ครูตั้น-ครูพี่โอ๊ะ จูงมือเด็กจินตคณิต ฝึกคิดเลขด้วยจินตภาพ เข้าพบนายกฯ

เมื่อวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 08.30 น. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำคณะผู้บริหาร ครู และนักเรียนโรงเรียนเอกชนที่มีความรู้ความสามารถด้านจินตคณิต จำนวน 35 คน เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า “จินตคณิต” เป็นกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ตัวเลข ลูกคิด หรือนิ้วมือ เป็นสื่อในการเรียนการสอน ซึ่งจะช่วยฝึกฝนและพัฒนาเด็กให้มีสมาธิ และสามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นานมากขึ้น พร้อมทั้งกระตุ้นและพัฒนาสมองให้พร้อมสำหรับการเรียนรู้ในทุก ๆ ด้าน

เนื่องจากจินตคณิตเป็นการคิดเลข โดยใช้จินตภาพหรือการสร้างภาพลูกคิดขึ้นในสมอง ซึ่งหลักการเรียนจินตคณิตไม่ใช่เพื่อการคิดเลขเร็ว แต่การคิดเลขเร็วเป็นเพียงผลพลอยได้ที่เกิดจากการกระตุ้นสมองให้ฝึกฝนการคิดเลขในใจแบบจินตภาพเท่านั้น โดยจินตคณิตจะส่งผลให้เด็กมีความสามารถทางความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการด้านต่าง ๆ รวมถึงช่วยพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์ให้ดีขึ้นด้วย

นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ กล่าวว่า เด็กทุกคนสามารถเรียนรู้จินตคณิตและฝึกฝนได้อย่างง่ายดาย จึงเกิดความสนุกและมั่นใจในตัวเอง หลังจากนั้นจะค่อย ๆ เพิ่มระดับความเข้มข้นขึ้น ตามความสามารถในการเรียนรู้ของแต่ละคน เพื่อนำไปสู่การคำนวณแบบจินตภาพต่อไป โดยสามารถเริ่มเรียนหลักสูตรเบื้องต้นได้ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ซึ่งหากได้รับการฝึกฝนอย่างถูกวิธี จะสามารถพัฒนาทักษะการคิดเลขแบบจินตภาพได้อย่างเป็นธรรมชาติ และฝึกฝนจินตคณิตในระดับสูงขึ้น อันจะช่วยกระตุ้นการพัฒนาสมองเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ ในเวลา 7.00 น. คณะครูและนักเรียน ตลอดจนผู้ปกครอง ได้เข้าพบ รมช.ศึกษาธิการ ที่ห้องพระขรรค์เพชร กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรับโอวาท พร้อมรายงานผลการจัดการเรียนการสอนจินตคณิต เพื่อสร้างการคิดวิเคราะห์

อรพรรณ ฤทธิ์มั่น: สรุป
นวรัตน์ รามสูต: เรียบเรียง
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.: รายงาน
24/2/2563

VDO: https://www.youtube.com/watch?v=XtOeY9kM-jo&feature=youtu.be

ปิดฉากสวยงาม "กศน.เกมส์ ครั้งที่ 5" พร้อมมอบธงให้ กศน.ภาคกลาง เจ้าภาพครั้งต่อไป

(21 ก.พ.63)​ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีปิดการแข่งขันกีฬา กศน.เกมส์ ครั้งที่ 5 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 21 กุมภาพันธ์ 2563 ณ โรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวชื่นชมคณะผู้บริหาร ข้าราชการ กศน. ที่มุ่งมั่น ตั้งใจร่วมแรงร่วมใจกันจัดการแข่งขันกีฬา กศน.เกมส์ ครั้งที่ 5 เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เพราะกีฬาจะช่วยเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้บริหาร ครู และนักศึกษาในสังกัด กศน. นำไปสู่ความสมัครสมาน สามัคคี และร่วมแรงร่วมใจกัน และยังได้ร่วมกิจกรรม เพื่อได้เรียนรู้การทำงานเป็นหมู่คณะและการช่วยเหลือร่วมมือกัน เพื่อก้าวไปสู่จุดหมายที่ต้องการ และยังทำให้ร่างกายแข็งแรง มีน้ำใจนักกีฬา กล้าหาญ อดทน รู้แพ้ รู้ชนะ และรู้อภัย สร้างพลังรัก พลังสามัคคี มีสปิริต มิตรภาพ สิ่งเหล่านี้จะช่วยหล่อหลอมให้นักศึกษาทุกคนเป็นคนดีของครอบครัวและสังคม ซึ่งจะเป็นผลดีต่อประเทศชาติในอนาคตต่อไป

