“กนกวรรณ”จับมือพาณิชย์ ดัน กศน.ภาชี จดสิทธิบัตรเส้นใยผักตบชวา ชงยกระดับเทียบเท่าสินค้าแบรนด์เนมชั้นเวทีโลก

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมเวทีเสวนา เรื่อง “การขับเคลื่อนและผลักดันการจดสิทธิบัตรของผลิตภัณฑ์ผักตบชวา และการยกระดับ Brand สินค้า กศน.” โดยมี ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการ กศน. พร้อมด้วย นางสาวนุชนาถ ประทีปธีรานันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอภาชี คณะผู้บริหาร กศน. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ครู บุคลากร หัวหน้าหน่วยราชการ ในพื้นที่ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2563 ณ กศน.ตำบลหนองน้ำใส กศน.อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ดร.กนกวรรณ กล่าวตอนหนึ่งว่า “หลังจากรับฟังปัญหาของการทำงานผลิตภัณฑ์ผ้าทอจากผักตบชวาที่ต้องการให้ผลิตภัณฑ์นี้เป็นความยั่งยืน สร้างรายได้ให้คนพระนครศรีอยุธยา เป็นทรัพย์สมบัติ ทรัพย์สินทางปัญญาของศูนย์ฝึกมีชีวิต ของคน กศน.อำเภอภาชี ตนได้รับเรื่องไปแล้วก็มีความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าต่อให้สำเร็จในการช่วยรักษาและต่อยอดผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากภูมิปัญญาซึ่งนำเอาวัชพืชที่ไร้ค่าที่ใคร ๆ ก็คิดว่าต้องกำจัดไม่ให้ขวางทางน้ำ แต่เปลี่ยนมาเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้แก่คนในชุมชนภายใต้ภูมิปัญญาของคนที่นี่ และการพัฒนาของครู กศน. รวมทั้งการสนับสนุนของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตลอดจนการปกครองส่วนท้องถิ่นทุกภาคส่วน ได้ร่วมด้วยช่วยกัน

นับเป็นความสำคัญของสถานที่แห่งนี้ที่สามารถสร้างการมีส่วนร่วม ดึงดูดให้หลาย ๆ คนสนใจเข้ามาศึกษาดูงาน ซึ่งไม่เพียงแต่คนไทยในประเทศ แต่ยังมีชาวต่างชาติ เช่น กัมพูชา ญี่ปุ่นให้ความสนใจ เข้ามาศึกษาดูงาน เมื่อมีสภาพปัญหาเกิดขึ้น เราจะพัฒนาอย่างไรให้ภูมิปัญญาที่ดีเลิศของคนที่นี่อยู่กับคนที่นี่ สร้างรายได้ เป็นอาชีพยั่งยืนของคนที่นี่ ฃ

ตนจึงได้ปรึกษาหารือกับทางกระทรวงพาณิชย์ และเรียนเชิญท่านวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งท่านติดภารกิจและได้มอบหมายให้ท่านทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มาพร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาร่วมเวทีเสวนาการขับเคลื่อนและผลักดันการจดสิทธิบัตรของผลิตภัณฑ์ผักตบชวา และการยกระดับ Brand สินค้า กศน.ในวันนี้ ซึ่งเราได้ข้อสรุปร่วมกันเป็นนิมิตหมายอันดี

เราเริ่มดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมที่จะจดอนุสิทธิบัตรให้กับผู้ที่ริเริ่มที่ร่วมด้วยช่วยกันและทำจนเป็นภูมิปัญญาของคนที่นี่ ถือว่าตนในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนนี้ เมื่อรับงานอะไรไปก็ตาม ก็จะทำให้สำเร็จ โดยเฉพาะ กศน. เพราะตนเป็นคนทำงานอย่างจริงจังและติดตามอย่างใกล้ชิด และขอขอบคุณการมีส่วนร่วมจากกระทรวงพาณิชย์ และทุกภาคส่วน โดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่เราร่วมด้วยช่วยกันที่จะผลักดันให้เกิดสิ่งดีๆกับพี่น้องที่นี่ และจะขยายผลให้ดียิ่งขึ้น โดยการสนับสนุนจากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะให้การดูแลและทำงานร่วมกันต่อไป”

ดร.กนกวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า “หลังจากวันนี้แล้ว สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย หรือ กศน.จะประสานงานการขับเคลื่อนเรื่องสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาอย่างใกล้ชิดต่อไป เพื่อนำไปสู่การขยายผลผลักดันสินค้า brand กศน.ในส่วนที่ยังต้องการการพัฒนาต่อยอด และยกระดับคุณภาพ เช่น การออกแบบรูปแบบผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัย การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความน่าสนใจ การบริหารจัดการสินค้าผ่านระบบออนไลน์ การตลาด และการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้เข้าถึงผู้ซื้อมากขึ้น เป็นต้น ซึ่งตนเล็งเห็นความสำคัญในจุดนี้เป็นอย่างยิ่ง จึงตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมสนับสนุน ต่อยอดผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ไม่เพียงแต่จากผ้าทอผักตบชวา แต่ยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆของ กศน. ที่มีคุณภาพ ให้เทียบชั้นกับสินค้าแบรนด์เนม สามารถรองรับการขยายตลาดทั้งใน และ WOW ไปไกลจนถึงระดับโลกภายใต้แบรนด์ OOCC.”

ผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปมาจาก “ผักตบชวา” ของ กศน.ตำบลหนองน้ำใส อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เกิดจากแนวคิดของคน กศน. ที่เริ่มต้นจากการทำแบบลองผิดลองถูก จนพัฒนาเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ จากการมองเห็นคุณค่าของวัชพืชไร้ค่าที่ลอยขวางทางน้ำ ได้เปลี่ยนมุมมองสิ่งที่เป็นปัญหา แล้วกลับนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้แก่คนในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าผ้ารักษ์โลก และ ผลิตภัณฑ์ของใช้ต่าง ๆ ก็ล้วนทำมาจากผ้าทอผักตบชวาในขณะเดียวกันก็นำมาผลิตเป็นภาชนะย่อยสลายได้ เช่น จาน ชาม เพื่อทดแทนการใช้โฟม ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเปิดหลักสูตรอบรมระยะสั้นฟรีแก่ผู้สนใจด้วย

ข่าว/ภาพ : เอื้อมพร สุเมธาวัฒนะ กรรณิกา พันธ์คลอง
วิดีโอ : ณัฐวุฒิ วากะดวน

เสมา3 ลงพื้นที่พิษณุโลก ดันงาน กศน.-สช. แบบตาต่อตา ใจถึงใจ

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก เพื่อตรวจติดตามการดำเนินงานโครงการ กศน.WOW WOW ก้าวสู่ยุคดิจิทัล และการขับเคลื่อนการดำเนินงานของการศึกษาเอกชน ณ สำนักงาน กศน.จังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย ดร.พะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศึกษาธิการ, นายนรา เหล่าวิชยา รองเลขาธิการ กศน., นายกวินทร์เกียรติ นนท์พละ รองเลขาธิการ กช., นายจิตรภณ ทิพย์โภคาสกุล คณะทำงาน รมช.ศธ. และคณะทำงาน รมช.ศธ. โดยมีนายเกรียงวิชญ์ เตชวิทยไวทิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก, นายลือชัย ชูนาคา ศึกษาธิการจังหวัดพิษณุโลก และนายอนันต์ คงชุม ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดพิษณุโลก คณะครู นักเรียนนักศึกษา และบุคลากรสังกัด กศน. และ สช. ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศธ. กล่าวตอนหนึ่งว่า “ตลอดระยะเวลาของการทำงานกว่า 5 เดือนที่ผ่านมา ตนพยายามลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ลุยในทุกพื้นที่ เพื่อต้องการมาให้เห็นสภาพการทำงาน และรับฟัง รับรู้ปัญหา ความต้องการต่าง ๆ ของพื้นที่ แบบตาต่อตา ใจถึงใจ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาและแก้ไข เพื่อทลายทุกข้อจำกัดทางการศึกษาให้ได้มากที่สุด ผลงานในหลาย ๆ ด้าน คงสะท้อนให้เห็นแล้วว่ารัฐมนตรีคนนี้มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำงานอย่างสุดกำลังความสามารถ ด้วยความเข้าใจในบริบทของงานที่รับผิดชอบทั้ง 3 ส่วน ทั้งงานการศึกษาเอกชน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และงานลูกเสือ

รวมทั้งพยายามที่จะเชื่อมโยงงานทั้ง 3 ส่วน เพื่อช่วยเติมเต็มการพัฒนาซึ่งกันและกัน ซึ่งนับว่าเป็นมิติที่ดีของการบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ ซึ่งจากการลงพื้นที่ในวันนี้ รู้สึกประทับใจและขอชื่นชมการขับเคลื่อนการดำเนินงานของสำนักงาน กศน.พิษณุโลก ที่สามารถนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนการจัดศึกษาในทุกช่วงวัย โดยใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนและเพิ่มทักษะไปสู่ กศน.ยุคดิจิทัล ทำให้สามารถพลิกบทบาทตนเองไปสู่การจัดการศึกษาตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ

โดยเฉพาะการเรียนรู้แบบออนไลน์ที่ขยายผลสู่ กศน.อำเภอ และ กศน.ตำบล เพื่อจัดการเรียนรู้แก่เด็กนักศึกษาและประชาชนในพื้นที่ให้ได้รับความรู้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน โดยมีการทบทวนความรู้เรื่องการใช้ Appication จาก Google การสร้างคลังข้อสอบออนไลน์ผ่าน Google Form การสร้าง QR Code เพื่อเปลี่ยนหนังสือเรียนเป็นรูปแบบหนังสือออนไลน์ การอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมของครู กศน.ต้นแบบ 5 ดีพรีเมี่ยม จำนวน 9 แห่ง เพื่อเป็น กศน.ตำบล นำร่องในการเรียนรู้แบบห้องเรียนออนไลน์ มีนักศึกษาเข้าร่วมเรียนและทดสอบระบบการเรียนรู้ออนไลน์ จำนวนถึง 450 คน ทำให้สามารถใช้ร่วมกับเทคโนโลยีได้ทุกรูปแบบ เช่น คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ แท็บแล็ต มือถือ และสมาร์ทโฟน เพื่อเป็นการขยายผลสู่ กศน.ตำบล ทุกแห่งในพื้นที่ จังหวัดพิษณุโลก ในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 นี้อีกด้วย นับเป็นจัดการศึกษาตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ สอดคล้องกับเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติอย่างแท้จริง”

ในส่วนของการจัดการศึกษาเอกชนนั้น ก็มีการเริ่มใช้สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลสำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนเอกชน จากได้รับสิทธิ์ไม่เกินคนละ 100,000 บาทต่อคนต่อปี มาเป็น 150,000 บาทต่อคนต่อปี โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ที่ผ่านมาเป็นต้นไป และได้ผลักดันการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวของนักเรียนโรงเรียนเอกชน เนื่องจากไม่ได้ปรับเงินอุดหนุนรายหัวมาเป็นเวลานาน ซึ่งมีแนวคิดในทิศทางเดียวกันกับสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษากาลังศึกษาแนวทางและจะเสนอต่อระดับนโยบายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ทั้งนี้ ฝากในเรื่องของการหักเงินครู 3% ให้ทางโรงเรียนเอกชนนำส่งเงินเข้ากองทุนเพื่อจะได้ ดอกเบี้ยกลับมาเป็นสวัสดิการให้กับครูเอกชนต่อไป ภายใต้การทำงาน ตนก็อยากให้เกิดความโปร่งใส ความเป็นธรรม และความมีจิตใจอันเป็นเมตาที่เอื้ออารีต่อครูเอกชน เพราะเมื่อได้ทราบปัญหาว่าโรงเรียนเอกชนไม่ได้รับงบประมาณในช่วงเดือนกันยายน จึงได้จัดสรรงบประมาณเหลือจ่ายในปีงบประมาณ 2562 ให้ สช.

