เสมา3 เปิดงานชุมนุมลูกเสือโรงเรียนเอกชนอิสลามนานาชาติ ครั้งที่ 1 ปี 2562 ที่สตูล

(22 พ.ย. 62) ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานชุมนุมลูกเสือโรงเรียนเอกชนอิสลามนานาชาติ ครั้งที่ 1 (Islamic Private School International Scouts Camp : 1st IPSIS CAMP) ณ ค่ายลูกเสือปากบาง อ.ละงู จ.สตูล

รมช.ศธ. กล่าวว่า ขอแสดงความชื่นชมคณะกรรมการจัดงาน ผู้ให้การสนับสนุนทั้งภาครัฐและเอกชนและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ที่ได้มุ่งมั่นทุ่มเทในการดำเนินกิจกรรมลูกเสือเพื่อให้เยาวชนของชาติได้รับการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมอันดี ตลอดจนการสร้างสรรค์สิ่งดีงามร่วมกัน

กิจกรรมงานชุมนุมลูกเสือในครั้งนี้ มีความมุ่งหมายคือ ส่งเสริมให้เยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ใช้กระบวนการลูกเสือในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อการใช้ชีวิตในสังคมพหุวัฒนธรรม มีจิตอาสาร่วมแก้ปัญหาและพัฒนาสังคมอย่างสันติสุข ห่างไกลยาเสพติด และเตรียมความพร้อมของเยาวชนลูกเสือไทย รองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และเพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ลูกเสือโรงเรียนเอกชนสอนอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพลเมืองดี มีวินัย มีความรับผิดชอบ ช่วยสร้างสรรค์สังคมให้เกิดความสามัคคี ใฝ่หาสันติสุข

กิจการลูกเสือนั้น ถือว่าเป็นกิจกรรมด้านการศึกษาที่มีเกียรติ เป็นที่ยอมรับในสังคมโลกว่าลูกเสือเป็นผู้มีระเบียบวินัย มีความซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีกฎเกณฑ์ และยินดีช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ

นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวเพิ่มเติมถึงวัตถุประสงค์การจัดงาน ดังนี้

  1. เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ลูกเสือโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นพลเมืองดี มีวินัย มีความรับผิดชอบ ช่วยสร้างสรรค์สังคมให้เกิดความสามัคคี ใฝ่หาสันติสุข
  2. เพื่อให้เยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ใช้กระบวนการลูกเสือในสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อการใช้ชีวิตในสังคมพหุวัฒนธรรม มีจิตอาสาร่วมแก้ปัญหา และพัฒนาสังคมอย่างสันติสุข
  3. เพื่อให้ลูกเสือ เนตรนารี และสมาชิกจากองค์กรต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ได้เรียนรู้และมีความมั่นใจกับสิ่งที่รัฐบาลคอยให้การสนับสนุนในกิจกรรมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตมุสลิมอย่างอิสระ สู่การเสริมสร้างสังคมสันติสุข
  4. เพื่อส่งเสริมความสัมพันธภาพที่ดีระหว่างลูกเสือในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และประเทศในประชาคมอาเซียน

สำหรับการจัดงานชุมนุมครั้งนี้ มีลูกเสือ เนตรนารี ผู้บังคับบัญชาลูกเสือจากโรงเรียนเอกชนอิสลาม จากจังหวัดสตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา และจากประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย รวมทั้งคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมงานชุมนุมจำนวน 1,345 คน

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ถ่ายภาพ

เสมา3 ลุยเมืองคอน ตรวจเยี่ยม-มอบนโยบายการศึกษาเอกชน ติดตามการจัดการเรียนรู้บ้านหนังสือชุมชน และภาคีเครือข่าย กศน.

(21 พ.ย. 62) ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ., นายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ., นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ลงพื้นที่อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายโรงเรียนมัธยมยานากาวา ซึ่งเป็นโรงเรียนต้นแบบในการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่น และภาษาอังกฤษในสังกัด สช. โดยมีนายเชาว์ เต็มรักษ์ ผู้รับมอบ/ผู้จัดการ และคณะครูให้การต้อนรับ

ตรวจเยี่ยม รร.เอกชน “มัธยมยานากาวา” อ.เมืองนครศรีธรรมราช

รมช.ศธ. กล่าวตอนหนึ่งว่า โรงเรียนมัธยมยานากาวา ถือเป็นโรงเรียนต้นแบบของการผสมผสานและการพัฒนาร่วมกัน ระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทย ต้องขอชื่นชมผู้บริหารโรงเรียนที่จัดการเรีนการสอนได้ดีเยี่ยม และเป็นที่น่ายินดีที่ทางโรงเรียนพร้อมส่งเสริมนโยบายของ รมช.ศธ. ซึ่งเชื่อมโยงระหว่างโรงเรียนที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน โรงเรียนก็จะนำสิ่งที่เป็นประโยชน์ เช่น สื่อการเรียนการสอน การใช้ภาษาญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษ ไปวางไว้ในเว็บไซต์หรือในหน้าเพจของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เพื่อให้โรงเรียนนำไปศึกษาและพัฒนาต่อยอดไปจนถึงหลักสูตร Kosen ได้ ซึ่งสาระการเรียนรู้ของโรงเรียนแห่งนี้ผนวกสิ่งที่ดีงาม สมควรได้รับการสนับสนุน และจะมีการที่จะนำในเรื่องวิธีคิด เช่น แบ่งปันครูที่สอนภาษาญี่ปุ่นให้กับโรงเรียนอื่นในทั่วประเทศด้วย

ในส่วนนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาเอกชน ที่ดำเนินการสำเร็จเป็นรูปธรรมแล้วนั้น ได้แก่ การส่งเสริมสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล จาก 100,000 บาท/คน/ปี เป็น 150,000 บาท/คน/ปี โดยจะเริ่มเบิกจ่ายได้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 และในเรื่องของการสนับสนุนให้มีการอบรมพัฒนาครูเอกชน ตั้งงบไว้แล้วกว่า 23 ล้านบาท โดยมีครูกว่า 17,000 คน ได้รับการพัฒนาตนเองให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลแล้ว สำหรับแนวทางลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ศธ.ยังให้ความสำคัญอยู่ โดยจะจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

มอบนโยบาย กศน. ที่ อบจ.นครศรีฯ

เวลา 10.00 น. รมช.ศธ. พร้อมด้วยนายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการ กศน. และคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมชมนิทรรศการของสำนักงาน กศน.อำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช และติดตามการดำเนินงานและมอบนโยบายแก่สำนักงาน กศน.กลุ่มอ่าวไทย (นครศรีธรรมราช, สงขลา, พัทลุง, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี) โดยมีนายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวต้อนรับ ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช

รมช.ศธ. กล่าวว่า มีความสุขที่ได้รับฟังข้อคิดเห็นและสภาพปัญหาจากตัวแทนพี่น้องชาว กศน.ทั้ง 5 จังหวัด ซึ่งจะนำไปพิจารณาต่อไป รวมทั้งการดำเนินการอัตราบรรจุครู กศน.ของภาคใต้ประมาณ 300-400 อัตรา จะเริ่มดำเนินการก่อน แต่ก่อนที่จะประกาศอะไรออกมา จะนำเอาปัญหาของทุกคนมาหาวิธีแก้ไข เพราะ รมช.ศธ.เพียงคนเดียวไม่สามารถที่จะกำหนดได้ เนื่องจากมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กฎ ข้อระเบียบที่เกี่ยวข้องอีกเป็นจำนวนมาก ส่วนเรื่องการขอใช้อาคารสถานศึกษาเดิมของ สพฐ.นั้น เป็นเพียงทางปฏิบัติบางครั้งบางคราว ไม่มีลายลักษณ์อักษรที่เป็นรูปธรรม รมช.ศธ.ได้ขอความร่วมมือไปยัง สพฐ.แล้ว คาดว่าจะตั้งงบประมาณสำหรับซ่อมแซมอาคารได้ในปีงบประมาณ 2564 ยืนยันว่าพร้อมจะแก้ทุกปัญหาอย่างสุดความสามารถ ทุกข์ก็เห็นหน้า สุขก็เห็นหน้า อะไรที่เป็นข้อจำกัดจะทลาย และไม่ทิ้งพี่น้อง กศน.แม้แต่คนเดียว จะตั้งใจทำงานเพื่อชาว กศน. ให้มีความสุขเท่าที่จะมากได้

เยี่ยมชมบ้านหนังสือชุมชนควนชะลิก อ.หัวไทร

เวลา 14.30 น. รมช.ศธ. และคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมชมบ้านหนังสือชุมชนควนชะลิก (ได้รับรางวัลบ้านหนังสือชุมชนยอดเยี่ยม และนักจัดกิจกรรมสร้างเสริมการอ่าน ระดับประเทศ ปี 2560) ณ สำนักงาน กศน.อำเภอหัวไทร โดยมีนายวิทยา เขียวรอด นายอำเภอหัวไทร กล่าวต้อนรับ

รมช.ศธ. กล่าวว่า การนำ กศน.เข้าสู่ยุคดิจิทัล หรือ กศน.wow ให้ประสบความสำเร็จ มีปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง ดังนี้

  1. Good Teacher : ครูกศน.จัดกระบวนการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ
    – เพิ่มอัตราข้าราชการครูกศน. 891 อัตรา
  2. Good Place : สภาพแวดล้อมสวยงาม สะอาด ทันสมัย เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้
    – Digital Library
    – 928 กศน.ตำบล แบบ 5 ดี พรีเมี่ยม
  3. Good Activities (Digital Platform) : มีกิจกรรมยืดหยุ่น หลากหลาย น่าสนใจ
    – พัฒนาการศึกษาออนไลน์ กศน.
    – พัฒนาหลักสูตรลูกเสือมัคคุเทศก์
    – ปรับหลักสูตรอาชีพระยะสั้นรองรับ new S-Curve
  4. Good Partnership : มีภาคีเครือข่ายที่สามารถทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง
  5. Good Innovation : การจัดการความรู้นวัตกรรมสิ่งใหม่ที่ทันสมัย
    – จัดตั้งศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ Brand กศน.
  6. Good Learning Center : ศูนย์การเรียนรู้สำหรับทุกช่วงวัย
    -จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สำหรับทุกช่วงวัย

ตรวจเยี่ยมภาคีเครือข่าย กศน.อำเภอปากพนัง

เวลา 16.30 น. รมช.ศธ.และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมภาคีเครือข่ายของ กศน.อำเภอปากพนัง ณ ศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มแม่น้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีนายการุณย์ แปลงรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ฯ กล่าวต้อนรับ

โดยทางศูนย์ฯ ได้อนุเคราะห์อาคาร 1 หลัง เป็นที่ทำการของสำนักงาน กศน.อำเภอปากพนัง เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่นการจัดอบรมอาชีพหลักสูตรระยะสั้น เป็นต้น

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ถ่ายภาพ

“ครูโอ๊ะ” เลี้ยงอาหารกลางวัน นักเรียนโรงเรียนศรีสังวาลย์

(18 พ.ย.62) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ และเลี้ยงอาหารกลางวันนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และเจ้าหน้าที่โรงเรียนศรีสังวาลย์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีโอกาสมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจนักเรียน ครู เจ้าหน้าที่โรงเรียนศรีสังวาลย์ รวมทั้งรับฟังปัญหา คำแนะนำต่าง ๆ เพื่อนำมาวางแนวทางพัฒนาส่งเสริมการบริหารจัดการของโรงเรียนที่ดูแลเด็กพิเศษทุกแห่ง ขอขอบคุณคำแนะนำอันเป็นประโยชน์ทุกอย่าง เนื่องจากการรับฟังความคิดเห็นจากคนที่อยู่ในสถานที่จริง เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการแก้ปัญหา ตลอดสามารถจนนำไปปรับปรุงการทำงานให้ดียิ่งขึ้น

“เด็กทุกคนที่ได้มาเยี่ยมในวันนั้นน่ารักมาก รวมทั้งผู้บริหารโรงเรียน ครู นักดนตรี และทุกคนในโรงเรียนศรีสังวาลย์ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น เป็นความประทับใจที่มีคุณค่าต่อจิตใจอย่างยิ่ง และเป็นขวัญกำลังใจในการทำงานต่อไป” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

สำหรับวันนี้ได้มาตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับนักเรียนโรงเรียนศรีสังวาลย์ ว่าจะมาเลี้ยงอาหารกลางวันทุกคน โดยมีเมนูก๋วยเตี๋ยวเป็ด ลอดช่อง และไอศกรีม

โอกาสนี้ รมช.ศึกษาธิการได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันและร้องเพลงกับนักเรียนด้วย พร้อมให้คำมั่นว่า “จะทลายทุกข้อจำกัดในการทำงาน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เมื่อทุกข์ก็เห็นหน้ากัน เมื่อสุขก็ร่วมสุขไปพร้อมกัน”

ทั้งนี้ โรงเรียนศรีสังวาลย์ เป็นของมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นโรงเรียนเอกชนการกุศล สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ตั้งอยู่เลขที่ 78/16 หมู่ 1 ถนนติวานนท์ ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี  เปิดสอนนักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

ปารัชญ์ ไชยเวช/ สรุป
อิชยา กัปปา/ ถ่ายภาพ

เสมา3 ลงพื้นที่ ครม.สัญจรที่กาญจนบุรี มอบนโยบาย กศน.-สช.ทลายทุกกำแพงข้อจำกัดการศึกษา

(11 พ.ย. 62) ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมชมผลงานนิทรรศการของ กศน.อำเภอต่าง ๆ ในจังหวัด กาญจนบุรี ราชบุรี และสุพรรณบุรี พร้อมทั้งมอบนโยบายและรับฟังปัญหาโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ก่อนเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2562 กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 (กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี)

โดยมีนายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ., นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล, นายพะโยม ชิณวงศ์, นายธีรพงษ์ สารแสน รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการ กศน., นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน, นายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหาร ข้าราชการ บุคลากรกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วม

ภูมิใจ กศน.WOW เรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศธ. กล่าวว่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ลงพื้นที่มีโอกาสนำเสนอแนวคิด แนวทางนโยบายในการขับเคลื่อนงาน กศน. ไปสู่ กศน.ยุคดิจิทัล หรือ กศน.WOW (ONIE WOW DIGITAL WORLD) ซึ่งเป็นการขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการศึกษาและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตอย่างเท่าเทียม ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา เป็นการสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา ซึ่งทักษะที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 คือ ทักษะสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี หน่วยงานและสถานศึกษาต้องมีระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การบริการการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับประชาชนอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ มีแหล่งเรียนรู้ สื่อ นวัตกรรมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ประชาชนเข้าถึงการศึกษาและการเรียนรู้ได้โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่

ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัล ได้ถูกนำมาใช้เพื่อการพัฒนาในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษาและการเรียนรู้ การใช้ดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการพัฒนาครู หลักสูตร ตลอดจนส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเอง รวมทั้งการส่งเสริมให้ประชาชนทุกลุ่มได้มีช่องทางในการเรียนรู้ตลอดชีวิตรูปแบบใหม่ โดยผ่านระบบการเรียนรู้ในระบบเปิดสำหรับมหาชน MOOCs (Massive Open Online Courses)

6 ปัจจัยความสำเร็จของ กศน.WOW

สำหรับการพัฒนา กศน.ตำบล สู่ยุคดิจิทัล หรือ กศน.WOW จะประสบความสำเร็จได้อย่างไร มีปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง ดังนี้

  1. การพัฒนาครู กศน.และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมการศึกษาและการเรียนรู้ : Good Teacher โดยการพัฒนาให้ครู กศน.และบุคลากร กศน. มีความเป็น “ครูมืออาชีพ” มีจิตบริการ มีความรอบรู้ และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม ตลอดจนมีสมรรถนะในการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ ทั้งการพัฒนาทักษะการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ทักษะภาษาต่างประเทศ ทักษะการจัดกระบวนการเรียนรู้
  2. การพัฒนา กศน.ตำบล ให้มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ : Good Place-Best Check in เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ง่ายต่อการเข้าถึง มีบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เปรียบเสมือนคาเฟ่การเรียนรู้มีสิ่งอำนวยความสะดวก บริการอินเทอร์เน็ต มัลติมีเดีย เพื่อรองรับการเรียนรู้แบบ Active learning ปรับปรุงรถการอ่านเคลื่อนที่ เพื่อการเข้าถึงการอ่านในทุกพื้นที่ ทุกชุมชน
  3. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ : Good Activities พัฒนาการจัดการศึกษาออนไลน์ กศน. การเรียนออนไลน์สายสามัญ การเรียนออนไลน์ทักษะอาชีพ และการพัฒนาการค้าออนไลน์ อาชีพที่รองรับอุตสาหกรรมในอนาคต
  4. เสริมสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย : Good Partnership ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับประชาชนอย่างมีคุณภาพ
  5. พัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา เพิ่มประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาและกลุ่มเป้าหมาย : Good Innovation จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ Brand กศน. สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์
  6. จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สำหรับทุกช่วงวัย : Good Learning Center โดยประสานขอใช้พื้นที่จากโรงเรียนที่ถูกยุบรวมมาจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สำหรับทุกช่วงวัยของ กศน.

เผยหลักสูตร “กัญชา-กัญชง ศึกษา” เริ่มปี กศ’63

ส่วนการเปิดสอนหลักสูตร “กัญชา-กัญชง ศึกษา” สำนักงานกศน.จะเริ่มสอนครั้งแรกในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ในชื่อวิชา ทช33098 กัญชาและกัญชงศึกษา เพื่อใช้เป็นยาอย่างชาญฉลาดจำนวน 3 หน่วยกิต 120 ชั่วโมง

เนื้อหาแบ่งบทเรียนออกเป็น 7 บท ได้แก่ เหตุใดต้องเรียนรู้กัญชาและกัญชง 10ชั่วโมง, กัญชาและกัญชงพืชยาที่ควรรู้ 20 ชั่วโมง,รู้จักโทษและประโยชน์ของกัญชาและกัญชง 15 ชั่วโมง,กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกัญชาและกัญชง 15 ชั่วโมง,กัญชาและกัญชงกับการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 20 ชั่วโมง,กัญชาและกัญชงกับแพทย์แผนปัจจุบัน 20 ชั่วโมง และใช้กัญชาและกัญชงเป็นยาอย่างรู้คุณค่าและชาญฉลาด 20 ชั่วโมง

ย้ำพร้อมทลายทุกข้อจำกัด ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ในส่วนเรื่องการบรรจุครู กศน. 891 อัตรา มีความจำเป็นต้องขอให้รออีกสักระยะหนึ่ง เนื่องจากมีข้อจำกัดในบางประการ เช่น ใบประกอบวิชาชีพครู แต่ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการอย่างเร็วที่สุด