“ขอแสดงความยินดีกับนักกีฬาทุกคนที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ และขอบคุณภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ตลอดจนบุคลากร กศน.ทั้งผู้บริหาร ครู นักศึกษาทุกคน ที่ให้การสนับสนุนส่งเสริม จนทำให้งานสำเร็จอย่างสมบูรณ์” รมช.ศึกษาธิการ

สำหรับพิธีปิด เจ้าภาพได้จัดการแสดงชุด “กศน.รวมใจ กศน.เพื่อประชาชน ” จากนั้นได้มีการมอบธงประจำการแข่งขันกีฬา กศน.เกมส์ ให้กับ กศน.ภาคกลาง ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขัน กศน.เกมส์ ในครั้งที่ 6 ก่อนที่ กศน.ภาคกลาง จะเเสดงโชว์ “รำวงกลองยาว ” ปิดท้ายด้วยคุณชัชชัย สุขขาวดี หรือ “หรั่ง ร็อคเคสตร้า” นำ รมช.ศึกษาธิการ นักกีฬา เจ้าหน้าที่ ผู้เกี่ยวข้องร้องเพลง “คิดถึง” และเพลง “สามัคคีชุมนุม” ก่อนจะดับไฟในกระถางคบเพลิง เป็นการปิดฉากการแข่งขันกีฬา กศน.เกมส์ ครั้งที่ 5 อย่างเป็นทางการ

อิชยา กัปปา / สรุป
เครื่อข่าย pr กศน. / ภาพ
บัลลังก์ โรหิตเสถียร / บรรณาธิการข่าว

รมช.ศธ.กนกวรรณ วิลาวัลย์ ตรวจเยี่ยมค่ายลูกเสืออุบลราชธานี ย้ำผลักดันและพัฒนากิจการลูกเสืออย่างเต็มที่

(21 ก.พ.63)​ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายผู้บริหารและบุคลากร สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ณ ค่ายลูกเสือจังหวัดอุบลราชธานี (บ้านหนองไหล)​

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ในฐานะได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลงานของสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ จึงให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่รับฟังปัญหาด้วยตนเอง เพื่อเห็นสภาพความเป็นจริง เพราะกิจการลูกเสือก่อตั้งโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 จนมาถึงในรัชสมัยของในหลวงรัชกาลที่ 9 และในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงมีพระราโชบายที่จะสืบสานกิจการลูกเสือให้คงอยู่คู่สังคมไทย

ขณะนี้ ศธ.ได้วางแนวทางพัฒนากิจการลูกเสือ โดยดึงลูกเสือมาเข้าสู่โครงการมัคคุเทศก์น้อย ซึ่งเป็นการบูรณาการร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อใช้การท่องเที่ยวบูรณาการกับกิจการลูกเสือ รวมทั้งต้องการให้เยาวชนมีจิตสาธารณะ โดยนำหลักสูตรจิตอาสา 904 มาใช้ในการอบรมเพื่อสืบสานพระราชปณิธานในหลวงรัชกาลที่ 10 โดยผู้ผ่านการอบรมจะได้รับประกาศนียบัตร สามารถสะสมเครดิตเพื่อประโยชน์ในการเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น การเป็นมัคคุเทศก์มืออาชีพ หรืออาจจะได้เป็นตัวแทนลูกเสือไทยเข้าร่วมโครงการของสำนักงานลูกเสือในระดับนานาชาติต่อไป

