ศธ.ประชุมจัดงาน "วันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 128 ปี" 1 เม.ย.63

(25 กุมภาพันธ์ 2563) นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 128 ปี ครั้งที่ 1/2563 โดยมีผู้บริหารเข้าร่วม อาทิ นางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และรองโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งคณะกรรมการเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ โดยมีประเด็นสำคัญจากการประชุม สรุปดังนี้

รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดงานฯ

ที่ประชุมรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 128 ปี โดย รมว.ศธ., รมช.ศธ., ปลัด ศธ. และเลขาธิการองค์กรหลักเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาการจัดงาน, ปลัด ศธ. เป็นประธานกรรมการ, รองปลัด ศธ. และรองเลขาธิการองค์กรหลัก เป็นรองประธานกรรมการ, หัวหน้าผู้ตรวจราชการ และเลขาธิการ 3 สำนักบริหาร หน่วยงานในกำกับ ผู้แทนทุกองค์กรหลัก เป็นกรรมการ, โดย ผอ.สำนักอำนวยการ สป. เป็นกรรมการและเลขานุการ

รับทราบความก้าวหน้าการจัดทำหนังสือที่ระลึก 128 ปี ศธ.

ที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าการจัดทำหนังสือที่ระลึกวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 128 ปี ซึ่ง ปลัด ศธ. เป็นประธานกรรมการ ขณะนี้มีความคืบหน้าในการจัดทำแล้วร้อยละ 80 โดยสรุปสาระสำคัญโครงร่างหนังสือที่ระลึก ดังนี้

  1. พิมพ์จำนวน 3,000 เล่ม
  2. การจัดทำเนื้อหา โดยประมาณ 270 หน้า แบ่งเนื้อหาออกเป็น 6 ส่วน
    – ประมวลภาพการเปิดพิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย
    – การศึกษาไทยตั้งแต่ในอดีตกาลและพัฒนาการเรียนการสอน
    – สัญลักษณ์ต่าง ๆ ของกระทรวงศึกษาธิการ
    – วิสัยทัศน์ ทิศทางการดำเนินงานด้านการศึกษาในปี 2563-2564 และแนวโน้มในอนาคต
    – ส่วนหนึ่งจากความภาคภูมิใจในอาชีพด้านการศึกษา
    – ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ผู้ทำคุณประโยชน์)
  3. การมอบหมายงาน จะจัดพิมพ์หนังสือที่ระลึกฯ ได้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคม 2563 โดยจะจัดส่งให้ สป. 500 เล่ม รวมทั้งจัดส่งให้ห้องสมุดและผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ ศธ. 2,100 เล่ม อีก 400 เล่ม มอบให้ผู้บริหาร บุคคล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเป็นหลักฐานที่กระทรวงศึกษาธิการต่อไป

รับทราบการคัดเลือกผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ ศธ. ประจำปี 2563

ที่ประชุมรับทราบผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี 2563 จำนวน 89 ราย ดังนี้

  1. สำนักงานรัฐมนตรี 3 ราย
  2. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 25 ราย
  3. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 3 ราย
  4. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 22 ราย
  5. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 14  ราย
  6. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  4 ราย
  7. สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา  1 ราย
  8. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา 4  ราย
  9. โรงเรียนมหิดลวิทยานสรณ์  1  ราย
  10. สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ 1  ราย
  11. สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ 1  ราย
  12. โควตาสำรองส่วนกลางฯ  10 ราย
    รวมทั้งสิ้น 89 ราย

กำหนดการ
วันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 128 ปี
วันพุธที่ 1 เมษายน 2563

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
กิติพงษ์ ปลูกชาลี / ถ่ายภาพ
บัลลังก์ โรหิตเสถียร / บรรณาธิการข่าว

ครูตั้น-ครูพี่โอ๊ะ จูงมือเด็กจินตคณิต ฝึกคิดเลขด้วยจินตภาพ เข้าพบนายกฯ

เมื่อวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 08.30 น. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำคณะผู้บริหาร ครู และนักเรียนโรงเรียนเอกชนที่มีความรู้ความสามารถด้านจินตคณิต จำนวน 35 คน เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า “จินตคณิต” เป็นกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ตัวเลข ลูกคิด หรือนิ้วมือ เป็นสื่อในการเรียนการสอน ซึ่งจะช่วยฝึกฝนและพัฒนาเด็กให้มีสมาธิ และสามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นานมากขึ้น พร้อมทั้งกระตุ้นและพัฒนาสมองให้พร้อมสำหรับการเรียนรู้ในทุก ๆ ด้าน

