รองนายกรัฐมนตรี “วิษณุ” ย้ำศึกษาธิการภาคและศึกษาธิการจังหวัด มีบทบาทสำคัญมากต่อการขับเคลื่อนงานการศึกษาในระดับพื้นที่ให้สำเร็จเสร็จสิ้นในคนเดียว เปรียบเป็นประทีปสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ ต้องคัดเลือกคนที่มีคุณภาพ สามารถบริหารดูแลการศึกษาทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคท้องถิ่น ฝากรัฐบาลใหม่ในเรื่องส่งเสริมการสอนวิชาประวัติศาสตร์แบบใหม่ ให้เรียนสนุก และฟื้นการสอนภาษา-วรรณคดีไทย เพราะช่วยสร้างความสวยสดงดงาม ความภาคภูมิใจให้แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่

รับชมภาพ https://shorturl.at/cdV19
รับชมวิดีโอถ่ายทอดสดย้อนหลัง https://fb.watch/mswrdZVn_5/

16 สิงหาคม 2566 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ / ศาสตราจารย์กิตติคุณ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติบรรยายพิเศษหัวข้อ “การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านการศึกษาในภูมิภาค” ตามโครงการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนการบริหารการศึกษาของประเทศไทย ในระดับภูมิภาค โดยนายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายอัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ., ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กอศ., นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการ สกศ., นายคมกฤช จันทร์ขจร รองอธิบดี สกร. รักษาราชการแทนอธิบดี สกร., นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการ กช. รวมทั้งผู้บริหารระดับสูง ศธ., ศึกษาธิการภาค 1-18 และศึกษาธิการจังหวัด 77 แห่ง เข้าร่วมกว่า 320 คน

ศาสตราจารย์กิตติคุณ วิษณุ เครืองาม กล่าวว่า การบริหารงานของ ศธ. ต้องขับเคลื่อนงานภายใต้นโยบายของรัฐบาล และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตามแผนการศึกษาชาติ และแผนพัฒนายุทธศาสตร์จังหวัด สิ่งที่จะต้องทำต่อไปก็คือดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลใหม่ รัฐมนตรีใหม่ สำหรับการผลักดันที่ผ่านมาเป็นความพยายามร่วมกับภาคเอกชนในเรื่องของโรงเรียน เช่น เรื่องการเรียนการสอนในวิชาประวัติศาสตร์ อยากให้ทดลองสอนแบบใหม่ที่สนุกสนานมากกว่าการท่องจำแบบเก่า ตัวอย่างการเรียนการสอนของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา โดยมูลนิธิโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ที่ให้มีการสอนวิชาประวัติศาสตร์แบบใหม่ให้น่าสนใจมากขึ้น ทุกวันนี้คนไทยห่างเหินทอดทิ้งเรื่องของประวัติศาสตร์ไทยภาษาไทย วรรณคดีไทยไปมาก ควรจะต้องฟื้นกลับมาสร้างความสวยสดงดงาม และความภาคภูมิใจให้แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ เกิดความคิดที่ดีเอามาใช้สำหรับปรับปรุงแก้ไขอนาคตต่อไปได้

ศาสตราจารย์กิตติคุณวิษณุ เครืองาม กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่รัฐบาลต้องมียุทธศาสตร์ชาติ เพื่อเป็นเป้าหมายในการพัฒนาประเทศ เรื่องของการศึกษาอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ 3 และด้านที่ 4 เพราะการจัดการศึกษาทุกวันนี้ยังไม่เสมอภาคและเท่าเทียม หากกำหนดไว้ในด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพียงด้านเดียว จะได้แค่คนเก่งแต่ขาดคุณธรรมและขาดโอกาส จึงต้องเพิ่มด้านความเสมอภาคอีกด้านหนึ่งด้วย

