29 พฤศจิกายน 2567 / นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมระดมความคิดเห็นและจัดเตรียมข้อมูลสำหรับการประชุมหารือกับคณะทำงานว่าด้วยการเลือกปฏิบัติต่อสตรีและเด็กหญิง (Working Group on discrimination against women and girls: WG on DAWG) ห้องประชุมหม่อมหลวงมานิจ ชุมสาย สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
โดยคณะทำงาน WG on DAWG มีกำหนดการเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 2 -13 ธันวาคม 2567 เพื่อพบหารือหน่วยราชการ องค์กรที่เกี่ยวข้อง และศึกษาดูงานหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยมีกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นหน่วยประสานงานหลักสำหรับการมาเยือนไทยของคณะทำงานฯ
รองปลัด ศธ. กล่าวว่า การประชุมระดมความคิดเห็นฯ ของกระทรวงศึกษาธิการในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมการตอบประเด็นหารือของคณะทำงานฯ ซึ่งจะมีการประชุมหารือ Cluster Meeting กลุ่มที่ 2 ในวันที่ 4 ธันวาคม 2567 ณ กระทรวงการต่างประเทศ โดยประเด็นหารือมีความเกี่ยวข้องกับนโยบาย การบริหารจัดการ และการส่งเสริมการศึกษาของสตรีและเด็ก อาทิ ข้อมูลสถิติการสำเร็จการศึกษาของเด็กหญิง ทุนการศึกษา มาตรการส่งเสริมให้สตรีและเด็กหญิงเข้าศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) การส่งเสริมสิทธิมนุษยชนศึกษา ความเท่าเทียมทางเพศ การขจัดทัศนคติแบบเหมารวม (stereotype) และเนื้อหาในหลักสูตรการศึกษาที่เป็นการเลือกปฏิบัติ นโยบายและโครงการต่าง ๆ ด้านสตรีและเด็กหญิง รวมถึงการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติชายหญิง (Gender budgeting)
การหารือในครั้งนี้ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กรมส่งเสริมการเรียนรู้ รวมถึงหน่วยงานภายในสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ร่วมกันระดมความคิดเห็นและให้ข้อมูลสำหรับการตอบประเด็นหารือของคณะทำงานฯ ที่จะมีขึ้นในเร็วๆ นี้
เพื่อให้การนำเสนอภาพรวมการดำเนินงานส่งเสริมการศึกษาของสตรีและเด็กหญิงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการเป็นไปอย่างรอบด้านและแสดงถึงทิศทางนโยบายด้านการศึกษาของประเทศไทยในการส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิทางการศึกษาของคนทุกกลุ่มอย่างไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นด้านเพศ อายุ ชาติพันธุ์ใด ๆ ล้วนได้รับการส่งเสริมให้เข้าถึงการศึกษาและสนับสนุนการเรียนรู้ในทุกระดับ โดยไม่มีการแบ่งแยก
“จากการหารือ จะเห็นว่า กระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายที่มุ่งมั่นและพยายามในการดำเนินงานและบูรณาการความร่วมมือทั้งในกระทรวงศึกษาธิการและระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมสิทธิสตรีและเด็กหญิงในด้านการศึกษาของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี”
ทั้งนี้ คณะทำงานว่าด้วยการเลือกปฏิบัติต่อสตรีและเด็กหญิง ได้รับการแต่งตั้งเมื่อปี 2553 โดยข้อมติคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Human Rights Council: HRC) มีอาณัติในการ (1) หารือกับรัฐ สหประชาชาติ สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผู้เชี่ยวชาญ และภาคประชาสังคม เพื่อแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการยุติกฎหมายที่เลือกปฏิบัติต่อสตรี (2) ให้ข้อแสนอแนะในการปรับปรุงกฎหมาย และการบังคับใช้กฎหมายเพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ และการเสริมพลังสตรี (3) เสนอรายงานประจำปีต่อ HRC ในประเด็นการเลือกปฏิบัติต่อสตรีและเด็กหญิง รวมถึงแนวปฏิบัติที่ดีต่าง ๆ
และ (4) การจัดทำรายงานรายประเด็น (thematic report) ในหัวข้อที่สะท้อนสถานการณ์ปัจจุบัน โดยวัตถุประสงค์การเยือนไทยของคณะทำงานฯ ในครั้งนี้ คือ เพื่อให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์และปฏิบัติได้จริงในการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการดำเนินการเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิสตรีและเด็กหญิงในไทย โดยคณะทำงานฯ จะจัดทำรายงานฉบับเต็มเพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 59 ในเดือนมิถุนายน 2568
ในส่วนของการหารือระหว่างคณะทำงานฯ กับหน่วยราชการในกรุงเทพฯ แบ่งเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ การประชุมแบบกลุ่มเฉพาะ (Individual Meeting) และการประชุมแบบกลุ่มหน่วยงาน/สาขางาน (Cluster Meeting) นอกจากนี้ คณะทำงานฯจะเดินทางไปจังหวัดตาก จังหวัดสงขลา และจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อหารือกับส่วนราชการและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งขอศึกษาดูงานหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงโรงเรียนบ้านท่าอาจ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งอยู่ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ












