19 กรกฎาคม 2566 กระทรวงศึกษาธิการ / นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนางสาวสุปราณี คำยวง รองผู้แทนถาวรไทยประจำยูเนสโก นางพิมพ์วรัชญ์ เมืองนิล รักษาการผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป. นางสาวธีรนุช สายปัญญา ผู้อำนวยการกลุ่มทะเบียนและใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 2 สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา หารือความร่วมมือด้านการศึกษากับ H.E. Mr. Kiptiness Lindsay Kimwole (คิปทิเนสส์ ลินด์ซีย์ คิมโวเล) The Ambassador Extraordinary and Plenipotentiary of The Republic of Kenya พร้อมด้วย Mr. Sebastian M. Ileli First Counselor

รองปลัด ศธ. กล่าวต้อนรับเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐเคนยาประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้ารับหน้าที่และหารือเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างไทยและเคนยาในมิติที่ทั้งสองประเทศมีความสนใจร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นด้านการศึกษา ทั้งระดับขั้นพื้นฐาน และอาชีวศึกษา รวมถึงประเด็นเกี่ยวกับครูชาวเคนยาที่เข้ามาสอนภาษาอังกฤษในสถานศึกษาไทย

เอกอัครราชทูตเคนยา กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเคนยา ได้มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 และเคยมีการประชุมความร่วมมือไทย-เคนยา ผ่านกรอบ JC ครั้งแรกที่กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา คาดว่าจะมีการประชุมครั้งที่สองเกิดขึ้นในประเทศไทย ควรหยิบยกประเด็นด้านการศึกษามาหารือในเวทีดังกล่าว

การหารือครั้งนี้ ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นครูชาวเคนยาที่เข้ามาสอนในสถานศึกษาไทย โดยผู้แทนจากคุรุสภาได้ชี้แจงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

  1. จำนวนครูสัญชาติเคนยา ที่มีการขออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครูกับทางสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ในปี พ.ศ. 2565 และ 2566 จำนวนกว่า 300 คน
  2. การกำหนดคุณสมบัติของครูชาวต่างประเทศ ที่จะเข้ามาสอนในสถานศึกษาของไทย
  3. การกำหนดเกณฑ์ขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของชาวต่างประเทศ ที่จะเข้าสอนในสถานศึกษาไทย
  4. การขออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครู โดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของชาวต่างประเทศ หรือการผ่อนผัน

ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตเคนยาได้เสนอการจัดทำบันทึกความเข้าใจด้านการศึกษา (MOU) ระหว่างไทยและเคนยา ซึ่ง สป.ศธ. เห็นพ้องกับการจัดทำบันทึกความเข้าใจดังกล่าว เพื่อเป็นกรอบการดำเนินงานความร่วมมือด้านการศึกษาร่วมกัน ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทั้งสองประเทศให้ความสนใจ อาทิ การแลกเปลี่ยนครู บุคลากรทางการศึกษา การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงนักเรียนของทั้งสองประเทศ เป็นต้น

ทั้งสองฝ่ายได้หารือการดำเนินงานความร่วมมือด้านการศึกษาในมิติที่มีความสนใจร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายเคนยามีความสนใจการดำเนินความร่วมมือด้านอาชีวศึกษา และพร้อมแลกเปลี่ยนนโยบายด้านการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึงระบบการศึกษาของประเทศเคนยา เพื่อเป็นกรอบในการทำงานและผลักดันการดำเนินความร่วมมือทางการศึกษาร่วมกันต่อไป

พบพร ผดุงพล / ข่าว
ณัฐพล สุกไทย / ภาพ
ข้อมูล: สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.