ในส่วนของการพัฒนาครูโรงเรียนเอกชนตามนโยบาย รัฐบาลในเรื่องของการจัดการเรียนรู้รายวิชา Coding และเรื่องอื่น ๆ ซึ่งได้จัดอบรมไปเรียบร้อยแล้ว และขอชื่นชมครูเอกชนในเรื่องของการเข้าร่วมอบรมที่มีความใส่ใจ สนใจ และตั้งใจในการพัฒนาตนเองเป็นอย่างดี เข้ารับการอบรมอย่างต่อเนื่อง ในส่วนการเดินทางเข้าร่วมอบรมของครูเอกชนที่อยู่พื้นที่สูง พื้นที่ห่างไกลให้เพิ่มการดูแลเป็นพิเศษ ให้โอกาสครูได้รับการอบรมให้ได้เท่าเทียมกันมากที่สุด

นอกจากนี้จะดำเนินการผลักดันการอบรมของผู้บริหารเอกชน โดยจะใช้สถานที่ของสถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา โดยเน้นความประหยัดและมีคุณภาพ และในปีนี้จะมอบนโยบายนอกจากนี้จะดำเนินผลักดันการอบรมของผู้บริหารเอกชน โดยจะใช้สถานที่ของสถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา โดยเน้นความประหยัดและมีคุณภาพ และในปีนี้จะมอบนโยบายให้ สช.จัดแข่งขันทักษะวิชาการทั่วประเทศ โดยให้ส่งเสริมและพัฒนาเด็กที่มีผลการเรียนระดับกลาง ๆ ที่มีเกรดเฉลี่ย 2.2 ลงมา เข้าร่วมแข่งขันทักษะวิชาการ

จากนั้นได้พบปะพูดคุยกับผู้บริหารและครูในสังกัดสํานักงาน กศน.จังหวัดพิษณุโลก และครูการศึกษาเอกชน ซึ่งได้เน้นย้ำกับครูและบุคลากร กศน. ว่า “ต้องแสดงให้เห็นถึงบทบาทในการจัดการศึกษาทุกช่วงวัยอย่างมีคุณภําพ สร้างต้นแบบ (Idol) ของ กศน. โดยในการจัดกิจกรรม หรือจัดนิทรรศการ อาจจะเชิญโรงเรียนในพื้นที่หรือประชาชนทั่วไปเข้ารับชม อีกทั้ง กศน. ต้องสนับสนุนให้เด็กเข้าศึกษําในระบบการศึกษาปกติก่อน หากเด็กไม่สามารถเรียนได้หรือมีความจำเป็นก็ให้มาเรียนที่ กศน.” รมช.ศธ กล่าว

ข่าว : เอื้อมพร สุเมธาวัฒนะ กรรณิกา พันธ์คลอง

ครูดอยปลื้ม “เสมา 3 “ ดูแลครูผู้เสียสละที่ประสบอุบัติเหตุ

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เคยได้พบและพูดคุยกับ ครูนิวัฒน์ เงินงามมีสุข เรื่องการส่งเสริมประชาชนและนักศึกษาบนดอยในพื้นที่อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ให้ปลูกกาแฟมอโก้คี ซึ่งเป็นพืชร่วมกับป่า โดยไม่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวและมีผลิตภัณฑ์ ในโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ จนทำให้กลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

และเมื่อคราวลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดตาก เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา รู้สึกชื่นชมเพราะนอกจากจะเป็นครูนิเทศที่มีความอุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร มีผลงานเชิงประจักษ์หลายด้านแล้ว ครูนิวัฒน์ยังเป็นคนขยันและมุ่งมั่นเข้าไปจัดการศึกษาในพื้นที่สูงและห่างไกลหลายแห่ง ตนเคยพบปะพูดคุยถึงการทำงานของครูบนพื้นที่สูงที่มีความลำบาก

เมื่อได้รับทราบว่า ครูประสบอุบัติเหตุประสานงากับรถยนต์เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยมีอาการกระเพาะปัสสาวะแตก กระดูกเชิงกรานหัก กระดูกขาหัก และต้องรอเข้ารับการผ่าตัดถึง 2 ครั้ง จึงมีความห่วงใยครูของเราเป็นอย่างยิ่ง จึงได้ประสานงานกับทางโรงพยาบาลให้ช่วยดูแลอย่างดีที่สุด และสอบถามอาการมาโดยตลอด

นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้นางสุกัลยา โชคบำรุง เป็นผู้แทนไปมอบกระเช้าเยี่ยมอาการบาดเจ็บ ซึ่งขณะนี้อาการพ้นวิกฤติแล้ว แต่ยังต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแม่สอด คาดว่าจะต้องใช้เวลารักษาตัวประมาณ 1 เดือน ซึ่งได้ประสานให้ต้นสังกัดดูแลเรื่องสวัสดิการ การลางานเพื่อรักษาตัวให้แก่คุณครูนิวัฒน์ และภรรยาที่ต้องเฝ้าดูแล เป็นกรณีพิเศษ ซึ่งภรรยาก็เป็นครูศูนย์การเรียนชุมชน”แม่ฟ้าหลวง” บนดอย ในสังกัดของ กศน.อำเภอท่าสองยาง เช่นเดียวกัน

“ได้มอบให้คณะทำงานประสานงานกับโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ดูแลเป็นอย่างดีและด้วยความใกล้ชิด ในฐานะที่เป็นคุณครูผู้เสียสละ เป็นคนดีและดูแลนักเรียน นักศึกษาด้วยความทุ่มเท อุตสาหะ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และขอเป็นกำลังใจให้คุณครูหายและแข็งแรงโดยเร็ว กลับมาเป็นกำลังพัฒนาการศึกษาช่วยกัน ทุกข์ก็เห็นหน้า สุขก็เห็นหน้า จะดูแลเป็นขวัญกำลังใจกัน เพราะเราเสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน ครอบครัวของคนเสมา “ รมช.ศธ.กล่าว

ครูนิวัฒน์ เงินงามมีสุข กล่าวว่า “ตนและครอบครัวมีความปลาบปลื้มและซาบซึ้งในความห่วงใยจาก ดร.กนกวรรณ เป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าตนและภรรยาที่เป็นแค่ครูดอยเล็ก ๆ ทำงานอยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกล เพียงได้มีโอกาสรายงานการจัดการศึกษากับท่านเพียงครั้งเดียว ท่านก็ยังจำได้ นึกไม่ถึงว่าท่านเป็นถึงรัฐมนตรี ท่านจะห่วงใย ดูแลครูดอยอย่างพวกเรา ผมขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีกนกวรรณ เป็นอย่างสูงที่เมตตาและดูแล ผมขอสัญญาว่าผมจะตั้งมั่น ตั้งใจทำงานด้วยความขยันหมั่นเพียร นำความรู้และการศึกษาไปสู่เด็กและประชาชนให้เกิดประสิทธิภาพที่สุด ให้สมกับความเมตตาจากท่าน”