นอกจากนี้ ได้ผลักดันงบประมาณในการพัฒนาค่ายลูกเสือจังหวัด เพื่อให้มีความพร้อมในการรองรับการจัดอบรมลูกเสือ โดยในปีงบประมาณ 2563 จะดำเนินการพัฒนาทั้งค่ายลูกเสือ จำนวน 29 จังหวัด พร้อมทั้งขอตั้งงบประมาณปี พ.ศ. 2564 เพื่อพัฒนาค่ายลูกเสือจำนวน 19 จังหวัด

สำหรับค่ายลูกเสือจังหวัดอุบลราชธานี ได้มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาค่าย จำนวน 3.7 ล้านบาท พร้อมทั้งส่งเสริมให้มีกระบวนการเรียนการสอนลูกเสือในสถานศึกษาให้มากขึ้น โดยฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือระดับผู้นำขั้นความรู้ชั้นสูง (A.T.C) ให้กับผู้บริหารโรงเรียนเอกชน และผู้บริหารของ กศน.

“ฝากให้ครูทุกคน นอกจากจะทำหน้าที่ของครู ที่มีจิตวิญญาณความเป็นครูแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเป็นผู้นำในเรื่องของความมีระเบียบวินัย และปฏิบัติตามคำปฏิญาณลูกเสือที่ให้ไว้ด้วย ยืนยันว่าตั้งใจที่จะเข้ามาแก้ปัญหาด้วยความจริงใจ พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกช่องทาง และยินดีที่จะช่วยผลักดันการพัฒนากิจการลูกเสืออย่างเต็มที่” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

อิชยา กัปปา : สรุป / ภาพ
บัลลังก์ โรหิตเสถียร : บรรณาธิการข่าว

เปิดฉาก “กศน.เกมส์” ครั้งที่ 5 จ.อุบลราชธานี สุดประทับใจ เน้นเรียบง่าย ภายใต้แนวคิด "สปิริต มิตรภาพ สามัคคี"

(20 ก.พ. 63)​ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขันกีฬา กศน.เกมส์ ครั้งที่ 5 พร้อมมอบเกียรติคุณบัตร นักกีฬาเหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ และผู้สนับสนุนการจัดกีฬา กศน.เกมส์ ครั้งที่ 5 ณ สนามโรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีนายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหาร ครู นักศึกษา กศน.ทั่วประเทศ เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ต้องชื่นชมสำนักงาน กศน.และ กศน.ทั่วประเทศ ที่เห็นความสำคัญของการแข่งขันกีฬา เพราะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ ความรักและเป็นขวัญกำลังใจให้กับชาว กศน.ทั่วประเทศ ทั้งผู้บริหาร ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา นักศึกษา กศน.ทุกคน เพราะกีฬาทำให้เกิดความรัก ความสามัคคี ความมีระเบียบวินัย การปลูกฝังให้รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และเป็นการเสริมสร้างสัมพันธไมตรีอันดีต่อกัน มีน้ำใจ รู้จักเสียสละ มุ่งผลประโยชน์ส่วนรวม มากกว่าประโยชน์ส่วนตน อยู่ภายใต้กติกาที่กำหนด ถือเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไปในอนาคต

“การแข่งขันกีฬามิได้มุ่งหวังแต่ชัยชนะ เพื่อให้ได้รับรางวัลหรือชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมุ่งสร้างคนให้เป็นนักกีฬาอย่างแท้จริง หวังว่าการแข่งขันกีฬา กศน.เกมส์ ครั้งที่ 5 ครั้งนี้ จะเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักศึกษาและเยาวชนต่อไป” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการ กศน. กล่าวว่า การแข่งขันกีฬา กศน.เกมส์ ครั้งที่ 5 ใช้สัญลักษณ์ คือ ผึ้ง เป็นสัญลักษณ์นำโชคการแข่งขันกีฬา เนื่องจากจังหวัดอุบลราชธานีตั้งอยู่บริเวณดงอู่ผึ้ง ซึ่งผึ้งเป็นสัตว์ที่ขยันขันแข็งที่สุดชนิดหนึ่งในโลก อาศัยอยู่ร่วมกันด้วยความสามัคคี เหมือนชาว กศน.ที่มีความขยันขันแข็ง ทุ่มเทเสียสละ รู้รักสามัคคี สร้างงานเพื่อปวงชน อีกทั้งน้ำผึ้ง คือ ผลผลิตที่มีประโยชน์มากมาย เปรียบเสมือนผลผลิตหรือผลงานของชาว กศน.ที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อชุมชน มีคำขวัญการแข่งขันว่า “สปิริต มิตรภาพ สามัคคี”