เนื่องจากจินตคณิตเป็นการคิดเลข โดยใช้จินตภาพหรือการสร้างภาพลูกคิดขึ้นในสมอง ซึ่งหลักการเรียนจินตคณิตไม่ใช่เพื่อการคิดเลขเร็ว แต่การคิดเลขเร็วเป็นเพียงผลพลอยได้ที่เกิดจากการกระตุ้นสมองให้ฝึกฝนการคิดเลขในใจแบบจินตภาพเท่านั้น โดยจินตคณิตจะส่งผลให้เด็กมีความสามารถทางความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการด้านต่าง ๆ รวมถึงช่วยพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์ให้ดีขึ้นด้วย

นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ กล่าวว่า เด็กทุกคนสามารถเรียนรู้จินตคณิตและฝึกฝนได้อย่างง่ายดาย จึงเกิดความสนุกและมั่นใจในตัวเอง หลังจากนั้นจะค่อย ๆ เพิ่มระดับความเข้มข้นขึ้น ตามความสามารถในการเรียนรู้ของแต่ละคน เพื่อนำไปสู่การคำนวณแบบจินตภาพต่อไป โดยสามารถเริ่มเรียนหลักสูตรเบื้องต้นได้ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ซึ่งหากได้รับการฝึกฝนอย่างถูกวิธี จะสามารถพัฒนาทักษะการคิดเลขแบบจินตภาพได้อย่างเป็นธรรมชาติ และฝึกฝนจินตคณิตในระดับสูงขึ้น อันจะช่วยกระตุ้นการพัฒนาสมองเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ ในเวลา 7.00 น. คณะครูและนักเรียน ตลอดจนผู้ปกครอง ได้เข้าพบ รมช.ศึกษาธิการ ที่ห้องพระขรรค์เพชร กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรับโอวาท พร้อมรายงานผลการจัดการเรียนการสอนจินตคณิต เพื่อสร้างการคิดวิเคราะห์

อรพรรณ ฤทธิ์มั่น: สรุป
นวรัตน์ รามสูต: เรียบเรียง
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.: รายงาน
24/2/2563

VDO: https://www.youtube.com/watch?v=XtOeY9kM-jo&feature=youtu.be

ทีมอาชีวศึกษาศรีสะเกษ คว้าแชมป์ U19 Football อาชีวศึกษา 2020 ครั้งที่ 2

(24 ก.พ.63) นายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาฟุตบอล รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ชิงแชมป์ประเทศไทย ระดับอาชีวศึกษา (U19 Football อาชีวศึกษา 2020) ครั้งที่ 2 พร้อมมอบถ้วยรางวัลชนะเลิศและแสดงความยินดีกับทีมอาชีวศึกษาจังหวัด (อศจ.) ศรีสะเกษ ที่คว้าแชมป์ไปครองในปีนี้ ที่สนามช้างอารีนา จ.บุรีรัมย์ 

นายณรงค์ แผ้วพลสง กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มีนโยบายส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพและความสามารถของนักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษา ให้เป็นผู้พร้อมด้วยความรู้ คุณภาพ และคุณธรรม มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ บำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่นตลอดจนสังคม และประเทศชาติ โดยนำกิจกรรมกีฬามาสร้างสรรค์ และพัฒนาเยาวชนให้ตระหนักถึงการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น และยกระดับมาตรฐานการแข่งขันกีฬาเยาวชนจากสถานศึกษาในสังกัดในระดับภาค

จึงได้จัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอล รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ชิงแชมป์ประเทศไทย ระดับอาชีวศึกษา ครั้งที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้นักเรียน นักศึกษา ที่มีความเป็นเลิศด้านกีฬาบนพื้นฐานการพัฒนา โดยใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาและโภชนาการเป็นฐาน เน้นการพัฒนาร่างกายให้มีสุขภาพแข็งแรง มีระเบียบวินัย และห่างไกลยาเสพติด ส่งเสริมการสร้างนักกีฬาในสถานศึกษา โดยพัฒนาผู้มีทักษะและความสามารถสู่ความเป็นเลิศในระดับจังหวัด ระดับภาค ระดับชาติ เพื่อพัฒนาต่อเนื่องไปสู่เส้นทางสายอาชีพ พร้อมทั้งเชิดชูเกียรตินักกีฬาอาชีวศึกษาประเภทต่าง ๆ ที่ผ่านการคัดเลือกในระดับชาติ ให้เข้าไปเป็นตัวแทนทีมชาติไทย และสร้างเครือข่ายสถานศึกษาเพื่อการพัฒนาด้านกีฬาร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

โดยมีทีมเข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 16 ทีม เป็นตัวแทนจากภาคเหนือ 3 ทีม ภาคใต้ 2 ทีม ภาคกลาง 2 ทีม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 ทีม และโรงเรียนในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา 32 บุรีรัมย์ ภาคตะวันออกและกรุงเทพฯ 4 ทีม จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-24 กุมภาพันธ์ ณ สนามช้างอารีนา จังหวัดบุรีรัมย์

สำหรับผลการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ทีมอาชีวศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ เอาชนะทีมอาชีวศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ 5-3 ประตู คว้าถ้วยรางวัลชนะเลิศจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รับทุนการศึกษา 100,000 บาท ส่วนรองแชมป์คว้าถ้วยรางวัลจากเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และรับทุนการศึกษา 50,000 บาท

สำหรับผลรางวัลอื่น ๆ ดังนี้ ทีมวิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการราชดำเนิน คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ด้วยคะแนน 5 ต่อ 1 ประตู รับถ้วยรางวัลจากเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และทุนการศึกษา 30,000 บาท ทีมวิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 และทุนการศึกษา 20,000 บาท

รางวัลนักกีฬาทำประตูสูงสุด ได้แก่ นายวิชิต กองสินแก้ว เบอร์ 8 ทำประตูสูงสุด 20 ประตู จากทีม อศจ.ศรีสะเกษ รางวัลนักกีฬาฟุตบอลยอดเยี่ยม ได้แก่ นายณัฐพล ยงสกุล เบอร์ 7 จากทีม อศจ.ศรีสะเกษ และรางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม ได้แก่ นายกวินทัต โพธพะเลิศ จากทีม อศจ. ศรีสะเกษ โดยการแข่งขันกีฬาฟุตบอล รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ชิงแชมป์ประเทศไทย ระดับอาชีวศึกษา ครั้งที่ 2 ถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้กับนักเรียน นักศึกษา จากสถานศึกษาอาชีวศึกษารัฐ และเอกชนจากทั่วประเทศ ในสังกัด สอศ. ให้ได้แข่งขันและรับการคัดเลือกเพื่อหาความเป็นหนึ่งในด้านกีฬาการแข่งขันฟุตบอลอีกด้วย ทั้งนี้ สอศ. ยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ บริษัท เอ พี ฮอนด้า จำกัด ธนาคารออมสิน และ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน)

กลุ่มประชาสัมพันธ์ สอศ. : ภาพ/ข่าว
บัลลังก์ โรหิตเสถียร : บก.ข่าว

ปลัด ศธ.เปิดการพัฒนา นบส.ศธ.รุ่น 10 และมอบวุฒิบัตร นบส.ศธ.รุ่น 9

(24 กุมภาพันธ์ 2563) นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการพัฒนานักบริหารระดับสูง กระทรวงศึกษาธิการ (นบส.ศธ.) รุ่นที่ 10 และมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ วุฒิบัตร และเข็มวิทยฐานะ นบส.ศธ.รุ่นที่ 9 โดยมีนางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, ดร.สมโภชน์ นพคุณ อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (เลขาธิการ ก.พ.) ในฐานะหัวหน้าวิทยากร นบส.ศธ.รุ่นที่ 10 ร่วมในพิธีเปิด ณ อาคารอเนกประสงค์ สถาบันพัฒนาครู คณจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา (สคบศ.)

ปลัด ศธ. กล่าวตอนหนึ่งว่า ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้ารับการพัฒนาในหลักสูตร นบส.ศธ.รุ่นที่ 10 และผู้สำเร็จการพัฒนา รุ่นที่ 9 ที่เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณ วุฒิบัตรและเข็มวิทยฐานะ

ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า การดำเนินการพัฒนา นบส.ศธ. รุ่นที่ 1 ถึงรุ่นที่ 9 ประสบความสำเร็จและบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า นบส.ศธ.รุ่นที่ 10 จะผ่านเกณฑ์สำเร็จการพัฒนาตามหลักสูตรทุกท่าน เพื่อจะได้นำความรู้และประสบการณ์ไปใช้ในการบริหารจัดการศึกษาของชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างและพัฒนาเยาวชนไทยให้มีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรม มีความทันสมัยในด้านวิชาการและเทคโนโลยี ในขณะเดียวกันต้องดำรงไว้ซึ่งการอนุรักษ์วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขบนพื้นฐานของความเป็นไทยและความเป็นสากล

ดังนั้น ผู้บริหารทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญในการสร้างความตระหนักและสร้างความร่วมมือให้การบริหารราชการ เพื่อจัดการศึกษาของประเทศให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อการพัฒนาเยาวชนไทยและสังคม ให้มีคุณภาพเพื่อเข้าสู่ Thailand 4.0 และเป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนาประเทศชาติให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