ยืนยันว่าตั้งใจมาแก้ปัญหาอย่างจริงจังด้วยความจริงใจ ไม่ว่ายามบุคลากรพี่น้องชาว กศน.มีความทุกข์หรือความสุข ก็จะเห็นหน้า รมช.ศธ.อยู่ใกล้ ๆ โดยพร้อมจะทลายทุกกำแพงข้อจำกัดในการศึกษา โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังแม้แต่คนเดียว

นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการ กศน. กล่าวเพิ่มเติมว่า ตามนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ด้านการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มุ่งสร้างโอกาสให้ประชาชน ผู้เรียนที่สําเร็จ หลักสูตรสามารถมีงานทํา โดยมีจุดเน้นดังนี้

  1. เรียนรู้การใช้ดิจิทัล เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสําหรับช่องทางในการสร้างอาชีพ
  2. จัดทําหลักสูตรพัฒนาอาชีพที่เหมาะสมสําหรับผู้ที่เข้าสู่สังคมสูงวัย โดยใช้ เทคโนโลยีและดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการพัฒนางานทั้งระบบ ทั้งการเรียนรู้และการบริหารจัดการ
    สํานักงาน กศน.ได้ดําเนินการยกระดับและพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยการนํา ระบบดิจิทัลมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้งนี้เพื่อลดช่องว่างและ ความเหลื่อมล้ํา สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา ทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้ ทุกที่ ทุกเวลา หรือ (Anywhere Anytime) เป็นการจัดการศึกษาของ กศน.ที่เข้าสู่ยุคดิจิทัล อย่างแท้จริง (กศน. WOW) ซึ่งมีรูปแบบการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศยุคใหม่ มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนการสอนและการเรียนรู้ออนไลน์ กศน.สู่ยุคดิจิทัล ประกอบไปด้วย 6 G ดังนี้
    Good Teacher ครูดี ครู กศน.ตําบลจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างการจัดการเรียนรู้สู่ยุคดิจิทัลด้วยครู กศน.
    Good Place จัดตั้ง กศน.ตําบลต้นแบบ กศน.ตําบล 5 ดีพรีเมี่ยม และให้บริการ Digital Library/E-book
    Good activity Digital Platform พัฒนาการศึกษาแบบออนไลน์หลักสูตร ลูกเสือมัคคุเทศก์ และหลักสูตรระยะสั้น รองรับ New S-Curve
    Good Partnership มีเครือข่ายที่ดีทํางานร่วมกัน ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ การจัดการเรียนรู้ในชุมชนอย่างยั่งยืนและเข้มแข็ง
    Good Innovation การสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ หรือนวัตกรรมอาชีพให้ สอดคล้องกับบริบทของชุมชน การยกระดับแบรนด์ (Brand) กศน.
    Good Learning Center ศูนย์การเรียนรู้สําหรับคนทุกช่วงวัย โดยมี กศน. ตําบลเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตสําหรับทุกคนในชุมชน

เผยนโยบายการศึกษาเอกชนที่เป็นรูปธรรม

ต่อมาเวลา 13.30 รมช.ศธ.และคณะ ได้ลงพื้นที่โรงเรียนดรุณากาญจนบุรี เพื่อเยี่ยมชมและติดตามการดำเนินงานของโรงเรียนในสังกัด สช.

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาโรงเรียนเอกชนสามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ ช่วยแบ่งเบาภาระของภาครัฐในการจัดการศึกษาได้เป็นอย่างดี และดิฉันขอชื่นชมผู้บริหาร และครูโรงเรียนเอกชนที่ช่วยกันพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีความพร้อม ก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างรอบด้าน ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา ศธ.ได้กําหนดนโยบายสําคัญหลายประการ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาเอกชน โดยมีนโยบายที่ดําเนินการสําเร็จเป็นรูปธรรม ดังนี้

  1. เพิ่มเพดานการเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ของผู้อํานวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนเอกชน จากไม่เกินคนละ 100,000 บาทต่อคนต่อปี มาเป็น 150,000 บาทต่อคนต่อปี เพื่อแก้ไขปัญหาสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลไม่เพียงพอ โดยจะเริ่มเบิกจ่าย ตามเพดานค่ารักษาพยาบาลใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป
  2. จัดสรรงบประมาณเหลือจ่ายของกระทรวงฯ ปี 2562 ให้ สช. จํานวน 23 ล้านบาท เพื่อพัฒนาครูโรงเรียนเอกชน ตามนโยบายสําคัญของกระทรวงศึกษาธิการ 5 เรื่อง ได้แก่ การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ปฐมวัย การจัดการเรียนรู้วิชา Coding การใช้ภาษาอังกฤษบูรณาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน (EIS : English Integrated Study) การสอนคณิตศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะการคิด และการพัฒนาระบบการวัดและประเมินผล โดยกําหนดจัดอบรมตามเขตพื้นที่ของสํานักงานศึกษาธิการภาค 18 ภาค และ กทม. ระหว่างวันที่ 26 กันยายน ถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2562
  3. ผลักดันงบประมาณปี 2563 เพื่อพัฒนาผู้บริหาร และครูโรงเรียนเอกชนจํานวน 111 ล้านบาท (งบพัฒนาคุณภาพการศึกษาเอกชน 111,172,700 บาท เพิ่มขึ้นจาก ปี 2562 จํานวน 12.5 ล้านบาท) ซึ่งกําลังจะเข้าสู่การพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฯ ในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งจะใช้ดําเนินการตามนโยบายสําคัญ ได้แก่
    อบรมผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ
  4. ส่งเสริมการเรียนการสอนออนไลน์ในโรงเรียนในระบบและนอกระบบ โดยมอบหมายให้ สช. พัฒนาและขยายผล รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ซึ่งจะช่วยให้ครูและผู้เรียนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยนําเทคโนโลยีมาใช้
  5. ส่งเสริมกิจการลูกเสือในโรงเรียนเอกชน โดยสนับสนุนงบประมาณสําหรับ การจัดอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ลูกเสือจิตอาสา และลูกเสือมัคคุเทศก์ ของโรงเรียนเอกชน โดยดําเนินการร่วมกับสํานักงานลูกเสือแห่งชาติ
  6. แก้ไขปัญหาการค้างจ่ายเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชน โดยปกติ สช. จะได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนเรียนฟรี 15 ปี ไม่เพียงพอกับจํานวนนักเรียน ทําให้มีการค้างจ่ายเงินอุดหนุนกับโรงเรียนเป็นประจําทุกปี ส่งผลกระทบต่อการจัดการเรียน การสอน และการจ่ายเงินเดือนครู จึงมีนโยบายให้มีการเกลี่ยงบประมาณภายในกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อช่วยเหลือนักเรียน ครู และโรงเรียนเอกชน สําหรับปีงบประมาณนี้ได้เกลี่ยงบประมาณจากหน่วยงานอื่นให้ สช. จํานวน 250 ล้านบาท จึงทําให้ในปีงบประมาณ 2562 สามารถเบิกจ่ายเงินอุดหนุนได้ครบตามจํานวนและไม่ให้มีการค้างจ่ายเงินอุดหนุนโรงเรียน
  7. ให้การช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนที่ประสบอุทกภัย จํานวน 20 โรงเรียน โดยมอบหมาย สช. ลงพื้นที่ เพื่อมอบเงินช่วยเหลือในเบื้องต้น โรงเรียนละ 10,000 บาท และสมาคม ปสกช. ร่วมสมทบอีก โรงเรียนละ 5,000 บาท
  8. แข่งขันทักษะวิชาการ (นักเรียนเกรดเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 2.20) ทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริม และพัฒนาทักษะของนักเรียนตามความถนัด
  9. โครงการจังหวัดต้นแบบการบริหารจัดการศึกษาแบบบูรณาการ (ปราจีนบุรีโมเดล) โดยบูรณาการกิจกรรม บุคลากร และ งบประมาณ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างต้นแบบในการ ส่งเสริมความเสมอภาค และลดความเหลื่อมล้ําทางการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับ ประชากรวัยเรียนที่อยู่นอกระบบการศึกษา ได้แก่ เด็กตกหล่น และเด็กออกกลางคัน รวมถึงการให้ คําปรึกษาเป็นรายบุคคล เพื่อให้ผู้เรียนเลือกเส้นทางการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพได้ตรง ตามความถนัด ความสนใจ และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดงาน
  10. นําเสนอ Best Practice ของโรงเรียนเอกชนทุกประเภทต่อสาธารณะ เช่น โรงเรียนพลังงานต้นแบบ (ศรีแสงธรรม)
  11. ศึกษาแนวทางการปรับปรุงอัตราเงินอุดหนุนรายบุคคลนักเรียนโรงเรียนเอกชน เพื่อสร้างความเป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากรของรัฐ ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนร่วมกับ สช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนําเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา

พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้ดูแลเรื่องการจัดการแข่งขันทักษะทางวิชาการ ให้คำนึงความรู้ ความสามารถ ความถนัด และการมีส่วนร่วมของนักเรียนทุกคน เพื่อแก้ปัญหา และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และให้ สช.ดูแลสวัสดิภาพของนักเรียน นักศึกษา รวมถึงบุคลากรทางการศึกษา เช่น การดูแลความปลอดภัยภายในสถานศึกษา จัดให้มีป้ายแจ้งเตือนจราจรบริเวณโรงเรียนเป็นพิเศษอีกด้วย

