กศน.มุกดาหาร จัดงานมหกรรมสานฝันสู่ความเป็นเลิศ

สำนักงาน กศน.จังหวัดมุกดาหาร จัดงานมหกรรมวิชาการ สานฝันสู่ความเป็นเลิศ ระหว่างวันที่ 4-5 กันยายน 2562 โดยนางวัชรีภรณ์ โกสินเจริญชัย ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาเครือข่าย สำนักงาน กศน.เป็นประธานเปิดงาน

การจัดงานดังกล่าว เป็นการรวบรวมผลงานของภาคีเครือข่ายในจังหวัดมุกดาหาร รวมทั้งผลงานของ กศน.ร่วมจัดแสดงนวัตกรรมการเรียนรู้ที่เกิดจากผลการดำเนินงานในรอบปีมาแสดง งานนี้มีความหลากหลายโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งสามารถต่อยอดส่งขายในตลาดออนไลน์ได้ อีกทั้งยังส่งเสริมความสามารถของนักศึกษาที่พิการ โดยใช้การอ่านหนังสือแล้วเล่าเรื่อง การวาดภาพ การเย็บปักถักร้อย เป็นต้น

เสมา3 ลงพื้นที่นครสวรรค์ ย้ำเพิ่มค่ารักษาพยาบาลครูเอกชน เตรียมศึกษาระบบจ่ายตรง พร้อม​ทลายทุก​กำแพงข้อจำกัด

(6 กันยายน 2562) ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ., นายศรีชัย พรประชาธรรม เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.), นายนรา เหล่าวิชยา รองเลขาธิการ กศน., นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ลงพื้นที่รับฟังข้อเสนอและมอบนโยบายเพื่อพัฒนาโรงเรียนเอกชน ณ โรงเรียนสามมิตร อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีนายชัชวาลย์ ฉายะบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์, นายมานพ ศรีผึ้ง ส.ส.จังหวัดนครสวรรค์, นางสาวนาถนรินทร์ เพทายเทียมทอง ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนสามมิตร ผู้บริหาร คณะครู และนักเรียนโรงเรียนเอกชนในจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมให้การต้อนรับกว่า 600 คน

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศธ. กล่าวว่า โรงเรียนสามมิตรให้ความสำคัญในการจัดการเรียนการสอนตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ลูกเสือ-เนตรนารี นวัตกรรมการเรียนการสอนระดับอนุบาล รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนว HighScope ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยและผลผลิตทางวิทยาศาสตร์ การเรียนการสอนแบบบูรณาการ STEM TO STEAM การจัดการเรียนรู้รูปแบบ Thinking School การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ “เด็กพิการเรียนรวม” และส่งเสริมความสามารถพิเศษ ตามรูปแบบพหุปัญญา ซึ่งมีการวางแบบแผนการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ

แต่บนพื้นฐานที่จะทำการเรียนการสอนได้มีคุณภาพนั้น สวัสดิการครูเอกชน ก็ต้องดีด้วย ขณะนี้ได้ผลักดันนโยบายการเพิ่มเพดานการเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ของผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนเอกชน จากไม่เกินคนละ 100,000 บาท/คน/ปี เพิ่มเป็น 150,000 บาท/คน/ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เพื่อแก้ไขปัญหาสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลไม่เพียงพอ ส่งผลให้ครูที่เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง โรคไต โรคหัวใจ ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากมีภาระค่าใช้จ่ายสูง กระทบต่อขวัญกำลังใจของครูโรงเรียนเอกชน ซึ่งขณะนี้ได้มอบหมายให้กองทุนสงเคราะห์ และ สช. ศึกษาแนวทางการเบิกจ่ายตรง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและอำนวยความสะดวกสำหรับครูที่เจ็บป่วย

ในส่วนของการพัฒนาครูเอกชนนั้น ขณะนี้ สช.ได้จัดสรรงบประมาณในการพัฒนาครูโรงเรียนเอกชน เพื่อเข้ามาสนับสนุนการพัฒนาเพิ่มศักยภาพครูเอกชนไว้แล้ว ประมาณ 22 ล้านบาท โดยจะเริ่มดำเนินการทันที กระจายไปศึกษาธิการภาค (ศธภ.) 18 ภาคทั่วประเทศ ให้เข้าไปช่วยจัดอบรมพัฒนาครูได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการอบรมครูสอนเด็กพิเศษที่ต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อดูแลเด็กให้ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งการอบรมชุดแรกประมาณ 18,000 คน จากครูเอกชนทั้งหมดกว่า 100,000 คน โดยจะจัดให้มีการอบรมใน 4 หลักสูตร คือ หลักสูตรการศึกษาออนไลน์ หลักสูตรวิทยาการคำนวณในระดับประถมและมัธยม หลักสูตรอบรมลูกเสือ และหลักสูตรการอบรมครูปฐมวัย และที่สำคัญจะร่วมผลักดันจะ​ทลายทุก​กำแพงข้อจำกัด และ​จะ​ไม่​ทิ้ง​ใครไว้​ข้าง​หลัง แม้แต่เพียงคนเดียว

“ในฐานะที่ดิฉันเป็นผู้กำกับดูแลการศึกษาเอกชน ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน และพร้อมที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เต็มกำลังความสามารถ และถือโอกาสนี้ขอบคุณภาคีเครือข่ายที่ร่วมให้การสนับสนุนในการจัดการศึกษาได้เป็นอย่างดี ขอบคุณทุกท่านที่ได้ช่วยกันพัฒนาการศึกษา พัฒนาประชาชนให้ชุมชนของเรามีความเข้มแข็ง สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเป็นพลังในการขับเคลื่อนงานการศึกษาเอกชนให้สำเร็จในก้าวต่อไป” รมช.ศธ.กล่าว

