16 พฤษภาคม 2569 / นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ในฐานะประธานกรรมการคุรุสภา พร้อมด้วย ผศ.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา และคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 ณ อาคารสำนักบริการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพมหานคร

การสอบครั้งนี้ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัย เพื่อยกระดับมาตรฐาน ลดข้อผิดพลาด และเพิ่มความรวดเร็วในการประมวลผล โดยมีการจัดสอบพร้อมกันทั่วประเทศ 26 สนามสอบ ใน 23 จังหวัด แบ่งเป็น 6 รอบ โดยมีผู้สมัครเข้าสอบรวมทั้งสิ้น 48,882 คน (ชาวไทย 48,569 คน และชาวต่างชาติ/อื่น ๆ รวม 313 คน)

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เน้นย้ำว่า วิชาชีพครูคือ “ต้นน้ำของการศึกษา” กระบวนการคัดกรองจึงต้องมีความโปร่งใส ยุติธรรม และได้มาตรฐานสูงสุด

รมว.ศธ. กล่าวว่า “จะไม่มีการประนีประนอมให้กับเรื่องทุจริตใด ๆ ทั้งสิ้น” และหากพบเบาะแสความไม่โปร่งใส สามารถแจ้งได้ทันทีผ่านสายด่วนการศึกษา 1579 หรือระบบ E-Service ของกระทรวง

ด้านการอำนวยความสะดวก คุรุสภาได้ดูแลกลุ่มผู้เข้าสอบที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษรวม 309 คน เช่น พระภิกษุสงฆ์ หญิงตั้งครรภ์ และผู้พิการ รวมถึงอนุญาตให้แต่งกายตามเพศสภาพได้ ทั้งนี้ จะประกาศผลการทดสอบในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์ของคุรุสภา“

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยมว่า “การลงพื้นที่วันนี้ เพื่อตรวจความพร้อมของสนามสอบซึ่งมี 26 แห่งทั่วประเทศ โดยดำเนินการสอบรวม 3 วัน และการตรวจสอบทั้งเรื่องเอกสาร ห้องสอบ และมาตรการอำนวยความสะดวก เช่น การเตรียมแพทย์และพยาบาล กรณีผู้เข้าสอบเจ็บป่วย”

และขอย้ำว่ากระบวนการทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส ยุติธรรม และห้ามมีการทุจริตอย่างเด็ดขาด หากพบความผิดปกติขอให้แจ้งทันที สำหรับประเด็นการขาดแคลนครู มองว่าไม่ใช่ปัญหาหลัก เพราะในแต่ละปีมีผู้สนใจเข้าสอบจำนวนมาก อย่างครั้งนี้ก็มีถึง 4.8 หมื่นคน ซึ่งครอบคลุมกับจำนวนครูที่เกษียณอายุไปแล้ว

ทั้งนี้ ด้านมาตรฐานจริยธรรมวิชาชีพครูต้องเป็นแบบอย่างให้เด็ก ๆ ดังนั้น มาตรฐานจริยธรรมและจรรยาบรรณต้องสูงกว่ามาตรฐานทั่วไป

สำหรับเรื่องการตรวจสุขภาพจิตก่อนบรรจุ จะมีการทบทวนอีกครั้ง โดยจะนำเข้าที่ประชุมหารือร่วมกับเลขาธิการคุรุสภาโดยเร็ว

ผศ.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัจจุบันมีการดำเนินการมานานแล้ว โดยผู้ที่จะเข้าบรรจุต้องมีใบรับรองแพทย์ว่าสุขภาพจิตปกติ ซึ่งการคัดเลือกในขั้นตอนการบรรจุนั้น หน่วยงานต้นสังกัดจะเป็นผู้รับรองและตรวจสอบประวัติของผู้ที่จะรับเข้าทำงาน

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญในการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงแนวทางการจัดการทดสอบทุกรูปแบบของกระทรวงศึกษาธิการให้มีประสิทธิภาพและยกระดับมาตรฐานให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

ช่องทางการร้องเรียนหากพบเบาะแสการทุจริต เพื่อตอกย้ำนโยบายความโปร่งใส หากผู้เข้าสอบ บุคลากรทางการศึกษา หรือประชาชนท่านใด พบเห็นเบาะแสการทุจริต หรือมีความไม่โปร่งใสในการสอบ สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนตรงถึงกระทรวงศึกษาธิการได้ทันที โดยข้อมูลจะถูกเก็บเป็นความลับสูงสุด ผ่านช่องทางดังนี้:

สุกัญญา จันทรสมโภชน์ : ข่าว
สมประสงค์ ชาหารเวียง : ภาพ

ข้อมูล : กลุ่มประชาสัมพันธ์สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา

ภาพเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/share/p/1BNNB9hHLe/?mibextid=wwXIfr