จากนั้น รมช.ศึกษาธิการ ได้ตีกลองเส็งเปิดการแข่งขันวงดุริยางค์บรรเลงเพลงกราวกีฬาเจ้าหน้าที่เชิญธงกีฬา”กีฬา กศน.เกมส์ ครั้งที่ 5″ ขึ้นสู่ยอดเสา ต่อด้วยพิธีจุดไฟกระถางคบเพลิง นายประกอบ กุลบุตร ที่ปรึกษาสำนักงาน สกสค. กล่าวคำปฏิญาณตน พร้อมชมการแสดง “พลังรัก พลังสามัคคี ONIE GAMES” ครั้งที่ 5

ชมภาพเพิ่มเติม Facebook ศธ.360 องศา

อิชยา กัปปา / สรุป
เครือข่าย กศน. / ภาพถ่าย
บัลลังก์ โรหิตเสถียร / บรรณาธิการข่าว

เสมา3 เดินหน้าดันหลักสูตรนักบริหารเอกชนระดับสูง (นบส.สช.) มุ่งต่อยอดความรู้ ประสบการณ์ รู้เท่าทันโลก สร้างเครือข่ายความร่วมมืออย่างยั่งยืน

(19 ก.พ. 63) ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจราชการและมอบนโยบายการจัดการศึกษา แก่ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ณ โรงเรียนประสิทธิ์ศึกษาสงเคราะห์ ณ อำเภอเมืองฯ จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีนายอุทัย ทองเดช รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ผู้บริหารโรงเรียนเอกชน นักเรียน และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ

ดร.กนกวรรณ กล่าวภายหลังเยี่ยมชมนิทรรศการว่า ขอชื่นชมโรงเรียนเอกชนที่มาร่วมจัดนิทรรศการในวันนี้ เพราะล้วนแล้วแต่นำความเป็นเลิศมาโชว์ เพื่อแสดงถึงศักยภาพของโรงเรียน ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้ผลักดันนโยบายเพื่อพัฒนาบุคลากร การบริหารจัดการและจัดการศึกษา สำหรับครูเอกชนได้สำเร็จไปแล้วในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านสวัสดิการ การจัดสรรงบประมาณ และพัฒนาผู้บริหาร และครูโรงเรียนเอกชน

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายที่อยู่ระหว่างดำเนินการ อาทิ การขอผ่อนผันใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู โรงเรียนเอกชน ได้สั่งการให้ สช.นำเรื่องเสนอที่ประชุมคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) ของคุรุสภา เพื่อพิจารณาขอผ่อนผัน รอบที่ 4 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบข้อมูลครู จำนวน 112 ราย ก่อนนำเสนอที่ประชุม กมว.ต่อไป

อีกโครงการสำคัญที่ตั้งใจมอบให้เป็นขวัญ กำลังใจสำหรับผู้บริหารโรงเรียนเอกชนและครูโรงเรียนเอกชนทุกท่านในปีนี้ คือ การจัดอบรมหลักสูตรนักบริหารเอกชนระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (นบส.สช.) ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสู่ศตวรรษที่ 21 เพื่อพัฒนานักบริหารการศึกษาเอกชนระดับสูงให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มีวิสัยทัศน์ เป็นนักบริหารที่ได้รับการยอมรับและศรัทธาจากบุคลากรที่เกี่ยวข้องด้วยกระบวนการต่อยอดความรู้และประสบการณ์ รู้เท่าทันโลก สร้างเครือข่ายความร่วมมืออย่างยั่งยืน เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยเริ่มรับสมัครในเดือนกุมภาพันธ์ – กลางเดือนมีนาคม และจะเริ่มดำเนินการอบรมในเดือนเมษายน 2563 เป็นต้นไป