ต่อมาเวลา 15.30 น. รมช.ศธ.และคณะ ลงพื้นที่ โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ซึ่งเป็นโรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์ในสังกัด สช. เพื่อเยี่ยมชมและมอบอุปกรณ์การเรียน แก่นักเรียนโรงเรียนดังกล่าวอีกด้วย

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
อธิชนม์ สลางสิงห์ / ถ่ายภาพ

เสมา3 ลงพื้นที่​จ.เลย เดินหน้าแก้ปัญหายึดหลัก “ทุกข์ก็เห็นหน้า สุขก็เห็นหน้า”

(2 พ.ย.62)​ ดร.กนกวรรณ​ วิลาวัลย์​ รมช.ศึกษาธิการ​ เดินทางไปตรวจราชการและมอบนโยบายแก่ผู้บริหาร ข้าราชการ ครู และบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัดเลย พร้อมทั้งเยี่ยมชมนิทรรศการผลงาน​และผลิตภัณฑ์ชุมชนของ​ กศน. ณ สำนักงาน กศน. จังหวัดเลย

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า แม้ตนจะได้รับมอบหมายจาก รมว.ศึกษาธิการ ให้กำกับดูแล กศน. สช. และกิจการลูกเสือ แต่ก็พร้อมรับฟังปัญหาของทุกหน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการ หรือแม้แต่หน่วยงานอื่นก็พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือกับพี่น้องประชาชนทุกคน โดยยึดหลักคำสอนของคุณพ่อ “ทุกข์ก็เห็นหน้า สุขก็เห็นหน้า” ในการดูแลประชาชนคนไทยทุกคน เพื่อทลายทุกข้อจำกัดที่เป็นข้อขัดข้องในการทำงาน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทั้งนี้หากไม่สะดวกมาพบด้วยตนเอง ก็สามารถจะสะท้อนปัญหาผ่านจดหมายมาที่ ศธ.ได้ เพราะคำแนะนำของทุกคนที่ส่งมาล้วนเป็นประโยชน์​และทำให้มีพลังในการทำงานเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง​ ๆ​ เพื่อพัฒนาการศึกษาไทยให้มีคุณภาพต่อไป

สำห​รับ​การดำเนินงานตามนโยบาย​ของ​ กศน.​ เรื่อง “ขวัญกำลังใจ” ถือเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อได้รับทราบถึงปัญหาบุคลากรอัตราจ้างที่ไม่สามารถ​บรรจุเป็นข้าราชการครูได้ จึงเกลี่ยอัตราให้จำนวน 891 อัตรา ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ เพราะยังมีข้อจำกัดบางเรื่องเกี่ยวกับใบประกอบวิชาชีพครู​ วุฒิ​ครู​ แต่​ยืนยัน​ว่า​จะดำเนิน​การ​ให้เร็วที่สุด เพราะตั้งใจมาแก้ปัญหาด้วยความจริงใจ

ในปีงบประมาณ 2563 นี้ กศน.ยังมีภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และต้องให้เกิดผลสัมฤทธิ์ให้ได้ในทุกมิติ คือ การขับเคลื่อน กศน. สู่ กศน. WOW (6G) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ที่ดีแก่คนทุกช่วงวัยในทุกพื้นที่ เพื่อพลิกโฉมการเรียนรู้ให้มีความทันสมัยสู่ยุคดิจิทัล

“การเรียน กศน.นั้น คือ การมีโอกาสในชีวิต โอกาสที่จะสานฝัน มีโอกาสที่จะทำให้ตนเองประสบความสำเร็จ เราจะต้องคว้าโอกาส แล้วใช้โอกาสที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทุกคนที่นั่งตรงนี้เป็นความภูมิใจของจังหวัดเลย วันนี้ตั้งใจมาเพื่อที่จะพบทุกคน เพื่อที่จะรับฟังการบริหารจัดการ เพื่อที่จะมาช่วยแก้ปัญหา ทำอย่างไรที่จะให้คนเรียน กศน.มีความสุข มาให้กำลังใจครู กศน.และดูแลทุกคน เพราะทุกคนคือคนไทย” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

ในส่วนของการศึกษาเอกชน เรื่องของสวัสดิการเป็นสิ่งที่สำคัญ ในการสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานจึงได้ดำเนินการปรับเพดานค่ารักษาพยาบาลจาก 100,000 บาท เป็น 150,000 บาทต่อคนต่อปี คิดว่าจะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้กับครูเอกชนได้มาก ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ 1 ม.ค. 63 นี้ พร้อมทั้งจะเร่งหารือกับหน่วยงานทีเกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถเบิกจ่ายตรงตรงได้ต่อไป ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาลของครูเอกชน ที่ต้องการให้สวัสดิการรักษาพยาบาล​ครอบคลุม​ถึงบุคคลในครอบครัวของครูเอกชนด้วยนั้น เรื่องนี้ต้องผ่านความเห็น​ชอบ​จากคณะกรรมการ​กองทุนสงเคราะห์ การจัดสวัสดิการ​เนื่องจากต้องใช้ดอกผลจากกองทุนฯ หากกองทุน​ฯ สามารถ​สร้าง​รายได้​เพียง​พอ​ จะเร่งดำเนินการให้ทันที เพื่อเป็​นขวัญ​กำลังใจแก่ครูเอกชน​ สำหรับเงินอุดหนุนรายหัวซึ่งปัจจุบันได้รับ 70% ขอปรับเพิ่มเป็น 75% สช.ได้บรรจุเรื่องนี้ไว้ในแผนปฏิบัติราชการประจำปี​ 2564​ แล้ว​

จากนั้น รมช.ศึกษาธิการ เดินทางต่อไปยังพื้นที่อำเภอภูเรือ เพื่อพบปะและมอบนโยบายแก่ข้าราชการ ครู นักศึกษา กศน. พร้อมมอบรางวัลผู้ชนะการประกวด สุดยอด กศน. ณ หอประชุมอำเภอภูเรือ

  • อิชยา กัปปา / สรุป
  • ปรานี บุญยรัตน์ /ถ่ายภาพ

รมช.ศธ.​กนกวรรณ ลงพื้นที่​ กศน.จังหวัดตราด​ ลั่น “ทลายทุกข้อจำกัด​ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

(31 ต.ค.62)​ ดร.กนกวรรณ​ วิลาวัลย์​ รมช.ศึกษาธิการ​ เดินทางไปสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดตราด เพื่อเยี่ยมชมนิทรรศการผลงาน​ และผลิตภัณฑ์ชุมชนของ​ กศน.อำเภอต่าง​ ๆ​ ในจังหวัดตราด พร้อมทั้งมอบนโยบายและรับฟังปัญหา​สถานศึกษาสังกัด​ กศน.​ โรงเรียนสังกัด​ สช.​ และกิจการลูกเสือ

การดำเนินงานการศึกษาเอกชน จ.ตราด​ : เตรียม​ส่งเสริม​ด้านความถนัดของเยาวชน​

นางพัชรี​ คงชาตรี​ ผู้แทนสำนักงาน​ ศธจ.ตราด​ รายงานการดำเนินงานการศึกษาเอกชนจังหวัดตราด ประจำปีงบประมาณ 2562 โดยสำนักงาน​ ศธจ.ตราด และคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัด (คณะกรรมการ​ ปสกช.)​ ร่วมกันส่งเสริมพัฒนาการศึกษาเอกชนให้มีคุณภาพ​ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท​ คือ 1)​ โรงเรียนเอกชนในระบบ มีจำนวน 8 โรงเรียน ในปีการศึกษา 2562 มีนักเรียนจำนวน 393 คน​ และครูจำนวน 179 คน 2)​ โรงเรียนเอกชนนอกระบบ​ มีจำนวน 11 โรงเรียน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนกวดวิชา​ โรงเรียนสอนวิชาชีพและโรงเรียนประเภทศิลปะ/ กีฬา

ในส่วน​ของ​การดำเนินงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาเอกชน มีการจัดโครงการและกิจกรรม​ ได้แก่​ โครงการพัฒนาการจัดประสบการณ์เรียนการสอนปฐมวัย จำนวน 2 กิจกรรม, โครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติ (O-NET)​ จำนวน 4 กิจกรรม​ และโครงการพัฒนาระบบการประเมินมาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา​ จำนวน 2 กิจกรรม

นายจำเหลาะ​ ควรหา ประธานคณะกรรมการ​ ปสกช.จังหวัด​ตราด ได้นำเสนอปัญหาเกี่ยวกับเรื่องค่ารักษาพยาบาลของครูเอกชน โดยอยากขอให้สวัสดิการรักษาพยาบาล​ครอบคลุม​ถึงบุคคลในครอบครัวของครูเอกชนด้วย รวมถึงเรื่องเงินอุดหนุนรายหัวซึ่งปัจจุบันได้รับ 70% อยากขอให้ปรับเพิ่มเป็น 75% เพื่อให้การบริหารจัดการเกิดความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

รมช.ศึกษา​ธิการ​ กล่าวว่า​ เรื่องสวัสดิการ​ค่ารักษาพยาบาล​ครูเอกชน​ เป็น​มติที่ต้องผ่านความเห็น​ชอบ​จากคณะกรรมการ​กองทุนสงเคราะห์​ จึงขอให้ครู​เอกชนรอเวลาก่อน​ เนื่องจาก​กองทุน​ฯ ต้องบริหารเงินอย่าง​ระมัดระวัง​ หากกองทุน​ฯ สามารถ​สร้าง​รายได้​เพียง​พอ​ จะเร่งหารือประเด็นนี้เพื่อเป็​นขวัญ​กำลังใจแก่ครูเอกชน​โดยเร็ว​ ขณะที่​กรณีการปรับขึ้นเงินอุดหนุน​รายหัวนั้น​ ถูกเตรียม​ไว้ในแผนปฏิบัติราชการประจำปี​ 2564​ แล้ว​

