6 มิถุนายน 2569 – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วม ประกาศเจตนารมณ์ “บูรณาการการขับเคลื่อนการยกระดับทุนมนุษย์และปกป้องคุ้มครองสิทธิ์เสรีภาพของคนไทยทุกช่วงวัย” ระหว่าง 3 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) และกระทรวงมหาดไทย(มท.) พร้อมด้วย นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา
โดยมี นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รศ.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
รมว.ศธ. กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 3 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงมหาดไทย เพื่อขับเคลื่อนนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคนและคุณภาพชีวิตประชาชนในทุกมิติ โดยเฉพาะการลดความเหลื่อมล้ำ การคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง และการสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง
“นครราชสีมาเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงและมีความพร้อมในการเป็นพื้นที่ต้นแบบ เราตั้งใจนำ ‘โคราชโมเดล’ เป็นต้นแบบการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อขยายผลสู่พื้นที่อื่นของประเทศ โดยจะมีการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกนโยบายเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม” รมว.ศธ. กล่าว
นอกจากนี้ รมว.ศธ. ได้เผย 6 ประเด็นความร่วมมือสำคัญระหว่าง 3 กระทรวง เพื่อขับเคลื่อน “โคราชโมเดล” สู่การพัฒนาการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย การยกระดับอาหารกลางวันและโภชนาการเด็กเพื่อลดภาระครู การสร้างสถานศึกษาปลอดภัยห่างไกลยาเสพติดและความรุนแรง การดูแลเด็กพิการให้เข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม การนำเด็กหลุดจากระบบการศึกษากลับเข้าสู่การเรียนรู้ผ่านรูปแบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นและระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และการพัฒนารูปแบบ “ชุมชนคือห้องเรียน” (Community-Based Learning) โดยใช้ทรัพยากรและศักยภาพของชุมชนเป็นฐานในการสร้างโอกาสการเรียนรู้สำหรับคนทุกช่วงวัย
ด้าน นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและความท้าทายทางสังคม การดูแลเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมายผลักดัน “โคราชโมเดล” ผ่านการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนให้ครบทุกตำบล การพัฒนาโรงเรียนผู้สูงอายุ และการขับเคลื่อนกองทุนสวัสดิการชุมชน เพื่อสร้างระบบดูแลประชาชนอย่างครอบคลุมในทุกมิติ
ขณะที่ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยพร้อมสนับสนุนและบูรณาการการทำงานร่วมกับทั้งสองกระทรวงอย่างจริงจัง ทั้งในด้านการเชื่อมโยงฐานข้อมูล การเข้าถึงบริการภาครัฐ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการเร่งรัดโครงการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประชาชน
จากนั้นในช่วงบ่าย คณะได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอพิมาย (สกร.อำเภอพิมาย) และโรงเรียนพิมายพิทยาคม เพื่อรับฟังผลการดำเนินงานด้านการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
รมว.ศธ. เผยว่า ความร่วมมือระหว่าง 3 กระทรวงจะถูกขับเคลื่อนต่อยอดเป็น “พิมายโมเดล” ซึ่งมุ่งพัฒนาทุนมนุษย์ผ่านการศึกษา การพัฒนาสังคม และการบริหารจัดการในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะการดูแลผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางให้สามารถเข้าถึงการเรียนรู้และพัฒนาทักษะอาชีพได้อย่างต่อเนื่อง
“ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้เป็นกลไกสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถเข้ามาเรียนรู้ พัฒนาทักษะอาชีพ และต่อยอดศักยภาพของตนเองได้ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพดั้งเดิมหรืออาชีพใหม่ในยุคดิจิทัล ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” รมว.ศธ. กล่าว
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยังได้พบปะผู้บริหาร ครู และนักเรียนโรงเรียนพิมายพิทยาคม พร้อมมอบนโยบายการศึกษา 5 ด้าน ได้แก่ 1) ลดภาระครูและสร้างความสุขให้ผู้เรียน 2) ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 3) จัดการเรียนรู้สู่โลกแห่งความเป็นจริง 4) เสริมสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา และ 5) การขับเคลื่อนพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่
ในโอกาสนี้ รมว.ศธ. ได้ติดตามมาตรฐานความปลอดภัยภายในโรงเรียน โดยพบว่าโรงอาหารของโรงเรียนประสบปัญหาน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้พื้นคอนกรีตบางส่วนชำรุด จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจและดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซม เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดต่อนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา
สำหรับประเด็นความปลอดภัยในสถานศึกษา รมว.ศธ. เน้นย้ำว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ลงนามความร่วมมือกัน 18 หน่วยงานเครือข่าย เพื่อยกระดับระบบความปลอดภัยในสถานศึกษา พร้อมจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและความปลอดภัย เพื่อรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ
“ความปลอดภัยไม่ได้หมายถึงเฉพาะในรั้วโรงเรียน แต่รวมถึงการใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลด้วย ปัจจุบันเด็กและเยาวชนต้องเผชิญความเสี่ยงทางไซเบอร์มากขึ้น กระทรวงศึกษาธิการจึงเดินหน้าส่งเสริมความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ควบคู่กับการสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล เพื่อให้เด็กไทยสามารถเรียนรู้และเติบโตได้อย่างปลอดภัยในโลกยุคใหม่” นายประเสริฐ กล่าว
รมว.ศธ. ย้ำว่า การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากการพัฒนาคน โดยกระทรวงศึกษาธิการพร้อมทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในการสร้างโอกาสทางการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัย เพื่อให้การศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
ธรรมนารี ชดช้อย/ ข่าว
นัทสร ทองกำเหนิด/ วิดีโอ
ภารุจ พูลอำไภย์/ ภาพ
