3 กรกฎาคม 2567 / พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมประสานภารกิจ ครั้งที่ 25/2567 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ และผ่านระบบ e-Meeting

ภายหลังการประชุม รมว.ศธ. พร้อมด้วยนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ. ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. และนายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการ กอศ. แถลงข่าว ณ ห้องแถลงข่าว

รมว.ศธ. กล่าวว่า ในการดำเนินงานภารกิจต่าง ๆ ของกระทรวงศึกษานั้น ต้องมีการวางแผนการดำเนินงาน มีการปรับรูปแบบและวิธีการ บูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งกระบวนการ ทั้งกระบวนการสื่อสารและกระบวนการประชาสัมพันธ์ มีการทำงานเชิงรุก ทำงานด้วยความรวดเร็ว เร่งด่วน สร้างโอกาสทางการศึกษา ปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกในความรักและภูมิใจในชาติให้กับเด็กและเยาวชน ร่วมมือกัน “ปฏิวัติการศึกษาเพื่อพัฒนาประเทศไทยต่อไป” สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

เชิญชวนบุคลากรสังกัด ศธ. ใส่เสื้อเหลือง ประดับเข็มตราสัญลักษณ์ 72 พรรษา

รมว.ศธ. กล่าวว่า ขอเชิญชวนผู้บริหาร ข้าราชการและบุคลากรทุกท่าน ใส่เสื้อเหลืองและประดับเข็มตราสัญลักษณ์ 72 พรรษา ทุกวัน ในเดือนกรกฎาคม 2567 ยกเว้น วันอังคาร ใส่ชุดข้าราชการ เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมพระเกียรติ แสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชาวกระทรวงศึกษาธิการ

นอกจากนี้ ขอเชิญชวนชาวกระทรวงศึกษาธิการ พุทธศาสนิกชนทุกท่าน ร่วมทำบุญตักบาตร (อาหารแห้ง) ในกิจกรรม “ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567” โดยจะมีการจัดกิจกรรมตักบาตรในวันจันทร์แรกของทุกเดือน ซึ่งในเดือนกรกฎาคมนี้ จะตรงกับวันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม 2567 เวลา 07.00 น. ณ ศาลา 100 ปี กระทรวงศึกษาธิการ ขอให้ทุกท่านพร้อมใจกันสวมเสื้อเหลืองเข้าร่วมกิจกรรมโดยพร้อมเพรียงกัน

การขับเคลื่อนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา PISA

รมว.ศธ. กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาหลักสูตรให้สอดรับกับการพัฒนาสมรรถนะความฉลาดรู้ของผู้เรียน ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งในระดับปฐมวัย และประถมศึกษา กิจกรรมโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ เป็นต้น และมีการสอดแทรกเพิ่มเติมเรื่อง “สิ่งแวดล้อม” ให้ความสำคัญกับการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในบริบทหรือสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย ในประเด็นทางวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม เพิ่มเติมเรื่องความคิดสร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังขอให้ทบทวนหรือหากระบวนการสร้างแรงจูงใจสำหรับนักเรียนที่มีคะแนนเกินมาตรฐาน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับนักเรียนที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการสอบ

ทั้งนี้ยังได้รับทราบรายงานผลการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษา ในการส่งเสริมสมรรถนะและความฉลาดรู้ของนักเรียนตามแนวทางโปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (PISA) โดย สพฐ. มีการพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ (ระยะยาว) การขับเคลื่อนการนำชุดพัฒนาความฉลาดรู้ไปใช้ในระดับสถานศึกษา โดยเป็นการพัฒนาความสามารถด้านการอ่าน การเขียน และการคิดเลข ตามแนวคิด Basic Literacy โดยเริ่มพัฒนาหลักสูตรตั้งแต่ระดับปฐมวัย (อนุบาล 2 – 3) ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย

นักเรียนทุกคนได้พัฒนากระบวนการอ่าน คิดวิเคราะห์ จับประเด็น เชื่อมโยง และถ่ายทอดอย่างรู้เรื่อง บนพื้นฐานที่เป็นเหตุผล เพื่อมุ่งพัฒนาสมรรถนะความฉลาดรู้ในระดับชั้นเรียน ทั้งด้านการอ่าน วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ผ่านการขับเคลื่อนขยายผลลงสู่ห้องเรียน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักสูตรฯ ด้วยการพัฒนา 1,400 แกนนำ ระดับเขตพื้นที่ และขยายผลต่อ 27,397 คน ครู 3 โดเมน และมีการติดตามการขับเคลื่อน ผ่านการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ ทุก 2 สัปดาห์ และสร้างความคุ้นเคยของการทำข้อสอบด้วยระดับ Computer Based Test ซึ่งในขณะนี้มีนักเรียนที่เข้าสู่ระบบ Computer Based Test (PISA Style) จำนวน 303,821 คน