รวมทั้งการผลักดันนโยบายการอบรมหลักสูตรครูแบบทางเลือก (Shopping List) ให้กับครูโรงเรียนเอกชนประเภทสามัญศึกษา ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้ครูมีความรู้ พัฒนาทักษะการสอน และสามารถออกแบบการเรียนรู้ สามารถนำไปใช้ในการสอนได้จริง เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาการเรียนการสอนให้น่าสนใจและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยโครงการอบรมดังกล่าวเชื่อมั่นว่าจะเป็นการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรของโรงเรียนเอกชนให้มีศักยภาพ สามารถจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ และได้มาตรฐานยิ่งขึ้นต่อไป” ดร.กนกวรรณ กล่าว

โอกาสนี้ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ได้มอบเกียรติบัตรแก่ผู้บริหารดีเด่น จำนวน 4 ราย และครูดีศรีเอกชน จำนวน 270 รายด้วย

เอื้อมพร สุเมธาวัฒนะ และ กรรณิกา พันธ์คลอง / ข่าว
ปรานี บุญยรัตน์ / ภาพ
บัลลังก์ โรหิตเสถียร / บรรณาธิการข่าว ศธ.360 องศา

เสมา 3 ยกย่อง ครู กศน.เป็นครูพันธุ์พิเศษที่ทำได้ทุกอย่าง

(15 กุมภาพันธ์ 63)​ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ เยี่ยมชมนิทรรศการผลการดำเนินงาน 6G (ดี 6 อย่าง) ของ กศน.อำเภอทั้ง 7 แห่งของจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมทั้งติดตามการดำเนินงานนำนโยบาย กศน. WOW WOW ก้าวสู่ยุคดิจิทัล ไปสู่การปฏิบัติ ณ สำนักงาน กศน.จังหวัดอำนาจเจริญ

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้เห็นถึงความพยายามและความสำเร็จในการขับเคลื่อนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายนักเรียน นักศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบโรงเรียน และประชาชนทั่วไป เกิดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อการพัฒนาอาชีพแก่คนในชุมชน ในรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายที่ประชาชนสามารถเข้ารับบริการได้ตามความต้องการและความพร้อมของตนเอง

ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสทางการศึกษา ก่อให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษาในทุกพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำ ภายใต้ความขาดแคลน ทุ่มเท และเสียสละ เพราะ ครู กศน.เป็นครูพันธุ์พิเศษที่ทำได้ทุกอย่าง จึงต้องพยายามผลักดันแก้ไขปัญหาอุปสรรค​ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับครู​ กศน.ให้ได้สิทธิ์ในการเป็นครู เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานต่อไป

ส่วนการดำเนินงานตามแนวทางการขับเคลื่อน กศน.สู่ กศน.WOW ของสำนักงาน กศน.จังหวัดอำนาจเจริญ ทั้งในส่วนของการพัฒนาครู กศน. ให้เป็นครูมืออาชีพที่มีความรู้สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ให้กับผู้เรียนหรือผู้รับบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงานให้เกิดความรวดเร็ว พัฒนาอาคาร สถานที่ มุมการอ่าน มุมอาชีพ มีบริการอินเทอร์เน็ต และ Wi-fi ฟรี เอื้อต่อการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ใช้นวัตกรรมในการค้าขายสินค้าออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชั่น ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 7 อำเภอ 56 ตำบล พร้อมทั้งตั้งศูนย์บริการความรู้ ศูนย์กิจกรรมครอบคลุมทุกกลุ่มวัย

อิชยา กัปปา / สรุป
ณัฐมน ไทยประสิทธิ์เจริญ / ภาพ

รมช.ศธ.กนกวรรณ ให้นโยบายครูเอกชน ที่อำนาจเจริญ ย้ำพยายามผลักดันสิทธิ์ค่ารักษาพยาบาลให้ครอบคลุมครอบครัว พร้อมแก้ปัญหาหนี้สินครูเอกชน