ที่ผ่านมาการพัฒนาส่งเสริมเด็ก ส่วนใหญ่จะดูแลเฉพาะ​กลุ่ม​เด็กเรียน​เก่ง แต่สำหรับปีนี้จะเน้นต่อยอดสนับสนุนเด็กที่คะแนนการเรียนอาจจะไม่สูงมาก​ แต่มีความถนัด​ด้านอื่น​ที่สามารถ​ต่อยอดให้พัฒนา​ได้​ ซึ่งรายละเอียดเพิ่มเติมจะมอบหมายทาง​ สช.เสนอให้ได้รับทราบต่อไป

การดำเนินงานกิจการ​ลูกเสือ​ : เน้นปลูกฝังเยาวชน​ให้มีระเบียบ​วินัย

นายสุรชัย​ วิรัติ​สกุล​ ผอ. กลุ่มลูกเสือยุวกาชาดและกิจการนักเรียน สำนักงาน​ ศธจ.ตราด เสนอแนะปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับกิจการลูกเสือ ดังนี้

  1. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดไม่มีอำนาจหน้าที่ภายใต้พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2551 ดำเนินการได้เพียงแนะนำ​ ช่วยเหลือ​ สนับสนุนการดำเนินการร่วมกับสำนักงานลูกเสือจังหวัด
  2. เรื่องการจัดตั้งกองลูกเสือของสถานศึกษา​ เนื่องจากพระราชบัญญัติลูกเสือ​ พ.ศ. 2551 กำหนดให้ต้องเป็นผู้กำกับกองลูกเสือที่ผ่านการอบรมหลักสูตรวิชาผู้กำกับลูกเสือประเภทตามที่ขอรับการแต่งตั้ง​ ซึ่งการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้ดำเนินการสำรวจวุฒิทางลูกเสือ​เพื่อขอรับงบประมาณ​ และเปิดโครงการฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือหลักสูตรวิชาผู้กำกับลูกเสือ​ ให้สอดคล้องกับความต้องการ
  3. เรื่องกองลูกเสือสมุทรและกองลูกเสือมัคคุเทศก์​ จังหวัดตราดเป็นพื้นที่ติดชายทะเล​ และเป็นจังหวัดส่งเสริมการท่องเที่ยว​ ซึ่งได้ดำเนินการสอบถามแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว​ เบื้องต้นขอให้ส่งเสริมบุคลากรของสถานศึกษาในการเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรวิชาผู้กำกับลูกเสือก่อน​ และประสงค์จะรับการส่งเสริมภาษาต่างประเทศสำหรับกองลูกเสือมัคคุเทศก์ด้วย

ทั้งนี้​ รมช. ศึกษาธิการ ขอรับปัญหาอุปสรรคที่เสนอมาไว้เพื่อพิจารณาหาทางแก้ไขให้​ พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า​ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญ​ด้านระเบียบวินัยอย่าง​มาก​ โดยคาดหวังว่าหลักสูตร​วิชาลูกเสือ​ เนตร​นารี​และยุวกาชาด​ จะเป็นหลักการสำคัญที่ทำให้เยาวชนไทยได้รับการฝึกฝนวินัย ขณะที่​ ศธ. ก็ได้ส่งเสริมการอบรมลูกเสือ เช่น​ ลูกเสือมัคคุเทศก์ ลูกเสือสำรอง เป็นต้น​ และระยะถัดไปอยากให้ครูทุกคนได้รับการฝึกอบรมหลักสูตรลูกเสือ​ โดยเฉพาะครูบรรจุใหม่ ซึ่งจะนำเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้พิจารณาเรื่องนี้ต่อไป

ผลการดำเนินงานสำนักงาน กศน.จังหวัดตราด​ : เกลี่ยอัตรากำลังครู กศน.​ 891 อัตรา​ พร้อมรับฟังข้อเสนอและทลายทุกข้อจำกัด

ผลการปฏิบัติงานสำนักงาน​ กศน.​ จังหวัดตราด​ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 กศน.จังหวัดตราดได้ดำเนินกิจกรรมตามนโยบายและจุดเน้นการดำเนินงานของสำนักงาน​ กศน.​ เพื่อร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ​ และแนวทางการพัฒนาจังหวัดตราด​ ประกอบด้วยกิจกรรมหลัก​ ได้แก่​ การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน​ การจัดการศึกษาต่อเนื่อง​ และการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย โดยมีปัญหาและข้อเสนอแนะดังนี้

  1. หลักเกณฑ์การเบิกค่าใช้จ่ายการจัดการศึกษาต่อเนื่องไม่สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน โดยเสนอให้พิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การเบิกค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน​ เพื่อการจัดหาวิทยากรที่มีความรู้​ ความสามารถเฉพาะทาง​ และจัดหาวัสดุในการพัฒนาทักษะได้ดียิ่งขึ้น
  2. งบประมาณผลผลิต 4 การจัดการศึกษาต่อเนื่องที่กำหนดค่าใช้จ่ายเฉพาะกิจกรรม​ ไม่สามารถนำงบประมาณในส่วนที่เหลือไปใช้เพื่อพัฒนางานได้ จึงขอให้พิจารณาให้สามารถนำงบประมาณส่วนที่เหลือจากการจัดกิจกรรมเสร็จสิ้นแล้วไป​ ใช้ในการพัฒนางาน
  3. งบประมาณผลผลิต 5 การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย​ ที่มีกำหนดรายละเอียดการใช้จ่ายตึงตัว​ ทำให้ไม่สามารถพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพได้ โดยขอให้พิจารณาจัดทำเฉพาะกรอบการใช้จ่ายงบประมาณ​ ส่วนรายละเอียดการใช้งบประมาณควรให้สถานศึกษาได้พิจารณาวางแผนดำเนินงานตามกรอบที่กำหนด

รมช.ศึกษา​ธิการ​ กล่าวด้วยว่า​ ขอรับปัญหา​ทุกเรื่องไปจัดการให้​ ยืนยัน​ว่าจะทำให้ดีที่สุดในทุกด้าน รวมถึงขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานทุกเรื่องด้วย​ หากไม่ได้เครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ​ ก็คงจะไม่สามารถขับเคลื่อนงานไปได้อย่างเต็มที่

สำห​รับ​การดำเนินงานตามนโยบาย​ของ​ กศน.​ เรื่องขวัญกำลังใจเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อได้รับทราบถึงปัญหาที่ไม่สามารถ​บรรจุเป็นครูได้ จึงเกลี่ยอัตราครูให้ จำนวน 891 อัตรา ขอให้รออีกสักระยะ​ เพราะมีข้อจำกัดบางอย่างอยู่ เช่น​ เรื่องใบประกอบวิชาชีพครู​ เรื่องวุฒิ​ครู​ เป็นต้น ทั้งนี้​ยืนยัน​ว่า​จะดำเนิน​การ​ให้เร็วที่สุด และขอให้เชื่อมั่นว่า​ วันนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาตั้งใจมาแก้ปัญหาด้วยความจริงใจ​ พร้อมทั้งยืนยันจะทลายทุกข้อจำกัดในการทำงาน​ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ปารัชญ์​ ไชยเวช /สรุป​
กิตติ​กร​ แซ่หมู่ /ถ่ายภาพ
บัลลังก์ โรหิตเสถียร /กราฟิก

“WOW​ ไปด้วยกัน” รมช.ศธ.กนก​วรรณ​ วิลาวัลย์​ ลงพื้น​ที่ระยอง พร้อมดัน​ กศน.​WOW(6G) ยกระดับ​การศึกษา​อย่างเท่าเทียมกัน​ทุกมิติ

(31​ ต.ค.​ 62) ดร.กนก​วรรณ​ วิลาวัลย์​ รมช.ศึกษาธิการ​ เป็น​ประธานเปิดการประชุม​พิจารณา​แนวทางการขับเคลื่อน​การดำเนินงาน​ กศน.​ ประจำปีงบประมาณ​ พ.ศ.2463 โดยมีผู้บริหาร​ กศน.​ ผู้อำนวยการกลุ่ม/ ศูนย์​ ส่วนกลาง​ ผู้อำนวยการสำนักงาน​ กศน. จังหวัดทุกจังหวัดและกรุงเทพมหานคร​ และผู้อำนวยการสถานศึกษาขึ้นตรงทุกแห่ง เข้าร่วมประชุม​ ณ​ โรงแรม​โกลเด้น​ ซิตี้​ จังหวัดระยอง

รมช.ศึกษาธิการ​ กล่าวว่า​ จากนโยบายของนายณัฏฐพล​ ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ​ ที่มอบหมายให้สำนักงาน​ กศน. ดำเนินการในเรื่องการเรียนรู้การใช้ดิจิทัล​เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับหาช่องทางในการสร้างอาชีพ​ และจัดทำหลักสูตรพัฒนาอาชีพที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่เข้าสู่สังคมสูงวัย​ มุ่งสร้างโอกาสให้ประชาชนผู้เรียนที่สำเร็จหลักสูตรสามารถมีงานทำ​