“สิ่งสำคัญที่อยากฝากถึง นบส.ศธ.รุ่นที่ 10 ทั้ง 85 คน ถือได้ว่าเป็นการรวมของผู้บริหารจากทุกภาคส่วน นับเป็นโอกาสดีที่ผู้บริหารจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับวิทยากรที่มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์ รวมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เข้ารับการพัฒนาและสร้างเครือข่ายร่วมกัน ขอให้ทุกท่านใช้โอกาสในการพัฒนาครั้งนี้ให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์ให้มากที่สุด ร่วมมือกันบริหารจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้กับประเทศชาติ ผลักดันให้การบริหารจัดการศึกษาของชาติเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง พร้อมก้าวสู่มาตรฐานสากล”

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ e0b899e0b89ae0b8aa-e0b8a8e0b898.e0b8a3e0b8b8e0b988e0b899e0b897e0b8b5e0b988-10_e0b992e0b990e0b990e0b992e0b992e0b994_0019.jpg

นายศัจธร วัฒนะมงคล ผอ.สคบศ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ศธ.ได้มอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดย สคบส. ดำเนินการพัฒนานักบริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะทางการบริหารให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการหรือเทียบเท่า ให้เป็นผู้บริหารที่มีภาวะผู้นำ มีวิสัยทัศน์ มีขีดความสามารถสูงในการบริหารจัดการสมัยใหม่ เป็นผู้บริหารที่สามารถนำการเปลี่ยนแปลง มีความคิดสร้างสรรค์ในการบริหารจัดการและพัฒนาองค์กร เป็นผู้นำต้นแบบที่ดี โดยยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ รวมทั้งเพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการหรือเทียบเท่า ในการเข้าสู่ตำแหน่งประเภทบริหาร เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อีกทั้งเพื่อเสริมสร้างเครือข่ายผู้นำทุกภาคส่วนในการพัฒนาการศึกษา เศรษฐกิจ และสังคม ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้นักบริหารระดับสูงร่วมมือกันเสริมสร้างพลังในการกำหนดและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษา เศรษฐกิจ สังคม และประเทศชาติ  สร้างความสามัคคีและวิสัยทัศน์ร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพในการบริหารจัดการตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และเกิดการประสานความร่วมมือ ด้านการศึกษาในรูปแบบเครือข่าย เป็นศูนย์กลางการพัฒนาการศึกษาในภูมิภาค

อนึ่ง การพัฒนานักบริหารระดับสูง กระทรวงศึกษาธิการ  (นบส.ศธ.) ดำเนินการไปแล้ว จำนวน 9 รุ่น มีผู้สำเร็จหลักสูตร รวม 644 คน

ภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดฯ ปลัด ศธ.ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ วุฒิบัตร และเข็มวิทยฐานะ แก่ นบส.ศธ.รุ่นที่ 9 จำนวน 83 คน โดยนายไพฑูรย์ อรุณศรีประดิษฐ์ ผอ.สพป.นครปฐม เขต 1 ในฐานะประธาน นบส.ศธ.รุ่นที่ 9 นำ นบส.ศธ.รุ่นที่ 9 และรุ่นที่ 10 กล่าวคำปฏิญาณของ นบส.ศธ. ว่า

1. ข้าพเจ้าจะเทิดทูนและรักษาไว้ ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2. ข้าพเจ้าจะบริหารราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นในคุณความดี และถือประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นที่ตั้ง
3. ข้าพเจ้าจะร่วมมือกันบริหารราชการประเทศ เพื่อเยาวชนและอนาคตที่มั่นคงของประเทศสืบไป
4. ข้าพเจ้าจะตั้งมั่นในวิถีชีวิตตามนักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในการบริหารราชการแผ่นดินและในการดำเนินชีวิต

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
กิตติกร แซ่หมู่ / ถ่ายภาพ
บัลลังก์ โรหิตเสถียร / บรรณาธิการข่าว

ศธ.ให้สถานศึกษาเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หากกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงให้เฝ้าดูอาการ14วัน โดยไม่นับเป็นวันลา

(24 ก.พ.63) นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงนามในหนังสือแจ้งทุกส่วนราชการ เรื่อง การเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19

โดยขอความร่วมมือให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียนของสถานศึกษาในสังกัด หรือในกำกับ ซึ่งเดินทางกลับจากประเทศที่มีความเสี่ยง ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเก๊า ไปมาเลเซีย และเวียดนาม เมื่อเดินทางกลับถึงประเทศไทย ให้ไปรับการตรวจคัดกรองและเฝ้าระวังเชื้อโรคดังกล่าวที่โรงพยาบาล แล้วรายงานผลการตรวจ ต่อหัวหน้าสถานศึกษาหัวหน้าส่วนราชการต้นสังกัด

