11 มีนาคม 2569 – ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ครั้งที่ 3/2569 โดยมี โดยมี นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ. ผู้ช่วยศาสตราจารย์อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา ทำหน้าที่กรรมการและเลขานุการ พร้อมด้วยคณะกรรมการคุรุสภา เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ ชั้น 2 อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบออนไลน์ Zoom

รมว.ศธ. เปิดเผยภายหลังการประชุมว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการสำคัญหลายประเด็น เพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครูและพัฒนาระบบการผลิตครูของประเทศให้มีคุณภาพและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของการศึกษาในปัจจุบัน

โดยมีที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ดังนี้

เห็นชอบ (ร่าง) ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยการอุทธรณ์คำวินิจฉัยการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ เพื่อกำหนดกระบวนการพิจารณาอุทธรณ์ให้มีความชัดเจน โปร่งใส และเป็นธรรม พร้อมมอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

เห็นชอบ (ร่าง) ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยการรับรองความรู้และประสบการณ์ทางวิชาชีพเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (ฉบับที่ 2) รวมถึง (ร่าง) ประกาศคุรุสภา เรื่อง การรับรองคุณวุฒิเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู กรณีสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ (ฉบับที่ 2) เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับบริบทการศึกษาระดับนานาชาติ และเอื้อต่อผู้สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศที่ต้องการประกอบวิชาชีพครูในประเทศไทย

เห็นชอบ การรับรองคุณวุฒิเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ จำนวน 311 ราย ประกอบด้วย
– ผู้ที่มีผลการเทียบคุณวุฒิจากสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 44 ราย
– ผู้ที่มีคุณวุฒิตรงกับฐานข้อมูลคุณวุฒิการศึกษาจากต่างประเทศที่เคยได้รับการพิจารณาแล้ว 26 ราย
– ผู้ที่มีเอกสารครบถ้วนตามประกาศคุรุสภา 241 ราย

เห็นชอบ แนวทางการพัฒนาการทดสอบด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพตามมาตรฐานวิชาชีพครู รวมทั้งเห็นชอบ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู เพื่อปรับปรุงระบบการประเมินสมรรถนะให้สะท้อนศักยภาพของผู้ประกอบวิชาชีพครูอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ที่ประชุมมีข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อพัฒนาคุณภาพการผลิตครูอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ครอบคลุม 9 ประเด็นสำคัญ อาทิ การยกระดับการคัดเลือกผู้เรียนเข้าสู่สถาบันผลิตครู การตรวจสอบมาตรฐานสถาบันและหลักสูตรการผลิตครู การพัฒนาคุณภาพอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร และการสนับสนุนกระบวนการผลิตและบ่มเพาะครูคุณภาพ เพื่อให้ได้ครูที่มีสมรรถนะสูงและตอบโจทย์การพัฒนาผู้เรียนในอนาคต

เห็นชอบ การรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษาตามมาตรฐานวิชาชีพ รวม 29 หลักสูตร จาก 18 สถาบัน ประกอบด้วย
– หลักสูตรปริญญาตรีทางการศึกษา (หลักสูตร 4 ปี) จำนวน 18 หลักสูตร จาก 8 สถาบัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์นครพนม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
– หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู จำนวน 6 หลักสูตร จาก 6 สถาบัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น มหาวิทยาลัยทักษิณ (สงขลาและวิทยาเขตพัทลุง) มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และสถาบันสารสาสน์เทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ
– หลักสูตรปริญญาโททางการศึกษา (วิชาชีพครู)
จำนวน 1 หลักสูตร จากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
– หลักสูตรปริญญาโททางการศึกษา (วิชาชีพบริหารการศึกษา) จำนวน 4 หลักสูตร จากมหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม และมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

เห็นชอบ การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของหลักสูตรที่คุรุสภาเคยให้การรับรองแล้ว จำนวน 12 หลักสูตร จาก 3 สถาบัน โดยเป็นการปรับแผนการรับนักศึกษาในหลักสูตรปริญญาตรีทางการศึกษา จำนวน 11 หลักสูตร และหลักสูตรปริญญาโททางการศึกษา (วิชาชีพบริหารการศึกษา) อีก 1 หลักสูตร เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทการจัดการศึกษาของแต่ละสถาบัน

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ธรรมนารี ชดช้อย/ ข่าว-กราฟิก
อินทิรา บัวลอย/ ภาพ
สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา/ ข้อมูล