ครูนิวัฒน์ เป็นครูนิเทศที่มีความอุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร มีผลงานเชิงประจักษ์ในการลุยและมุ่งมั่นเข้าไปจัดการศึกษาในพื้นที่สูงและห่างไกลหลายแห่ง เช่น การบุกเบิกนำความรู้สู่กลุ่มชาติพันธุ์ จนสามารถเปิดเป็นศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา”แม่ฟ้าหลวง”(ศศช.) บ้านเซหนะเดอลู่ ศศช.บ้านโจะเก้ปู่ ศศช.ทีหลึคีและห้องเรียนสาขาบ้านมอโก้ใหม่ เพื่อให้เด็กด้อยโอกาสได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง และเป็นกำลังหลักในการจัดอบรมให้ความรู้ด้านยาเสพติดเนื่องจากในพื้นที่มียาเสพติดโดยเฉพาะฝิ่นทำให้มีประชาชนบางส่วนเลิกฝิ่นได้

นอกจากนี้ยังเป็นผู้ประสานงานสร้างป่าสร้างรายได้ ส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอท่าสองยางปลูกพืชร่วมกับป่าโดยไม่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวและมีผลิตภัณฑ์โครงการสร้างป่า คือ กาแฟมอโก้คีซึ่งทำให้กลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการมีรายได้เพิ่มขึ้น ริเริ่มดำเนินการทำการบวชป่าเพื่อเป็นการสร้างจิตวิทยาในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และเพื่อให้ชาวบ้านไม่กล้าไปตัดต้นไม้ เป็นผู้นำชาวบ้านในการจัดทำโครงการสร้างฝายชะลอน้ำโดยส่งเสริมให้มีการก่อสร้างฝายชะลอน้ำทั้ง 5 หมู่บ้านในเขตรับผิดชอบ เพื่อเป็นการชะลอการไหลของน้ำและเป็นการรักษาระบบนิเวศในบริเวณนั้น ๆ ให้มีความชุ่มชื้นโดยหมู่บ้านที่แก้ไขปัญหาน้ำไม่พอใช้โดยการสร้างฝายชะลอน้ำ คือ บ้านเซหนะเดอลู่ นำร่องและขับเคลื่อนโครงการฟังพูดภาษาไทยโดยใช้สื่อมัลติมีเดียโดยการฉายหนังคาราโอเกะหอกระจายข่าวและสนทนา

ที่สำคัญ คือ ได้เป็นผู้ถวายรายงานรับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.) ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ ศศช.บ้านมอโก้คี ศศช.ขะเนจื้อคี ศศช.บ้านทีกอโกล และถวายรายงานโครงการสร้างป่าสร้างรายได้ทุกปี

สำหรับภรรยา คือ นางรัชนก เงินงามมีสุข หรือครูปู เคยเป็นข่าวโด่งดังเมื่อปี 2559 ด้วยการแบกเด็กนักเรียนที่ป่วยหนัก ขี่คอ แบกจากบนดอยลงมาเพื่อรักษา ณ โรงพยาบาลท่าสองยาง เพราะป่วยหนักจนอาการปลอดภัย และได้รับยกย่องเป็นคนดีศรีเมืองตาก

นับว่าเป็นครอบครัวครูดอย ครูดีสำหรับนักศึกษา และประชาชน ของ กศน.ที่มีความเสียสละอย่างแท้จริง

ข่าว : เอื้อมพร สุเมธาวัฒนะ

เสมา3 เข้าแถวเคารพธงชาติกับนักเรียน รร.ชุมชนบ้านปางหมู แม่ฮ่องสอน

(26 ธันวาคม 62) ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศึกษาธิการ, นายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศึกษาธิการ, นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการ กศน. และคณะผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่ ร่วมเคารพธงชาติและกิจกรรมหน้าเสาธง กับนักเรียนและคณะครูโรงเรียนชุมชนบ้านปางหมู พร้อมทั้งมอบอุปกรณ์การเรียนการสอนและผ้าห่มกันหนาว “ศ.ค.ส. ศึกษาธิการส่งความสุข” ณ โรงเรียนชุมชนบ้านปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ. แม่ฮ่องสอน

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า รู้สึกมีความสุขที่ได้ร่วมเคารพธงชาติและทำกิจกรรมหน้าเสาธงร่วมกับเด็ก ๆ โรงเรียนชุมชนบ้านปางหมู ชื่นชมโรงเรียนที่ปลูกฝังให้นักเรียนมีความรักสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และยังมีกิจกรรมส่งความรักจากพี่สู่น้อง การฝึกภาษาต่างประเทศวันละคำ และการรายงานผลการปฏิบัติงานในแต่ละวัน ทำให้นักเรียนมีความกล้าแสดงออก

แม้จะเป็นโรงเรียนขนาดเล็กแต่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ขอให้เด็กภูมิใจ และเป็นคนดีของประเทศชาติเพื่อเป็นตัวแทนในการพัฒนาประเทศต่อไป

อิชยา กัปปา / สรุป
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ภาพ

เสมา3 ปล่อยคาราวาน “ศ.ค.ส. ศึกษาธิการส่งความสุข” แม่ฮ่องสอน

(26 ธ.ค.62) ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธานปล่อยขบวนคาราวาน “ศ.ค.ส.ศึกษาธิการส่งความสุข” โดยกระทรวงศึกษาธิการร่วมกับบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ประเทศไทย จำกัด นำผ้าห่มกันไปแจกจ่ายในพื้นที่ห่างไกล พร้อมมอบผ้าห่มกันหนาวให้กับตัวแทนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอนเขต 1 กองร้อย ต.ช.ด. 336 ผู้อำนวยการ กศน.ทั้ง 7 อำเภอ และตัวแทนนักศึกษา กศน. ณ สำนักงาน กศน.จังหวัดแม่ฮ่องสอน

โดยขบวนคาราวาน ศ.ค.ส.ศึกษาธิการส่งความสุข แบ่งออกเป็น 5 คณะ ได้แก่ 1) ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง ”บ้านห้วยปูแกง 2) ศูนย์การเรียนบ้านดอยแสง โรงเรียน ต.ช.ด.บ้านดอยแสง 3) กศน.ตำบลห้วยโป่ง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน 4) กศน.ตำบลปางมะผ้า อ.ปางมะผ้า 5) ศูนย์การเรียนรู้ชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง ”บ้านห้วยบง อำเภอขุนยวม

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ศธ.มีนโยบายเสริมสร้างความร่วมมือภาคีเครือข่ายส่งเสริมภูมิปัญญาสู่การจัดการเรียนรู้ชุมชน การพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา เพื่อประโยชน์ต่อการศึกษา และเตรียมนำสินค้าผลงานของนักศึกษา กศน.ไปวางจำหน่ายในสถานีบริการเชื้อเพลิงในแต่ละจังหวัด และขอความร่วมมือจากโตโยต้าขอพื้นที่วางขายสินค้าฝีมือของนักศึกษา กศน.ในโชว์รูมของบริษัทโตโยต้า