น.ส.นาถนรินทร์ เพทายเทียมทอง กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงเรียนสามมิตร ว่าเป็นหน่วยงานในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2510 นับเป็นเวลา 52 ปี โดยมีผลงานเชิงประจักษ์ในการจัดการศึกษา การดําเนินกิจกรรมของสถานศึกษา และแหล่งเรียนรู้อื่นในรูปแบบต่าง ๆ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในการนําเทคโนโลยีทางการศึกษามาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ ส่งเสริมกิจกรรมที่พัฒนาการคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์ รวมทั้งการขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างทั่วถึงผ่านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ส่งเสริมผู้เรียนในทุกช่วงวัยทั้งระดับปฐมวัยและระดับประถมศึกษา พัฒนาครูในสถานศึกษาเอกชน นอกจากนั้นการทํางานของครูทุกคนในโรงเรียนเอกชนนครสวรรค์ยังทํางานด้วยความทุ่มเททั้งในและนอกโรงเรียน ส่งผลให้ได้รับรางวัลต่าง ๆ อาทิ รางวัลในการแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียน รางวัลชนะเลิศประกวดค่ายย่อยและการแสดงรอบกองไฟในงานชุมนุมลูกเสือสํารองแห่งชาติ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 5 – 6 สิงหาคม 2562 เป็นต้น

ผลของการขับเคลื่อนกิจกรรมของโรงเรียนสามมิตร นับได้ว่าเป็นความสําเร็จในการบริหารจัดการของผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากรที่ร่วมกันใน การสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่คนในชุมชนให้เรียนตลอดชีวิต

อย่างไรก็ตาม ปัญหาของโรงเรียนสามมิตรที่มีมาโดยตลอดคือ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ เกษตรกร (ทํานา) มีรายได้น้อย โรงเรียนไม่สามารถเก็บค่าธรรมเนียมการเรียนได้ตามใบอนุญาต จะเก็บได้เต็มจํานวนเพียงผู้ปกครองที่เบิกได้ ซึ่งมีเพียงไม่ถึง 10% ส่วนผู้ที่เบิกไม่ได้โรงเรียนเก็บ ภาคเรียนละ 500 บาท เป็นเช่นนี้มาเกือบ 30 ปี เมื่อนํารายได้ดังกล่าวรวมกับเงินอุดหนุนรายหัว ที่ได้รับจัดสรรจาก สช.ไม่เพียงพอกับรายจ่ายที่แท้จริง

นอกจากนี้ ในการพัฒนาการศึกษาต้องอาศัยทั้งความรู้ ความสามารถ การทุ่มเทและเสียสละ การทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชุมชน แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ตลอดจนการทำกิจกรรมที่มีความหลากหลาย

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
อธิชนม์ สลางสิงห์ / ถ่ายภาพ

รมช.ศธ.(กนกวรรณ)ชู กศน.สุโขทัยเด่นการค้าออนไลน์-เมืองนักอ่าน

(6 กันยายน 2562) ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ., นายศรีชัย พรประชาธรรม เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.), นายนรา เหล่าวิชยา รองเลขาธิการ กศน., นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมด้านการศึกษา ณ ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” อําเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย โดยมีนายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย, นายสมเจตน์ ลิมปะพันธ์ ส.ส.จังหวัดสุโขทัย, นายวราดิศร อ่อนนุช นายอําเภอเมืองสวรรคโลก ผู้บริหาร คณะครู นักเรียน นักศึกษา และประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ร่วมให้การต้อนรับ

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ กล่าวให้นโยบายตอนหนึ่งว่า การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 กศน.ได้พัฒนาสู่โลกแห่งการเปลี่ยนแปลง จากการส่งเสริมอาชีพแบบเดิม สู่การแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค รวมไปถึงการส่งเสริมการค้าออนไลน์ ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดนําไปสู่การเปิดตลาดอื่น ๆ นอกจากตลาดชุมชน โดยผ่านกระบวนการบ่มเพาะภูมิปัญญาที่มีมาในพื้นที่

จากการตรวจเยี่ยมผลิตภัณฑ์ชุมชน เห็นว่าเป็นผลผลิตของการขับเคลื่อนโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนที่ชาว กศน.สุโขทัย ผลักดันสู่การค้าออนไลน์ผ่านศูนย์ OOCC (ONIE Online Commerce Center) อย่างต่อเนื่อง มีประชาชนเข้าร่วมโครงการมากกว่า 50,000 คน ถือว่าประสบความสําเร็จในการขับเคลื่อนสู่การค้าในโลกยุคดิจิทัล อาทิ กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์เสื่อกก กศน.อําเภอทุ่งเสลี่ยม สามารถพัฒนาไปสู่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่สร้างรายได้เสริมให้กับสมาชิกกลุ่มในปีที่ผ่านมานับแสนบาท , กลุ่มวิสาหกิจชุมชนใบตองคลองกระจง (แปรรูปใบตอง) กศน.อําเภอสวรรคโลก ประสบความสําเร็จจากการยึดอาชีพบรรพบุรุษ พัฒนาต่อยอดสู่การเป็นภาชนะรักษ์โลก ตามโครงการลดปริมาณขยะในชุมชน และได้การรับรองจากสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI : Geographical indications) เรื่องใบตอง จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ส่งผลให้เป็นที่ยอมรับทั่วประเทศในเวลาอันรวดเร็ว มีการสั่งออเดอร์สินค้าล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์กว่า 100,000 ใบต่อเดือน

ในช่วงปี 2562 สามารถสร้างรายได้เสริมให้กลุ่มกว่า 40,000 บาทต่อเดือน เป็นที่น่ายินดีนอกจากชุมชนมีรายได้ มีความเข้มแข็งแล้ว กศน. อำเภอสวรรคโลก ยังร่วมทําแผนพัฒนาอาชีพให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

กลุ่มผ้าทอตีนจก กศน. อําเภอศรีสัชนาลัย เป็นการต่อยอดอาชีพดั้งเดิมในชุมชนให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่สนองต่อความต้องการของกลุ่มลูกค้า โดยส่งเสริมกลุ่มอาชีพให้กับประชาชน รวม 100 คน มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เช่น ผ้าซิ่นตีนจก ผ้าหมักโคลน ผ้าซิ่นมุก ผ้าคลุมไหล่ ย่าม และเสื้อผ้าพื้นเมืองสําเร็จรูป โดยสร้างรายได้เสริมให้แต่ละคน ในรอบปีที่ผ่านมา 3,000 – 4,000 บาทต่อเดือน