ถ้าหากตรวจพบหรือมีภาวะเสี่ยงที่จะติดเชื้อโรคดังกล่าว ให้หัวหน้าสถานศึกษาหรือต้นสังกัดพิจารณาสั่งให้ผู้นั้นงดเข้าชั้นเรียนหรือหยุดมาปฏิบัติงานหรือหยุดมาปฏิบัติราชการ เพื่อเข้ารับการรักษาจนหายเป็นปกติ หรือเพื่อเฝ้าดูอาการเป็นเวลา 14 วัน โดยไม่ถือเป็นการขาดเรียน หรือขาดการปฏิบัติงาน หรือขาดการปฏิบัติราชการ และไม่นับเป็นวันลา ทั้งนี้อาจมอบหมายให้ผู้นั้นปฏิบัติงานหรือปฏิบัติราชการในระหว่างที่หยุดเฝ้าดูอาการนั้นก็ได้

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/เผยแพร่

ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลฯ ลงพื้นที่ติดตามผลการขับเคลื่อนนโยบายพิเศษของรัฐบาลด้านการศึกษา ในพื้นที่ชายแดนใต้

ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลฯ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ชายแดนใต้ ติดตามผลการขับเคลื่อนนโยบายพิเศษของรัฐบาลด้านการศึกษา และนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี จากการประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดนราธิวาส ครั้งที่ 1/2563

พล.อ.สุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้านพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วยนายการุณ สกุลประดิษฐ์ นายชลำ อรรถธรรม ที่ปรึกษาผู้แทนพิเศษฯ ด้านการศึกษา และ ดร.วีระ แข็งกสิการ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมติดตามผลการขับเคลื่อนตามนโยบายพิเศษของรัฐบาลด้านการศึกษา และนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี จากการประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดนราธิวาส ครั้งที่ 1/2563 ในระหว่างวันที่ 18-20 กุมภาพันธ์ 2563 พร้อมทั้งลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของศูนย์ดิจิทัลชุมชนและศูนย์จำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ออนไลน์ กศน. ONIE Online Commerce Center (OOCC) ณ กศน.ตำบลบ่อทอง จังหวัดปัตตานี และโครงการโรงเรียนประชารัฐจังหวัดชายแดนภาคใต้ โครงการโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล ณ โรงเรียนบ้านกระอาน อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา

โดยในระหว่างวันที่ 18-19 กุมภาพันธ์ 2563 พล.อ.สุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล และคณะทำงาน ได้ร่วมประชุมกับผู้บริหารการศึกษา ตัวแทนผู้บริหารการศึกษา ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เพื่อรับฟังการรายงานข้อมูลผลการจัดการศึกษา และหารือในประเด็นต่าง ๆ ร่วมกัน ดังนี้

ประเด็นด้านการจัดการศึกษาของอาชีวะ และ กศน.

ได้แก่ การเรียนสาขาอาชีพที่มีงานทำ, การทำงานกับเครื่องจักรกล และหุ่นยนต์, การส่งเสริมการค้าออนไลน์ และ E-commerce “พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์”, การติดตามนำเด็กนักเรียน นักศึกษา และเยาวชนเข้าสู่ระบบการศึกษา

จากการประชุมพิจารณาประเด็นดังกล่าว ได้มีข้อสั่งการให้มีการดำเนินการสำรวจตลาดแรงงานในพื้นที่ ที่เป็นปัจจุบัน และในอนาคต เพื่อกำหนดหลักสูตรให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน ให้นักเรียนมีงานทำเมื่อเรียนจบ สำหรับประเด็นการทำงานกับเครื่องจักรกล และหุ่นยนต์ ให้มีการวิเคราะห์ข้อมูลตลาดแรงงานด้านดังกล่าวเพิ่มเติม ประกอบกับต้องสร้างทัศนคติที่ดีในการออกไปทำงานนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งส่งเสริมการค้าออนไลน์ และ E-commerce “พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์” ให้มีการจัดทำข้อมูล มูลค่าของสินค้าที่เกิดจากการค้าออนไลน์ และประสานความร่วมมือระหว่างกระทรวง เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ช่วยดูแล และบริหารการค้าออนไลน์ นอกจากนี้มอบหมายให้ดำเนินการติดตาม สำรวจ นักเรียน นักศึกษา และเยาวชน ที่ตกหล่นกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ป้องกันปัญหานักเรียนซ้ำซ้อน

ประเด็นด้านการจัดการศึกษาในโรงเรียนของ สพฐ และ สช.

การสร้างโอกาสทางการศึกษาตามโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้, โรงเรียนประชารัฐจังหวัดชายแดนภาคใต้ และโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล, การพัฒนาครูและการเรียนการสอนในสถาบันศึกษาปอเนาะ ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา)

โดยได้ติดตามการนำนักเรียนเปิดโลกทัศน์นอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งในประเด็นแรก ให้มีการปรับหลักเกณฑ์การรับนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้เหมาะสมกับนักเรียนกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น พร้อมกับผลักดันให้ผู้ปกครองนักเรียน ชุมชน ท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโครงการ และให้มีการบริหารจัดการที่ชัดเจนสำหรับโรงเรียนที่ดำเนินโครงการฯ ดังกล่าว มากกว่า 1 โครงการ ในโรงเรียนเดียวกัน รวมทั้งให้มีการแลกเปลี่ยนบุคลากรที่มีความสามารถระหว่างโรงเรียนในโครงการด้วยกัน พร้อมทั้งให้จัดทำ Education Mapping เพื่อประเมินผลการดำเนินงานให้เป็นเอกภาพ เป็นรูปธรรมชัดเจน จัดลำดับความต้องการพัฒนาอย่างเร่งด่วนของสถานศึกษา

สำหรับประเด็นการพัฒนาครูและการเรียนการสอนในสถาบันศึกษาปอเนาะ ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) ให้มีการบูรณาการทุกหน่วยงานทางการศึกษาในการพัฒนาครูทุกสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็นภาพรวมของการพัฒนาครูทุกสังกัด และสุดท้ายให้แสวงหาโอกาสนำนักเรียนเปิดโลกทัศน์นอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ทั้งนี้ ผลการรายงาน ฯ จากการประชุม จะนำไปใช้เป็นแนวทางการดำเนินงาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ในการพัฒนาการจัดการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สามารถตอบสนองต่อตัวผู้เรียนอย่างมีคุณภาพ และประสิทธิภาพ ช่วยให้ผู้เรียนสามารถต่อยอดสู่การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ในการเลี้ยงชีพของตนเองต่อไปในอนาคต

ภาพ/ข่าว : ศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้

พณิชยการบางนา จัดงาน BNCC Open House 2020 เปิดบ้านแห่งการเรียนรู้ สู่มาตรฐานสากล

(22 ก.พ.63) นายอรรถพล สังขวาสี ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานเปิดงาน “BNCC Open House 2020 เปิดบ้านแห่งการเรียนรู้ สู่มาตรฐานสากล” วิทยาลัยพณิชยการบางนา ประจำปีการศึกษา 2562 โดยมีนายวรรณยุทธ จิตสมุทร ผู้อำนวยการวิทยาลัยพณิชยการบางนา กล่าวรายงาน ณ วิทยาลัยพณิชยการบางนา กรุงเทพมหานคร

นายอรรถพล สังขวาสี ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า การจัดงาน BNCC Open House 2020 มีวัตถุประสงค์เพื่อแนะแนวกิจกรรมการเรียนการสอน และสร้างความเข้าใจเรื่องการศึกษาด้านอาชีวศึกษา ในวิชาชีพประเภทพณิชยกรรมและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ให้กับนักเรียนมัธยมศึกษาและนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 3 ที่สนใจศึกษาต่อด้านอาชีวศึกษา และครูแนะแนวให้เกิดความรู้และความเข้าใจในการเรียนการสอนเส้นทางอาชีวศึกษา ที่มุ่งเน้นการเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนสายอาชีวศึกษาให้ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ มุ่งพัฒนากำลังคนให้มีทักษะขั้นสูง ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์นโยบายการอาชีวศึกษากับการพัฒนาประเทศ เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืน

โดยภายในงานจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ กิจกรรมสถานประกอบการเครือข่ายสู่โลกอาชีพ กิจกรรมฐานการเรียนรู้ เปิดโลกวิชาการ เปิดบ้านแห่งการเรียนรู้สู่มาตรฐานสากล การแข่งขันทักษะวิชาการ การประกวดผลงานนวัตกรรมฯ และการจำหน่ายสินค้าและอาหารจากศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการ

นับเป็นความร่วมมือกันระหว่างวิทยาลัยพณิชยการบางนา กับสถานประกอบการที่มาจัดกิจกรรมร่วมกันเพอเปิดโลกอาชีพให้แก่นักเรียน นักศึกษา ที่สนใจ สามารถสมัครงานให้ตรงกับความถนัดของตนเอง

นายวรรณยุทธ จิตสมุทร ผู้อำนวยการวิทยาลัยพณิชยการบางนา กล่าวต่อว่า วิทยาลัยพณิชยการบางนาได้ร่วมกับสถานประกอบการเครือข่าย จำนวน 21 แห่ง เช่น บริษัท แมคไทย จำกัด บริษัท อาฟเตอร์ยู จำกัด (มหาชน) บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น บริษัท สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นต้น และยังมีบริษัทชั้นนำอีกมากมายร่วมจัดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมให้ตระหนักถึงคุณค่าของเส้นทางสายอาชีพในอนาคต

