"ครูโอ๊ะ" ยังไม่ลืมกัน ปันสุข ส่งของขวัญวันเด็ก สู่น้องๆชนเผ่าพื้นที่ชายขอบ ที่เมืองกาญจน์

(10 มกราคม 2563) ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ ดร.กมล รอดคล้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในการมอบของขวัญเนื่องในวันเด็ก ภายใต้กิจกรรมโครงการ “ศ.ค.ส. ศึกษาธิการส่งความสุข”

ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนธันวาคมทึ่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์ในการส่งต่อความรัก และแบ่งปันความสุข จากพี่สู่น้องในพื้นที่ชายขอบและห่างไกลทั่วประเทศ โดยเฉพาะในวาระวันเด็กที่กำลังจะมาถึงนี้ ณ อาคารชมรมผู้สูงอายุสำนักงาน กศน. อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีนายสืบสาย ศักดิ์โสภิษฐ์ นายอำเภอทองผาภูมิ นางอรนิช วรรณสุข ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดกาญจนบุรี นายปรเมศร์ ศิริรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานกศน. กรุงเทพมหานคร ผู้บริหารการศึกษาจากส่วนกลาง และครูในพื้นที่ร่วมในกิจกรรม

ดร.กมล รอดคล้าย กล่าวตอนหนึ่งว่า ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีโอกาสมาเยี่ยมเด็ก ๆ ที่อำเภอทองผาภูมิและสังขละบุรี ไม่เคยลืมการต้อนรับที่อบอุ่น และเมื่อถึงวาระสำคัญวันเด็กแห่งชาติ 2563 ก็ตั้งใจเตรียมของขวัญสำหรับเด็ก ๆ แต่ด้วยท่านติดภารกิจจึงไม่สามารถมาด้วยตัวเองได้ จึงมอบให้ตนมาพบกับเด็ก ๆ แทน ซึ่งรัฐมนตรีได้ฝากความรัก ความปรารถนาดีมาพร้อม ๆ กับของขวัญเหล่านี้ รวมทั้งฝากต่อไปยังเด็กๆในอำเภอสังขละบุรี และโรงเรียนแบมบูลาซาลด้วยตามที่ได้สัญญาไว

ทั้งนี้ของขวัญวันเด็กดังกล่าว ประกอบด้วยผ้าห่ม เครื่องเขียน ของเล่น และอุปกรณ์กีฬา ได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมตามเจตนารมณ์ของรัฐมนตรี จากสำนักงาน กศน.กรุงเทพมหานคร และสำนักงาน กศน. อื่น ๆ รวมทั้งผู้มีจิตอันเป็นกุศลในทุกพื้นที่ ได้ร่วมกันจัดหาและบริจาคสมทบ จนนำมาสู่การมอบของขวัญตามโครงการ “ศ.ค.ส. ศึกษาธิการส่งความสุข” เนื่องในวันเด็กและอำเภอทองผาภูมิในวันนี้ ซึ่งในงานดังกล่าวได้รับการต้อนรับจากเด็กและเยาวชนในพื้นที่ รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยในงานได้มีการแสดง รำตง ของเยาวชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านพิทุเย ท่ามกลางบรรยากาศในงานที่เต็มไปด้วยความสดชื่นและมีความสุข

ข่าว : เอื้อมพร สุเมธาวัฒนะ กรรณิกา พันธ์คลอง

สสวท.สรุปคุณสมบัติกระดาษพิมพ์หนังสือเรียน ไม่ขัดกับคุณสมบัติที่ สพฐ. กำหนด

6 มกราคม 2562 / ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เปิดเผยว่าตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขอให้ สสวท. ตรวจสอบคุณสมบัติของกระดาษที่ใช้ในการจัดพิมพ์เนื้อในหนังสือเรียนของสำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่าถูกต้องตามคุณสมบัติของกระดาษที่ สสวท. กำหนดหรือไม่นั้น

สสวท. ได้ดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้วและแจ้ง สพฐ. แล้วว่า คุณภาพของกระดาษที่ใช้ในการพิมพ์เป็นไปตามข้อกำหนดของ สพฐ. คือ “เป็นกระดาษเยื่อเคมี เคลือบผิวด้าน น้ำหนักพื้นฐาน 70 แกรม ซึ่งสามารถใช้ดินสอเขียนได้ และผลิตจากโรงงานที่มีมาตรฐานจากต่างประเทศ