นอกจากนี้ กิจกรรมส่งเสริมการอ่านของ กศน.สุโขทัย ภายใต้โครงการ “สุโขทัยเมืองนักอ่าน” เป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐานโดยมีการบูรณาการความร่วมมือในการกระตุ้นและปลูกฝังนักศึกษา ประชาชนให้เห็นคุณค่าและรากเหง้าที่มีในชุมชน เป็นการพัฒนานวัตกรรมส่งเสริม เรียนรู้ลายสือไทยผ่าน QR Code ให้ชาวสุโขทัยได้ตระหนักและเรียนรู้ถึงรากเหง้าของมรดกทางปัญญาที่ทรงคุณค่าควรแก่การอนุรักษ์และภาคภูมิใจที่ลายสือไทยเป็นต้นกําเนิดของภาษาไทยในปัจจุบัน โดยจัดกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การฝึกเขียนลายสือไทย บิงโกลายสือไทย โดมิโน่ลายสือไทย การ์ดคําลายสือไทย เกม Kahoot ลายสือไทย เพื่อสร้างนิสัยรักการอ่านให้เกิดเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ มีรถห้องสมุดเคลื่อนที่ส่งเสริมการอ่าน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน ที่ให้บริการครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ของจังหวัดสุโขทัย

สําหรับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านภายในห้องสมุดประชาชนมีการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” อําเภอสวรรคโลก มีการสอนภาษาอังกฤษให้แก่เยาวชนในวันเสาร์และอาทิตย์ โดยครูจิตอาสา

ในปี 2562 สํานักงาน กศน.จังหวัดสุโขทัย มุ่งส่งเสริมการรู้หนังสือให้กับผู้ไม่รู้หนังสือ จํานวน 118 คน จนสามารถอ่านออกเขียนได้ทุกคน อีกทั้งยังส่งเสริมการรู้หนังสือให้กับผู้ลืมหนังสือ เช่น กศน.อําเภอสวรรคโลก ได้ส่งเสริมการรู้หนังสือจนปลอดผู้ไม่รู้หนังสือ แต่ยังคงส่งเสริมผู้ที่ลืมหนังสือให้สามารถอ่านออก เขียนได้อย่างต่อเนื่องกว่า 280 คนต่อปี โดยไม่ใช้งบประมาณ

ผลของการขับเคลื่อนกิจกรรมของสํานักงาน กศน.จังหวัดสุโขทัย นับได้ว่าเป็นความสําเร็จในการบริหารดําเนินงานของผู้บริหารระดับจังหวัด อําเภอ และบุคลากร ที่ร่วมกันในการสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่คนในชุมชนให้เรียนรู้ตลอดชีวิต ตามวิสัยทัศน์ สํานักงาน กศน. ได้กําหนดไว้

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ได้เห็นความร่วมมือในการขับเคลื่อนการทํางานด้านการศึกษาของชาว กศน. สุโขทัย ในฐานะผู้กํากับดูแลด้านการศึกษา พร้อมที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เต็มกําลังความสามารถ และขอเป็นกําลังใจแก่คณะผู้บริหาร บุคลากร ภาคีเครือข่าย ผู้นําชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน และผู้เกี่ยวข้องที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถ การทุ่มเทและเสียสละการทํางาน ร่วมให้การสนับสนุนในการจัดการศึกษาให้สําเร็จได้เป็นอย่างดี และช่วยกันพัฒนาการศึกษา พัฒนาประชาชน ให้ชุมชนของเรามีความเข้มแข็ง สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเป็นพลังในการขับเคลื่อนงาน กศน. ให้สําเร็จในก้าวต่อไป

“ขอแสดงความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสุโขทัยที่ประสบภัยน้ําท่วมอยู่ในขณะนี้ ขอให้ดูแลสุขภาพ ทั้งนี้ได้มอบหมายให้สำนักงาน กศน.จังหวัดสุโขทัย เข้าไปดูแลให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาวะอนามัยของประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ร่วมกับหน่วยงานของสาธารณสุขในพื้นที่อีกด้วย“ รมช.ศธ. กล่าว

นายศรีชัย พรประชาธรรม เลขาธิการ กศน. กล่าวเพิ่มเติมว่า สํานักงาน กศน.จังหวัดสุโขทัย เป็นหน่วยงานในพื้นที่ มีผลงานเชิงประจักษ์ในการส่งเสริม สนับสนุน และประสานภาคีเครือข่ายให้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา การดําเนินกิจกรรมของศูนย์การเรียนชุมชนและแหล่งการเรียนรู้อื่นในรูปแบบต่าง ๆ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านเรียนรู้ลายสือไทย “สุโขทัยเมืองนักอ่าน” ร่วมกับองค์การ บริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย ส่งเสริมบุคลากรในการนําเทคโนโลยีทางการศึกษามาใช้ให้เกิด ประสิทธิภาพ รวมทั้งการขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนและประชาชนอย่างทั่วถึง ผ่านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนส่งเสริมผู้เรียนในทุกช่วงวัย ทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐาน กิจกรรม ส่งเสริมอาชีพ ทักษะอาชีพ การอบรมพัฒนาครู กศน. ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ไปถ่ายทอดให้กับชุมชน

จัดตั้งการค้าออนไลน์ผ่านศูนย์ OOCC การนําเทคโนโลยีมาใช้จัดการด้านการเกษตร ให้เป็นเกษตรกรต้นแบบ (Master Trainer) เพื่อนําความรู้ไปขยายผล ขับเคลื่อน การสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน

นอกจากนั้นการทํางานในพื้นที่ของครู กศน. ยังทําให้การทํางานด้วยความทุ่มเทในพื้นที่ ส่งผลให้ได้รับรางวัลต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น รางวัลศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยประจําตําบลดีเด่นระดับประเทศ / รางวัลชุมชนต้นแบบระดับจังหวัด ตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน และรางวัลโครงงานนักศึกษา กศน.ดีเด่น ประจําปี 2562 เป็นต้น

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
อธิชนม์ สลางสิงห์ / ถ่ายภาพ

ศธ.รุดเยี่ยมนักเรียนอนุบาลราชบุรี อาเจียน พบติดเชื้อโนโรไวรัส ยันไม่เกี่ยวอาหารกลางวัน

“รมว.ศธ.” ส่งทีมลงพื้นที่โรงเรียนอนุบาลราชบุรี เพื่อเยี่ยมอาการนักเรียน หลังพบเด็ก 517 คน เกิดอาการอาเจียนรุนแรง ด้าน “ดร.ไกรเสริม โตทับเที่ยง” เผยแพทย์ยืนยันไม่ใช่มาจากอาหารกลางวัน  ระบุป่วยจากเชื้อ “โนโรไวรัส” กำชับให้โรงเรียนรณรงค์เรื่องสุขอนามัยส่วนตัว เพื่อป้องกันและทำความสะอาดโรงเรียนด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ

นายณัฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ ดร.ไกรเสริม โตทับเที่ยง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรี เพื่อเยี่ยมอาการเด็กนักเรียน โรงเรียนอนุบาลราชบุรี ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฯ หลังพบว่ามีลักษณะอาการติดเชื้อ โนโรไวรัส (Norovirus) โดยมีอาการอาเจียนรุนแรง มีนักเรียนบางส่วนที่มีอาการเป็นไข้ อุจจาระเหลวในเวลาต่อมา รวมทั้งหมดจำนวน 517 คน หลังจากได้รับการประสานเรื่องดังกล่าวจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ราชบุรี เขต 1 “นางสาวกุลวลี นพอมรบดี” ซึ่งเป็น ส.ส,ในพื้นที่

ดร.ไกรเสริม โตทับเที่ยง กล่าวภายหลังลงพื้นที่เยี่ยมอาการนักเรียนว่า ในจำนวนนักเรียนที่เกิดอาการและเข้ารับการรักษาภายในโรงพยาบาล มีจำนวน 20-30 คน และส่วนใหญ่ก็จะมีการรอดูอาการอยู่ที่บ้าน

“ผมได้รับคำชี้แจงจากคุณหมอ ท่านบอกว่า อาการที่เกิดขึ้นกับนักเรียนโรงเรียนอนุบาลราชบุรีดังกล่าว ไม่ได้เกิดจากอาหารกลางวันของโรงเรียน เนื่องจากพบเด็กนักเรียนกลุ่มที่นำอาหารกลางวันมาจากบ้าน ก็มีอาการป่วยดังกล่าวเกิดขึ้นเช่นกัน จากนั้นผมก็ได้เข้าไปตรวจสอบอาหารที่โรงเรียนดังกล่าว ซึ่งมีความสะอาด และได้ร่วมทานอาหารกับเด็กนักเรียน”

ทั้งนี้ เด็กนักเรียนอาจจะได้รับชื้อไวรัสดังกล่าวจากการปนเปื้อนจากน้ำ หรืออาจจะจับวัตถุที่ปนเปื้อนเชื้อแล้วนำมาเข้าปาก จึงทำให้เกิดโอกาสเชื้อโรคปนเปื้อนมาได้ ซึ่งในส่วนนี้ต้องหาสาเหตุที่ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง

ดร.ไกรเสริม กล่าวต่อว่า จึงได้สั่งการเบื้องต้นให้ทางโรงเรียนทำการรณรงค์ เรื่องความสะอาด และสุขอนามัยส่วนตัว “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” ก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง เพื่อฝึกเด็กในเรื่องสุขอนามัยของตัวเองให้เป็นประจำ เพื่อเป็นการป้องกันโรคได้อีกทางหนึ่ง

ส่วนมาตรการในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคนั้น ดร.ไกรเสริม กล่าวว่า ทางผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี และทีมผู้บริหารจังหวัดราชบุรี ได้ดำเนินการแจ้งทีมสอบสวนควบคุมโรค (JIT) โรงพยาบาลราชบุรี ดำเนินการควบคุมโรคในโรงเรียน โดยเน้นมาตรการล้างมือก่อนเข้าเรียน ก่อนรับประทานอาหาร และหลังออกจากห้องน้ำโดยมีสบู่เหลวให้อย่างเพียงพอ และได้มีการทำความสะอาดโรงเรียนที่เตรียมอาหาร และห้องน้ำ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ขณะที่ผู้ป่วย ทางโรงเรียนได้ให้ทำการหยุดเรียนอย่างน้อย 2 วันต่อจากวันป่วยและจนกว่าจะหาย

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “โนโรไวรัส”

“โนโรไวรัส” เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของโรคกระเพาะและลำไส้อักเสบจากไวรัสในมนุษย์ ซึ่งเกิดขึ้นได้กับมนุษย์ทุกวัย ผู้ป่วยจะมีอาการอุจจาระร่วง อาเจียน และปวดท้อง ส่วนใหญ่จะไม่มีเลือดปนมากับอุจจาระ บางรายอาจมีอาการไข้และปวดศีรษะร่วมด้วย ผู้ป่วยมักเริ่มแสดงอาการหลังได้รับเชื้อประมาณ 12-48 ชั่วโมง และจะเป็นอยู่ประมาณ 1-3 วัน ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญที่อาจพบได้คือการขาดน้ำ

เชื้อนี้ติดต่อผ่านทางการกินอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระของผู้ป่วย จากการสัมผัสคนสู่คน และจากการสัมผัสพื้นผิวที่ปนเปื้อนละอองอาเจียนของผู้ป่วย การใช้น้ำยาล้างมือแบบแห้งมักกำจัดเชื้อนี้ไม่ได้ เชื้อนี้ยังไม่มีวัคซีน ไม่มีการรักษาจำเพาะ ดังนั้นการรักษาจึงเป็นการรักษาแบบประคับประคองด้วยการชดเชยน้ำ ซึ่งอาจทำได้โดยการกินหรือการให้ทางหลอดเลือดดำ

ในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยจากเชื้อโนโรไวรัสประมาณ 685 ล้านคนทั่วโลก เสียชีวิตประมาณ 200,000 คน พบได้บ่อยทั้งในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศที่กำลังพัฒนา ผู้ป่วยเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี จะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด

รมช.ศธ.”คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช” มอบนโยบาย สทศ.


