริหารจัดการของโรงเรียน
พร้อมกันนี้ ยังเร่งขับเคลื่อนการดูแลครูและบุคลากรทางการศึกษาในหลายมิติ ทั้งการเยียวยาครูอัตราจ้าง การสอบบรรจุครู การสนับสนุนครูธุรการ การคุ้มครองสิทธิประกันสังคม ตลอดจนการพัฒนาหลักสูตรด้านสันติศึกษาและความปลอดภัยในสถานศึกษา
รมว.ศธ. เน้นย้ำว่า การปฏิรูปการศึกษาจะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยทุกฝ่ายต้องยึดประโยชน์ของผู้เรียนและบุคลากรทางการศึกษาเป็นเป้าหมายสำคัญ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อน 5 นโยบายหลักของกระทรวงศึกษาธิการ ควบคู่กับการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและระบบฐานข้อมูลกลาง เพื่อยกระดับการบริหารจัดการและนำกระทรวงศึกษาธิการสู่การเป็นองค์กรแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ
ธรรมนารี ชดช้อย/ กราฟิก-ข่าว
ภารุจ พูลอำไภย์/ ภาพ