ส่วนการปฏิรูปการศึกษา ต้องปฏิรูปทั้งโครงสร้างการบริหารและเนื้อหาสาระ มีแผนปฏิรูปการศึกษาแล้วต้องมีคณะกรรมการขับเคลื่อนในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ที่ดูภาพรวม ไม่ว่าจะเป็นตัวครู นักเรียน หลักสูตร ตำรา อุปกรณ์ การจัดการเรียนการสอน รวมถึงการประเมินผลทั้งหมดให้เกิดการเปลี่ยนแปลง หากการบริหารส่วนกลางมีกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ขับเคลื่อน ในส่วนภูมิภาค ทั้งศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด ต้องยกระดับให้เติบโตเท่ากันแล้วเดินหน้าอย่างรวดเร็ว

“ศึกษาธิการภาค และศึกษาธิการจังหวัด มีบทบาทในการขับเคลื่อนมาก เพราะอยู่ใกล้ชิดกลุ่มเป้าหมาย ดูแลในหลายด้านของการศึกษาและความเท่าเทียมในท้องถิ่น ดูแลการจัดการศึกษาของภาครัฐและเอกชน รวมถึงการศึกษาที่เป็นศูนย์กลางและบูรณาการทุกช่วงระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนให้สำเร็จเสร็จสิ้นในคนเดียว เปรียบเป็นประทีปสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ ต้องคัดเลือกคนที่มีคุณภาพ สามารถบริหารดูแลทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคท้องถิ่น”

“สำหรับปัญหาการปฏิรูปในขณะนี้ คือ การต่อสู้กับการไม่เคยชินของคน ต้องใช้เวลาต่อสู้ของความคิดระหว่างคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ การปฏิรูปประเทศเป็นการลงทุนต้องใช้งบประมาณและเวลา สุดท้ายการปฏิรูปอะไรก็ตามมักไม่ยั่งยืนถาวร จึงต้องสร้างความเสถียรภาพให้คงทน การศึกษาเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องบูรณาการ จึงต้องมีศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด ทุกคนควรตระหนักในหน้าที่และอำนาจพันธกิจให้ดี สุดท้ายนี้มีความคาดหวังว่าจะเห็นผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้ความสำคัญเรื่องของความเท่าเทียม ที่ถือเป็นภารกิจยิ่งใหญ่เป็นหน้าที่และอำนาจสำคัญที่จะเกิดการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงในอนาคต” รองนายกฯ กล่าว

นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ “แนวทางและทิศทางขับเคลื่อนในการทำงานร่วมกันที่ผ่านมา สป.ศธ. ในฐานะศูนย์กลาง มีแนวทางกระจายอำนาจสู่ศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด ทั้งเรื่องการพัฒนาบุคคล วิทยฐานะ ถือเป็นโซ่ข้อกลางประสานความร่วมมือกับทุกหน่วยงานเพื่อแก้ปัญหาให้บริหารจัดการ อยากเน้นย้ำเรื่องความเหลื่อมล้ำในเชิงพื้นที่ให้ทุกฝ่ายทำงานเชื่อมโยงกับเขตพื้นที่แบะละองค์กรในจังหวัด จะได้เห็นภาพแนวทางในการขับเคลื่อนร่วมกัน

สิ่งที่คาดหวังคือ การทำงานร่วมกันในเชิงวิชาการ ขับเคลื่อนงานในเชิงนโยบายอย่างชัดเจนโดยเฉพาะเรื่องที่อยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ การจัดการศึกษาในพื้นที่พื้นที่นวัตกรรม การส่งเสริมวิชาประวัติศาสตร์ หลักสูตรสมรรถนะเป็นเครื่องมือที่สำคัญ มั่นใจว่าทุกฝ่ายในเวทีนี้ ทั้งส่วนกลางและภูมิภาคทำการทำงานร่วมกันมาโดยตลอด จากนี้ทุกพื้นที่ต้องจัดทำแผนของจังหวัดที่จะบูรณาการร่วมกันอย่างชัดเจน ทำงานและขับเคลื่อนการดำเนินงานให้ประความสำเร็จไปด้วยกัน”

นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน “การศึกษาคือเครื่องมือเดียวที่จะเปลี่ยนคนให้ไปในทิศทางดีขึ้น หน้าที่ของพวกเราคือทำเพื่อประชาชน ถ้าเปลี่ยนแค่โครงสร้าง แต่กระบวนการเรียนรู้ไม่เปลี่ยนก็เหมือนเดิม การทำงานร่วมกัน คือ ปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศ ควรจะทำให้เกิดความเป็นธรรมในทุกส่วน การศึกษาจะพลิกฟื้นหากเราทำงานบูรณาการร่วมกัน ใช้พื้นที่จังหวัดเป็นฐานนวัตกรรมขับเคลื่อน แต่ต้องมีแผนในการติดเครื่องมือที่จะเชื่อมคนและโลกให้มีเป้าหมายร่วมกัน จนสุดท้ายประสบความสำเร็จถอดบทเรียนเพื่อให้ได้รูปแบบทั้งในระบบและนอกระบบแต่ละพื้นที่ ได้กลไกการศึกษาขั้นพื้นฐานเชิงความคิด เกิดเป็นภาพการปฎิบัติให้ดำเนินตามในอนาคตได้”

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา “วันนี้อาชีวะดูแลภารกิจสถาบันการอาชีวศึกษาและสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัด พร้อมที่จะร่วมมือกับทุกจังหวัด ทำแผนยุทธศาสตร์การศึกษาของจังหวัดร่วมกัน เพราะเราจัดการศึกษาเพื่อให้คนมีอาชีพ มีงานทำ มีรายได้ อาชีวะสร้างบ้าน สร้างเมือง สร้างคน สร้างชุมชน และสร้างชาติ นี่คือความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งที่ได้ผลิตคนให้มีคุณภาพในทุกพื้นที่พร้อมทำงานร่วมกับส่วนราชการอื่น ทุกคนตั้งใจร่วมกันปฏิรูปการขับเคลื่อนการศึกษาในระดับภูมิภาคและพื้นที่ การร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งศึกษาธิการจังหวัด และ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา การจัดการศึกษาแบบทวิภาคีร่วมกับภาคเอกชนและสถานประกอบการ ถ้าศึกษาธิการจังหวัดต้องการข้อมูลสนับสนุน เราพร้อมทำงานด้วยความเต็มใจและเป็นทีมเดียวกัน”

นายสุเทพ แกงสันเทียะ เลขาธิการสภาการศึกษา “วันนี้สิ่งที่ทุกฝ่ายพูดถึง เป็นสิ่งที่สภาการศึกษาดำเนินการอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคิดกรอบแนวทางในการพัฒนางาน จัดทำข้อเสนอแนะนโยบาย รวมถึงการสะสมหน่วยการเรียนรู้ หรือธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ระบบการศึกษาในศตวรรษที่ 21 และการจัดการศึกษาปฐมวัยวัยซึ่งเกี่ยวข้องกับท้องถิ่น การศึกษาในประเทศไทยมีความแตกต่าง แต่ที่สำคัญคือ ต้องร่วมจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ มีการทำแผนบูรณาการในระดับจังหวัด ใช้ยุทธศาสตร์ของจังหวัดเป็นฐานในการจัดทำแผน เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน รวมทั้งหน่วยงานอื่น ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้ปกครอง นักเรียน นักศึกษา ร่วมกันวิเคราะห์จัดทำแผนการจัดการศึกษาสู่การปฏิบัติในพื้นที่ เชื่อมโยงระบบการศึกษาเข้าหากันโดยมีศึกษาธิการจังหวัดเป็นฝ่ายร่วมดำเนินการ เน้นทำงานเชิงรุกลงพื้นที่สภาพพื้นที่จริงเพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรม”

