สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ จัดพิธีถวายราชสดุดี “วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า” ประจำปี 2564

(25 พฤศจิกายน 2564) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีวางพวงมาลาถวายราชสดุดี และถวายบังคมพระราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า หรือวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2564 โดยมีนายสุทิน แก้วพนา รองปลัด ศธ. ในฐานะเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ (สลช.), นางเบ็ญจางค์ ถิ่นธานี ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการ สลช., คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ข้าราชการ ลูกเสือ เนตรนารี จากหน่วยงานต่าง ๆ กว่า 600 คน เข้าร่วมพิธี ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ จังหวัดชลบุรี

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ด้วยวันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันสำคัญของคณะลูกเสือแห่งชาติ รวมทั้งลูกเสือ เนตรนารี บุคลากรทางการลูกเสือ ตลอดจนพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า เนื่องด้วยเป็น “วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า” หรือวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย  ซึ่งได้เวียนมาบรรจบครบรอบปีอีกวาระหนึ่ง

วันนี้ลูกเสือทุกหน่วยเหล่าได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แสดงความกตัญญู กตเวทิตาธรรม ด้วยการมาร่วมถวายสักการะ ถวายราชสดุดี ณ สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ และร่วมปฏิบัติกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์โดยพร้อมเพรียงกันทั่วราชอาณาจักร ซึ่งเป็นประเพณีของลูกเสือที่ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อถวายเป็นราชสักการะพระผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย และนับเป็นโอกาสอันดีที่ข้าพเจ้าได้มาพบปะกับลูกเสือ เนตรนารี บุคลากรทางการลูกเสือ ในพิธีการที่สำคัญวันนี้

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระวิสัยทัศน์กว้างไกล ทรงเห็นว่าประเทศชาติจะมีความมั่นคงได้นั้น ต้องมีกำลังกองทัพที่มีคุณภาพ ประชาชนมีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์จึงทรงตั้งกองเสือป่า และนำเยาวชนมาฝึกอบรมตามหลักวิชาการทหาร  เพื่อเป็นกำลังสำรองในการป้องกันประเทศ

ต่อมาได้ทรงเล็งเห็นถึงการปลูกฝังให้เยาวชนรู้จักหน้าที่ ในการประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง จึงทรงตั้งกองลูกเสือขึ้น เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2454 และทรงตราข้อบังคับลักษณะปกครองลูกเสือ ตลอดจนฝึกอบรมลูกเสือในกองที่ตั้งด้วยพระองค์เอง และมีพระราชประสงค์ให้นำกิจการลูกเสือไปเผยแพร่ตามโรงเรียนต่าง ๆ ในทุกมณฑลของประเทศ อันเป็นพื้นฐานของกิจการลูกเสือไทยมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นปึกแผ่นและพัฒนาก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป ตามกาลสมัยจวบจนปัจจุบันล่วงมาเป็นเวลา 110 ปี

ปัจจุบันได้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า การลูกเสือมีคุณประโยชน์อันใหญ่หลวงแก่ชาติบ้านเมือง ซึ่งเราพบเห็นกันอยู่เสมอว่า ลูกเสือได้ออกบำเพ็ญประโยชน์และช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ นับว่าลูกเสือทั้งหลายได้เจริญตามเบื้องพระยุคลบาท ในการบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมและประเทศชาติ  

ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการเองมีหน้าที่ให้การส่งเสริมกิจการลูกเสือ ทั้งในส่วนของสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ สำนักงานลูกเสือจังหวัด สำนักงานลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา สมาคมสโมสรลูกเสือ  ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ที่เห็นความสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ได้ใช้กระบวนการลูกเสือพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีคุณลักษณะเฉพาะด้าน เช่น ลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ลูกเสืออาสา กกต.พัฒนาประชาธิปไตย ลูกเสือช่อสะอาด ลูกเสือทักษะชีวิต ลูกเสือจราจร ลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลูกเสือป่าไม้ โดยน้อมนำแนวพระราชดำริจิตอาสาพระราชทานไปขยายผลสู่ประชาชนได้อย่างกว้างขวาง เพื่อปลูกฝังความรักความศรัทธาสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์อันเป็นคุณสมบัติพื้นฐานสำคัญในการสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศชาติ

ในโอกาสที่ได้มาพร้อมกันต่อหน้าเบื้องพระพักตร์ พระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์ในวันนี้ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระองค์ ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดลูกเสือไทย จึงขอให้บุคลากรทางการลูกเสือ และลูกเสือทั้งหลายจงพร้อมใจกัน รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย ให้ทุกคนจงตั้งจิตปณิธานอันแน่วแน่ สนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชประสงค์เห็นคนในชาติบ้านเมืองมีความสามัคคี มีวินัย ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนจะได้ทบทวนและเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนากิจการลูกเสือ พร้อมใจกันประสานสัมพันธ์ พัฒนาหล่อหลอมเด็ก เยาวชน และประชาชนให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งเชื่อมั่นว่าหากเด็ก เยาวชน ประชาชนมีคุณภาพและเข้มแข็ง สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จะมีความมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป

“ข้าแต่พระวิญญาณอันทรงสิริเสาวภาคย์ กอรปด้วยพระเมตตา พระกรุณาและพระปัญญาคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว แม้จะเสด็จสวรรคตไปเป็นเวลา 96 ปีแล้ว พระองค์ทรงประทับอยู่ ณ สรวงสวรรค์ชั้นใด ขอพระองค์ทรงพระกรุณาทราบว่า บัดนี้ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายจะยึดมั่นในกตัญญูกตเวทิตาธรรม รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์อยู่เสมอ และจะปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด
เพื่อให้กิจการลูกเสือและประเทศชาติอันเป็นที่รัก และหวงแหนของปวงชนชาวไทย ได้เจริญก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไป ตลอดกาลนาน”

นายสุทิน แก้วพนา เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันคล้ายวันสวรรคตแห่งพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ  พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย ซึ่งคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ กำหนดให้เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของ “คณะลูกเสือแห่งชาติ” ตามประเพณีที่ปฏิบัติ ลูกเสือ เนตรนารี จะร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความกตัญญู กตเวทิตาธรรม ด้วยการประกอบพิธีถวายพวงมาลา  ถวายราชสดุดี และแต่งเครื่องแบบลูกเสือ เนตรนารี พร้อมออกบำเพ็ญประโยชน์ตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักร เพื่อถวายเป็นราชสักการะ

สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ร่วมประกอบพิธีถวายพวงมาลาในนาม “คณะลูกเสือแห่งชาติ” โดยมีคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ข้าราชการ ลูกเสือ เนตรนารี ร่วมประกอบพิธีถวายราชสดุดี ณ สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้กว่า 600 คน

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
ศุภณัฐ วัฒนมงคลลาภ / ภาพ

ศธ.จัดพิธีวางพวงมาลาและถวายราชสดุดี “วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า” ประจำปี 2564

(25 พฤศจิกายน 2564) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีถวายราชสดุดี และถวายบังคมพระราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ประจำปี 2564 หรือวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย โดยมีนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งผู้บริหารระดับสูง คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ข้าราชการ และลูกเสือ เนตรนารี จากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมพิธี ณ สนามหน้ากระทรวงศึกษาธิการ และบริเวณลานพระบรมราชานุเสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี

รับชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ศธ.360 องศา

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระมหากรุณาธิคุณต่อกิจการด้านการศึกษา และเป็นผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย บุคลากรทางการศึกษา และบรรดาลูกเสือ เนตรนารี ตลอดจนบุคลากรทางการลูกเสือทุกหมู่เหล่า ล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงพร้อมใจกันวางพวงมาลาเพื่อถวายราชสดุดี และร่วมปฏิบัติกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์โดยพร้อมเพรียงกันทั่วราชอาณาจักร อันเป็นประเพณีของลูกเสือที่ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องทุกปี ในวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า

ด้วยพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเล็งเห็นว่าประเทศชาติจะมีความมั่นคงได้นั้น จำต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ กำลังกองทัพที่มีคุณภาพ และความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จึงทรงตั้ง “กองเสือป่า” และนำเยาวชนมาฝึกอบรมตามหลักวิชาการทหาร เพื่อเป็นกำลังสำรองในการป้องกันประเทศ และทรงตั้งกองลูกเสือขึ้น เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ 2454 โดยมีพระราชประสงค์ให้นำกิจการลูกเสือไปเผยแพร่ตามโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อฝึกอบรมเด็กและเยาวชนของชาติให้เป็นพลเมืองดี เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ ดั่งพระราชดำรัสที่ว่า “ข้าไม่ต้องการตำราเรียนที่เดินได้ ที่ข้าอยากได้นั้น คือ เยาวชนที่เป็นสุภาพบุรุษ ซื่อสัตย์สุจริต มีอุปนิสัย ใจคอดี” ดังนั้น บรรดาลูกเสือในยุคต่อมา จึงมุ่งมั่นดำเนินงานตามแนวพระราโชบายจวบจนปัจจุบันเป็นเวลา 110 ปีแล้ว

จากพระราชปณิธานของผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย ที่ได้ทรงมุ่งหมายให้ทุกท่านประพฤติชอบด้วยกาย วาจา และใจ ตามกฎของลูกเสือทั้ง 10 ข้อ และคติพจน์ของลูกเสือความว่า “เสียชีพ อย่าเสียสัตย์” ซึ่งเชื่อมั่นว่า หากทุกท่านประพฤติปฏิบัติได้ดังนี้แล้ว จะเกิดเป็นผลดี ต่อตนเอง สังคม ตลอดจนประเทศชาติต่อไป

นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า วันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จึงได้จัดกิจกรรมวางพวงมาลาถวายราชสดุดี เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจด้านการศึกษา เพื่อพสกนิกรชาวไทย และประเทศชาตินานัปการ ที่สำคัญได้ทรงตั้งกองเสือป่า และกองลูกเสือขึ้น เพื่อปลูกฝังความเป็นพลเมืองดี มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ความเป็นผู้มีระเบียบวินัย และบำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น จนทำให้กิจการด้านการศึกษาและกิจการลูกเสือเจริญก้าวหน้าสืบมาจนทุกวันนี้

รับชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ศธ.360 องศา
– พิธีปี 2562 https://moe360.blog/2019/11/25/พิธีถวายราชสดุดี
– พิธีปี 2563 https://moe360.blog/2020/11/25/25112563

อิชยา กัปปา / สรุป
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า, อธิชนม์ สลางสิงห์ / ภาพ
สมประสงค์ ชาหารเวียง / วีดิทัศน์

รมช.ศธ.”กนกวรรณ” ประชุม กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ฯ

รมช.ศธ. ”กนกวรรณ วิลาวัลย์” เป็นประธานประชุม กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ฯ เพื่อสร้างการเรียนรู้ที่จะเกิดประโยชน์แก่คนทุกช่วงวัย

นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. …. ครั้งที่ 2 โดยมีการหารือถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่จะร่วมชี้แจงแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CB 401 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา โดยมีคณะกรรมาธิการเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เมื่อเร็ว ๆ นี้

สช.-กสศ. ลงนามความร่วมมือป้องกันเด็กหลุดนอกระบบ นำนวัตกรรมคัดกรองเด็กยากจนและด้อยโอกาสมาใช้แก้ปัญหา

(18 พฤศจิกายน 2564 ) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อสนับสนุนนวัตกรรมการคัดกรองความยากจน การวิจัยพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) โดยมีนายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และนายสุภกร บัวสาย รักษาการผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เป็นผู้ลงนาม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่โรงเรียนเอกชนได้เข้าร่วมโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง (Teacher and School Quality Program : TSQP) เพื่อขับเคลื่อนการศึกษา 3 ด้าน คือ 1) สนับสนุนนวัตกรรมการคัดกรองความยากจน การจัดสรรงบประมาณแบบมีเงื่อนไข เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และให้การช่วยเหลือนักเรียนยากจน 2) ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักเรียนยากจน นักเรียนพิการ และด้อยโอกาสให้ได้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นตามศักยภาพ 3) สนับสนุนให้เกิดความร่วมมืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความช่วยเหลือ ส่งเสริมนักเรียนยากจน นักเรียนพิการ และด้อยโอกาส เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษาจนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน และพัฒนาคุณภาพของโรงเรียน และประสิทธิภาพครูของโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า นักเรียนที่อยู่ในสถานศึกษามีความแตกต่างกัน มีความด้อยโอกาสที่แตกต่างกัน โดยสภาวะเศรษฐกิจถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักเรียนเป็นผู้หลุดลอยทางโอกาส โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่เศรษฐกิจมีความเปลี่ยนแปลง เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด 19 เกิดการว่างงาน เกิดการย้ายถิ่นฐานของผู้ปกครอง ส่งผลให้นักเรียนจำนวนหนึ่งหลุดจากระบบศึกษา

จากตัวเลขที่สำรวจพบว่า มีนักเรียนทุกสังกัดใน ศธ. หลุดจากระบบการศึกษากว่า 43,000 คน ซึ่ง ศธ.ได้ติดตามกลับมาแล้วกว่า 20,000 คน และจะเร่งรัดติดตามนักเรียนที่เหลือให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาในระบบ หรือการศึกษานอกระบบ