พร้อมฝากให้ช่วยกันขับเคลื่อน กศน. สู่ กศน. WOW (6G) ซึ่งประกอบด้วย

  • การพัฒนาครู กศน. และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมการศึกษาและเรียนรู้หรือ Good Teacher
  • การพัฒนา กศน. ตำบล ให้มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ หรือ Good Place
  • การส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพหรือ Good Activities
  • การเสริมสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายหรือ Good Partnership
  • การพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาและกลุ่มเป้าหมายหรือ Good Innovation
  • การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ทุกช่วงวัยหรือ Good Learning Center ไปสู่การปฏิบัติ และช่วยกันถ่ายทอดความเข้าใจไปสู่เจ้าหน้าที่ในระดับปฏิบัติงานพร้อมทั้งกำกับ ดูแล ส่งเสริม และสนับสนุนการดำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป

ปล่อยขบวนคาราวาน
ศ.ค.ส.ศึกษาธิการส่งความสุข
ที่สำนักงาน กศน.จังหวัดแม่ฮ่องสอน

อิชยา กัปปา / สรุป
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ภาพ

ครูโอ๊ะ ขึ้นดอยแม่ฮ่องสอน มอบ “ศ.ค.ส. ศึกษาธิการส่งความสุข” ชาวไทยภูเขา

(26 ธันวาคม 62) ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศึกษาธิการ, นายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศึกษาธิการ, นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการ กศน. และคณะ ตรวจเยี่ยมการจัดการศึกษาบนพื้นที่สูง รูปแบบศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านห้วยปูแกง พร้อมมอบผ้าห่มกันหนาวและของขวัญผ่านโครงการ “ศ.ค.ส. ศึกษาธิการส่งความสุข” ให้แก่นักศึกษา กศน. ณ ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านห้วยปูแกง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การจัดการเรียนรู้ของ ศศช.”แม่ฟ้าหลวง” ถือว่าตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ ในเรื่องการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนทุกช่วงวัย รวมทั้งกลุ่มชาติพันธุ์ที่ไม่มีสัญชาติไทยและไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาแม่ ให้ได้รับการศึกษา มีการรับรองวุฒิการศึกษา เพื่อการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น และยังมีจุดเด่นด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นชุมชนศูนย์การเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมชนเผ่า อีกทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวและล่องเรือชมธรรมชาติ ตลอดจนมีวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม อาทิ ประเพณีงานต้นที ทำให้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

“วันนี้ตั้งใจที่จะมาเยี่ยมและรับฟังสภาพปัญหาการจัดการศึกษาของศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” ต้องขอบคุณครู ศศช.ทุกคนที่ช่วยกันจัดการศึกษาภายใต้ความลำบากและข้อจำกัดในหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหาปัญหาในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานของ ศศช. เช่น ระบบพลังงานไฟฟ้าโซล่าเซลล์ อุปกรณ์ในการจัดการเรียนการสอน ซึ่งในเรื่องดังกล่าวได้หารือกับนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.กระทรวงพลังงาน เพื่อขอรับการสนับสนุน จึงขอให้ กศน.ทุกพื้นที่เร่งสำรวจความต้องการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 4 ม.ค.63 เพื่อนำเข้าสู่จัดทำแผนงบประมาณประจำปี พ.ศ.2564 ต่อไป” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

สำหรับการจัดการศึกษาบนพื้นที่สูง รูปแบบศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านห้วยปูแกง มีสถาบัน กศน.ภาคเหนือ เป็นหน่วยงานส่งเสริมสนับสนุนทางด้านวิชาการ จัดกิจกรรมโครงการให้แก่ประชาชนที่พลาดโอกาส ขาดโอกาส และผู้อพยพจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงคอยาว กลุ่มชาติพันธุ์กะยอ กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงแดง กลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่ และกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงขาว กิจกรรมจัดการศึกษาในรูปแบบจัดการศึกษาแนวปฏิบัติที่ดี 5 ด้าน ได้แก่ ด้านสุขภาพและโภชนาการ ด้านการศึกษา จัดการศึกษาด้านส่งเสริมอาชีพ การศึกษาด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และด้านอนุรักษ์วัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น (ผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่) ตลอดจนดำเนินงานสนองโครงการพระราชดำริฯ อย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงการทุนการศึกษาเพื่อเด็กสภาวะยากลำบากในเขตพื้นที่สูงภาคเหนือ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ โครงการหมู่บ้านยามชายแดน โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร โครงการสร้างป่า สร้างรายได้ เป็นต้น

อิชยา กัปปา / สรุป
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ภาพ

รมช.ศธ.กนกวรรณ วิลาวัลย์ ติดตามชีวิตเด็กเร่ร่อนที่เชียงใหม่ หาแนวทางไม่ให้เป็นเหยื่อทางสังคม

(25 ธันวาคม 62) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ และมอบของขวัญแก่เด็กเร่ร่อนและเด็กด้อยโอกาส บริเวณสวนสาธารณะตลาดต้นลำไย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ครั้งนี้ เพื่อต้องการรับฟังปัญหาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาการจัดการศึกษา “เด็กเร่ร่อนและเด็กด้อยโอกาส” ในพื้นที่ เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองขนาดใหญ่ มีประชากรหลายกลุ่มชาติพันธุ์ แม้จะเป็นศูนย์กลางความเจริญทันสมัย แต่จากการทำงานของหน่วยงานทางการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่า ยังคงมีเยาวชนประชาชนจำนวนหนึ่งที่พลาดโอกาส ขาดโอกาส เป็นผลจากการเหลื่อมล้ำด้านบริบท ศักยภาพ และต้นทุนที่น้อยกว่า ส่งผลให้มีชีวิตเป็นอยู่ขาดแคลน รายได้น้อย สมาชิกครอบครัวเดือดร้อน แตกแยกลูกหลาน ต้องพลัดพรากจากครอบครัว กลายเป็นเด็กเร่ร่อนในสังคมเมือง มีความเสี่ยงที่จะเป็นเหยื่อทางสังคม ยาเสพติด การคุกคามทางเพศ และการกระทำผิดกฏหมาย

ปัจจุบันศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองเชียงใหม่ (กศน.อำเภอ) ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดการเรียนรู้เกี่ยวกับทักษะชีวิตการอบรมอาชีพระยะสั้น มีเด็กด้อยโอกาส เด็กเร่ร่อน ในการดูแลจัดการเรียนรู้ศึกษา จำนวน 57 คน การจัดการเรียนรู้ศึกษามีข้อจำกัดอยู่หลายประการ เช่น กศน. มีเงินงบประมาณจ้างครู แต่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสำหรับจัดกิจกรรม ซึ่งหากผู้เรียนได้รับการส่งเสริมสนับสนุนให้มีที่พักอาศัยอุปกรณ์การเรียน วัสดุอุปกรณ์ยังชีพและครูผู้ทำหน้าที่ได้รับการหนุนเสริมด้านความมั่นคงในอาชีพอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรมจะส่งผลให้การทำงานในบทบาทหน้าที่ของครูประสบความสำเร็จตามความคาดหวังของบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้อง สามารถลดความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา บรรลุตามเจตนารมณ์ของกระทรวงศึกษาธิการและรัฐบาล

“ต้องชื่นชม และขอบคุณภาคีเครือข่าย และคณะทำงานที่ร่วมอุทิศตนร่วมกันช่วยเหลือดูแลเด็ก ๆ เหล่านี้ เพราะทุกคนล้วนมีความสำคัญและมีคุณค่าเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาต่อไปในอนาคต และกระทรวงศึกษาธิการจะช่วยเหลือและให้การศึกษากับเด็กกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพื่อปกป้องคุ้มครองกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสทุกคนให้มีภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็ง และสนับสนุนให้เด็กกลุ่มนี้เติบโตไปในทิศทางที่ถูกต้องต่อไป” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

โอกาสนี้ รมช.ศึกษาธิการ ได้ฝากข้อคิดในการดำรงชีวิตแก่กลุ่มเยาวชนดังกล่าวด้วยว่า “ชีวิตเป็นของมีค่า ดังนั้นขอให้น้องๆทุกคนรักชีวิตและเห็นคุณค่าของตนเอง สร้างคุณค่าให้ตนเองด้วยการเป็นคนดีของสังคมให้ได้ เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่ทุกคนสามารถเลือกเป็นคนดีได้ แม่โอ๊ะขอเป็นกำลังใจให้”

อิชยา กัปปา / สรุป
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ภาพ

“ครูพี่โอ๊ะ”ลงพื้นที่ชุมพร ปลื้มกศน. -สช. ขานรับนโยบายพัฒนาการศึกษา

(22 ธ.ค. 62) ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ดร.พะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศึกษาธิการ, นายณัฐพงษ์ นวลมาก รองเลขาธิการ กศน. ลงพื้นที่จังหวัดชุมพรเพื่อตรวจราชการและติดตามผลการดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดชุมพร โดยมีนายสนิท ศรีวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ผู้บริหาร ข้าราชการ กศน. และ ผู้บริหาร ครูโรงเรียนเอกชน เข้าร่วมรับฟังนโยบายกว่า 500 คน ณ โรงเรียนมันตานุสรณ์ อำเภอเมืองฯ จังหวัดชุมพร

ดร.กนกวรรณ กล่าวว่า วันนี้มีความตั้งใจลงพื้นที่จังหวัดชุมพร เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินงานตามนโยบายการศึกษาที่ได้มอบหมายให้แก่ สำนักงาน กศน.และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ซึ่งพบว่าทั้ง 2 หน่วยงานได้ขับเคลื่อนความร่วมมือในการพัฒนาตามนโยบายการศึกษาได้เป็นอย่างดี นับว่าเป็นมิติใหม่ของการบูรณาการการทำงานที่น่าชื่นชม ซึ่งจากผลการดำเนินงานของทั้ง 2 หน่วยงานในพื้นที่ ได้สะท้อนภาพความสำเร็จ สภาพปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานด้านต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับโรงเรียนมันตานุสรณ์ นั้นได้มีการจัดการคุณภาพการศึกษาได้อย่างเป็นระบบ มีการปรับแผนพัฒนาคุณภาพ การจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา ความต้องการและนโยบายการปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะเน้นการเรียนรู้จากการเล่นผ่านกิจกรรมเคลื่อนไหว กิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมกลางแจ้ง กิจกรรม Active Leaning กิจกรรมบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ทำให้นักเรียนมีพัฒนาการทางร่างกายที่ดี กล้าพูดกล้าแสดงออก พัฒนาการทางด้านสังคม ช่วยเหลือตนเองได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ได้รับทราบปัญหา และข้อเสนอจากโรงเรียนเอกชนในเรื่องของการขอเพิ่มค่าอาหารกลางวันจาก 28% เป็น 100% ซึ่งในส่วนนี้ทาง สช. กำลังดำเนินการอยู่ การสนับสนุนงบประมาณในการอบรมพัฒนาครูเอกชนในช่วงปิดภาคเรียน และขอให้มีการจัดงานชุมนุมลูกเสือสำรอง ครั้งที่ 2 และจากนโยบายการเพิ่มวงเงินค่ารักษาพยาบาลจาก 100,000 บาท ต่อคนต่อปี เป็น 150,000 บาท ต่อคนต่อปีนั้น ก็เป็นขวัญและกำลังใจในการทำงานต่อไปซึ่งถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่ เพราะจะสามารถเริ่มมีผลบังคับใช้ได้

ในปี 2563 นี้ ในส่วนของ กศน.นั้นก็ได้รับทราบข้อเสนอและสภาพปัญหาในด้านอัตรากำลังและการพัฒนา สนับสนุนความก้าวหน้าในการทำงาน ของครู กศน.ตำบล ในหลาย ๆ ประเด็น ไม่ว่ากรณีที่ไม่มีวุฒิครู ทำให้ไม่สามารถสมัครสอบครูผู้ช่วยได้ และการเปลี่ยนตำแหน่งบรรณารักษ์ เป็นตำแหน่งอื่น ซึ่งตรงนี้ตนก็มิได้นิ่งนอนใจ ได้มอบให้ผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องพิจารณาแนวทางและความเป็นไปได้ในระเบียบและจัดทำมาตรฐานต่าง ๆ เพื่อเป็นขวัญ กำลังใจให้กับ ครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกท่าน และรับรองว่าการสอบทุกตำแหน่งจะอยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรมและโปร่งใส บนหลักธรรมาภิบาล

นอกจากนี้ ในฐานะที่ตนกำกับดูแลก็ยินดีสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้ทุกท่านช่วยกันผลักดันงานตามนโยบายและยุทธศาสตร์ให้สำเร็จ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการจัดการศึกษาให้กับประชาชนทุกช่วงวัยได้อย่างมีคุณภาพและทั่วถึง” รมช.ศึกษาธิการ กล่าวทิ้งท้าย