ศาสตราจารย์ชูกิจ กล่าวว่า ที่ผ่านมา สสวท. และผู้รับอนุญาตผลิตและจำหน่ายสื่อของ สสวท. ทั้ง 2 รายคือ องค์การค้าของ สกสค. และ สำนักพิมพ์จุฬาฯ ได้มีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการดำเนินงานและกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายอย่างชัดเจนตามมติคณะกรรมการ สสวท. โดยผู้รับอนุญาตฯ ต้องดำเนินการผลิตสื่อของ สสวท. ตามต้นฉบับที่ สสวท. มอบให้ ตั้งแต่เตรียมการผลิต พิสูจน์อักษร การจัดพิมพ์ ตรวจสอบคุณภาพ ทำเล่มและบรรจุหีบห่อ และจะต้องผลิตตามจำนวนที่ได้รับอนุญาต โดยแสดงจำนวนผลิตที่ตรวจสอบได้ ในกรณีที่จำเป็นต้องปรับปรุงสื่อของ สสวท. ให้เหมาะสมต่อการผลิต ผู้รับอนุญาตฯ จะต้องส่งต้นฉบับสื่อที่ปรับปรุงให้ สสวท. ตรวจสอบความถูกต้องทางวิชาการและคุณภาพก่อนการผลิตและจำหน่ายในการผลิตแต่ละครั้ง ทั้งนี้เพื่อให้หนังสือที่ใช้ชื่อ สสวท. มีคุณภาพ เพื่อการจำหน่ายกับทั้งบุคลทั่วไป โรงเรียนในสังกัด สพฐ. และโรงเรียนอื่น ๆ

อย่างไรก็ตาม ในการที่ สกสค. และสำนักพิมพ์จุฬาฯ จะจำหน่ายหนังสือให้กับโรงเรียนสังกัด สพฐ. นั้น ต้องขออนุญาตจาก สพฐ ซึ่ง สพฐ.จะมีการให้ประกาศอนุญาตพร้อมกำหนดชนิดของกระดาษที่ใช้และราคา โดยข้อกำหนดของ สพฐ. ไม่ได้ระบุรายละเอียดของค่าความมันวาวของกระดาษ หรือค่าความทึบแสงแต่อย่างใด

ส่วนเรื่องการที่สำนักพิมพ์จุฬาฯ ขอปรับเปลี่ยนคุณสมบัติของกระดาษ เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ที่ป้องกันการผูกขาดผู้จำหน่ายกระดาษ ซึ่ง สสวท. ได้พิจารณาแล้วว่าการปรับเปลี่ยนคุณสมบัติด้านความมันวาวและความทึบแสงตามที่ สำนักพิมพ์จุฬาฯ ปรับนั้น มิได้กระทบต่อความถูกต้องทางวิชาการและคุณภาพหนังสือเรียนแต่อย่างใด และไม่ขัดกับข้อกำหนดของ สพฐ. จึงส่งรายละเอียดแจ้ง สพฐ. ตามที่สำนักพิมพ์จุฬาฯ แจ้งมา

สำหรับการจัดพิมพ์หนังสือเรียนสำหรับภาคการศึกษาที่ 1/2563 สพฐ. สสวท. องค์การค้าของ สกสค. และสำนักพิมพ์จุฬาฯ ได้กำหนดแผนการดำเนินงานผลิตหนังสือเรียนร่วมกันในแต่ละขั้นตอน มีการประชุมร่วมกันและเร่งดำเนินการตามกรอบเวลาอย่างเคร่งครัด ล่าสุดในการประชุมคณะกรรมการ สกสค. เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา สสวท. ยังได้รายงานผลการดำเนินการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรับทราบด้วย ซึ่งก็ได้รับการกำชับให้ดำเนินการโดยเคร่งครัด เพื่อให้สามารถผลิตหนังสือเรียนที่มีคุณภาพส่งถึงโรงเรียนทันเวลาก่อนเปิดภาคเรียนทั่วประเทศ ทั้งนี้ หากรัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายใหม่ สสวท. จำเป็นต้องขออนุมัติคณะกรรมการ สสวท. ที่มีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานของ สสวท.​ ใหม่ด้วย