“ความร่วมมือโดยการนำนวัตกรรมการคัดกรองนักเรียนยากจนของ กสศ. มาใช้ในสถานศึกษาเอกชน ถือเป็นเรื่องดีเพื่อช่วยเหลือติดตามนักเรียนได้อย่างทันเวลา พร้อมทั้งได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้จัดการเรียนรู้อย่างเหมาะสม ซึ่ง กสศ. ได้วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ต่าง ๆ การส่งเสริมโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเองให้โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ในเรื่องการเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ และการคิดสร้างสรรค์ให้แก่นักเรียนในศตวรรษที่ 21” ปลัด ศธ. กล่าว

นายสุภกร บัวสาย รักษาการผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือนักเรียนยากจน พิการ และด้อยโอกาส ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษา รวมถึงพัฒนาครู และสถานศึกษา ดังนี้

  1. กลุ่มนักเรียนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส จะดำเนินการ 2 ส่วน คือ 1) เน้นสนับสนุนเครื่องมือการคัดกรองความยากจนด้วยวิธีวัดรายได้ทางอ้อม (Proxy Means Test : PMT) และระบบสารสนเทศ ให้แก่ครู สถานศึกษา ศึกษาธิการจังหวัด และ สซ. เพื่อเป็นฐานข้อมูลสำคัญช่วยเหลือติดตามเฝ้าระวังนักเรียน และขอรับงบจัดสรรเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนของหน่วยงานต้นสังกัด ซึ่งเครื่องมือนี้จะนำไปใช้ในโรงเรียนประเภทสายสามัญ สังกัด สช. ทั่วประเทศ จำนวน 3,900 แห่ง 2) เน้นช่วยเหลือนักเรียนที่อยู่ในครัวเรือนยากจน 15% ล่างของประเทศ ที่ศึกษาในโรงเรียนเอกชนประเภทการกุศล 566 แห่ง ผ่านโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข โดยนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ยากจนพิเศษจะได้รับเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข คนละ 3,000 บาท/ปี เพื่อบรรเทาอุปสรรคการมาเรียน ค่าครองชีพ ค่าอาหารเช้า พร้อมทั้งมีระบบติดตามการมาเรียน ผลการเรียน และการเจริญเติบโตของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยในปีการศึกษา 2564 กสศ. มีงบประมาณช่วยเหลือนักเรียนทุนเสมอภาค สังกัด สช.ได้จำนวน 2,500 คน
  2. กลุ่มครู และโรงเรียน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนและส่งเสริมให้โรงเรียนมีการพัฒนาทั้งระบบ ทั้งด้านการบริหารจัดการ ด้านการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนเกิดสมรรถนะในศตวรรษที่ 21 มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาดีขึ้น โดยในปีการศึกษา 2564 มีโรงเรียนสังกัด สช. เข้าร่วมโครงการพัฒนาตนเองรุ่นที่ 2 จำนวน 27 แห่ง ครอบคลุมนักเรียนที่จะได้รับประโยชน์และยกระดับคุณภาพการศึกษาจำนวน 10,000 คน

การจัดทำบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ ยังนำไปสู่การเชื่อมต่อระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลรายบุคคลและรายสถานศึกษาระยะยาว ครอบคลุมเด็กและเยาวชนที่มาจากครัวเรือนซึ่งมีรายได้น้อยที่สุดร้อยละ 20 ของประเทศ จำนวนมากกว่า 1 ล้านคน ในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ครอบคลุมสถานศึกษาสังกัด สช.กว่า 3,902 แห่ง

อิชยา กัปปา / สรุป
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ภาพ

เสมา3 ลงพื้นที่ ครม.สัญจร จ.กระบี่ มอบนโยบาย กศน. จัดการศึกษาผู้พิการ-ด้อยโอกาส รับฟังสภาพปัญหาโรงเรียนเอกชน และเปิดศูนย์การเรียนรู้ทุกช่วงวัย

(15 พฤศจิกายน 2564) ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ด้านการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และการศึกษาเอกชน ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2564 กลุ่มจังหวัดอันดามัน (กระบี่ ตรัง พังงา สตูล ภูเก็ต ระนอง)

มอบนโยบายการจัดการศึกษาสำหรับผู้พิการและด้อยโอกาส  ณ สำนักงาน กศน.จังหวัดกระบี่

รมช.ศธ. กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้คณะรัฐมนตรีประชุมติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล และสร้างการรับรู้ความเข้าใจกับประชาชน ตลอดจนประมวลประเด็นปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน

ซึ่งประเด็นในการติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในปี พ.ศ. 2564 มุ่งเน้นจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ เป็นการสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียม ในการเข้าถึงบริการทางการศึกษาของคนไทยทุกคน โดยที่รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายในการดูแลพี่น้องประชาชนว่า “เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

สำนักงาน กศน. กำหนดให้มีการขับเคลื่อนงานตามนโยบายการจัดการศึกษาของ ศธ. ในการจัดการศึกษาสำหรับผู้พิการให้สามารถเข้าถึงการศึกษาที่เหมาะสมและมีคุณภาพ โดยมีพื้นที่นำร่องในจังหวัดระนอง เป็นต้นแบบให้กับจังหวัดกระบี่ ตรัง ภูเก็ต พังงา และสตูล ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลในครั้งนี้พบกลุ่มเป้าหมายผู้พิการที่มีความต้องการได้รับการศึกษา แต่ยังเข้าไม่ถึงโอกาสทางการศึกษา เนื่องจากสภาพ ปัญหา อุปสรรคอีกหลายด้านที่ทุกภาคส่วนผู้เกี่ยวข้องต้องช่วยกันดำเนินการแก้ไข

จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ ศธ.จะนำฐานข้อมูล “ระนองโมเดล” ไปนำเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ เพื่อขยายผลต่อไปยังศึกษาธิการภาคทั้ง 18 จังหวัด และใช้ประโยชน์ในการจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้พิการในภาพรวมทั้งประเทศต่อไป

ในส่วนของการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง ซึ่งกำกับดูแลสำนักงาน กศน. นั้น เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้เข้าร่วมอภิปรายเพื่อพิจารณา (ร่าง) พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. …. ตามที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ซึ่งที่ประชุมรัฐสภาลงมติรับหลักการแห่ง (ร่าง) ดังกล่าวแล้ว มีทั้งหมด 31 มาตรา โดยได้ดำเนินการประชุมสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง ทั้งระดับภูมิภาค ระดับประเทศ และรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับสาระสำคัญของ (ร่าง) พ.ร.บ.ฉบับนี้ที่จะช่วยสนับสนุนให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการตามระบบต่าง ๆ ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตในแต่ละช่วงวัย ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึงวัยชรา สร้างโอกาสทางศึกษาให้แก่ประชาชนทั่วไป ครอบคุลมไปถึงผู้พิการ กลุ่มคนผู้ด้อยโอกาส เป็นการจัดการเรียนรู้เพื่อประชาชนอย่างยั่งยืนสืบไป