จากนั้น ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ ได้เดินทาง ไปตรวจราชการ กศน. ตำบลดอนยาง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร พร้อมได้พบปะนักศึกษา กศน. ที่กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้สูงอายุใน ซึ่งแม้จะเป็น กศน. ตำบลเล็ก ๆ แต่ก็เต็มไปด้วยคุณภาพและการจัดการศึกษาสำหรับผู้สูงอายุได้อย่างดีเยี่ยมในการมุ่งพัฒนาศักยภาพให้แก่ผู้สูงอายุภายใต้แนวคิด”การศึกษานอกโรงเรียนเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต “ โดยมีนักศึกษาที่เป็นผู้สูงอายุในอำเภอปะทิวให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนกับครู กศน. ได้เป็นอย่างดี ผ่านการถ่ายทอดความรู้อย่างเป็นระบบ ทำให้ผู้สูงอายุจะได้เรียนรู้อย่างสนุกสนาน เกิดทักษะด้านการดูแลตัวเอง และพึ่งพาตัวเองได้ในระดับพื้นฐาน นำไปสู่การมีสุขภาพกายสุขภาพใจที่ดีขึ้น มีสังคม เพื่อนฝูง ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน อย่างมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเห็นคุณค่าในตนเองยิ่งขึ้น และที่สำคัญ คือ กศน.ตำบลแห่งนี้ได้มีการดำเนินงานร่วมกับผู้นำชุมชน และภาคีเครือข่ายต่างๆร่วมกันจัดกิจกรรมที่มุ่งเน้นการพัฒนาแบบองค์รวม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในชุมชนสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขและมีคุณค่าในสังคมได้เป็นอย่างดี” หลังจากนั้น รมช.ศธ.ได้ร่วมทำไข่เจียวสุขภาพและแกงเลียงร่วมกับนักศึกษาผู้สูงอายุ ด้วยความเป็นกันเอง

ข่าว : เอื้อมพร สุเมธาวัฒนะ กรรณิกา พันธ์คลอง
ภาพนิ่ง : นายโกวิทย์ แซ่ซอร์

รมว.ทท.-รมช.ศธ.ร่วมเปิดงาน“ลด โลก เลอะ : All For Green ชุมพรร่วมใจ เที่ยวไทยยั่งยืน”

(22 ธันวาคม 2562) เวลา 15.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมเป็นประธานเปิดโครงการ “ลด โลก เลอะ ชุมพร All For Green ชุมพรร่วมใจ เที่ยวไทยยั่งยืน” ณ บริเวณชายหาดทุ่งวัวแล่น อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เพื่อส่งเสริมความสะอาดและรักษ์สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ หลังจากนั้นได้ร่วมปล่อย “ลูกปูม้า” คืนสู่ทะเลเพื่อเพิ่มประชากรปูม้า คืนความสมดุลให้ธรรมชาติ และเก็บขยะบริเวณชายหาด

ในการนี้ กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงาน กศน. และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จังหวัดชุมพร นำบุคลากร นักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมนี้จำนวน 200 คน เพื่อร่วมเก็บขยะทำความสะอาดสถานที่และชายหาดต่าง ๆ ในพื้นที่หาดทุ่งวัวแล่น และบริเวณใกล้เคียง

กิจกรรมการรณรงค์ทำความสะอาดครั้งนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นหนึ่งที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันแสดงพลังสร้างความสะอาด เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่เกิดจิตสำนึกรักบ้านเกิด นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศหันมาช่วยกันตระหนักถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวแบบรับผิดชอบ อนุรักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อมให้สะอาด สวยงาม สู่การยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และนำมาสู่การบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป

ภาพนิ่ง /ข่าว: เอื้อมพร สุเมธาวัฒนะ กรรณิกา พันธ์คลอง
วิดีโอ ตัดต่อ : ณัฐวุฒิ วากะดวน

เสมา3 ลั่นทลายทุกข้อจำกัด ด้วยนโยบายโรงเรียนเอกชนที่สำเร็จเป็นรูปธรรม

(21 ธันวาคม 2562) ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี กลุ่มและสมาคมโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา ครั้งที่ 28 ประจำปีการศึกษา 2562 พร้อมด้วยพระพิศาลศึกษากร เจ้าคณะจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะประธานกลุ่มฯ นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศธ. นายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ. นายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ. ณ ศูนย์ประชุมสาเกตฮอลล์ อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยนายทวี จงประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวต้อนรับ

รมช.ศธ. กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับผู้บริหารและคุณครูทุกโรงเรียน ที่ได้รับโล่รางวัลผู้ทําคุณประโยชน์ต่อกลุ่มและสมาคมฯ ผู้บริหารดีเด่น รองผู้บริหารดีเด่น บุคลาการทางการศึกษาดีเด่น และครูผู้สอนดีเด่นในครั้งนี้ ขอให้ท่านได้รักษาคุณความดีไว้พัฒนาตนเอง และพัฒนาโรงเรียนของท่านให้เป็น โรงเรียนที่มีคุณภาพของประเทศชาติสืบไป

ขอแสดงความชื่นชมคณะผู้บริหาร คณะครู และคณะกรรมการบริหารกลุ่มและสมาคมฯ ทุกท่าน ที่มีความสามัคคีร่วมมือร่วมใจกันพัฒนากลุ่มโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนาในทุก ๆ ด้าน ทั้งด้านการบริหารจัดการ การพัฒนาบุคลากร และพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ทําให้กลุ่มโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา มีความเข้มแข็งทั้งในด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณภาพทางด้านวิชาการของผู้เรียน จนเป็นที่ยอมรับของผู้ปกครอง ชุมชน ตลอดจนในวงการศึกษาเป็นอันมาก สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีแก่หน่วยงานองค์กร และสมาคมอื่น ๆ ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของชาติได้ ขอให้ทุกท่านได้ผนึกกําลังกันพัฒนาคุณภาพการศึกษาของกลุ่มโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนาของเราให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป ประการสําคัญก็คือ ขอให้ช่วยกันขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้เด็กและเยาวชนไทยได้มีความรู้ ความสามารถที่ทัดเทียมและสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้

ผลการประชุมในครั้งนี้ จะนําไปสู่การพัฒนา เกิดแนวทางและวิธีดําเนินการที่ได้ร่วมปฏิบัติอย่างมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ น่าเชื่อถือในการพัฒนาอันจะก่อให้เกิด ประโยชน์ในการพัฒนาการศึกษาของชาติอย่างถูกทิศทาง และมีประสิทธิภาพสูงสุด

