
8 มกราคม 2569/ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำเด็กและเยาวชนดีเด่น และเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ จากทุกสังกัดทั่วประเทศ เข้าเยี่ยมคารวะและรับโอวาทจากนาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พร้อมรับโล่รางวัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 โดยมีนายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมด้วย
นายกรัฐมนตรีได้มอบคำขวัญวันเด็กประจำปีนี้คือ “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” โดยขยายความว่า “การรักชาติไทย” คือความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่เข้มแข็งของไทยที่ไม่เป็นทีสองรองจากใครในโลก ส่วน “การใส่ใจโลก” คือการร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อม ลดมลภาวะ และมุ่งสู่การใช้พลังงานสะอาด เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปอยู่แถวหน้าในเวทีโลก พร้อมเปิดห้องทำงานและเก้าอี้นายกฯ สำหรับงานวันเด็กแห่งชาติในปีนี้ (วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569) ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นอาคารประวัติศาสตร์ที่มีอายุกว่า 100 ปี เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เข้าชมห้องทำงานนายกรัฐมนตรี และเปิดโอกาสให้ลงนั่งบนเก้าอี้นายกรัฐมนตรี เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารประเทศหรือข้าราชการที่ทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองในอนาคต

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้ฝากข้อคิดและแนวทางพัฒนาตนเองสำหรับเยาวชน ที่สำคัญหลายประการเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับลูกหลาน คือ
• ความกล้าหาญ สนับสนุนให้เยาวชนกล้าทำในสิ่งที่มีความถูกต้องและกล้าลองทำสิ่งใหม่ ๆ
• การเรียนรู้และภาษา สนับสนุนให้ใฝ่เรียนรู้ทางวิชาการ ควบคู่ไปกับการฝึกฝนภาษาต่างประเทศเพื่อขยายโอกาสในการประกอบอาชีพและสร้างความประทับใจในระดับสากล
• ทักษะชีวิตและกีฬา สนับสนุนให้เล่นกีฬาเพื่อสุขภาพและความแข็งแรง โดยเน้นเรื่อง “สปิริต” การเคารพกฎกติกา และการทำงานเป็นทีมภายใต้แนวคิด “ทีมไทยแลนด์” (Team Thailand)
• คุณธรรม เน้นย้ำว่าความสามารถที่ยอดเยี่ยมต้องมาคู่กับคุณธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม บทบาทของเด็กต่ออนาคตของชาติ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “เยาวชนคือกลุ่มคนที่จะมารับช่วงต่อในการบริหารประเทศ จึงขอฝากอนาคตของชาติไว้กับทุกคน พร้อมกำชับให้ผู้ใหญ่และผู้ปกครองตระหนักถึงหน้าที่ในการดูแล มอบความรักความเมตตาให้กับเด็กทุกคนในสังคม เพื่อร่วมกันพัฒนาประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน”
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวให้โอวาทแก่เด็ก ๆ ว่า ทุกคน ได้คำนึงถึงหน้าที่พลเมืองที่สำคัญของตัวเอง ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะเราต้องเติบโตมาเป็นผู้ที่จะสร้างอนาคตให้กับประเทศไทย พร้อมกับมีความเท่าทันสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคปัจจุบัน เช่น สื่อ เทคโนโลยี ที่เข้ามาอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของเราในทุก ๆ วัน ขอให้ใช้อย่างมีสติ ใช้เพื่อเรียนรู้นอกห้องเรียน โดยให้วิเคราะห์คัดกรองข้อมูลบนสื่อเหล่านี้ด้วย จึงจะะเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเอง ส่วนเรื่องใดที่ส่งผลกระทบจิตใจ ขอให้คุยปรึกษากับครอบครัว พ่อแม่ผู้ปกครอง พี่น้อง ตลอดจนครูและเพื่อน ก่อนที่จะเชื่อ ChatGPT ทั้งหมด เช่นเดียวกับ ศธ. ที่ได้รณรงค์ถึงการสร้างความตระหนักรู้เรื่อง AI ในการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างเท่าทันด้วย
“การมอบรางวัลในวันนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 ขอชื่นชมพวกเราทุกคน ณ ที่แห่งนี้ และ ณ หอประชุมคุรุสภา ทุกคนเปรียบเสมือน “cream of the crop” เป็นสุดยอดที่ผ่านการคัดกรองมาแล้วว่า เป็นเด็กที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น ด้านวิชาการ ด้านดนตรี ศิลปะ ด้านกีฬา หรือด้านศิลปวัฒนธรรม ก็ขอให้เราภูมิใจที่มารับรางวัลและพบปะกับนายกรัฐมนตรีในวันนี้ และเราต้องไม่ลืมผู้ที่มีส่วนช่วยส่งเสริมให้เราประสบความสำเร็จด้วย ไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่ คุณครู เพื่อนร่วมทีม เป็นต้น และอาจารย์ขอแสดงความยินดีกับพวกเราทุกคนอีกครั้ง ขอให้พวกเราเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศไทย เพราะเราก็สร้างอนาคตให้กับประเทศไทยได้ด้วยมือของเรา” รมว.ศธ.กล่าว
โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวเชิญชวนเด็ก ๆ ร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ในวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 นี้ ทั้งนั่งเก้าอี้ท่านนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล และร่วมกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ พร้อมของรางวัลกว่า 100,000 ชิ้น ไว้รอน้อง ๆ หนู ๆ ทุกคน สำหรับการเชิดชูเกียรติเด็กและเยาวชนดีเด่น ที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติในปีนี้ รวมจำนวน 1,462 คน ซึ่งผ่านการคัดเลือกจาก 17 หน่วยงาน โดยพิจารณาจากความประพฤติ คัดเลือกจากเด็กและเยาวชนที่มีความประพฤติดี เรียนดี มีความซื่อสัตย์ ขยัน อดทน ประหยัด กตัญญูต่อพ่อแม่และผู้ปกครอง สามารถพึ่งพาตนเอง และอุทิศตนเพื่อส่วนรวม รวมถึงเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติใน 5 ด้าน ได้แก่ ด้านวิชาการ ด้านศิลปวัฒนธรรมและดนตรี ด้านทักษะฝีมือวิชาชีพ ด้านกีฬาและนันทนาการ และด้านศีลธรรม คุณธรรมและจริยธรรม
ทั้งนี้ ด.ช. พัชร แสนสุริยะ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ กรุงเทพฯ (Harrow International School Bangkok) กล่าวในฐานะตัวแทนเด็กและเยาวชนดีเด่นที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ประจำปี 2569 ว่า “รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจที่ได้รับเกียรติให้มาเยือนทำเนียบรัฐบาล ขอแสดงความขอบคุณนายกรัฐมนตรีสำหรับโอวาทที่มอบให้ ซึ่งถือเป็นแรงบันดาลใจสำคัญ ขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะนำข้อคิดที่ได้รับไปใช้เป็นแนวทางดำเนินชีวิต เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณธรรมและเป็นกำลังหลักในการพัฒนาชาติต่อไป
ซึ่งนิยามของ “เด็กดี” ในมุมมองเยาวชน “เด็กที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เก่งที่สุด แต่คือผู้ที่รู้จักหน้าที่ของตนเองและทำให้ดีที่สุด มีความพยายาม รับผิดชอบ และตั้งใจฝึกฝนในสิ่งที่สนใจ” และจะไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค หากวันข้างหน้าต้องเผชิญกับความผิดพลาด แต่หากมีความอดทนและไม่ท้อถอย ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน” พร้อมกล่าวขอบคุณสำหรับโอกาสอันมีค่าในครั้งนี้ที่ให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชน
และในวันเดียวกันนี้ กระทรวงศึกษาธิการยังได้จัดพิธีมอบเกียรติบัตรให้แก่เด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกจากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 2,833 คน โดยรับมอบจากปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ณ หอประชุมคุรุสภา เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้ทำความดีอย่างต่อเนื่อง เป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม และตระหนักถึงบทบาทสำคัญของตนเองในฐานะกำลังหลักของประเทศ

ซึ่งกิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติที่จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 ณ กระทรวงศึกษาธิการ นี้ เริ่มตั้งแต่เวลา 07.00 – 16.00 น. ภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม” เพื่อปลุกพลังแห่งการเรียนรู้อย่างมีความสุข โดยนายกรัฐมนตรีจะให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานในเวลา 08.30 น. กิจกรรมภายในงานแบ่งออกเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่
• โซนที่ 1 Light of Wisdom (แสงแห่งปัญญา) – มีนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และกิจกรรมจำลองสถานการณ์พิธีการทูตเพื่อส่งเสริมมารยาทสากล
• โซนที่ 2 Creative Earth Lab (ห้องทดลองโลกสร้างสรรค์) – รวมหน่วยงานด้านการศึกษาและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ใหม่ ๆ
• โซนที่ 3 Sufficiency for Happiness (พอเพียง สร้างสุข) – เน้นการเรียนรู้ตามแนวทางพระราชดำริและกิจกรรมจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กรมส่งเสริมการเรียนรู้ และกระทรวงวัฒนธรรม
• โซนที่ 4 Water Wonder Zone (บ้านเล็กในป่าใหญ่) – กิจกรรมจากกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานพันธมิตรที่เน้นความสนุกสนานควบคู่การเรียนรู้ธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม การจัดกิจกรรมเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 เป็นไปตามเจตนารมณ์ในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ความสามัคคี และการมีส่วนร่วมของเยาวชน ตามคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ที่นายกรัฐมนตรีมอบไว้ให้
สุกัญญา จันทรสมโภชน์ / ข่าว – กราฟิก
ธนภัทร จันทร์ห่างหว้า /ภาพ
ข้อมูล : สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ
ภาพเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/share/p/1Aip3LSNEC/?mibextid=wwXIfr