“ศธ. ยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษา ส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่ประชาชนทุกช่วงวัยอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ เพื่อพัฒนาทักษะให้สอดคล้องกับโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและหลากหลาย ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีดิจิทัล และองค์ความรู้ต่าง ๆ ในศตวรรษที่ 21 มีศักยภาพในการเข้าร่วมพัฒนาสังคม ตลอดจนประเทศชาติให้ก้าวสู่สังคมที่เป็นธรรม ไม่มีความเหลื่อมล้ำ หรือคงเหลือความเหลื่อมล้ำให้น้อยที่สุด เท่าที่จะน้อยได้”

ตรวจเยี่ยมรับฟังปัญหาโรงเรียนเอกชน ณ โรงเรียนสังข์ทองวิทยา

รมช.ศธ. กล่าวว่า การลงพื้นที่โรงเรียนเอกชนในครั้งนี้ เพื่อรับฟังปัญหาโรงเรียนเอกชน ทั้งในระบบและนอกระบบโดยเฉพาะ จากที่หลาย ๆ ท่านได้สะท้อนปัญหาในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินอุดหนุนรายบุคคลเพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องของโรงเรียน, การบรรจุแต่งตั้งบุคลากรกลางภาคเรียน, ขอเพิ่มอัตราค่าจ้างครูสำหรับโรงเรียนที่จัดการศึกษาสามัญควบคู่ศาสนา, โอกาสทางการศึกษาของนักเรียนโรงเรียนเอกชนนอกระบบในการกู้เงินเรียนวิชาชีพระยะสั้น และผู้บริหาร ผู้สอน โรงเรียนนอกระบบขอโอกาสเข้าร่วมกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชนเพื่อสวัสดิการในอนาคต และอีกหลาย ๆ ปัญหาที่สะท้อนออกมา

ยืนยันว่าตนจะผนึกกำลังกับเลขาธิการ กช. และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเร่งดำเนินการให้เห็นผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด หรืออย่างน้อยจะแจ้งความคืบหน้าผ่านประธาน ปส.กช.ในพื้นที่เป็นระยะ

สำหรับการตรวจเยี่ยมโรงเรียนสังข์ทองวิทยา ซึ่งเปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นเตรียมอนุบาล – ประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนทั้งหมด 3,926 คน ได้รับอุดหนุน 3,890 คน (ก่อนประถมศึกษา 1,090 คน ประถมศึกษา 2,800 คน) รวมได้รับเงินอุดหนุนกว่า 3.2 ล้านบาทต่อเดือน ครูและบุคลากรรวม 203 คน ได้รับวัคซีนครบ 100 % แล้ว มีเพียง 6 คน ที่ฉีดได้เข็มแรกแต่ไม่ได้ฉีดต่อเนื่องจากปัญหาสุขภาพ (แพ้วัคซีน)

ในการนี้ รมช.ศธ.และคณะ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการของนักเรียนโรงเรียนเอกชนในระบบและนอกระบบ เช่น โรงเรียนสังข์ทองวิทยา จัดแสดงเกี่ยวกับนิทรรศการเศรษฐกิจพอเพียง การทำขนมไทย และผลงานด้านวิชาการระดับปฐมวัยของกลุ่มสาระภาษาไทย สังคม สุขศึกษา และพลศึกษา, โรงเรียนอุทยานศึกษากระบี่ จัดแสดงผลงานด้านวิชาการของนักเรียน เรื่อง นวัตกรรมที่เหยียบเจลแอลกอฮอล์, โรงเรียนอนุบาลลำทับ สาธิตกิจกรรมการทำขนมไทย, โรงเรียนโชคชัยกระบี่ จัดแสดงรูปแบบการจัดการเรียนการสอน Online กับ On-Site และรางวัลเกียรติยศ ผลงานด้านวิชาการของนักเรียน, โรงเรียนอนุบาลเอช้วน การจัดการเรียนรู้ STEM Education การจัดการเรียนรู้ด้วยการใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning) และการเรียนรู้บนความท้าทาย (CBL-Challenge Based Learning), โรงเรียนฮิดายาตุดดีนนาวงวิทยา พัฒนาวิชาการสานสัมพันธ์ชุมชน, โรงเรียนสันติวิทยา การทำชาชักสร้างอาชีพ และจิตคณิตพาเพลิน, โรงเรียนศาสนูปถัมภ์มูลนิธิ จัดแสดงผลิตภัณฑ์น้ำพริกตะไคร้กระเทียมปลาเสียบ เศรษฐกิจพอเพียง และผลงานกีฬาฟุตบอล, โรงเรียนนอกระบบสอนตัดผมและเสริมสวยเสริมสยาม สาธิตการทำสีผม การถักเปีย และการตัดผมชาย, โรงเรียนนอกระบบด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์ กระบี่ สาธิตการทำ CPR วัดความดัน และให้ความรู้เรื่องสุขภาพ, โรงเรียนนอกระบบสมชายสอนขับรถยนต์ ให้ความรู้เกี่ยวกับกฎจราจร และการขับรถยนต์, โรงเรียนนอกระบบรักเกียรติการดนตรี สาธิตการเล่นเปียโน และการร้องเพลง เป็นต้น

เปิดศูนย์การเรียนรู้ทุกช่วงวัย และห้องสมุดเคลื่อนที่สำหรับชาวตลาด

รมช.ศธ. กล่าวว่า ขอชื่นชมในการดำเนินงานขับเคลื่อนกิจกรรม ตามนโยบายจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สำหรับทุกช่วงวัย ของสำนักงาน กศน.อำเภอเหนือคลอง ซึ่งตนได้มอบนโยบายให้สำนักงาน กศน. ดำเนินงาน โดยประสานแสวงหาความร่วมมือ และการบูรณาการร่วมกับหน่วยงาน ภาคีเครือข่าย เพื่อขอใช้พื้นที่อาคารสถานที่ และระดมทรัพยากรต่าง ๆ สำหรับการจัดตั้งและบริหารจัดการให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์ด้านอาคารสถานที่จากเทศบาลตำบลเหนือคลอง ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญและประโยชน์ในการจัดการศึกษาการจัดการเรียนรู้ การเสริมสร้างทักษะพัฒนาการและวัฒนธรรมในการอ่านการเรียนรู้ตลอดชีวิตในทุกช่วงวัยแก่ประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ มีความเชื่อมั่นว่าศูนย์การเรียนรู้สำหรับทุกช่วงวัย กศน. จะเป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์กลางการจัดการเรียนรู้และกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน มีส่วนร่วมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและประเพณี เป็นฐานการพัฒนาทรัพยากรบุคคลสู่การพัฒนาสังคม และประเทศชาติ เป็นศูนย์กลางในการพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการมีปฏิสัมพันธ์กันของชุมชน สร้างโอกาสทางการศึกษาการเรียนรู้ และพัฒนาเป็นศูนย์บริการที่มีความพร้อมของสื่อวัสดุอุปกรณ์กิจกรรมในรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย

รวมทั้งมีความสอดคล้องและเหมาะสมตามความต้องการ ของผู้เรียน ผู้รับบริการ และประชาชนตั้งแต่เด็กเยาวชน ประชากรวัยทำงาน และกลุ่มผู้สูงอายุที่สามารถศึกษาเรียนรู้ ทำกิจกรรมได้ตามความสนใจความถนัดของตนเอง ทั้งในความรู้ทางวิชาการ การพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะด้านอาชีพ สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต สำหรับทุกช่วงวัย

การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีคณะผู้บริหาร ศธ. ร่วมลงพื้นที่ อาทิ นายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ., นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศธ. (ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการ รมช.ศธ.), นายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ., นายสุทิน แก้วพนา รองปลัด ศธ., นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ., เรืออากาศโท สมพร ปานดำ รองเลขาธิการ กอศ., นายคมกฤชจั นทร์ขจร ผู้ช่วยเลขาธิการ สกศ., นายพีรศักดิ์ รัตนะ เลขาธิการ กช.

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
กิตติกร แซ่หมู่ / ภาพ

เสมา 3 ลงพื้นที่ ครม.สัญจร วันแรกที่ระนอง-พังงา-กระบี่ ติดตามการจัดการศึกษา กศน. สำหรับคนพิการ “Ranong Model” และการเรียนการสอนของโรงเรียนเอกชนในช่วงโควิด

(14 พฤศจิกายน 2564) ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศธ. (ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการ รมช.ศธ.), นายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ., นายสุทิน แก้วพนา รองปลัด ศธ., นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ., เรืออากาศโท สมพร ปานดำ รองเลขาธิการ กอศ., นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร เลขาธิการ กศน. ตลอดจนผู้บริหาร ศธ. ลงพื้นที่จังหวัดระนอง พังงา และกระบี่ เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2564 กลุ่มจังหวัดอันดามัน (กระบี่ ตรัง พังงา สตูล ภูเก็ต ระนอง)

จังหวัดระนอง

“ติดตามนโยบาย กศน. และผลดำเนินขับเคลื่อนโครงการ NFE Data Map : ปักหมุดสร้างโอกาสทางการศึกษาของผู้พิการและด้อยโอกาส” ณ องค์การบริหารส่วนตําบลกะเปอร์ จังหวัดระนอง

รมช.ศธ. กล่าวว่า จากการรับฟังรายงานของ ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดระนอง ต้องขอชื่นชมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ ที่ได้มีการขับเคลื่อนงานตามนโยบายของ รมว.ศธ.ในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาส และนโยบายของตนในการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ เพื่อให้สามารถเข้าถึงการศึกษาที่เหมาะสมและมีคุณภาพ อีกทั้งได้ขับเคลื่อนงานตามนโยบายและจุดเน้นการดำเนินงานของสำนักงาน กศน.ในปีงบประมาณ 2564 ด้านการสร้างสมรรถนะและทักษะคุณภาพ ด้วยการจัดการศึกษาที่พัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับกลุ่มเป้าหมายพิเศษ อาทิ ผู้พิการ ออทิสติก และผู้ด้อยโอกาสซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทยที่อาศัยอยู่ในจังหวัดระนอง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้คนพิการและผู้ด้อยโอกาสกลุ่มนี้ ได้รับบริการทางการศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย ที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง เป็นไปตามบริบท สภาพปัญหาความต้องการของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ของแต่ละบุคคล

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงาน กศน.จังหวัดระนอง เป็นพื้นที่นำร่องของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ในการดำเนินการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการในรูปแบบ Ranong Model เพื่อประสานความร่วมมือกับศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดระนอง ลงพื้นที่เพื่อสำรวจ ติดตาม คัดกรอง และปักหมุดคนพิการที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

กศน. เป็นสถานศึกษาที่ให้โอกาสกับทุกคน ขอให้ผู้เรียนหรือกำลังจะเข้าสู่ระบบการศึกษาของ กศน. จงภาคภูมิใจว่าตนเองไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร ไม่ใช่คนที่เรียนที่ไหนไม่ได้แล้วมาเรียน กศน. แต่เป็นคนที่รับผิดชอบต่อสังคม เพราะสามารถนำความรู้ความสามารถที่ได้จากการเรียนมาช่วยพัฒนาท้องถิ่นรวมถึงพัฒนาประเทศได้

ทั้งนี้ บุคลากร กศน. ทุกระดับต้องพยายามทำให้ผู้เรียนของตนได้มีความภาคภูมิใจ เพราะยิ่งเขาเหล่านั้นภาคภูมิใจมากเท่าใด ก็แสดงให้เห็นว่าประสบความสำเร็จในการทำหน้าที่ และความเป็นครูที่ได้เติมเต็มความรู้ให้กับผู้เรียน ต้องยอมรับว่าการศึกษาเป็นรากฐานที่สำคัญ เป็นรากแก้วที่แผ่ขยายไปกว้างใหญ่ไพศาล ยิ่งลึกไปเท่าไร กว้างเท่าไร ก็จะทำให้คนสามารถพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตตนเองได้เท่านั้น

จากนั้น รมช.ศธ. พร้อมคณะผู้บริหาร ศธ. ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ และเยี่ยมบ้านผู้พิการที่จะเข้าสู่ระบบการศึกษาของ กศน. ในอำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง โดยภาพรวมจังหวัดระนองมีผู้พิการที่อยู่ในระบบการศึกษาของ กศน.แล้ว 24 คน อยู่ในระหว่างดำเนินการเข้าสู่ระบบการศึกษา 82 คน รวมทั้งสิ้น 106 คน

จังหวัดพังงา

ช่วงบ่าย รมช.ศธ. พร้อมคณะผู้บริหาร ศธ. ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ และเยี่ยมบ้านผู้พิการที่จะเข้าสู่ระบบการศึกษาของ กศน.ในพื้นที่จังหวัดพังงา ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการสำรวจข้อมูลผู้พิการ โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์-สพฐ.-สอศ.-กศน. โดยจะยึดจังหวัดระนองเป็นต้นแบบในการดึงผู้พิการกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาของ กศน. เพื่อจะนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนเพื่อจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับความพิการทั้ง 9 ประเภทต่อไป

จังหวัดกระบี่

“ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนโรงเรียนเอกชน ภายใต้สถานการณ์โควิด 19 ณ โรงเรียนประกอบธรรมอิสลาม อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่”