โอกาสนี้ รมช.ศธ. ได้กล่าวถึงนโยบายสําคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาเอกชน ที่ดำเนินการสําเร็จเป็นรูปธรรม ดังนี้

  1. เพิ่มเพดานการเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ของผู้อํานวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนเอกชน จากไม่เกินคนละ 100,000 บาทต่อคนต่อปี เป็น 150,000 บาทต่อคนต่อปี เพื่อแก้ไขปัญหาสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลไม่เพียงพอ โดยจะเริ่มเบิกจ่ายตามเพดานค่ารักษาพยาบาลใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป และกำลังพิจารณาดำเนินการเพิ่มสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลให้แก่ทายาทครูโรงเรียนเอกชน เพื่อเพิ่มขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
  2. จัดสรรงบประมาณเหลือจ่ายของกระทรวงฯ ปี 2562 ให้ สช. จํานวน 23 ล้านบาท เพื่อพัฒนาครูโรงเรียนเอกชน ตามนโยบายสําคัญของกระทรวงศึกษาธิการ
  3. ผลักดันงบประมาณปี 2563 เพื่อพัฒนาผู้บริหาร และครูโรงเรียนเอกชนจํานวน 111 ล้านบาท (งบพัฒนาคุณภาพการศึกษาเอกชน 111,172,700 บาท เพิ่มขึ้นจาก ปี 2562 จํานวน 12.5 ล้านบาท)
  4. ส่งเสริมการเรียนการสอนออนไลน์ ในโรงเรียนในระบบและนอกระบบ
  5. ส่งเสริมกิจการลูกเสือในโรงเรียนเอกชน โดยสนับสนุนงบประมาณสําหรับการจัดอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ลูกเสือจิตอาสา และลูกเสือมัคคุเทศก์ ของโรงเรียนเอกชน โดยดําเนินการร่วมกับสํานักงานลูกเสือแห่งชาติ
  6. แก้ไขปัญหาการค้างจ่ายเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชน โดยปกติสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จะได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนเรียนฟรี 15 ปี แต่ยังไม่เพียงพอกับจํานวนนักเรียน ทําให้มีการค้างจ่ายเงินอุดหนุนกับโรงเรียนเป็นประจําทุกปี ส่งผลกระทบต่อการจัดการเรียนการสอน และการจ่ายเงินเดือนครู จึงมีนโยบายให้มีการเกลี่ยงบประมาณภายในกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อช่วยเหลือนักเรียน ครู และโรงเรียนเอกชน สําหรับปีงบประมาณนี้ได้เกลี่ยงบประมาณจากหน่วยงานอื่นให้ สช. จํานวน 250 ล้านบาท จึงทําให้ในปีงบประมาณ 2562 สามารถเบิกจ่ายเงินอุดหนุนได้ครบตามจํานวนและไม่ให้มีการค้างจ่ายเงินอุดหนุนโรงเรียน
  7. แข่งขันทักษะวิชาการทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะของนักเรียน ตามความถนัด
  8. โครงการจังหวัดต้นแบบการบริหารจัดการศึกษาแบบบูรณาการ (ปราจีนบุรีโมเดล) โดยบูรณาการกิจกรรม บุคลากร และงบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างต้นแบบในการส่งเสริมความเสมอภาค และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับ ประชากรวัยเรียนที่อยู่นอกระบบการศึกษา ได้แก่ เด็กตกหล่น และเด็กออกกลางคัน รวมถึงการให้คําปรึกษาเป็นรายบุคคล เพื่อให้ผู้เรียนเลือกเส้นทางการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพได้ตรงตามความถนัด ความสนใจ และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดงาน

“หวังเป็นอย่างยิ่งว่านโยบายส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาเอกชนที่ได้ร่วมผลักดัน จะส่งผลให้โรงเรียนเอกชนมีความเข้มแข็ง เป็นกําลังสําคัญร่วมกับ ศธ.ในการยกระดับคุณภาพการศึกษาต่อไป ยืนยันว่า ศธ.จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” รมช.ศธ. กล่าว

นายอุดม ชำนิ ผอ.โรงเรียนวัดใหม่กรงทอง ในฐานะนายกสมาคมฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา เป็นโรงเรียนเอกชนที่มีเจ้าอาวาสวัดเป็นผู้รับใบอนุญาตจัดการศึกษา โดยมุ่งสงเคราะห์เด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาตลอดจนบุคคลทั่วไป ปัจจุบันมีโรงเรียนที่เป็นสมาชิกจำนวน 115 โรงเรียน คณะผู้บริหารและครูจำนวน 5,211 รูป/คน และนักเรียนจำนวน 93,579 รูป/คน ได้จัดให้การประชุมใหญ่สามัญประจำปีผู้บริหารและครูโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนาทั่วประเทศขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยหมุนเวียนสลับเปลี่ยนกันไปในแต่ละภาค ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 28

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อรายงานผลการดำเนินงาน/โครงการของกลุ่มและสมาคมฯ ในรอบปีการศึกษาที่ผ่านมา รวมถึงการร่วมมือกันจัดทำแผนพัฒนากลุ่มและสมาคมฯด้านการบริหารด้านการพัฒนาครู และด้านพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเพื่อเพิ่มพูนความรู้ให้แก่ผู้บริหารและครู และยกย่องผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกลุ่มฯผู้บริหารดีเด่นรองผู้บริหารดีเด่นครูผู้สอนดีเด่น และบุคลากรสนับสนุนการศึกษาดีเด่น

ปีนี้ได้กำหนดให้มีการจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ระหว่างวันที่ 21-22 ธันวาคม 2562 ณ ศูนย์ประชุมสาเกตฮอลล์อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกลุ่มโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณ และกลุ่มโรงเรียนการกุศลวัดในพระพุทธศาสนาเขตภาคอีสานเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม

โอกาสนี้ รมช.ศธ.ให้เกียรติมอบเกียรติบัตรแก่ผู้บริหาร/รองผู้บริหาร/ครูผู้สอน/ผู้ทำคุณประโยชน์ดีเด่น กลุ่มโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา จำนวน 388 รูป/คน โดยในจำนวนนี้เป็นพระสงฆ์จากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา 2 รูป และผู้บริหาร/รองผู้บริหาร/ครูผู้สอน/ผู้ทำคุณประโยชน์ 10 คน

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ถ่ายภาพ
บัลลังก์ โรหิตเสถียร /กราฟิก

WordPress.com.

Up ↑