21 มกราคม 2569 – ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย ครั้งที่ 1/2569 พร้อมด้วย คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย รศ.ดร.ประวิตเอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ดร.สุภชัย จันปุ่ม รองเลขาธิการสภาการศึกษา ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวง พม. กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร สมาคมสันนิบาตแห่งประเทศไทย สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร สกศ. ควบคู่กับการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
ที่ประชุมพิจารณาเรื่องสำคัญ 4 เรื่อง ดังนี้
1. การทบทวนระบบบริการสำหรับเด็กปฐมวัยที่สงสัยมีความผิดปกติด้านพัฒนาการและการเรียนรู้ พบว่า ปี 2567 เด็กปฐมวัยได้รับการประเมินพัฒนาการเพียงร้อยละ 52 และพบเด็กมีพัฒนาการสมวัยเพียงร้อยละ 70-77 ปัญหาสำคัญ คือ โรงพยาบาลรัฐใน กทม. ขาดบริการกระตุ้นพัฒนาการ ข้อมูลจากโรงพยาบาลนอกสังกัดสาธารณสุขไม่เชื่อมโยงกับส่วนกลาง และเด็กกลุ่มเสี่ยง เช่น พัฒนาการล่าช้า ออทิสติก เข้าไม่ถึงบริการจำนวนมาก โดยมีข้อเสนอมาตรการเร่งด่วน 4 ข้อ ได้แก่ 1) กระตุ้นให้มีการเฝ้าระวังและคัดกรองเด็กทุกช่วงวัย 2) เด็กที่มีความผิดปกติต้องได้รับการประเมินภายใน 1 เดือนโดยผู้เชี่ยวชาญ 3) เด็กที่มีความผิดปกติต้องได้รับการส่งเสริมกระตุ้นพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง 4) ทบทวนและจัดระบบบริการสำหรับเด็กกลุ่มนี้ให้เป็นระบบ
2. การขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย พบว่า การเลี้ยงดูที่มีคุณภาพเป็นมาตรการสำคัญที่สอดคล้องกับนโยบาย “3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม” เช่น เร่งให้ความรู้ผู้ปกครอง ลดความรุนแรง เพิ่มเวลาคุณภาพ และกล่าวถึงโปรแกรม Thai Preschool Parenting Program (Thai Triple-P) ซึ่งพัฒนาโดยกรมสุขภาพจิตและขยายผลไปทั่วประเทศ แต่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ นอกจากนี้ คุรุสภาถือเป็นหน่วยงานสำคัญในการพัฒนาครูให้มีความรู้พื้นฐานด้านการเลี้ยงดูเด็กโดยมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานความร่วมมือระหว่างกรมสุขภาพจิตและคุรุสภาเพื่อพัฒนาหลักสูตร E-Learning สำหรับครูผู้ดูแลเด็กปฐมวัยและครูอนุบาล
3. การขับเคลื่อนนโยบาย “3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม” เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในสภาวะวิกฤต การวิจัยเรื่องกิจกรรมทางกาย พบว่า มีความสำคัญต่อพัฒนาการเด็ก และชี้ว่า ผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง ควรได้รับพัฒนาเจตคติและแนวทางการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมที่ประชุมมอบคณะทำงานประชาสัมพันธ์ฯ ผลักดันและส่งเสริมเข้าสู่ระบบให้มีกิจกรรมทางกายเด็กปฐมวัยยิ่งขึ้น
4. รายงานการประเมินผลสัมฤทธิ์พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 พบว่า ยังคงประสบปัญหาด้านการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการจัดตั้งระบบฐานข้อมูลกลาง และการทำงานเชิงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้าของงบประมาณรวมถึงการขาดความเข้าใจของผู้ปกครอง และการปรับปรุงข้อกฎหมายให้มีความชัดเจน มอบคณะอนุกรรมการบูรณาการเด็กปฐมวัย วิเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่บรรลุผล และคณะอนุกรรมการกฎหมายและการคุ้มครองสิทธิเด็กปฐมวัยพิจารณาข้อจำกัด เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงต่อไป
สำหรับเรื่องการจัดทำฐานข้อมูลสารสนเทศเด็กปฐมวัย ได้มีการนำร่องระบบในจังหวัดพิจิตรและสมุทรสาคร การแต่งตั้งคณะทำงาน และการประสานงานกับกรมการปกครองเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและทะเบียนราษฎร์ สำหรับค้นหาเด็กที่ตกหล่น แม้จะมีการทดสอบระบบแล้ว แต่กรมการปกครองจำเป็นต้องมีมติคณะรัฐมนตรีรองรับจึงจะเชื่อมโยงข้อมูลกลับมาได้ และการจัดทำฐานข้อมูลเด็กปฐมวัยเป็น “นโยบายระดับชาติ” รวมถึงแนวทางระยะเร่งด่วน ให้ดำเนินการเทียบกระทบข้อมูลระหว่างกรมการปกครอง กสศ. และ สกศ. ให้คณะอนุกรรมการฯ จัดทำนโยบายเสนอคณะกรรมการนโยบายฯ เห็นชอบก่อนนำเข้า ครม. ต่อไป
ประชาสัมพันธ์สภาการศึกษา / ข่าว
พบพร ผดุงพล / กราฟิก