(5 กันยายน 2562) ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบนโยบายในการตรวจเยี่ยมสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สทศ.) ว่า ได้รับมอบหมายจากนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ให้ดูแลรับผิดชอบ สทศ. ซึ่งดำเนินการจัดตั้งครบรอบ 14 ปี เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา โดยย้ำให้ดำเนินการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพราะการทุจริตเป็นมะเร็งของประเทศ ขอให้ทำงานด้วยความโปร่งใส ให้ประชาชนทุกคนรับรู้ หากจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงระบบการสอบใด ๆ ขอให้ทำอย่างตรงไปตรงมา และบริหารงานตามกฎหมายที่อาจมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงต่อไปในอนาคต

ทั้งนี้ ได้กำชับให้ สทศ. ดำเนินการขับเคลื่อนตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล 12 ข้อ ซึ่งหนึ่งในนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ คือ

“ข้อ 7 การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 โดยสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ใหม่ในระบบดิจิทัล ปรับปรุงรูปแบบการเรียนรู้มุ่งสู่ระบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ด้านวิศวกรรม คณิตศาสตร์ โปรแกรมเมอร์ และภาษาต่างประเทศ ส่งเสริมการเรียนภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา* การพัฒนาโรงเรียนคุณภาพในทุกตําบล ส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตรออนไลน์ของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อแบ่งปันองค์ความรู้ของสถาบันการศึกษาสู่สาธารณะ เชื่อมโยงระบบการศึกษากับภาคปฏิบัติจริงในภาคธุรกิจ สร้างนักวิจัยใหม่และนวัตกรเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศ สร้างความรู้ความเข้าใจการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล สื่อออนไลน์ และโครงข่ายสังคมออนไลน์ของคนไทย เพื่อป้องกันและลดผลกระทบในเชิงสังคม ความปลอดภัย อาชญากรรมทางไซเบอร์ และสามารถใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการกระจายข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง การสร้างความสมานฉันท์ และความสามัคคีในสังคม รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมที่จําเป็นในการดําเนินชีวิต”

*ศธ.จะเริ่มสอนโค้ดดิ้งในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 เดือนพฤศจิกายนนี้ และในอนาคตจะมีการขยายการสอนไปในระดับชั้นอื่น ๆ

โอกาสนี้ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ได้กล่าวถึงนโยบายและแนวทางการทำงาน 4 เรื่องที่สำคัญ คือ

  1. การผลักดันหลักสูตรโค้ดดิ้ง เพื่อไปสู่การพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถในการคิดและวิเคราะห์
  2. การยกระดับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี เพื่อนำไปสู่การพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถในการคิดและวิเคราะห์ การทำให้เกษตรกรรมเป็นรากฐานของการดำรงชีวิตของประชาชน ด้วยการสร้าง Smart Farmer และยกระดับทักษะของเกษตรกรในทุกระดับและทุกวัย โดยการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการและเกษตรกร
  3. การส่งเสริมการอ่านการเขียนให้แก่ประชาชน เพราะการอ่านจะนำมาซึ่งความรู้และมีคุณภาพในศตวรรษที่ 21 ต้องส่งเสริมให้เด็กรักการอ่านด้วยวิธีการสมัยใหม่ มีสื่อการเรียนการสอนและกิจกรรมที่ดี สามารถใช้ภาษาได้อย่างถูกต้อง
  4. การส่งเสริมจิตอาสาตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 10 เพื่อสร้างบรรยากาศของคนไทยที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน

ดังนั้น สทศ.อาจจะสอดแทรกลงในแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ส่วนเรื่องของโค้ดดิ้ง (Coding) ซึ่งในระดับ ป.1-3 ยังไม่ได้อยู่ในช่วงการทดสอบของ สทศ. นั้น ขอให้เตรียมความพร้อมเพื่อจัดสอบในระดับชั้น ป.6 ม.3 และ ม.6 ที่จะมีการขยายการสอนโค้ดดิ้งในอนาคตต่อไปด้วย

ขอบคุณภาพถ่าย / อีทีวีแม็ค เวทีสาธารณะเพื่อการศึกษา

ศธ.จับมือ กสศ.เปิดเครือข่ายตลาดวาดฝัน หนุนเด็กทุนเสมอภาค พัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างรายได้

(5 กันยายน 2562) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดโครงการ “ตลาดวาดฝัน ส่งต่อรอยยิ้ม สร้างโอกาส สร้างอาชีพ นักเรียนทุนเสมอภาค” เพื่อเชิญชวนประชาชนและภาคธุรกิจเอกชนร่วมสมทบเงินบริจาค ต่อยอดความช่วยเหลือที่ยั่งยืนกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยมีนายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการ กพฐ., ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธาน กสศ., นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ กสศ., ผู้อำนวยการ ครู นักเรียน และประชาชนเข้าร่วม พร้อมด้วยโรงเรียนต้นแบบกิจกรรมทักษะอาชีพพร้อมผลิตภัณฑ์ฝีมือนักเรียนทุนเสมอภาคจากทั่วประเทศ ร่วมออกร้านตลาดวาดฝัน ณ โรงเรียนชุมชนวัดเสด็จ จังหวัดปทุมธานี

รมว.ศธ. กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการพร้อมเดินหน้านโยบายลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยใช้กลไกกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. มาบูรณาการ การดำเนินงานร่วมกับหน่วยจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ในการจัดการศึกษาระดับอนุบาล อนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา รวมไปถึงการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

โดยมีตัวชี้วัดสำคัญที่จะร่วมกันก้าวไปให้ถึงคือ นักเรียนยากจนและยากจนพิเศษในทุกโรงเรียนจะต้องไม่หลุดออกจากระบบการศึกษาก่อนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ได้ ซึ่งความสำเร็จนี้จะช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา ที่ทั่วโลกได้ให้พันธสัญญาร่วมกันว่าภายในปี 2030 จะร่วมกันจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้แก่เด็กและเยาวชนทุกคนได้ครบ 100%

สำหรับโครงการเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไขหรือทุนเสมอภาค ได้ช่วยบรรเทาอุปสรรคในการมาเรียนให้แก่นักเรียนและครอบครัวที่ยากจนพิเศษ ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อเดือนต่ำกว่า 1,250 บาท ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ความยากจนของ สพฐ. กว่า 50% (3,000 บาทต่อคนต่อเดือน)

โดยทุนเสมอภาคแบ่งเป็นค่าใช้จ่าย 2 ส่วน ได้แก่ ค่าเดินทาง ค่าครองชีพ และค่าจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต ซึ่งต่อยอดจากกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีความสำคัญมาก เพราะเป็นความช่วยเหลือที่ไม่ได้มุ่งสงเคราะห์ แต่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนกลุ่มยากจนที่สุดได้แสดงศักยภาพและความสามารถของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ และยังสร้างรายได้ให้แก่นักเรียนได้จริง ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและป้องกันไม่ให้หลุดออกจากระบบการศึกษา ทำให้เกิดผลลัพธ์ปลายทางอย่างยั่งยืน