โดย สสวท. ร่วมกับ สพฐ. ประชุมชี้แจงการดำเนินการยกระดับมาตรฐานการศึกษาโดยใช้องค์ความรู้ (PISA) ให้กับครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาไทย ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจากภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคกลาง และหน่วยงานสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เพื่อชี้แจงให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำชุดพัฒนาความฉลาดรู้ไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การติดตามผลการเบิกจ่ายงบประมาณ

รมว.ศธ. กล่าวว่า ศธ. ได้จัดทำคำของบประมาณไว้ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จะมีการจัดทำเรื่องงบอุดหนุนที่จำเป็นในเรื่องของเครื่องแบบให้เป็นไปตามอัตรามติของคณะรัฐมนตรี ขอให้ทุกหน่วยงานขับเคลื่อนโครงการ “สุขาดีมีความสุข” โดยเบื้องต้นขอให้สนับสนุนโรงเรียนขนาดเล็กก่อน โดยอาจจะใช้จ่ายจากเงินเหลือจ่าย รวมถึงการจัดสรรงบประมาณเร่งด่วน กรณีเกิดเหตุ อาทิ เหตุวาตภัย ไฟไหม้ หรือเหตุการณ์ทางธรรมชาติที่ไม่อาจควบคุมได้ ขอให้ดำเนินการต่าง ๆ ภายใต้ความจำเป็นเร่งด่วน

ทั้งยังได้สั่งการให้ติดตามผลการดำเนินงานใช้จ่ายงบประมาณ ทั้งงบประมาณปี 2567 และวางแผนการใช้จ่ายงบประมาณในปี 2568 มีการวางแผน ติดตาม ควบคุมการใช้จ่ายอย่างถูกต้อง เหมาะสม เป็นไปตามระเบียบอย่างเคร่งครัด มีการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ เนื่องจากงบประมาณมีอย่างจำกัด ดังนั้น ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกหน่วยงานจึงต้องบริหารงบประมาณด้านการศึกษาให้รอบครอบและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ครม. สัญจร รัฐบาลเร่งหามาตรการร่วมกันปลูกฝังค่านิยมให้เด็กและเยาวชนไม่ให้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

รมว.ศธ. กล่าวว่า ตามที่ได้มีการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ครม.สัญจร ครั้งที่ 4/2567 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 หลังจากประชุมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการให้จัดทำมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กนักเรียนเสพยาเสพติด โดยให้ ศธ. และ อว. เร่งหามาตรการที่เหมาะสมในการสอดส่องดูแลไม่ให้เด็กแยะเยาวชนไทยเสพยาเสพติด และขอให้ทางสถานศึกษาร่วมกันปลูกฝังค่านิยมคุณค่าใหม่ เด็กและเยาวชนต้องไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งนี้ ศธ. มีมาตรการป้องกันและเฝ้าระวัง และจะเร่งสื่อสารประชาสัมพันธ์

รวมถึงสร้างความตระหนักรู้ถึงภัยของยาเสพติดและสิ่งอบายมุขทุกประเภท โดยเน้นย้ำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษาในสังกัด และดำเนินการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ตรวจติดตามเฝ้าระวังยาเสพติด และให้ความร่วมมือกับทุกกระทรวง และทุกภาคส่วนในการดำเนินงานเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด นอกจากปัญหาดังกล่าวแล้ว ขอหน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัด โดยเฉพาะ สพฐ. ตรวจตราดูและพื้นที่ สำรวจโรงเรียนที่ยังมีปัญหาเรื่องระบบไฟฟ้าหรือระบบสัญญาณอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะในโรงเรียนขนาดเล็ก ระบบ DLTV หากมีปัญหาก็รีบปรับปรุงโดยไวเพื่อไม่ให้กระทบต่อการเรียนการสอนของนักเรียน

แผนการยกระดับการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) และแผนการขับเคลื่อน IMD ด้านการศึกษา ปี 2568

รมว.ศธ. กล่าวว่า ขอให้ร่วมมือกันทบทวนวิธีการ มาตรการต่าง ๆ โดยให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ มีการปรับรูปแบบวิธีการการทำงาน วิธีการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล มอบหมายให้ สกศ. สพฐ. ร่วมมือกันในการจัดทำแผนการดำเนินงาน และมอบหมาย สทศ. ขับเคลื่อนและวิเคราะห์ข้อสอบในการทดสอบ มีการทำประชาคมเพื่อสำรวจความคิดเห็นและหาแนวร่วมในการปฏิบัติงาน ทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม

อีกทั้งยังได้รับทราบแนวทางการยกระดับผลการทดสอบ O-NET โดย สกศ. ได้เสนอแนวทางการดำเนินงาน คือ การสร้างแรงบันดาลใจและความกระตือรือร้นในการสอบ ให้เด็กนักเรียนเห็นประโยชน์และอยากเข้ารับการทดสอบ O-NET โดยการสร้างแรงจูงใจต่าง ๆ อาทิ การกำหนดคะแนนให้เป็นเงื่อนไขพิเศษสำหรับการจบหลักสูตรการศึกษา หรือการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น การให้รางวัลยกย่องเชิดชูเกียรตินักเรียนที่มีผลคะแนนดีเยี่ยม การบูรณาการที่ทดสอบเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการทดสอบปกติของโรงเรียน เพื่อเป็นการลดภาระของทางนักเรียนและครูไปทางหนึ่งด้วย เมื่อนักเรียนเห็นความสำคัญและกระตือรือร้นในการสอบ จะทำให้จำนวนผู้เข้าสอบเพิ่มมากขึ้น การจัดรูปแบบการสอบควรเป็นแบบให้ทุกคนเข้าสอบเพื่อให้ผลการทดสอบสามารถนำไปใช้และสะท้อนคุณภาพการศึกษาได้จริง สร้างมาตรฐานของข้อสอบให้เป็นไปตามบริบทของช่วงเวลาการทดสอบ และการประกาศผลตรวจสอบให้สอดคล้องกับภาคเรียน ควรนำข้อสอบ PISA มาประยุกต์ใช้ในการสอบ O-NET

แผนการขับเคลื่อน IMD ด้านการศึกษา ปี 2568 โดย รมว.ศธ. มอบหมายให้ สกศ. พิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการสภาการศึกษา เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนตัวชี้วัด “อัตราการไม่รู้หนังสือของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป” ภายใต้ตัวชี้วัด IMD ด้านการศึกษา โดยให้มี สกร. ร่วมเป็นองค์ประกอบของคณะอนุกรรมการฯ พิจารณาศึกษาข้อมูลเพื่อแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการขับเคลื่อนต่อไป และจัดทำ Timeline ของแผนขับเคลื่อนการพัฒนาการจัดอันดับ IMD ด้านการศึกษา ปี 2568 ให้ละเอียดและชัดเจนยิ่งขึ้น รวมทั้งปรับห้วงเวลาในการดำเนินงานในแต่ละประเด็นให้ละเอียดและชัดเจน

นอกจากนี้ประเทศไทยได้เข้าเป็นผู้มีส่วนร่วม (Participant) ในคณะกรรมการด้านนโยบายการศึกษา (Education Policy-EDPC) เป็นประเทศแรกใน ASEAN เพื่อเพิ่มบทบาทและศักยภาพของไทยในเวทีโลก ส่งเสริมนโยบายการเรียนรู้ตลอดชีวิตและทักษะการเรียนรู้ โดยกระทรวงศึกษาธิการเข้าร่วมกิจการด้านการศึกษาและพัฒนาทักษะใน 2 มิติ คือ ในมิติของคณะกรรมการบริหาร (Executive Board) และผู้สังเกตการณ์ (Observer)

ข้อสั่งการของ รมว.ศธ.

การสอบเพื่อบรรจุเข้ารับราชการหรือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
รมว.ศธ. กล่าวว่า ในการสอบเพื่อบรรจุเข้ารับราชการ หรือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในทุกตำแหน่งนั้น ขอทุกท่านสื่อสารให้ประชาชนรับทราบถึงความโปร่งใส และการจัดการสอบที่สามารถตรวจสอบได้ มีกระบวนการสอบที่ตรงไปตรงมา ชัดเจน โดยไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง ตามที่ รมว.ศธ. มีข้อสั่งการและแนวปฏิบัติในการในการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เช่น การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย (ห้ามซื้อขายตำแหน่ง)

รวมถึงนโยบายการศึกษาในการลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาคืนถิ่น (โยกย้ายกับภูมิลำเนาด้วยความโปร่งใส ไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง) ซึ่งมีแนวทางในการกำหนดหลักเกณฑ์การย้ายการช่วยราชการให้มีความชัดเจนและยืดหยุ่นตามแต่กรณี รวมทั้งการใช้บทลงโทษอย่างเข้มงวดและเด็ดขาดกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการเรียกรับผลประโยชน์ในการโยกย้ายหรือแต่งตั้ง

