กระทรวงศึกษาธิการ – 4 มีนาคม 2569 / นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมชี้แจงแนวทางขับเคลื่อนงานโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. ปี 2569 ภายใต้ “มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.)“ โดยมีนางชุตินาฏ บุญพวง อนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการขับเคลื่อนงาน ม.ท.ศ. นายวิชญ์พิพล ติวะตันสกุล ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ตลอดจนผู้แทนสำนักงานศึกษาธิการภาค-จังหวัด เข้าร่วมฯ ณ ห้องประชุมสอาด พิมพ์สวัสดิ์ อาคารรัชมังคลาภิเษก และผ่านระบบออนไลน์

รองปลัด ศธ. เปิดเผยว่า โครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. เป็นโครงการสำคัญในการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาแก่ผู้เรียน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่มีความสามารถและมีความประพฤติดี ให้ได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการดำเนินงานจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกระดับ ทั้งส่วนกลาง ระดับภาค และระดับจังหวัด ในการขับเคลื่อนงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทำหน้าที่ชี้แจงและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และแนวทางการคัดเลือกที่ชัดเจน เพื่อให้ทุกพื้นที่สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง

โดยสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ร่วมดำเนินการโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. อย่างต่อเนื่อง ในฐานะอนุกรรมการขับเคลื่อนงานภายใต้คณะกรรมการ ม.ท.ศ. ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2552 ถึงปี 2568 มีนักเรียนได้รับพระราชทานทุนแล้วรวม 17 รุ่น จำนวน 2,744 คน คิดเป็นงบประมาณกว่า 990 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ

เพื่อส่งเสริมโอกาสและสนับสนุนเด็กและเยาวชนไทยที่เรียนดี ประพฤติดี มีคุณธรรม ด้วยการพระราชทานทุนการศึกษาระดับ ม.ปลาย ศึกษาต่อเนื่องไปจนจบปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ในสาขาที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ หรือสาขาที่ขาดแคลน สาขาด้านความมั่นคง เข้าสู่การมีอาชีพ สร้างทัศนคติที่ถูกต้องดีงาม ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และประเทศชาติ ความมีวินัย รวมทั้งพัฒนาศักยภาพความสามารถการเรียนรู้ ให้เป็นผู้ใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ มีคุณภาพนำความรู้กลับไปทำงานพัฒนาท้องถิ่นชุมชน เป็นพลเมืองที่ทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ

สำหรับปีการศึกษา 2569 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้จัดทำคู่มือและแผนปฏิบัติการดำเนินโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. เพื่อใช้เป็นกรอบในการคัดเลือกนักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 18 โดยกำหนดคุณสมบัติเบื้องต้นว่า บิดาและมารดาต้องมีสัญชาติไทย และไม่กำหนดสัดส่วนชายหรือหญิง หลักเกณฑ์การพิจารณาแบ่งออกเป็น 3 ด้านสำคัญ ได้แก่

  • เกณฑ์เรียนดี จบ ม.3 ด้วยเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00 มุ่งมั่นจะเรียนต่อจนจบปริญญาตรี หรือเทียบเท่า และมีความสามารถในการเรียนให้สำเร็จตามเป้าประสงค์
  • เกณฑ์ความประพฤติดี ทัศนคติที่ดี ถูกต้องดีงาม ไม่บกพร่องในศีลธรรมอันดี มีลักษณะผู้นำ มีจิตอาสา จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และประเทศชาติ
  • เกณฑ์ความพร้อมที่จะเข้ารับการฝึกและพัฒนาศักยภาพ มีสุขภาพอนามัยแข็งแรงสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ ใฝ่เรียนรู้ พร้อมเข้ารับการฝึก บ่มเพาะสร้างทัศนคติที่ถูกต้อง และพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ ทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ

ทั้งนี้ คณะกรรมการคัดเลือกจะให้น้ำหนักความสำคัญทั้ง 3 ด้านในสัดส่วนที่เท่ากัน เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรอบด้าน ขณะเดียวกันเปิดโอกาสให้คณะกรรมการระดับจังหวัดสามารถกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมภายใต้แต่ละเกณฑ์ให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ โดยสามารถนำปัจจัยด้านความยากจนหรือความยากลำบากมาประกอบการพิจารณาในเชิงเปรียบเทียบได้ตามความเหมาะสม

สำหรับกระบวนการขั้นเลือก เริ่มจากศึกษาธิการจังหวัด ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการฯ ระดับจังหวัด ดำเนินการแจ้งโรงเรียนทุกสังกัดในจังหวัดให้ทราบโดยเร่งด่วน เพื่อคัดเลือกและเสนอชื่อได้ทุกโรงเรียนโดยไม่จำกัดจำนวน จากนั้นคณะกรรมการฯ ระดับจังหวัด นำบัญชีรายชื่อเข้าสู่การพิจารณาในรอบแรก ไม่น้อยกว่า 10 รายชื่อ พร้อมลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน ตรวจสอบข้อมูลเชิงประจักษ์ พื้นฐานทัศนคติที่ถูกต้องดีงาม คัดเลือกผู้ผ่านการพิจารณาไม่น้อยกว่า 5 ราย/จังหวัด เข้าสู่การพิจารณากลั่นกรองระดับภาค ขั้นตอนการพิจารณาระดับภาคดำเนินการผ่านศึกษาธิการภาคทั้ง 18 ภาค โดยผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อทุกคนจะต้องผ่านการประเมินภาวะความเครียดและภาวะซึมเศร้าให้แล้วเสร็จ และส่งรายชื่อข้อมูลที่รับรองผลให้สศช. ภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เพื่อให้การคัดเลือกเป็นไปอย่างรอบคอบ ครบถ้วนทั้งด้านวิชาการ ความประพฤติ และความพร้อมทางด้านจิตใจ

“การดำเนินงานในการคัดเลือกผู้รับทุนการศึกษาอันทรงคุณค่าครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีความสามารถและคุณธรรมได้ศึกษาเล่าเรียน สามารถเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ ก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญที่กลับไปพัฒนาท้องถิ่น ชุมชน และประเทศชาติต่อไป”

อานนท์ วิชานนท์ / ข่าว-กราฟิก
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ภาพ

ภาพเพิ่มเติม https://www.facebook.com/share/p/1HaZxgg1dB/