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือด้วยแนวทางสงเคราะห์แต่เพียงลำพังนั้น ยากที่จะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้อย่างยั่งยืน และไม่สามารถหยุดปัญหาความยากจนข้ามชั่วคนได้ ส่วนหนึ่งของกองทุนเสมอภาคของ กสศ. จึงมุ่งไปที่กิจกรรมพัฒนาทักษะอาชีพและทักษะชีวิตให้นักเรียนทุนเสมอภาคเหล่านี้สามารถพึ่งพาตนเองและดูแลครอบครัวได้อย่างยั่งยืนในอนาคต โดยการสนับสนุนและบริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วมของโรงเรียน คุณครู นักเรียน

ขณะนี้มีโรงเรียนที่มีความพร้อมสามารถขยายผลกิจกรรมทักษะอาชีพนำมาสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการหลากหลายรูปแบบ สร้างรายได้ให้แก่นักเรียนทุนเสมอภาค สมัครเข้าร่วมเป็นเครือข่าย ตลาดวาดฝันสร้างโอกาส สร้างอาชีพ เบื้องต้นแล้ว 107 โรงเรียนทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกภูมิภาค

นอกจากนี้ ความร่วมมือจากกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และคุณครูทั่วประเทศ ทำให้ กสศ. สามารถสนับสนุนทุนเสมอภาคเพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่ยากจนที่สุดให้แก่โรงเรียนในสังกัด สพฐ. จำนวน 29,871 โรงเรียน ซึ่งในปีการศึกษา 2562 จะสามารถช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มนี้ได้ถึง 723,604 คน อย่างไรก็ตามยังต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วนมาร่วมเติมเต็มความช่วยเหลือให้เด็กกลุ่มนี้มากขึ้น

ดังนั้น จึงขอเชิญชวนประชาชน รวมถึงภาคธุรกิจเอกชนร่วมกันบริจาคสมทบ หรือสนับสนุนในแง่องค์ความรู้ความเชี่ยวชาญเพื่อต่อยอดความช่วยเหลือที่กสศ.ได้ดำเนินการไว้แล้ว ให้เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืนแก่เด็กๆ มากยิ่งขึ้น โดยสามารถติดตามกิจกรรมของเครือข่ายตลาดวาดฝัน เพื่อร่วมสนับสนุนหรืออุดหนุนผลิตภัณฑ์จากกิจกรรมพัฒนาทักษะอาชีพหรือโครงการอื่น ๆ ของนักเรียนทุนเสมอภาค ได้ที่ http://www.eef.or.th

สำหรับภาคธุรกิจหรือประชาชนทั่วไป ที่ประสงค์ร่วมสมทบทุนบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเด็ก ๆ กลุ่มที่ยากจนที่สุดของประเทศ สามารถเข้าไปบริจาคและใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี 2 เท่าได้อัตโนมัติ ที่ https://donate.eef.or.th/main-donate หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โทร. 0 2079 5475

ขอบคุณภาพถ่าย ประชาสัมพันธ์ สพฐ. https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=870446403325843&id=294100504293772

รมว.ศธ.ส่ง”ไกรเสริม”ลงพื้นที่ร้อยเอ็ด เปิดศูนย์บริการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย “ซ่อม สร้าง ล้าง ใหม่”

(4 ก.ย.62) นายไกรเสริม โตทับเที่ยง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจากนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการ สกศ.​, นายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัด ศธ., นางสาวอุษณีย์ ธโนศวรรย์ เลขาธิการ ก.ค.ศ., นายศรีชัย พรประชาธรรม เลขาธิการ กศน.​ และนายธนุ วงษ์จินดา ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. ลงพื้นที่ อ.โพนทอง และ อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อมอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชน พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมนักศึกษาอาชีวะ และ กศน. ที่เปิดศูนย์บริการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุโพดุล ตามโครงการ​ “กระทรวงศึกษาธิการเพื่อประชาชน ซ่อม สร้าง ล้าง ใหม่” โดยมีนายดำรงค์ สิริวิชย อิ่มวิเศษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนให้การต้อนรับ

ภารกิจที่ อ.โพนทอง

นายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัด ศธ. กล่าวว่า จังหวัดร้อยเอ็ดเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยอำเภอโพนทองเป็นอำเภอหนึ่งที่ได้รับกระทบดังกล่าว มีโรงเรียน​ได้รับความเสียหาย​ 172 แห่ง​ ปิดเรียน​ 79​ แห่ง​ หมู่บ้านได้รับผลกระทบ 196 หมู่บ้าน จำนวน 9,638 ครัวเรือน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 68,611 คน

กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จึงได้จัดบุคลากรจิตอาสาเข้าทำการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยเปิดศูนย์ “ซ่อม สร้าง ล้าง ใหม่” ณ​ วิทยาลัย​เทคนิค​การอาชีพโพนทอง​ และจัดเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อดูแลบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในอำเภอโพนทอง จำนวน 2,000 ชุด

ภารกิจที่ อ.เสลภูมิ

ต่อมาเลขานุการ​ รมว.ศึกษาธิการ​ พร้อมคณะ​ เดินทางไปโรงเรีย​นบ้านนาแซง​ อ.เสลภูมิ​ จ.ร้อยเอ็ด​ เพื่อพบปะประชาชน​ที่ได้รับ​ผลกระทบ​จากอุทกภั​ย​ โดย​ในส่วน​ของ​อำเภอเสลภูมิ​ จังหวัด​ร้อยเอ็ด​ได้รับผลกระทบจากพายุโพดุล ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่สร้างความเดือดร้อนในการดำรงชีวิตตามปกติ ที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินได้รับความเสียหายรวมทั้งการสัญจรไปมาด้วย​ ซึ่งจากการสำรวจมีหมู่บ้านได้รับผลกระทบจำนวน 81​ หมู่บ้าน 12,545 ครัวเรือน ประชาชน​กว่า 48,400 คน ได้รับความเดือดร้อน ไร่นา ทรัพย์สินเสียหาย