นายมณฑล ภาคสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน “ศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้ดูแล กำกับ ส่งเสริมด้านวิชาการของโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการกำกับดูแล การจัดตั้ง การดำเนินกิจการ การเปลี่ยนแปลงกิจการ การโอนกิจการ ไปจนถึงการยกเลิกกิจการ บูรณาการในส่วนกลางส่วนภูมิภาค เชื่อมโยงสู่ศึกษาธิการจังหวัด เชื่อมั่นว่าการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้กับโรงเรียนเอกชนหลายจังหวัดมีนวัตกรรมที่ดีมาก มี 19 จังหวัดที่เป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา มีโรงเรียนที่จัดทำหลักสูตรฐานสมรรถนะ ส่งเสริมให้โรงเรียนจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาส่งเสริมสมรรถนะผู้เรียน ปัจจุบันมีวางแผนการจัดการศึกษาเพื่อช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชน”

นายคมกฤช จันทร์ขจร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ “จากเดิมที่มีสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กระจายอยู่ทั่วประเทศ มีศูนย์ฝึกอาชีพ ศูนย์วิทยาศาสตร์ ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษาที่เป็น ETV แต่หลังจากมี พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ ภารกิจจึงเปลี่ยนไป จากเรียนรู้ตามหลักสูตรอย่างเดียวเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองและการเรียนรู้ในรูปแบบอื่น ช่วงนี้เป็นช่วงที่กำลังออกแบบโครงสร้างองค์กรและหน่วยปฏิบัติแนวดิ่ง และเรามีหน้าที่ส่งเสริมให้ประชาชนเรียนรู้จากสื่อที่ดี ขอความกรุณาศึกษาธิการจังหวัดและศึกษาธิการภาค ให้ความอนุเคราะห์และให้ความร่วมมือกับเราในระดับพื้นที่ เพื่อจัดทำแผนส่งเสริมการเรียนรู้ ก้าวข้ามคำว่าหลักสูตรไปสู่โปรแกรม ส่งเสริมให้ได้เรียนรู้ในยุคดิจิทัลสู่พลเมืองศตวรรษที่ 21 ผ่านการสร้างสื่อที่สร้างสรรค์”

นายสุรพล เจริญภูมิ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น “แนวคิดและทิศทางการขับเคลื่อนร่วมกันในพื้นที่ เกิดจากการพูดคุยกันจนเกิดโครงที่อยู่ในขอบเขตอำนาจและงบประมาณ และมีแผนเป็นระเบียบในการปฏิบัติ ขอบคุณเวทีนี้ที่เปิดให้แลกเปลี่ยนพูดคุยกัน เรื่องของการศึกษาและการปกครองต้องเดินไปคู่ขนานกัน เพราะเป้าหมายคือประชาชน การทำอะไรเพื่อคนอื่นเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ หวังว่าบทบาทที่ร่วมกับศึกษาธิการภาคและจังหวัดดำเนินการ จะเห็นถึงประชาชนที่ได้รับบริการด้านการศึกษา เป็นการเดินไปพร้อมกันด้วยความมั่นคง”

นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ “ธรรมนูญสุขภาพถือเป็นการร่วมบูรณาการขับเคลื่อนพื้นที่โรงเรียน ตามบริบทแต่ละสถานที่ ให้เกิดระบบสุขภาพที่เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ โดยศึกษาธิการจังหวัดและศึกษาธิการภาคมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ท้องถิ่น ชุมชน ร่วมกับโรงเรียน ขับเคลื่อนสุขภาพในสถานศึกษา 4 มิติ ทั้งร่างกาย ใจ สังคม และปัญญา ที่อยู่ในเป้าหมายของแผนการปฏิรูปการศึกษา สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสถานศึกษาผู้เรียนมีความรอบคอบมีทักษะและมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ เพื่อให้สถานศึกษาดูแลผู้เรียนให้มีคุณภาพแบบองค์รวมอย่างสมดุลย์ เพราะเด็กและเยาวชนเป็นสิ่งสำคัญที่จะพัฒนาศักยภาพให้สังคมไทยเป็นสังคมที่มีสุขภาวะเป็นสุขอย่างยั่งยืน


พบพร ผดุงพล / ข่าว
ศุภสิทธิ์ / ภาพ