ในส่วนของโรงเรียนมัธยมศึกษา ทางวิทยาลัยพณิชยการบางนา จัดให้โรงเรียนวัดบางนาใน โรงเรียนวัดศรีวารีน้อย โรงเรียนวัดแพรกษา โรงเรียนรุ่งเรืองอุปถัมภ์ และโรงเรียนแสงหิรัญวิทยา และโรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตบางนาและพื้นที่ใกล้เคียง ให้ได้รับความรู้ความเข้าใจรูปแบบการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นโอกาสที่วิทยาลัยจะได้เผยแพร่ผลงานของนักเรียนนักศึกษาที่เกิดจากการจัดการเรียนการสอน ทั้งด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์และงานวิจัย

ทั้งนี้ มีครู นักเรียน นักศึกษา จากสถานศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน กว่า 600 คน ร่วมในงาน ณ วิทยาลัยพณิชยการบางนา กรุงเทพมหานคร

กลุ่มประชาสัมพันธ์ สอศ. : ภาพ/ข่าว

ศธ.ลงนามความร่วมมือ เครือข่ายทางวิชาการขับเคลื่อนโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ สร้างโอกาสทางการศึกษา ผลักดันนักเรียนในโครงการให้ถึงฝั่งฝัน

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 ณ สำนักงาน กศน.ภาคใต้ จังหวัดสงขลา – พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ ประธานกรรมาธิการการกีฬาวุฒิสภา เป็นประธานในการทำบันทึกข้อตกลงเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการเพื่อขับเคลื่อนโครงการ “สานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้” ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สมาคมสานฝันการศึกษาชายแดนใต้ และชมรมครูผู้ปกครองนักเรียนในโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้

การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาด้วยทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นจนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ให้สามารถนำความรู้ความสามารถด้านวิชาการ ทักษะด้านกีฬา และทักษะชีวิตไปใช้ในการประกอบอาชีพสร้างรายได้ดูแลตนอง ครอบครัว สร้างประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ รวมทั้งเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง สร้างความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐกับประชาชน ให้เกิดความร่วมมือสนับสนุนการพัฒนาประเทศตามนโยบายของรัฐบาล และเป็นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้กับนักเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างเยาวชนตันแบบที่มีคุณภาพ เป็นแบบอย่างให้แก่เยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ อีกทั้งเพื่อกำกับดูแล และติดตาม ผลการดำเนินโครงการให้เกิดประสิทธิภาพอีกด้วย

สำหรับการลงนามครั้งนี้ มีผู้บริหารจำนวนมากเข้าร่วม คือ นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, นายพีรศักดิ์ รัตนะ ผู้แทนปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายแน่งน้อย เวชยพงษ์ ผู้แทนปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, นายมนัส ชูเชิด ผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมลงนาม

พร้อมด้วย พล.อ.สุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ผู้แทนพิเศษรัฐบาลฯ, นายการุณ สกุลประดิษฐ์ และนายชลำ อรรถธรรม ที่ปรึกษาผู้แทนพิเศษรัฐบาลฯ, นายนิยม ชูชื่น ผู้แทนผู้อำนวยการสถาบันวิทยาลัยชุมชน, นายวาทิต มีสนุ่น ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้, นายประสิทธิ์ หนูกุ้ง ในฐานะผู้แทนสมาคมสานฝันการศึกษาชายแดนใต้ และนายซาการียา บิณยูซูฟ ประธานชมรมครูผู้ปกครองนักเรียนในโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ ร่วมเป็นสักขีพยาน

ศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ : ภาพ/ข่าว
บัลลังก์ โรหิตเสถียร : บรรณาธิการข่าว

ปิดฉากสวยงาม "กศน.เกมส์ ครั้งที่ 5" พร้อมมอบธงให้ กศน.ภาคกลาง เจ้าภาพครั้งต่อไป

(21 ก.พ.63)​ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีปิดการแข่งขันกีฬา กศน.เกมส์ ครั้งที่ 5 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 21 กุมภาพันธ์ 2563 ณ โรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวชื่นชมคณะผู้บริหาร ข้าราชการ กศน. ที่มุ่งมั่น ตั้งใจร่วมแรงร่วมใจกันจัดการแข่งขันกีฬา กศน.เกมส์ ครั้งที่ 5 เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เพราะกีฬาจะช่วยเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้บริหาร ครู และนักศึกษาในสังกัด กศน. นำไปสู่ความสมัครสมาน สามัคคี และร่วมแรงร่วมใจกัน และยังได้ร่วมกิจกรรม เพื่อได้เรียนรู้การทำงานเป็นหมู่คณะและการช่วยเหลือร่วมมือกัน เพื่อก้าวไปสู่จุดหมายที่ต้องการ และยังทำให้ร่างกายแข็งแรง มีน้ำใจนักกีฬา กล้าหาญ อดทน รู้แพ้ รู้ชนะ และรู้อภัย สร้างพลังรัก พลังสามัคคี มีสปิริต มิตรภาพ สิ่งเหล่านี้จะช่วยหล่อหลอมให้นักศึกษาทุกคนเป็นคนดีของครอบครัวและสังคม ซึ่งจะเป็นผลดีต่อประเทศชาติในอนาคตต่อไป