กระทรวงศึกษาธิการ จึงจัดบุคลากรจิตอาสาเข้าทำการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน​ที่ได้รับความเดือดร้อนดังกล่าวในแนวทาง “ศูนย์ซ่อม สร้าง​ ล้างใหม่”โดย​ สอศ. และสำนักงาน กศน. ตลอด​จนร่วมกับสำนักงาน​คณะกรรมการ​การศึกษา​ขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)​ จัดเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อดูแลบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในอำเภอเสลภูมิ​ จำนวน 1,000 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในครั้งนี้

นายไกรเสริม​ โตทับเที่ยง​​ กล่าว​ว่า​ได้ทราบข้อมูล​ว่าประชาชนจังหวัดร้อยเอ็ด​ ได้รับผลกระทบจากพายุโพดุล ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่สร้างความเดือดร้อนในการดำรงชีวิต​ ที่อยู่อาศัยได้รับผลกระทบรวมทั้งการสัญจรไปมาไม่สะดวก​ และการดำรงชีวิตตามปกติ

รัฐบาลได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และมอบหมายให้ส่วนราชการต่าง​ ๆ​ เข้าทำการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน กระทรวงศึกษาธิการจึงได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด​ ดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องอย่างเต็มที่ โดยฉพาะอย่างยิ่ง​ สอศ.​ สพฐ.และสำนักงาน​ กศน. เป็นหน่วยงานที่มีความพร้อมด้านบุคลากรจิตอาสา​ เร่งเข้าช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน ซ่อมแซมปรับปรุงสิ่งของที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยประชาชนสามารถ​แจ้งขอความช่วยเหลือเพื่อรับบริการจากบุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่​ ซึ่งมีครู​ เจ้าหน้าที่​ส่วนราชการ​ จิตอาสา​จากหน่วยงานในสังกัด​ ศธ.​ ทั่วทั้งภาค​ตะวันออกเฉียงเหนือ​ร่วมดูแลประชาชน​ครั้งนี้​ รวมถึง​เป็นกำลังใจให้ประชาชน​ผ่านภัยพิบัติ​ไปได้ด้วยดี​ และขอบคุณผู้เกี่ยวข้อง​ทุกฝ่ายที่ร่วมแรงร่วมใจกันช่วยเหลือ​ประชาชน​

ต่อมาเลขานุการ​ รมว.ศึกษาธิการ​ พร้อม​คณะ​ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม​โรงเรียน​บ้านบุ่งเบ้าห้วยเจริญ​ อ.เสลภูมิ​ จ.ร้อยเอ็ด​ ซึ่งได้รับผลกระทบ​จากน้ำท่วมจนไม่สามารถ​เปิดการเรียน​การ​สอน​ได้​ และกล่าวว่าการลงพื้น​ที่ในวันนี้เพื่อช่วยเหลือ​ประชาชน​ที่ประสบอุทกภัย​ รวมถึง​ตรวจสอบ​สภาพความเสียหาย​ของโรงเรีย​นที่ถูกน้ำท่วม​ ซึ่ง​ขณะนี้​เป็นการช่วยเหลือประชาชน​เฉพาะหน้าก่อน​ ส่วนในระยะต่อไปจะมีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​​ เพื่อจัดสรร​งบประมาณ​และสิ่งจำเป็น​ในการฟื้นฟู​สภาพ​โรงเรียน​ให้สามารถ​เปิดเรียนได้ตามปกติ​ พร้อมยืนยัน​ว่า​ ศธ.ให้ความสำคัญ​กับการศึกษา​และเร่งหาแนวทางเยียวยาผู้​ได้รับ​ผลกระทบ​ทุกภาค​ส่วนเพื่อให้การจัดการศึกษา​สามารถ​ดำเนิน​การได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้​ สพฐ. รายงานสรุป​จำนวนสถานศึกษา​และนักเรียน​ที่ได้รับ​ผลกระทบ​จากพายุโพดุล โดยมีโรงเรียน​ที่ปิดเรียนจำนวน​ 7​ จังหวัด​ ได้แก่​ กาฬสินธุ์​ ยโสธร​ ร้อยเอ็ด​ ศรีสะเกษ​ อุบลราชธานี​ อำนาจเจริญ​ และพิจิตร​ รวมจำนวน​ 29​ โรงเรียน​ มีนักเรียน​ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดเรียนรวมจำนวน​ 1,855 คน​ ขณะที่จำนวนโรงเรียน​ที่ได้รับผลกระทบมี​ 9​ จังหวัด​ จำนวนรวม​ 264 โรงเรียน​ และมีนักเรียนได้รับผลกระทบ​รวมจำนวน​ 3,927 คน

โอกาสนี้ ​นายไกรเสริม โตทับเที่ยง เลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ ได้เดินทางไปให้กำลังใจครอบครัว นายภิญญา สุวรรณภิญญา อายุ 65 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วม เมื่อวันที่ 2 กันยายน 62 ตั้งศพอยู่ที่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 2 ต.นาแซง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด

อิชยา กัปปา, ปารัชญ์​ ไชย​เวช​/ สรุป​
ธนภัทร​ จันทร์​ห้างหว้า, กิตติกร​ แซ่​หมู่​/ ถ่ายภาพ​

รมว.ศธ.เปิดการแข่งขันกีฬาอาชีวะเกมส์ ระดับชาติ ครั้งที่ 14 ที่ลพบุรี

(3 กันยายน 2562) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาอาชีวะเกมส์ ระดับชาติ ครั้งที่ 14 “ละโว้เกมส์” โดยมีนายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตลอดจนผู้บริหารสถานศึกษา คณาจารย์ และนักเรียนนักศึกษาอาชีวะ เข้าร่วมงานกว่า 4,000 คน ณ สนามกีฬาพระราเมศวร จังหวัดลพบุรี

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การกีฬาเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่ง ที่จะส่งเสริมพัฒนาให้นักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษาเป็นบุคคลที่มีสุขภาพดี มีความแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ กระทรวงศึกษาธิการจึงได้สนับสนุนให้มีการจัดการแข่งขันกีฬาอาชีวะเกมส์ตั้งแต่ระดับสถานศึกษา ระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนอาชีวศึกษาได้พัฒนาตนเองทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับนานาอารยประเทศได้