ซึ่งในปีงบประมาณ 2563 กศน.​ มีภารกิจสำคัญที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในทุกมิติ​ คือ​ การขับเคลื่อน​ กศน.​ สู่​ “กศน.​WOW​ (6G)” ได้แก่

  1. Good Teacher การพัฒนาครู​ กศน.​ และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมการศึกษาและเรียนรู้ โดยจะดำเนินการเกลี่ยเพิ่มอัตราตำแหน่ง​ การสรรหา​ บรรจุ​ แต่งตั้ง​ ข้าราชการครู​ กศน.​ จำนวน 891 อัตรา​ เพื่อให้​ กศน.​ อำเภอมีบุคลากรที่จะมาช่วยกันขับเคลื่อนงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  2. Good Place โดยพัฒนา​ กศน.​ ตำบล​ ให้มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้​ ซึ่งจะเป็นการยกระดับให้​ กศน.ตำบล,​ ห้องสมุดประชาชน​ “เฉลิมราชกุมารี”, ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ​ กศน. ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัย​ มีคุณภาพตอบสนองต่อการเรียนรู้ของประชาชนทุกช่วงวัย
  3. Good Activities ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ​ อาทิ​ การปรับหลักสูตรการจัดการศึกษาอาชีพ​ หลักสูตรลูกเสือมัคคุเทศก์ และพัฒนาการจัดการศึกษาออนไลน์
  4. Good Partnership การเสริมสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย​ โดยให้มีความร่วมมือจัดทำทำเนียบภูมิปัญญาท้องถิ่น​ และส่งเสริมภูมิปัญญาสู่การจัดการเรียนรู้ชุมชน
  5. Good Innovation การพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา​ เพื่อประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาและกลุ่มเป้าหมาย​ โดยให้จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์​ brand กศน.​ รวมทั้งการสร้างช่องทางจัดจำหน่ายไปยังสถานีจำหน่ายน้ำมัน
  6. Good Learning การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ทุกช่วงวัย​ ซึ่งต้องมีการจัดเตรียมข้อมูลและประสานงานเบื้องต้น​ โดยผู้บริหาร​ กศน.​ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค​ ต้องช่วยกันขับเคลื่อนภารกิจสำคัญต่าง​ ๆ​ ไปสู่การปฏิบัติ​ และช่วยกันถ่ายทอดความเข้าใจไปสู่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน​ พร้อมทั้งดูแลและสนับสนุนให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป

นอกจากนี้​ รมช.ศึกษาธิการได้ให้นโยบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องการดูแลกลุ่มผู้พิการ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ควรถูกทอดทิ้ง​ ด้วยการหาแนวทางสร้างความรู้สร้างอาชีพให้กับคนกลุ่มนี้ได้ให้ เนื่องจากกลุ่มผู้พิการมีความรับผิดชอบและมีความสามารถที่หลากหลายไม่แพ้คนทั่วไป​ โดยอาจจะเข้ามาช่วยหาช่องทางให้ผู้พิการมีอาชีพที่มั่นคง​ สามารถ​ดูแลตัวเอง​ได้​ เพราะไม่มีใครอยากเป็นภาระของสังคม​ ซึ่ง​เป็นหน้าที่ของ ศธ.​ ที่จะเข้ามาสร้างคุณค่าและความภาคภูมิใจให้กับคนกลุ่มนี้ให้ได้

ทั้งนี้เสียงสะท้อนและคำแนะนำของทุกคนที่ส่งมายัง​ รมช.ศึกษา​ธิการ​ ล้วนเป็นประโยชน์​และทำให้มีพลังแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง​ ๆ​ ในการเร่งเดินหน้าสานฝันของทุกคนให้เป็นจริง​ โอกาสนี้​ รมช.ศึกษา​ธิการ​ จึงขอบคุณ​ทุกภาค​ส่วน​และชื่นชม​สำห​รับ​การทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของ​ประเทศ​ชาติด้วยความร่วมมือร่วมใจกันขับเคลื่อน​ กศน.​WOW​ ไปด้วยกันอย่างเต็มกำลัง​

ปารัชญ์​ ไชยเวช /สรุป​
กิตติ​กร​ แซ่หมู่ /ถ่ายภาพ
บัลลังก์ โรหิตเสถียร / กราฟิก

เสมา3 ลงพื้นที่นครพนม รับฟังปัญหาจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ พร้อมมอบนโยบาย กศน.6Wowสู่การปฏิบัติ

(30 ตุลาคม 62) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการจัดการศึกษาแก่ผู้บริหาร ข้าราชการ ครู และบุคลากรทางการศึกษา ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนม อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครพนม

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ต้องการมาให้กำลังใจและรับฟังปัญหาจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่โดยตรง ตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ได้รับมอบหมายจาก รมว.ศึกษาธิการ “ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” ให้กำกับดูแลการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)​, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)​ และสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ได้รับฟังปัญหาความต้องการของผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา พร้อมผลักดันและส่งเสริมให้การจัดการศึกษาของหน่วยงานที่รับผิดชอบให้มีประสิทธิภาพ ตอบสนองนโยบายรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการมากขึ้น รวมทั้งสร้างขวัญและกำลังใจแก่ครูและบุลากรทางการศึกษาให้ดีที่สุด

ความก้าวหน้าการดำเนินงานของ กศน.

สร้างความก้าวหน้าให้กับครู โดยขอเพิ่มอัตราข้าราชการครู กศน. จำนวน 891 อัตรา เพื่อจัดสรรให้กับ กศน.อำเภอทุกแห่ง ๆ ละ 1 คน โดยจะเปิดโอกาสให้พนักงานราชการและครูอัตราจ้าง กศน. ได้เข้ารับจัดสรรก่อน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งเปรียบเหมือนหัวใจของ ศธ.ที่ช่วยการขับเคลื่อนการศึกษาในพื้นที่ห่างไกล พร้อมทั้งดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการศึกษาของ กศน.ให้มีความทันสมัย ภายใต้นโยบาย “กศน. WOW “

  • Good Teacher : พัฒนาครู กศน.และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมการศึกษาและเรียนรู้ เป็น “ครูมืออาชีพ”
  • Good Place – Best Check in : จัดสภาพแวดล้อมให้สวยงามเอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ ยกระดับ กศน.ตำบล เป็นศูนย์ กศน.จำนวน 928 ตำบล แบบ 5 ดี พรีเมี่ยม
  • Good Activities : พัฒนากระบวนการเรียนรู้ให้มีความทันสมัย เอื้อต่อการเรียนรู้สำหรับทุกคน มีกิจกรรมที่หลากหลาย ตรงกับความต้องการของชุมชน พร้อมพัฒนาหลักสูตรลูกเสือมัคคุเทศก์และหลักสูตรระยะสั้นรองรับ New S-Curve
  • Good Partnerships : มีภาคีเครือข่ายที่ดี สามารถทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง จัดทำทำเนียบและส่งเสริมภูปัญญาท้องถิ่น
  • Good Innovation : มีการจัดการความรู้นวัตกรรมสิ่งใหม่ที่ทันสมัย เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์แบรนด์ กศน.
  • Good Learning Centre : จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สำหรับคนทุกช่วงวัยในชุมชน โดยใช้ประโยชน์จากพื้นที่โรงเรียน สพฐ.ที่ถูกยุบรวม

ความก้าวหน้าการดำเนินงานของการศึกษาเอกชน

ได้ดำเนินการเพิ่มเพดาน การเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ของผู้อำนวยการ ครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนเอกชน เป็นคนละ 150,000 บาทต่อปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป พร้อมทั้งเตรียมงบประมาณในปี 2563 เพื่อพัฒนาผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ

อิชยา กัปปา / สรุป
ฝนทอง ทอสายศิลป์ / ถ่ายภาพ

รมช.ศธ.”ดร.กนกวรรณ”ลงพื้นที่เมืองลุง ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบาย กศน.–ลูกเสือ

(12 ตุลาคม 2562) ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้นายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ. พร้อมด้วย นายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ., นายศรีชัย พรประชาธรรม เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมรับฟังปัญหา ที่ศูนย์ประสานงานลูกเสือชาวบ้านกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 434 (ค่ายลูกเสือวิทยาลัยเกษตร บ้านควนกุฎ) จ.พัทลุง โดย พ.ต.ท.วีรศักดิ์ คงเพชร ผู้บังคับการกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 434 ในฐานะผู้บังคับบัญชาศูนย์ประสานงานลูกเสือชาวบ้านกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 434 กล่าวให้การต้อนรับ

ดาบตำรวจธรรมนูญ ดวงคะชาติ ผู้ช่วยผู้ตรวจการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ในฐานะ หัวหน้าวิทยากร กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 434 กล่าวถึงสภาพปัญหาและแนวทางแก้ไขว่า ค่ายลูกเสือวิทยาลัยเกษตร บ้านควนกุฎ มีปัญหาและอุปสรรคที่ต้องเร่งแก้ไข คือ ไม่มีอาคารหอประชุมที่สามารถรองรับผู้เข้ารับการอบรมในจำนวนมากได้อย่างเพียงพอ อาคารเรือนนอนชายชำรุดทรุดโทรมไม่เหมาะสมและไม่เพียงพอกับจำนวนผู้เข้าอบรม และห้องอาบน้ำ/ห้องสุขาชำรุดทรุดโทรมและไม่เพียงพอรองรับผู้เข้ารับการฝึกอบรม