นอกจากนี้ยังฝากถึงหน่วยงานที่มีการบรรจุ แต่งตั้งข้าราชการใหม่ โดยให้มีการพัฒนาสมรรถนะในการเข้ารับการอบรม อาทิ หลักสูตร Financial Literacy (ความรู้เรื่องการบริหารจัดการการเงิน) อบรมหลักสูตรลูกเสือ และอื่น ๆ ที่มีประโยชน์ต่อองค์กร

การศึกษาดูงานต่างประเทศ
รมว.ศธ. กล่าวว่า ตามที่ได้มอบหมายให้ รมช.ศธ. เดินทางเยือนโรงเรียน Tokyo Gakugei University Senior High School ซึ่งเป็นโรงเรียนของรัฐบาลในการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัย Tokyo Gakugei University และเป็นโรงเรียนคู่พัฒนาของโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยเชียงราย ในการสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนทางวิชาการ รวมถึง ได้มอบหมาย ผู้ช่วย รมต.ประจำ ศธ. เข้าร่วมประชุมหารือและศึกษาการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้ พร้อมทั้งประชุมสัมมนาความร่วมมือในการพัฒนาการศึกษาระบบทวิวุฒิไทย – จีนระดับอาชีวศึกษา ขอให้ทุกหน่วยงานสนับสนุนภารกิจและบทบาทในการดำเนินงานตามนโยบายความร่วมมือ เพื่อนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ พัฒนา ส่งเสริมการศึกษาของไทยต่อไป

“สิ่งสำคัญที่อยากฝาก ในการศึกษาดูงานต่างประเทศ ขอให้ผู้บริหารทุกท่านเน้นย้ำและเห็นความสำคัญของการศึกษาดูงาน โดยคำนึงถึงการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า การไปศึกษาดูงานต่างประเทศ ไม่ใช่เป็นสวัสดิการให้กับผู้ที่จะเกษียณอายุราชการ แต่เป็นการส่งบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ นำความรู้ไปใช้พัฒนาองค์กรต่อเนื่องในอนาคตได้”

สำรวจนักเรียนที่ออกกลางคันหรือหลุดจากระบบการศึกษา
รมว.ศธ. กล่าวว่า ขอให้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเด็กวัยเรียนทั่วประเทศ (อายุ 6-15 ปี) ที่ออกกลางคันหรือหลุดจากระบบการศึกษา ให้ สกร. จัดทำข้อมูลเด็กที่ไม่จบการศึกษาภาคบังคับ/เด็กนอกระบบ โดยมอบหมายให้ สพฐ. สำรวจข้อมูลนักเรียนที่ไม่ได้กลับเข้าสู่ระบบ/หลุดจากระบบการศึกษา ในการเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2567 และปีการศึกษาย้อนหลัง และมอบหมายให้ สกร. ดำเนินการแก้ไขปัญหาการออกกลางคันหรือการหลุดจากระบบการศึกษาของนักเรียน ให้สามารถได้รับการศึกษาจนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ดำเนินการจัดทำในรูปแบบของระบบ มีการชี้แจงการใช้งาน และขอให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้

“ขอให้ทุกหน่วยงานจับมือ ร่วมใจในการปฏิบัติงาน รวมถึงดำเนินนโยบายต่าง ๆ อย่างเต็มกำลังความสามารถ รวมถึงการสร้างโอกาส สรรหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถมา ร่วมกันพัฒนาการศึกษาของไทย โดยเฉพาะในการแต่งตั้งคณะทำงานต่าง ๆ หากได้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ สังคมให้การยอมรับในความสามารถ ก็จะสามารถพัฒนาภารกิจไปได้ด้วยดี การยกย่องชื่นชมผู้ทำดี ทั้งบุคลากร ครูผู้สอนและนักเรียน อาทิ การมอบรางวัลแก่บุคลากร การค้นหาครูดี ครูเด่นในจังหวัด เพื่อส่งเสริมและเป็นการยกย่องครูที่มีความเสียสละ มีการพัฒนาทักษะ ทุ่มเทให้กับการเรียนการสอน รวมถึงการชื่นชมนักเรียนที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการสอบหรือช่วยเหลือผู้อื่น ขอให้ร่วมกันสร้างการรับรู้ในการดำเนินงาน เพื่อให้ทุกคนร่วมมือกันพัฒนาการศึกษาไทยต่อไป จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน”

อานนท์ วิชานนท์ / ข่าว
ศศิวัฒน์ แป้นคุ้มญาติ, ณรชัย ฉิมพาลี / ภาพ