กระทรวงศึกษาธิการ เร่งเครื่องลดภาระครู ประกาศยกเลิกโครงการสถานศึกษาสีขาว และอีก 6 โครงการประเมินซ้ำซ้อน ในงบประมาณปี 70 ทันที เดินหน้านโยบาย “work Smart” คืนครูสู่ห้องเรียน พร้อมเผยกรอบการดำเนินงานจัดทำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ รับฟังเสียงทุกภาคส่วน ต่อยอดของเดิม เพิ่มเติมความทันโลก ตั้งเป้าแล้วเสร็จปลายปีนี้

27 พฤษภาคม 2569 – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 3/2569 โดยนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินัน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารระดับสูง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

รมว.ศธ. กล่าวว่า ในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่นี้ สิ่งที่ครูควรได้ใช้เวลามากที่สุดคือ การดูแลและพัฒนานักเรียนใน ห้องเรียน จากการลงพื้นที่พบว่าครูจำนวนมากยังต้องแบกรับภาระงานเอกสาร งานประเมิน งานพัสดุ การเงิน และโครงการต่าง ๆ ที่ซ้ำช้อน จนกระทบต่อเวลาและคุณภาพการเรียนการสอน โดยข้อมูลจาก กสศ. ยังสะท้อนว่า ครูกว่า 47.7% มองว่าภาระงานเหล่านี้ส่งผลต่อคุณภาพการสอน และกว่า 63% ไม่สามารถรักษาสมดุลชีวิต หรือ Work-Life Balanced ได้

วันนี้ ศธ.จึงจำเป็นต้องเดินหน้าแนวทาง “Work Smart” เพื่อลดภาระงานที่ไม่จำเป็น คืนเวลาให้ครูได้กลับไปทำหน้าที่สำคัญที่สุด คือ การดูแลนักเรียน เพราะประเด็นที่ครูสะท้อนมากที่สุด คือ ภาระด้านเอกสารและการประเมินของโครงการต่าง ๆ โดยเฉพาะโครงการสถานศึกษาสีขาว การรายงานผล ITA ที่มีความซ้ำซ้อนอยู่หลายส่วนเช่นกัน ควรปรับให้สะดวกและลดขั้นตอน

จากนี้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะเข้ามามีบทบาทในการกำกับ ติดตาม มากขึ้น โดยไม่ให้โรงเรียนจัดทำเอกสาร รายงานเพื่อให้ครูมีเวลาอยู่กับภาระงานที่เหมาะสมมากขึ้น โดย ศธ.จะทยอยทบทวนตามแนวทาง Work Smart ให้ไม่เป็นภาระที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนโดยตรง และจะมีการบูรณาการระบบข้อมูลให้สามารถใช้รายงานได้หลายระบบ ลดการกรอกข้อมูลซ้ำตลอดปีการศึกษา รวมถึงจะทยอยโอนภารกิจ ด้านพัสดุ การเงิน และงานธุรการบางส่วนของโรงเรียนขนาดเล็ก ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเข้ามาช่วยดำเนินการมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่ไม่มีความช้ำซ้อน

“ขอยืนยันว่าการลดภาระครูไม่ใช่เพียงการลดงานเอกสาร แต่คือการปรับวิธีทำงานของระบบการศึกษาไทยทั้งระบบ เป้าหมายด้านความปลอดภัย การป้องกันยาเสพติด การส่งเสริมคุณลักษณะที่ดี และการดูแลนักเรียนยังคงมีความสำคัญเช่นเดิม แต่แนวทางตามนโยบาย Work Smart คือการลดภาระการดำเนินงานและการประเมินที่ตกอยู่กับโรงเรียน เพื่อให้ครูมีเวลาอยู่กับนักเรียนมากขึ้น และผู้เรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพมากขึ้นอย่างแท้จริง ” รมว.ศธ. กล่าว

รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของ “พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่” จากการที่ประเทศไทยรอการปฏิรูปกฎหมายการศึกษาครั้งใหญ่มาเป็นเวลานาน ศธ.จึงเห็นว่าจำเป็นต้องมีเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทโลกยุคใหม่ รับกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม และรูปแบบการเรียนรู้ของผู้คน โดยเฉพาะกฎหมายฉบับใหม่นี้จะต้องรองรับความแตกต่างของผู้เรียน ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเปิดพื้นที่ให้ระบบการศึกษามีความยืดหยุ่น ทันสมัย และตอบโจทย์อนาคตของประเทศได้จริง

จากการที่ได้จัด Workshop รับฟังความคิดเห็นจากหลายภาคส่วน ศธ.จึงตัดสินใจเดินหน้าจัดทำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ โดยจะต่อยอดจากข้อเสนอ งานศึกษา และความคิดเห็นที่มีอยู่เดิม พร้อมปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศและโลกในปัจจุบัน การดำเนินงานครั้งนี้จะ มีกรอบเวลาที่ชัดเจน มีโครงสร้างการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และเปิดให้ทุกภาค ส่วนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่สังคมร่วมกันออกแบบ ไม่ใช่กฎหมายของ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ในการนี้ ได้มีการจัดตั้งคณะที่ปรึกษาทำหน้าที่รวบรวมความคิดเห็น หลักการ และข้อเสนอจากทุกภาคส่วน เพื่อสะท้อนมุมมองของสังคมต่อางการศึกษาไทย โดยมีผู้แทนจากภาคการเมือง ภาคประชาสังคม ข้าราชการ บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปฏิบัติงานหน้างาน ภาคเอกชน นักวิชาการ ตลอดจนเยาวชน เข้ามามีส่วนร่วมอย่างครอบคลุม และคณะยกร่างพระราชบัญญัติฯ ที่วางแผนการดำเนินงานอย่างจริงจัง โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย นักการศึกษา นักวิชาการ และตัวแทนภาคประชาสังคมเพื่อให้เนื้อหากฎหมายมีทั้งมิติทางวิชาการ มิติทางสังคม สามารถนำไปใช้ได้จริง รวมถึงจะจัดตั้งคณะทำงานบูรณาการ พร้อมอนุกรรมการติดตามความคืบหน้า และจัดตั้งสำนักงานเฉพาะกิจเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานเรื่องนี้โดยตรง เพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการตั้งเป้าหมายของกระบวนการยกร่าง รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 แล้วเสร็จภายในปลายปีนี้ เพื่อให้สามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาได้ทันเดือนธันวาคม 2569 ศธ.จะเดินหน้าอย่างเต็มที่ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเปิดพื้นที่ทำงานร่วมกับสังคมในครั้งนี้ จะนำไปสู่กฎหมายการศึกษาที่ทันสมัย ยืดหยุ่น เป็นธรรม และได้รับการยอมรับร่วมกันจากทุกฝ่าย เพื่อวางรากฐานอนาคตของเด็กไทยและประเทศชาติในระยะยาว

รมช.ศธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับโครงการสถานศึกษาสีขาว ศธ.จะยกเลิกทันทีในปีงบประมาณ 2570 เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงท้ายปีงบประมาณ 2569 แล้ว ส่วนอีก 6 โครงการ ได้แก่ กิจกรรมการประเมิน ITA ออนไลน์, กิจกรรมการประเมินโรงเรียนคุณธรรม 4–5 ดาว, โครงการยกระดับสมรรถนะความฉลาดรู้ของผู้เรียนตามกรอบประเมินระดับนานาชาติสู่การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน, โครงการยกระดับ OBEC Channel, โครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้สู่ห้องเรียน และโครงการส่งเสริมสุขภาพและพลานามัย จะดำเนินการยกเลิกการประเมินทั้งหมด ซึ่งหน่วยงานที่กำกับจะแจ้งเวียนหนังสือไปยังสถานศึกษาที่ดูแลต่อไป

พบพร ผดุงพล / ข่าว
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ภาพ
สมประสงค์ ชาหารเวียง / วิดีโอ