โดยขอแนวทางการแก้ไข ดังนี้ 1) ขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อก่อสร้างอาคารหอประชุมอเนกประสงค์พร้อมเวทีขนาดกว้าง 14 เมตร ยาว 35 เมตรจำนวน 1 หลัง 2) ขอสนับสนุนงบประมาณเพื่อก่อสร้างอาคารเรือนนอนชายขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 20 เมตร พร้อมห้องพักครูและห้องน้ำห้องสุขา จำนวน 1 หลัง 3) ขอสนับสนุนงบประมาณเพื่อก่อสร้างห้องอาบน้ำและห้องสุขาชายจำนวน 1 หลัง

ในการนี้ ที่ปรึกษาและคณะทำงาน รมช.ศธ. จะนำข้อมูลรายงานให้ รมช.ศธ.พิจารณาต่อไป

ต่อมาเวลา 10.00 น. ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะ ลงพื้นที่ค่ายลูกเสือพัทลุง (ลำปำ) จ.พัทลุง เพื่อตรวจเยี่ยม รับฟังแผนการพัฒนาค่ายฯ และปัญหาเร่งด่วน โดยนายภูมิศิษฏ์ คงมี ส.ส.พัทลุง กล่าวให้การต้อนรับ

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ได้มาเยี่ยมชมสภาพของค่ายด้วยตนเอง ซึ่งมีสภาพชำรุดทรุดโทรม ต้องการให้มีการปรับปรุงอาคารที่พักผู้เข้ารับการอบรมเพิ่มเติมและปรับสภาพแวดล้อม จัดหาสาธารณูปโภคต่าง ๆ ให้มีความพร้อมสมบูรณ์ เพื่อรองรับการใช้เป็นสถานที่พัฒนาผู้เข้ารับการฝึกอบรมลูกเสือเนตรนารี ตลอดจนประชาชนที่เข้ามาใช้บริการได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณและชื่นชมผู้ที่มีจิตใจมุ่งมั่น ทุ่มเทร่วมกันพัฒนาและดูแลค่ายลูกเสือแห่งนี้ สุดกำลังความสามารถอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยผลักดันแผนการปรับปรุงค่ายลูกเสืออย่างเต็มที่ เพราะเป็นค่ายลูกเสือที่มีความสวยงามของประเทศ พร้อมจะเชิญชวนทุกภาคส่วนมาร่วมพัฒนาค่ายแห่งนี้ร่วมกัน เพื่อดึงใจของทุกคนมารวมเป็นหนึ่งพร้อมทลายทุกข้อจำกัด และทำงานร่วมกับ “ครูพี่โอ๊ะ” ทำให้จังหวัดพัทลุงเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาอย่างรอบด้านต่อไป

นายสุนาจ แก้วสุข ผอ.สพป.พัทลุง เขต 1 ในฐานะหัวหน้าค่ายฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า แผนพัฒนาค่ายฯ ประจำปีงบประมาณ 2563 ดังนี้ 1) โครงการก่อสร้าง ปรับปรุงห้องน้ำ และห้องสุขา ขนาด 8×20 เมตร งบประมาณ 2,915,000 บาท 2) โครงการก่อสร้าง ปรับปรุงที่พักผู้เข้ารับการฝึกอบรม งบประมาณ 3,680,000 บาท

โดยมีปัญหาเร่งด่วนที่ต้องรีบดำเนินการ 1) ไม่มีงบประมาณจ้างบุคลากรประจำค่ายลูกเสือ จำนวน 2 อัตรา อัตราละ 15,000 บาท/เดือน ปีละ 360,000 บาท 2) ไม่มีงบประมาณค่าดูแล บำรุง รักษา ปรับปรุง ซ่อมแซม และค่าสาธารณูปโภค เพื่อให้ค่ายลูกเสือมีสภาพพร้อมใช้งานเป็นปัจจุบัน คิดเป็นงบประมาณปีละ 2,000,000 บาท

จากนั้นเวลา 11.00 น. ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ และคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและเป็นประธานเปิดศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบลคูหาสวรรค์ ที่สำนักงาน กศน. ต.คูหาสวรรค์ อ.เมืองฯ จ.พัทลุง โดยนายศรีชัย พรประชาธรรม เลขาธิการ กศน. กล่าวให้การต้อนรับ

นายศรีชัย พรประชาธรรม เลขาธิการ กศน. กล่าวตอนหนึ่งเกี่ยวกับกิจกรรมเพื่อขับเคลื่อนงานตามนโยบายของ รมช.ศธ.ว่า สำนักงาน กศน.จังหวัดพัทลุงได้ดำเนินการดังนี้ การสร้างการรับรู้ การสร้างความรู้ ความเข้าใจในนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนงาน กศน. โดยการจัดประชุมผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนการดำเนินงาน โดยการจัดกิจกรรม ก้าวสู่ยุคดิจิทัล การอบรมความรู้ให้กับประชาชนของสถานศึกษาในสังกัด สำนักงาน กศน.จังหวัดพัทลุง โดยใช้ กศน.ตำบลเป็นฐานในการเรียนรู้ให้กับประชาชน – การใช้ภาคีเครือข่ายช่วยขับเคลื่อนทั้งในระบบราชการและภูมิปัญญาท้องถิ่น

ในการนี้ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ ได้ให้เกียรติมอบเกียรติบัตรและโล่รางวัลแก่ผู้บริหาร ครู และนักศึกษา กศน. ผู้ที่สอบได้ 100 คะแนนเต็มในภาคใต้ จำนวน 20 คน

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
นพนันท์ สิงหเสนี / ทีมประชาสัมพันธ์สำนักงาน กศน. / ถ่ายภาพ

เสมา3 ลงพื้นที่สงขลาและพัทลุง ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบาย กศน.-การศึกษาเอกชน

ลงพื้นที่/มอบนโยบาย กศน.ที่สงขลา

(11 ตุลาคม 2562) ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ., นายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ., นายศรีชัย พรประชาธรรม เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายที่สำนักงาน กศน. ตำบลเกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา โดยนายครรชิต กปิลกาญจน์ นายอำเภอกระแสสินธุ์ กล่าวให้การต้อนรับ

รมช.ศธ. กล่าวตอนหนึ่งว่า จากการรับฟังได้เห็นถึงความสำเร็จในการจัดกิจกรรมการขับเคลื่อนงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยได้รับรางวัลต่าง ๆ ที่เกิดกับผู้เรียนและองค์กร ถือเป็นความสำเร็จเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นผลสะท้อนที่สำนักงาน กศน.จังหวัดสงขลา ได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานเครือข่าย ให้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและดำเนินกิจกรรมของศูนย์การเรียนชุมชนและแหล่งเรียนรู้อื่นในรูปแบบต่าง ๆ การส่งเสริมและพัฒนาการนำเทคโนโลยีทางการศึกษาและเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดการศึกษา รวมทั้งการขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง โดยอาศัยบุคลากรทุกคน โดยเฉพาะ ครู กศน. ซึ่งอยู่ในพื้นที่ และมีความใกล้ชิดกับชุมชนในการประสานงานกับภาคีเครือข่าย ปราชญ์ชุมชน และแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ

ศธ. ตระหนักดีว่าในการพัฒนาการศึกษา ต้องอาศัยทั้งความรู้ ความสามารถ การทุ่มเท และเสียสละการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชุมชน แหล่งเรียนรู้ต่างๆ ตลอดจนการทำกิจกรรมที่มีความหลากหลาย ในฐานะผู้กำกับดูแล กศน. ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน และพร้อมที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เต็มกำลังความสามารถ ขอบคุณภาคีเครือข่ายที่ร่วมให้การสนับสนุนในการจัดการศึกษาได้เป็นอย่างดี

ขอบคุณทุกท่านที่ได้ช่วยกันพัฒนาการศึกษา พัฒนาประชาชนให้ชุมชนของเรามีความเข้มแข็ง สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเป็นพลังในการขับเคลื่อนงาน กศน.ให้สำเร็จในก้าวต่อไป

นายธนกร เกื้อกูล ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.สงขลา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน กศน.มีผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ที่สอดคล้องกับนโยบาย รมช.ศธ.(กนกวรรณ วิลาวัลย์) 6 ข้อ ดังนี้

1) Good Teacher ครู กศน. ตำบล จัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ
2) Good Place สภาพแวดล้อมสวยงาม สะอาด ทันสมัย เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้
3) Good Activities Digital Platform มีกิจกรรมที่ยืดหยุ่น หลากหลาย น่าสนใจ
4) Good Partnership มีภาคีเครือข่ายที่ดี สามารถทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง
5) Good Innovation การจัดการความรู้ นวัตกรรม สิ่งใหม่ที่ทันสมัย
6) Good Learning Center ศูนย์การเรียนรู้สำหรับทุกช่วงวัย

ในการนี้ รมช.ศธ.ให้เกียรติมอบเกียรติบัตร แก่เครือข่ายผู้ที่สนับสนุน กศน.อำเภอกระแสสินธุ์ ดีเด่น 7 รางวัล ดังนี้

1) อบต. เกาะใหญ่ : สนับสนุนด้านการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานดีเด่น
2) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านแหลมหาดใหญ่ : สนับสนุนด้านการจัดการศึกษาตามอัธยาศัยดีเด่น
3) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านไร่ : สนับสนุนด้านการจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตดีเด่น
4) นายภิญโญ เปียคง : คณะกรรมการสถานศึกษาดีเด่น
5) นางสาววนิดา ปาณะศรี : วิทยากรด้านอาชีพดีเด่น
6) นายมฤตย์ ไกรสุรสีห์ : วิทยากรด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานดีเด่น
7) นายสมนึก มีปิด : วิทยากรด้านเศรษฐกิจพอเพียงดีเด่น

