กระทรวงศึกษาธิการ – 24 มีนาคม 2569 / ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2569  ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

รมว.ศธ. เปืดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้สอดคล้องกับบริบทการจัดการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไป โดยสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ดำเนินการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการ ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ โดยปรับปรุงจากหลักเกณฑ์เดิม (ว 16/2557) ที่ถูกบังคับใช้มาเป็นระยะเวลานานและเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวการณ์การจัดการศึกษาในปัจจุบัน

เพื่อให้การคัดเลือกนี้สามารถตอบสนองความต้องการของแต่ละส่วนราชการ รวมทั้งได้บุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ในสถานศึกษา และสามารถพัฒนาผู้เรียนได้อย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยรวม โดยการปรับปรุงดังกล่าวนั้นครอบคลุมถึงหลักเกณฑ์สำหรับคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติฯ ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ว 17/2557) ด้วย เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยปรับปรุงระยะเวลาในการขึ้นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันที่ประกาศขึ้นบัญชี ปรับเกณฑ์การตัดสิน ให้ประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่าน ภาค ก จำนวน ไม่เกิน 4 เท่าของจำนวนตำแหน่งว่างที่ประกาศรับสมัคร และหลักสูตรการคัดเลือกโดยการประเมิน ภาค ก ให้นำการประเมินผลงานมารวมไว้ด้วย เพื่อเพิ่มโอกาสในการคัดเลือกบุคคลผู้มีประสบการณ์ในการบริหารการศึกษามากขึ้น และเพื่อให้สามารถคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ตรงตามมาตรฐานตำแหน่ง สามารถขับเคลื่อนการบริหารจัดการศึกษาในระดับพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวด้วยว่า การกำหนดระยะเวลาการขึ้นบัญชีผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาไว้ไม่เกิน 2 ปี ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดขึ้นใหม่นี้ จะช่วยลดปัญหาตำแหน่งว่าง และทำให้การบริหารกำลังคนเกิดความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค. (2) ในกรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ โดยได้ปรับปรุงกระบวนการคัดเลือกให้สอดคล้องกับสภาพการปฏิบัติงานจริงมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ทุกตำแหน่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนระบบการศึกษาในภาพรวม การปรับหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการบริหารอัตรากำลัง ให้สอดรับกับความต้องการของภาคการศึกษาในอนาคต ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความคล่องตัว โปร่งใส และตอบสนองต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน

ประชาสัมพันธ์ สำนักงาน ก.ค.ศ. / ข้อมูล

ศุภณัฐ วัฒนมงคลลาภ / ภาพ

ภาพเพิ่มเติม https://www.facebook.com/share/p/18GvKPNPCM/