รมช.ศธ. กล่าวว่า มีความตั้งใจมาเยี่ยมชม และประชุมรับฟังปัญหา อุปสรรค ความต้องการ ของโรงเรียนประกอบธรรมอิสลาม ในการจัดการเรียนการสอน ทราบว่านักเรียนที่นี่ได้รับวัคซีนแล้วกว่าร้อยละ 81 ขอแสดงความยินดีกับครูและบุคลากรที่ได้รับวัคซีนครบทุกคนแล้ว ตลอดระยะเวลาวิกฤตโควิด 19 ที่ผ่านมา ต้องชื่นชมผู้บริหาร ครูและบุคลากรทุกท่านที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อจัดการเรียนการสอน ซึ่งที่ผ่านมาวิธีการเรียนการสอนแบบ Online มีอุปสรรคและข้อจำกัดในการเรียนของนักเรียน โดยนักเรียนที่ประสบปัญหาดังกล่าวส่วนใหญ่พบว่าจะเป็นกลุ่มผู้ปกครองที่มีรายได้น้อย ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการจัดหาอุปกรณ์ แต่ปัจจุบันโรงเรียนสามารถกลับมาจัดการเรียนการสอนได้ทั้งรูปแบบ On-Site On-Demand หรือแบบผสมผสาน (Hybrid) ตามบริบทสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงภาคเรียนที่ 2/2564 ได้ปกติแล้ว

นอกจากนี้ ยังได้รับรายงานว่า ทางโรงเรียนไม่มีห้องเรียนเพียงพอต่อจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการก่อสร้างอาคารเรียน 3 ชั้น แต่ยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากขาดงบประมาณ ทั้งนี้ได้สั่งการให้ รองเลขาธิการ กช. ไปเร่งดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

จากนั้น รมช.ศธ. และคณะ ได้เยี่ยมชมห้องเรียน นิทรรศการของนักเรียน หอพักนักเรียนชาย และอาคารหลังใหม่ที่กำลังก่อสร้าง ชมการสาธิตการกวนขนมอาชูรอ (ขนมบูโบร์) ประเพณีศาสนาอิสลาม การทำไก่หมุน ไก่อบโอ่ง (สินค้า OTOP) ของตำบลบ้านกลาง อ.อ่าวลึก และรับชมพิธีอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่าน โดยนางสาวซีตีซูลัยคอ แวอาโละ ครูสอนศาสนาของโรงเรียนประกอบธรรมอิสลาม

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
กิตติกร แซ่หมู่ / ภาพ

กำหนดการลงพื้นที่ ครม.สัญจร ครั้งที่ 1/2564 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ของกระทรวงศึกษาธิการ

“ตรีนุช” เตรียมนำ 2 รมช.ศึกษาธิการ พร้อมผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ก่อนการประชุม ครม.สัญจร ครั้งแรกของปีนี้ ที่กระบี่ และกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน กำชับตรวจราชการเรียบง่าย

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลกำหนดการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2564 ณ กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง และสตูล) ระหว่างวันที่ 15 – 16 พฤศจิกายน 2564 นั้น

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะลงพื้นที่ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 โดยช่วงเช้า ประชุมหัวหน้าส่วนราชการทางการศึกษาจังหวัดกระบี่ เพื่อติดตามนโยบายรัฐบาล และนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน รวมทั้งติดตามความก้าวหน้าการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาสู่ความเป็นเลิศ และการให้บริการช่วยเหลือประชาชน โดยศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix It Center) ณ วิทยาลัยเทคนิคกระบี่ อำเภอเมืองกระบี่ ส่วนช่วงบ่ายจะเยี่ยมบ้านนักเรียน ตามโครงการปรับบ้านเป็นห้องเรียน เปลี่ยนพ่อแม่เป็นครู สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สพฐ. จากนั้นตรวจติดตามการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์โควิด และรับฟังปัญหาจากชุมชนโดยรอบ ณ โรงเรียนบ้านคลองม่วง อำเภอเมืองกระบี่
  • รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) จะลงพื้นที่ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายวิทยาลัยเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ และศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) สาขาวิชาพาณิชยกรรมและบริการฐานวิทยาศาสตร์ สาขางานเทคโนโลยีการท่องเที่ยว เยี่ยมชมห้องเรียน ห้องสปา และห้องฟิตเนส ณ วิทยาลัยเทคนิคพังงา ส่วนช่วงบ่ายร่วมติดตามภารกิจกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  • รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางกนกวรรณ วิลาวัลย์) จะลงพื้นที่ 2 วัน โดยในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2564 จะติดตามผลการขับเคลื่อนโครงการ NFE Data Map : ปักหมุดสร้างโอกาสทางการศึกษาของผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสของพื้นที่จังหวัดระนอง และติดตามผลการดำเนินงานของ กศน.จังหวัดระนอง ณ กศน.อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง จากนั้นไปเยี่ยมบ้านผู้พิการที่จะเข้าสู่ระบบการศึกษาของ กศน. ในอำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง และเยี่ยมบ้านผู้พิการที่จะเข้าสู่ระบบการศึกษาของ กศน. ในจังหวัดพังงา รวมทั้งตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนโรงเรียนประจำภายใต้สถานการณ์โควิด 19 ณ โรงเรียนประกอบธรรมอิสลาม อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ / ส่วนวันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 ภาคเช้า จะติดตามการดำเนินงานตามนโยบาย และการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการและผู้ด้อยโอกาสใน 5 จังหวัดกลุ่มอันดามัน ณ สำนักงาน กศน.จังหวัดกระบี่ ช่วงบ่าย จะประชุมติดตามการจัดการศึกษาโรงเรียนเอกชน ณ โรงเรียนสังข์ทองวิทยา อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ และช่วงเย็น เปิดศูนย์การเรียนรู้ทุกช่วงวัยตำบลเหนือคลอง และห้องสมุดเคลื่อนที่สำหรับชาวตลาด ตามโครงการพระราชดำริฯ ณ ศูนย์การเรียนรู้ทุกช่วงวัย อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่

“สำหรับวันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 จะเข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2564 ณ โรงแรมโซฟิเทล กระบี่ โภคีธรากอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ท จังหวัดกระบี่ โดยการลงพื้นที่ขอให้คำนึงถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 19 อย่างเคร่งครัด รวมทั้งกำชับให้ส่วนราชการปฏิบัติตามนโยบายของตน ในการลงพื้นที่ตรวจราชการ 6 ข้อ คือ 1) จัดบุคลากรเข้าร่วมโดยให้มีผลกระทบต่อการเรียนการสอนน้อยที่สุด 2) การลงพื้นที่ต้องไม่เป็นภาระของหน่วยงานในการต้อนรับ 3) การต้อนรับให้ดำเนินการโดยประหยัดเท่าที่จำเป็นและเรียบง่าย 4) งดแผ่นป้ายที่ไม่จำเป็นในการต้อนรับ 5) การรายงานข้อมูล/การนำเสนอข้อมูลให้กระชับและตรงประเด็น 6) ไม่จำเป็นต้องจัดให้มีของฝากหรือของที่ระลึก หากมีควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากสถานศึกษา อันแสดงถึงความภาคภูมิใจในการเสนอผลงานของนักเรียน นักศึกษา หรือผู้เรียน” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป / กราฟิก