และยังได้มอบทุนการศึกษาให้กับนักศึกษากศน. อำเภอกระแสสินธ์ ที่เรียนดีแต่ยากจน จำนวน 3 ทุน ดังนี้ คือ นายศรัณย์ แก้วนพรัตน์ กำลังศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น, นางสาวสุทธิดา เพชรจำรัส กำลังศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และนายปฏิหารย์ สุกแดง กำลังศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

ลงพื้นที่/มอบนโยบายการศึกษาเอกชน ที่พัทลุง

ต่อมาเวลา 14.00 น. รมช.ศธ. และคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่โรงเรียนวีรนาทศึกษา จ.พัทลุง เพื่อเยี่ยมชมและมอบนโยบาย โดยมีนายศิลป์ชัย รามณีย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กล่าวให้การต้อนรับ

รมช.ศธ. กล่าวว่า เนื่องจากท่านทั้งหลายมีบทบาทสำคัญในการจัดการศึกษา และการยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาโรงเรียนเอกชนสามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพช่วยแบ่งเบาภาระของภาครัฐในการจัดการศึกษาได้เป็นอย่างดี ขอชื่นชมผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชนที่ช่วยกันพัฒนาการศึกษาในพื้นที่เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีความพร้อมก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างรอบด้าน ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา

ศธ.ได้กำหนดนโยบายสำคัญหลายประการเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาเอกชนโดยมีนโยบายที่ดำเนินการสำเร็จเป็นรูปธรรม ดังนี้

  1. เพิ่มเพดานการเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ของผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนเอกชน จากไม่เกินคนละ 100,000 บาทต่อคนต่อปี เป็น 150,000 บาทต่อคนต่อปี เพื่อแก้ไขปัญหาสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลไม่เพียงพอ โดยจะเริ่มเบิกจ่ายตามเพดานค่ารักษาพยาบาลใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563
  2. จัดสรรงบประมาณเหลือจ่ายของ ศธ. ปี 2562 ให้ สช. จำนวน 23 ล้านบาท เพื่อพัฒนาครูโรงเรียนเอกชนตามนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ 5 เรื่อง ได้แก่ 2.1) การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ปฐมวัย 2.2)การจัดการเรียนรู้วิชา Coding 2.3) การใช้ภาษาอังกฤษบูรณาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน (EIS : English Integrated Study) 2.4) การสอนคณิตศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะการคิด 2.5) การพัฒนาระบบการวัดและประเมินผล โดยกำหนดจัดอบรมตามเขตพื้นที่ของสำนักงานศึกษาธิการภาค 18 ภาคและกทม. ระหว่างวันที่ 26 กันยายนถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2562
  3. ผลักดันงบประมาณปี 2563 เพื่อพัฒนาผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชนจำนวน 111 ล้านบาท (งบพัฒนาคุณภาพการศึกษาเอกชน 111,172,700 บาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 จำนวน 12.5 ล้านบาท) ซึ่งกำลังจะเข้าสู่การพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฯในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งจะใช้ดำเนินการตามนโยบายสำคัญ ได้แก่ การอบรมผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ และส่งเสริมการเรียนการสอนออนไลน์ในโรงเรียนในระบบและนอกระบบ
  4. ส่งเสริมกิจการลูกเสือในโรงเรียนเอกชน โดยสนับสนุนงบประมาณสำหรับการจัดอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ลูกเสือจิตอาสา และลูกเสือมัคคุเทศก์ของโรงเรียนเอกชน โดยดำเนินการร่วมกับสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ
  5. แก้ไขปัญหาการค้างจ่ายเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชน โดยปกติ สช. จะได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนเรียนฟรี 15 ปี แต่ไม่เพียงพอกับจำนวนนักเรียน ทำให้มีการค้างจ่ายเงินอุดหนุนกับโรงเรียนเป็นประจำทุกปี ส่งผลกระทบต่อการจัดการเรียนการสอน และการจ่ายเงินเดือนครู จึงมีนโยบายให้มีการเกลี่ยงบประมาณภายใน ศธ. เพื่อช่วยเหลือนักเรียน ครู และโรงเรียนเอกชน สำหรับปีงบประมาณนี้ได้เกลี่ยงบประมาณจากหน่วยงานอื่นให้ สช. จำนวน 250 ล้านบาท จึงทำให้ในปีงบประมาณ 2562 สามารถเบิกจ่ายเงินอุดหนุนได้ครบตามจำนวนและไม่ให้มีการค้างจ่ายเงินอุดหนุนโรงเรียน
  6. ให้การช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนที่ประสบอุทกภัย จำนวน 20 โรงเรียน โดยมอบหมาย สช. ลงพื้นที่เพื่อมอบเงินช่วยเหลือในเบื้องต้นโรงเรียนละ 10,000 บาท และสมาคม ปส.กช. ร่วมสมทบอีกโรงเรียนละ 5,000 บาท
  7. แข่งขันทักษะวิชาการ (นักเรียนเกรดอ่อน) ทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริม และพัฒนาทักษะของนักเรียนตามความถนัดของโรงเรียนเอกชนทุกประเภทต่อสาธารณะ
  8. นำเสนอ Best Practice เช่น โรงเรียนพลังงานต้นแบบ (ศรีแสงธรรม)
  9. ศึกษาแนวทางการปรับปรุงอัตราเงินอุดหนุนรายบุคคลนักเรียนโรงเรียนเอกชน เพื่อสร้างความเป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากรของรัฐ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนร่วมกับ สช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา

หวังเป็นอย่างยิ่งว่านโยบายส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาเอกชนที่ได้ร่วมผลักดันในวันนี้จะส่งผลให้โรงเรียนเอกชนมีความเข้มแข็งและเป็นกำลังสำคัญร่วมกันในการยกระดับคุณภาพการศึกษาต่อไป โดย ศธ.จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังแม้แต่คนเดียว

นางกัลยา ขาวดี คณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ปส.กช.) จังหวัดพัทลุง กล่าวรายงานว่า การจัดการศึกษาของสถานศึกษาเอกชนจังหวัดพัทลุงนั้น จังหวัดพัทลุงมี 11 อำเภอ ซึ่งจัดการศึกษาในระบบประเภทสามัญศึกษา จัดการศึกษา 4 ระดับ คือ ก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ระดับอาชีวศึกษามีทั้งหมด 40 โรงเรียน บุคลากรโรงเรียนเอกชนในระบบจำนวน 670 คนและจำนวนนักเรียนโรงเรียนเอกชนในระบบจำนวน 12,686 คน โรงเรียนเอกชนนอกระบบทั้งหมด 59 โรงเรียน บุคลากรโรงเรียนเอกชนนอกระบบจำนวน 118 คน อยู่ในการดูแลและให้การสนับสนุนส่งเสริมการดำเนินงานของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพัทลุง

ภาพรวมการจัดการศึกษาของสถานศึกษาเอกชนนั้น เป็นการแบ่งเบาภาระของรัฐ ทำให้รัฐสามารถประหยัดเงินงบประมาณในการลงทุนด้านการศึกษาเป็นจำนวนมาก โรงเรียนเอกชนส่วนมากอยู่ในแหล่งชุมชน อำนวยความสะดวกโดยมีรถรับ-ส่งนักเรียนเดินทางไป-กลับมีครูอำนวยความสะดวกในรถโรงเรียนทุกคันสอบถามความต้องการของผู้ปกครองเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด นี่คือความมีคุณภาพของครูเอกชน

โรงเรียนมีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านต่าง ๆ เช่น การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาการเรียนรู้จัดกิจกรรม Active Learning การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามแนวของสเต็มศึกษา ที่มีการพัฒนากระบวนการคิดและการเรียนรู้สู่นวัตกรรม รวมถึงกิจกรรมบูรณาการที่หลากหลาย การปรับปรุงสภาพแวดล้อมและบรรยากาศของสถานศึกษาให้น่าอยู่ เอื้อต่อการเรียนรู้ การพัฒนาครูมุ่งให้ทุกคนมีความมีระเบียบวินัย รับผิดชอบเพื่อพัฒนานักเรียนจนเกิดผลลัพธ์ ส่งผลให้นักเรียนโรงเรียนเอกชนมีผลทดสอบระดับชาติ (O-Net) สูงกว่าระดับประเทศ มีผลงานชนะเลิศงานศิลปหัตถกรรมระดับประเทศ

ขอบคุณ รมช.ศธ.ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาครูเอกชนให้มีทักษะในการจัดการเรียนการสอนที่ทันสมัยสอดคล้องกับการเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 โดยจัดสรรงบประมาณให้ครูเอกชนได้รับการอบรมพัฒนาทักษะความรู้และความสามารถ ตามนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ 5 เรื่อง ได้แก่ พัฒนาทักษะการเรียนรู้ปฐมวัย การจัดการเรียนรู้วิชา Coding การใช้ภาษาอังกฤษบูรณาการ จัดกิจกรรมการเรียนการสอน (EIS) การสอนคณิตศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะการคิด และพัฒนาระบบการวัดและประเมินผล หวังเป็นยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนการจัดการศึกษาเอกชนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการจัดการศึกษาเอกชนอย่างมีคุณภาพต่อไป.

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
นพนันท์ สิงหเสนี / ทีมประชาสัมพันธ์สำนักงาน กศน. / ถ่ายภาพ

WordPress.com.

Up ↑