นอกจากนี้ รมว.ศึกษาธิการ ได้กล่าวให้กำลังใจนักเรียนนักศึกษาและผู้ฝึกสอนที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬา ความว่า นักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษาเป็นแรงบันดาลใจให้กระทรวงศึกษาธิการจัดการเรียนการสอน เพื่อสนับสนุนนักเรียนอาชีวศึกษาที่เป็นกำลังคนสำคัญของประเทศชาติ โดยยืนยันว่าการบริหารงานของกระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับนักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษาเช่นเดียวกับประเทศที่เจริญแล้ว เช่น ญี่ปุ่น เยอรมนี เป็นต้น ที่มีเป้าหมายเพื่อให้มีจำนวนเด็กที่สนใจมาเรียนอาชีวศึกษาเพิ่มมากขึ้น และพัฒนากำลังคนเหล่านี้ให้กับเป็น “กระดูกสันหลัง” ของประเทศต่อไป

การแข่งขันกีฬาอาชีวะเกมส์ ระดับชาติ ครั้งที่ 14 “ละโว้เกมส์” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-8 กันยายน 2562 มีสถานศึกษาจากทุกภาคส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันใน 10 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย ฟุตบอล ฟุตซอล วอลเลย์บอล บาสเกตบอล เซปักตะกร้อ เปตอง มวยไทยสมัครเล่น มวยสากลสมัครเล่น หมากล้อม และกรีฑา ซึ่งมีนักกีฬาและผู้ฝึกสอนเข้าร่วมแข่งขันประมาณ 3,500 คน รวมทั้งผู้บริหาร ครู และเจ้าหน้าที่ จำนวน 1,000 คน โดยมีสถานศึกษารัฐและเอกชน หน่วยงาน มูลนิธิ และห้างร้านต่าง ๆ ให้การสนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้ เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

อรพรรณ ฤทธิ์มั่น: สรุป
นวรัตน์ รามสูต: เรียบเรียง/กราฟิก
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.: รายงาน
4/9/2562

ภาพเพิ่มเติม: Facebook

เสมา 2 สั่งการตั้งโรงครัวอาชีวะเกษตร พื้นที่อุทกภัย

(3 ก.ย.62) ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ มอบสิ่งของ ถุงยังชีพ แก่ผู้ประสบอุทกภัย อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด และ จ.มหาสารคาม

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด และสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตั้งอยู่ที่ จ.ร้อยเอ็ด) ตั้งโรงครัว โดยนำผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมาทำเป็นอาหารให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยทั่วพื้นที่อีสานในครั้งนี้ด้วย

ส่วนเช้าวันนี้ (4 ก.ย.62) ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด เพื่อตรวจเยี่ยมโรงครัวอาชีวะ และประกอบอาหารบรรจุกล่อง แจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด และในเขตพื้นที่อีสาน

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี ช่วยฟื้นฟูชาวบ้านหลังระดับน้ำลด เช่น ดูแลช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้อง ผู้ประสบอุทกภัย ซ่อม สร้าง เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องจักรกลการเกษตร ฯลฯ อีกด้วย

ภาพ/ข่าว: MOE one team

นโยบายการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก สพฐ.

สรุปนโยบายและแนวทางการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ภายใต้วิสัยทัศน์ “โรงเรียนขนาดเล็กมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน”

สถิติเปรียบเทียบจำนวนโรงเรียนขนาดเล็ก มีอยู่ประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนโรงเรียนทั่วประเทศ
โดยสัดส่วนของครูต่อนักเรียนใน รร.ขนาดเล็ก ล่าสุดอยู่ที่ ครู 1 คน ต่อนักเรียน 10 คน
จำนวนโรงเรียนขนาดเล็กทั้งประเทศ 15,158 โรง ส่วนใหญ่อยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในจำนวนนี้ เป็นโรงเรียนที่ไม่มีนักเรียน 305 โรง ที่ยังไม่สามารถยุบเลิกได้ แต่ส่วนใหญ่อยู่ภาคเหนือ โดย จ.ลำปาง มีจำนวนมากที่สุด
สพฐ.ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์พัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กระยะ 4 ปีไว้แล้ว (พ.ศ. 2562-2565) โดยกำหนดวิสัยทัศน์ “โรงเรียนขนาดเล็กมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน”
รวมทั้งกำหนดยุทธศาสตร์ 5 ด้านในการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก โดยยุทธศาสตร์แรก เป็นการจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง
ยุทธศาสตร์ที่ 2 เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการศึกษาที่มีคุณภาพ และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
ยุทธศาสตร์ที่ 3 เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
ยุทธศาสตร์ที่ 4 เพื่อพัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา
และยุทธศาสตร์ที่ 5 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม
พร้อมทั้งกำหนดแนวทางดำเนินการระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
รวมทั้งแนวทางดำเนินการระดับโรงเรียน ให้เป็นแนวทางปฏิบัติ
มีการกำหนดปฏิทินการดำเนินการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก ในช่วงเดือนสิงหาคม 2562 เรียบร้อยแล้ว
ขณะนี้ทุกหน่วยงานได้จัดส่งข้อมูลการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก
โดย สพฐ.จะวิเคราะห์ รวบรวมข้อมูล และข้อคิดเห็นเพื่อนำเสนอเป็นแนวทางดำเนินการในการบริหารจัดการต่อไป

นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวเพิ่มเติมถึงการแก้ไขปัญหาโครงการอาหารกลางวันของนักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษาทั่วประเทศด้วยว่า ขณะนี้ สพฐ.ได้ตั้ง “ศูนย์บริหารจัดการโครงการอาหารกลางวันนักเรียน” ขึ้น เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งในสังกัด สพฐ. แยกออกจากหน่วยงานกองทุนอาหารกลางวันของ สพฐ.ที่ดำเนินการอยู่ โดยมีตำแหน่งระดับผู้อำนวยการเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งศูนย์ดังกล่าวมีหน้าที่บริหารจัดการโครงการอาหารกลางวันในรูปแบบการติดตามประเมินผล เพื่อให้มีความรับผิดชอบโดยตรง ส่วนระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ก็ให้มีคณะกรรมการบริหารอาหารกลางวันเช่นกัน เพื่อดำเนินการบริหารจัดการอาหารกลางวันของนักเรียนให้มีคุณภาพ

WordPress.com.

Up ↑