กระทรวงศึกษาธิการ ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2564 ณ วัดพระแท่นดงรังวรวิหาร จังหวัดกาญจนบุรี

(5 พฤศจิกายน 2564) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานผ้าพระกฐินให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นำไปถวายพระภิกษุสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดพระแท่นดงรังวรวิหาร ตำบลพระแท่น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี และพระราชวิสุทธรภรณ์ เจ้าอาวาสวัดพระแท่นดงรังวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โอกาสนี้ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะผู้บริหาร ข้าราชการ บุคลากรทางการศึกษา ได้เข้าร่วมในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน และปวารณาถวายจตุปัจจัย เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

ทั้งนี้ ได้มีผู้มีจิตกุศลร่วมถวายจตุปัจจัย บำรุงและบูรณะพระอาราม ทำบุญกฐินพระราชทาน ประจำปี 2564 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 2,308,973.45 บาท (สองล้านสามแสนแปดพันเก้าร้อยเจ็ดสิบสามบาทสี่สิบห้าสตางค์)

พิธีครั้งนี้มีผู้บริหาร ศธ. เข้าร่วมพิธี อาทิ นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษา รมว.ศธ., นางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการ รมว.ศธ., นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศธ. (ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการ รมช.ศธ.), นาย​สุภัทร​ จำปา​ทอง​ ปลัด ศธ., รองปลัด ศธ., ผู้ตรวจราชการ ศธ., ผู้บริหารระดับสูงทุกส่วนราชการ, ศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด ฯลฯ

วัดพระแท่นดงรังวรวิหาร สร้างในสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าคงสร้างในสมัยพระเจ้าบรมโกศ (พ.ศ.2375-2300) เมื่อครั้งทรงค้นพบพระแท่นดงรังและทรงโปรดให้ช่างหลวงสร้างพระพุทธบาทจำลองไม้เกะสลักประดับมุก ถวายเป็นพุทธบูชาไว้ ณ วิหารพระแท่น ภายในวัดมีปูชนียสถานและโบราณวัตถุ ประกอบด้วยมณฑปเขาถวายพระเพลิง รอยพระพุทธบาทจำลอง ลานนางฟ้า บันไดแก้ว บันไดนาคเจ็ดเศียร พระพุทธทวารวดีศรีมหาโชค พระสังกัจจายน์ (หลวงพ่อโต) พระอุโบสถจัตุรมุข วิหารพระแท่น วิหารบดยา วิหารพระอานนท์ พระพุทธบาทไม้ประดับมุก มณฑปพระบรมสารีริกธาตุ บ่อบ้วนพระโอษฐ์ วิหารพระพุฒมงคล รวมทั้ง พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านซึ่งตั้งอยู่ภายในวิหารพระพุฒมงคล

อ้างจาก URL : kanchanaburi.go.th/au/tourkan2015/pratan.php

อิชยา กัปปา / สรุป
กิตติกร แซ่หมู่ / ภาพ

รมช.ศธ. “กนกวรรณ” ตรวจเยี่ยม กศน.อำเภอเกษตรสมบูรณ์-ภักดีชุมพล ชื่นชมครู กศน.เป็นครูพันธุ์พิเศษ

(30 ตุลาคม 2564) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศธ. (ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการ รมช.ศธ.) ร่วมเสวนาการจัดการศึกษา การจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต กับผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครหมู่บ้าน (อสม.) โดยนายจรูญศักดิ์ พุดน้อย ผอ.กศน.จังหวัดชัยภูมิ, นายสนอง มาลัยขวัญ นายอำเภอเกษตรสมบูรณ์, นางสาวอัจฉรา อาษาสู้ นายอำเภอภักดีชุมพล ให้การต้อนรับ ณ ค่ายลูกเสือภูกระแต อําเภอเกษตรสมบูรณ์ และสำนักงาน กศน. อําเภอภักดีชุมพล

รมช.ศธ. กล่าวว่า การลงพื้นที่จังหวัดชัยภูมิครั้งนี้ อาจจะไม่ได้ลงไปตรวจเยี่ยมในทุกอำเภอ แต่มีความตั้งใจจริงเพื่อมารับฟังเสียงสะท้อน ข้อเสนอแนะในการสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต ต้องชื่นชมผู้บริหาร ตลอดจนบุคลากรในพื้นที่ ภายใต้ความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ที่ได้ดำเนินการจัดการศึกษาแก่นักศึกษาและประชาชนทุกช่วงวัย ทั้งการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย ในโครงการและแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ อาทิ ห้องสมุดประชาชน อาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน กิจกรรมส่งเสริมการอ่านประจำหมู่บ้าน (บ้านหนังสือชุมชน) ตลอดจนการนำนโยบาย กศน. WOW ไปสู่การปฏิบัติ ภายใต้การนำของผู้บริหาร ครู และบุคลากร กศน. ซึ่งเป็นคนพันธุ์พิเศษในการสร้างศรัทธาและความไว้วางใจในการจัดการศึกษาแก่ประชาชน ทั้งนี้ฝากให้ครู กศน.ทุกคน ยึดหลักอิทธิบาท 4 เป็นแนวทางในการดำรงชีวิต นำหลักธรรมมาปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอน 

ต้องยอมรับว่าการทำงานของ กศน.จะประสบความสำเร็จไม่ได้ หากไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐภาคเอกชน เครือข่ายของ ศธ. ควมทั้งความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มาช่วยเสริมในหลาย ๆ ด้าน

ในการนี้ ได้รับฟังเสียงสะท้อนและข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาที่เป็นเป้าหมายในการลงพื้นที่ทุกพื้นที่ อาทิ การประสานเครือข่ายการศึกษา เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษา กศน.ได้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นในจังหวัดชัยภูมิ ทั้งในระดับอุดมศึกษา และอาชีวศึกษา อาจต้องดำเนินการในลักษณะการจัดทำ MOU ระหว่าง กศน.กับสถาบันการศึกษา พร้อมทั้งจัดให้มีการแนะนำแนวทางในการศึกษาต่ออย่างเหมาะสม, ปัญหาการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก รองรับครอบครัวแหว่งกลาง ที่พ่อแม่ไปทำงานในกรุงเทพฯ ทำให้เด็กจำนวนหนึ่งต้องอยู่กับปู่ย่าตายาย ซึ่งส่วนมากมีรายได้น้อย จึงต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐในทุกมิติ ซึ่งจำเป็นต้องมีการทบทวนการจัดการโรงเรียนขนาดเล็กที่มีเด็กต่ำกว่า 120 คนลงมา ให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ของแต่ละพื้นที่

