4 มิถุนายน 2569 – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจเพื่อจัดทำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. ครั้งที่ 1/2569 โดยมีศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ เป็นประธาน พร้อมด้วย นายสุภัทร จำปาทอง นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา และคณะอนุกรรมการฯ เข้าร่วม ณ ห้องสิปปนนท์ เกตุทัต สกศ. และผ่านระบบออนไลน์
รมว.ศธ. กล่าวว่า ธรรมนูญการศึกษาคือภารกิจชาติที่จะขับเคลื่อนกฎหมายการศึกษาร่วมกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ทางการศึกษา ยกระดับคุณภาพและพัฒนาทุนมนุษย์ในระยะยาว โดยจะมีคณะทำงานเชิงปฏิบัติการยกร่างกฎหมายโดยตรง ทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย นักวิชาการ นักการศึกษา เพื่อให้กฎหมายมีมติที่ครอบคลุมและนำมาใช้ได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ มีเข็มทิศแนวทางการทำงานที่ชัดเจน
จากการรับฟังความคิดเห็นจากหลายภาคส่วน พบว่าร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับเดิม (660/2564) ยังมีหลายประเด็นที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงต้องมีพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ที่สอดคล้องกับบริบทโลกยุคใหม่เพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านการรองรับความแตกต่างของผู้เรียน การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เปิดพื้นที่การศึกษาให้มีความยืดหยุ่นทันสมัย เพื่อนำไปสู่กฎหมายที่สังคมมีส่วนร่วมในการกันออกแบบอย่างแท้จริง
กระทรวงศึกษาธิการมีความตั้งใจว่ากฎหมายฉบับนี้จะสามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาได้ทันสมัยประชุมหน้าในเดือนธันวาคม 2569 นี้ ซึ่งสิ่งสำคัญคือกรอบเวลาการทำงาน โดยจะจัดทำหลักการร่างกฎหมายให้เสร็จก่อนวันที่ 10 มิถุนายน จากนั้นจะนำเข้าสู่ช่วงรับฟังหลักการจากผู้มีส่วนได้เสีย ผ่านคณะที่ปรึกษา 30 วัน จนถึงวันที่ 10 กรกฎาคม ในระหว่างนี้จะพิจารณาจัดทำรายละเอียดของร่างควบคู่ไปด้วย
ในช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม เป็นขั้นตอนการรับฟังร่างกฎหมาย อีก 30 วันภายหลังจากการยกร่างเรียบร้อยแล้วจนถึงวันที่ 10 สิงหาคม ก่อนที่จะเสนอร่างฯ ต่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2569 และในช่วงเดือนกันยายน – พฤศจิกายน ร่างฯ จะต้องเข้าสู่การรับหลักการของ ครม.รอบแรกใน วันที่ 15 กันยายน ให้ทันภายในวันที่ 1 ธันวาคม เพื่อให้ ครม.มีมติส่งเข้ารัฐสภาไม่เกินวันที่ 7 ธันวาคม ซึ่งทันก่อนที่สภาจะปิดสมัยประชุมในวันที่ 22 ธันวาคม 2569
รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า แม้กรอบระยะเวลานี้มีความท้าทาย บวกกับสังคมตั้งความหวังกับการยกร่างกฎหมายการศึกษาฉบับใหม่ไว้สูงมาก แต่ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของผู้ทรงคุณวุฒิที่สามารถบริหารจัดการการดำเนินงานตามดุลยพินิจได้ กระทรวงศึกษาธิการจึงคาดหวังว่าในปี 2570 จะได้เห็นหน้าตาของกฎหมายฉบับนี้ออกมาและมีผลบังคับใช้สำเร็จ และเกิดขึ้นได้ภายในรัฐบาลนี้ นับเป็นภารกิจของชาติในการวางโอกาสในอนาคตให้กับเด็กและเยาวชนทุกคนประเทศเรา
พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะเป็นการยกระดับการศึกษาไทยให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งภาคสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ เพราะไม่ได้สร้างบุคลากรที่มีคุณภาพในประเทศเราอย่างเดียว แต่เราสร้างความเป็นพลเมืองโลกให้กับคนไทยด้วย เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้จึงต้องมองไกลแบบมีวิสัยทัศน์
ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีความรู้ผลงานเป็นที่ประจักษ์มีความเชี่ยวชาญหลากหลายด้านเป็นทั้งตัวแทนฝ่ายข้าราชการนักกฎหมายภาคีเครือข่ายที่ทุ่มเทงานให้กับการศึกษามาโดยตลอด ที่ให้เกียรติร่วมเป็นอนุกรรมการร่างกฎหมายการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นกระทรวงได้ใช้เวลาพอสมควรในการค้นหารายชื่อและได้เห็นว่าทุกท่านเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถอยู่ในวงการการศึกษาที่สำคัญกฎหมายฉบับนี้จะเป็นกฎหมายที่มีมีความสำคัญอย่างยิ่งในอนาคต
“สิ่งที่ต้องการจะทำให้เป็นจริงได้คือเปลี่ยนภาพเดิมของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นภาพใหม่ที่ทันสมัยขึ้น สามารถทำให้ผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกกลุ่มทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีได้ สิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สูงสุดให้กับผู้เรียน และเราพร้อมสนับสนุนการทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้กฎหมายการศึกษาที่มีความยืดหยุ่น เป็นธรรม พลิกโฉมการศึกษาไทยอย่างแท้จริง” รมว.ศธ. กล่าว
พบพร ผดุงพล / ข่าว , กราฟิก
อินทิรา บัวลอย / ภาพ