“ขอแสดงความยินดีกับนักกีฬาทุกคนที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ และขอบคุณภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ตลอดจนบุคลากร กศน.ทั้งผู้บริหาร ครู นักศึกษาทุกคน ที่ให้การสนับสนุนส่งเสริม จนทำให้งานสำเร็จอย่างสมบูรณ์” รมช.ศึกษาธิการ

สำหรับพิธีปิด เจ้าภาพได้จัดการแสดงชุด “กศน.รวมใจ กศน.เพื่อประชาชน ” จากนั้นได้มีการมอบธงประจำการแข่งขันกีฬา กศน.เกมส์ ให้กับ กศน.ภาคกลาง ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขัน กศน.เกมส์ ในครั้งที่ 6 ก่อนที่ กศน.ภาคกลาง จะเเสดงโชว์ “รำวงกลองยาว ” ปิดท้ายด้วยคุณชัชชัย สุขขาวดี หรือ “หรั่ง ร็อคเคสตร้า” นำ รมช.ศึกษาธิการ นักกีฬา เจ้าหน้าที่ ผู้เกี่ยวข้องร้องเพลง “คิดถึง” และเพลง “สามัคคีชุมนุม” ก่อนจะดับไฟในกระถางคบเพลิง เป็นการปิดฉากการแข่งขันกีฬา กศน.เกมส์ ครั้งที่ 5 อย่างเป็นทางการ

อิชยา กัปปา / สรุป
เครื่อข่าย pr กศน. / ภาพ
บัลลังก์ โรหิตเสถียร / บรรณาธิการข่าว

คกก.ปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ เห็นชอบนำร่องการบูรณาการจัดองค์กรแบบแมทริกซ์ (Matrix Organization) ระดับจังหวัด ในพื้นที่ EEC

(21 ก.พ.63) นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 4/2563 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีนางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการและรองโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมประชุม

ที่ประชุมได้เห็นชอบการนำร่องการบูรณาการจัดองค์กรแบบแมทริกซ์ (Matrix Organization) ในระดับจังหวัดของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้การจัดระเบียบงานจัดโครงสร้างการบริหารงาน การประสานงานระหว่างบุคคลและส่วนราชการในกระทรวงศึกษาธิการมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

โดยเห็นชอบให้มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานดังกล่าวในจังหวัดนำร่อง (Pilot Project) ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยอาจจะคัดเลือกจังหวัดที่มีขนาดแตกต่างกัน เช่น ขนาดใหญ่พิเศษ ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก เพื่อจะเป็นรูปแบบ (Model) การทำงานเชิงบูรณาการที่ชัดเจน และเป็นต้นแบบขยายผลการดำเนินงานไปในพื้นที่จังหวัดอื่น ๆ ต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงการทบทวนการจัดโครงสร้างของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ซึ่งรับทราบความต้องการของสถาบันอาชีวศึกษาเอกชนยังคงต้องการที่จะอยู่ภายใต้สำนักส่งเสริมการอาชีวศึกษาเอกชนเช่นเดิม อีกทั้งมีความจำเป็นต้องเพิ่ม “สำนักพัฒนานวัตกรรม สื่อ และสารสนเทศการอาชีวศึกษา” เป็นหน่วยงานส่วนกลาง ส่วนการจัดตั้งส่วนราชการส่วนกลางในภูมิภาค จะได้นำเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป

ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการครั้งต่อไป กำหนดประชุมวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2563 เวลา 9.30 น. โดยจะมีวาระพิจารณาที่สำคัญ เช่น การคัดเลือกจังหวัดนำร่องการจัดองค์กรแบบแมทริกซ์ในพื้นที่ EEC, โครงสร้างการจัดตั้งส่วนราชการส่วนกลางในภูมิภาคของ สอศ., โครงสร้างคณะกรรมการของสายงานด้านศึกษานิเทศก์ ตรวจสอบภายใน และเทคโนโลยีสารสนเทศ และองค์ประกอบของ อ.ก.ค.ศ.จังหวัด

บัลลังก์ โรหิตเสถียร / สรุป
กิตติกร แซ่หมู่ / ถ่ายภาพ
บัลลังก์ โรหิตเสถียร / บรรณาธิการข่าว