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ศึกษาธิการภาค 13 และรักษาการศึกษาธิการจังหวัดชัยภูมิเร่งบูรณาการหารือการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัด เพื่อปักหมุดแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งตนจะนำเรียน รมว.ศธ. ถึงเสียงสะท้อนของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ตลอดจนหารือร่วมกับเลขาธิการ กพฐ. เพื่อออกแบบและหาแนวทางที่ดี มีความเหมาะสมกับสภาพการณ์ของพื้นที่อย่างเป็นระบบต่อไป

อานนท์ วิชานนท์ / ข่าว

กิตติกร แซ่หมู่ / ภาพ

เสมา3 ลงพื้นที่ชัยภูมิ ร่วมเสวนาการเรียนรู้ตลอดชีวิตกับผู้นำชุมชน ตรวจเยี่ยม กศน.และความพร้อมก่อนเปิดเทอม 

(29 ตุลาคม 2564) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศธ. (ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการ รมช.ศธ.) ร่วมเสวนา Coffee Talk การจัดการศึกษา การจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต กับผู้นำชุมชนอำเภอเมืองชัยภูมิ 4 ตำบล กำนันผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครหมู่บ้าน (อสม.) ณ กศน.ตำบลนาฝาย อำเภอเมืองฯ จังหวัดชัยภูมิ

งานเสวนา Coffee Talk

รมช.ศธ. กล่าวว่า นโยบายของ ศธ. ต้องการให้เน้นการดูแลกลุ่มคนผู้พิการและด้อยโอกาสที่ยังไม่ได้รับการศึกษา ให้เข้าสู่ระบบการศึกษา อีกทั้งสังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ กศน.จึงได้มีการออกแบบกิจกรรมเพื่อการศึกษาตลอดชีวิต รวมทั้งป้องกันไม่ให้เกิดโรคสมองเสื่อม โดยได้ร่วมกับภาคีเครือข่าย คือ กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานต่าง ๆ ในการศึกษาสำหรับผู้สูงวัย

นอกจากนี้ แม้จังหวัดชัยภูมิประสบปัญหาของโรคโควิด 19 แต่ก็ตัองขอชื่นชมชาว กศน. ที่สามารถปรับตัวกันได้ ภายใต้ความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ที่ช่วยให้ประชาชนที่ประสบปัญหาการว่างงาน จากสถานการณ์แพร่ระบาด ให้มีงานทำ มีเงินใช้ ขายของได้ ด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้ทักษะอาชีพระยะสั้น ช่วยหาช่องทางจำหน่าย เพื่อให้จำนวนคนว่างงานลดลงมากที่สุดเท่าที่จะมากได้

ตรวจเยี่ยม กศน.จังหวัดชัยภูมิ

ภายหลังงานเสวนา รมช.ศธ. ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการจัดการศึกษาของสํานักงาน กศน. ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โดยมีนายราชันย์ ซุ้นหั้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ, นายพงษ์พิศาล ชินสำราญ
ศึกษาธิการภาค 13 ให้การต้อนรับ ณ สำนักงาน กศน. อําเภอหนองบัวแดง 

รมช.ศธ. กล่าวชื่นชมสำนักงาน กศน.จังหวัดชัยภูมิ ที่ขับเคลื่อนการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ให้แก่นักศึกษานอกระบบโรงเรียน รวมทั้งประชาชนทั่วไปในพื้นที่ ให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายและจุดเน้น ศธ. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมอุดมปัญญา ด้วยการจัดการให้ประชาชนเกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ตามนโยบายรัฐบาลและสอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ตลอดจนวิสัยทัศน์ด้านการศึกษาของจังหวัดชัยภูมิที่ว่า “คนชัยภูมิเป็นคนดี มีปัญญา พึ่งพาตนเองได้ โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”

อีกทั้งยังได้เห็นถึงความพยายามและความสำเร็จในการขับเคลื่อนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายนักเรียน/นักศึกษา ทั้งในระบบ นอกระบบ และประชาชนทั่วไป เกิดกระบวนการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาอาชีพแก่คนในชุมชน ในรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายที่ประชาชนสามารถเข้ารับบริการได้ตามความต้องการและความพร้อมของตนเอง ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสทางการศึกษา ก่อให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษาในทุกพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้เป็นอย่างดี

“ในการพัฒนาการศึกษาต้องอาศัยทั้งความรู้ ความสามารถ การทุ่มเทและเสียสละการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายผู้นำ-ปราชญ์ชุมชน แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ตลอดจนการทำกิจกรรมที่มีความหลากหลาย ในฐานะผู้กำกับดูแล ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านและพร้อมที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เต็มกำลังความสามารถ”

ตรวจเยี่ยมความพร้อมก่อนเปิดเทอม รร.เอกชน

ต่อมา รมช.ศธ. ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมการเปิดภาคเรียนของสถานศึกษาเอกชน สังกัด สช. โดยมีนายสมาน เวียงปฏิ รองศึกษาธิการจังหวัด รักษาการในตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัดชัยภูมิ ให้การต้อนรับ ณ โรงเรียนมารีย์อุปถัมภ์

รมช.ศธ. กล่าวว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการเปิดภาคเรียน ในขณะนี้โรงเรียนเอกชนได้มีการฉีดวัคซีนให้กับครูเกือบ 100% แล้ว ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญในการฉีดวัคซีนให้แก่ครูทุกสังกัด ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้การเปิดเรียนขึ้นอยู่กับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเป็นหลัก เนื่องจากว่าบริบทของพื้นที่แต่ละจังหวัดมีความแตกต่างกัน โดยยึดหลักความปลอดภัยของทุกคนในโรงเรียน

สำหรับความเสียหายของจังหวัดชัยภูมิจากอุทกภัยและโควิด ทางกระทรวงศึกษาธิการ และ สช. ได้ประสานมายังศึกษาธิการจังหวัดในการลงพื้นที่ โดย สช. ได้ประสานงานกับกองทุนสงเคราะห์ เพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลให้กับครูโรงเรียนเอกชน และขอเป็นกำลังใจให้กับโรงเรียนเอกชนทุกโรงเรียนให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ เพราะการศึกษาเอกชนช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาลเป็นอย่างมาก

ในการนี้ รมช.ศธ. ได้มอบเงินช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยทั้ง 8 แห่ง จำนวน 75,000 บาท พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการจากสถานศึกษาในสังกัด สช. 11 แห่ง อาทิ บูธกิจกรรมการจัดการเรียนการสอนและพัฒนาผู้เรียนในสถานการณ์โควิด 19 โดยมีการประเมินหรือให้คะแนน ซึ่งให้นักเรียนเลือกคำปฏิญาณและกฎ ส่งสัปดาห์ละ 1 ข้อ, การเปิดการเรียนการสอนแบบ 3 ภาษา อังกฤษ จีน ไทย, การเรียนการสอนจินตคณิต โดยใช้มือและลูกคิด เป็นต้น

อานนท์ วิชานนท์ / ข่าว
กิตติกร แซ่หมู่ / ภาพ

WordPress.com.

Up ↑