(15 ก.พ.63) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมโรงเรียนเจริญวิทยา พร้อมมอบนโยบายการจัดการศึกษาแก่ผู้บริหารและบุคลากรสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ณ โรงเรียนเจริญวิทยา จังหวัดอำนาจเจริญ

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ที่ผ่านมาโรงเรียนเอกชนสามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ แบ่งเบาภาระของภาครัฐในการจัดการศึกษาได้เป็นอย่างดี จึงจำเป็นต้องดูแลขวัญกำลังใจครูเอกชน โดยจัดของขวัญปีใหม่ เป็นค่ารักษาพยาบาล 150,000 บาทต่อคนต่อปีเรียบร้อยแล้ว ส่วนข้อเสนอเรื่องการเบิกจ่ายตรงและการให้สิทธิ์รักษาพยาบาลครอบคลุมถึงคนในครอบครัวนั้น ต้องไปศึกษาเพิ่มเติมว่ามีข้อจำกัดด้านใดบ้าง

สำหรับปัญหาหนี้สินครูเอกชน อยู่ระหว่างการหาวิธีเพิ่มเพดานในการกู้เพิ่ม ซึ่งต้องศึกษาให้รอบคอบ เพื่อลดปัญหาการกู้เงินนอกระบบ

นอกจากนี้ ศธ.ยังมีโครงการที่จะพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนเอกชน หลักสูตรการอบรมครูแบบทางเลือก การจัดกิจกรรมเพื่อสร้างเวทีการแสดงออกของนักเรียนเด็กดาวรุ่ง การตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 123 อัตรา เพื่อแก้ปัญหาในการยกระดับคุณภาพการศึกษาเอกชน ยืนยันว่าตนตั้งใจมาแก้ปัญหาด้วยความจริงใจ ยินดีรับข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากทุกช่องทาง เพราะ “กนกวรรณ วิลาวัลย์ สุขก็เห็นหน้า ทุกข์ก็เห็นหน้า ทลายทุกข้อจำกัดในการจัดการศึกษา โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังแม้แต่คนเดียว

สำหรับโรงเรียนเจริญวิทยา ได้มีการจัดการศึกษาให้เด็กและเยาวชนมีความพร้อม ก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างรอบด้าน ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา โดยเฉพาะการสอนปฐมวัยที่ได้นำหลักสูตรภาษาอังกฤษ GrapeSEED และ Pingu’s English เป็นนวัตกรรมหลักสูตรภาษาอังกฤษตามกรอบมาตรฐาน CEER Common European Framework of Reference For Languages สำหรับเด็ก 3-8 ปี ด้วยกระบวนการสอน 4 ขั้นตอน และหลักสูตรบันไดวน (Spiral Curriculm) และกิจกรรมเชิงประสบการณ์ ตามทฤษฎีพหุปัญญาที่จะเข้าถึงเด็กนักเรียนทุกคน มีนักเรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ ครูผู้สอนปรียบเสมือน Trainer เพื่อให้นักเรียน ได้ฝึกฝน ภาษาอย่างแท้จริง

อิชยา กัปปา / สรุป
ณัฐมน ไทยประสิทธิ์เจริญ / ภาพ

เสมา3 ดันอำนาจเจริญ ยืนหนึ่งการบริหารจัดการขยะ มอบ กศน.จัดทำคู่มือคัดขยะ-สร้างชุมชนสะอาด

(14 ก.พ.63) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ตรวจติดตามนโยบายการบริหารการจัดการขยะ และแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ของจังหวัดอำนาจเจริญ ณ โรงเรียนเทศบาลอำนาจเจริญ

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ตนให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการขยะและการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่ง “อำเภอลืออำนาจ” เป็นพื้นที่พิเศษที่ได้ดำเนินการบริหารจัดการขยะ โดยความร่วมมือของทุกภาคส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องการให้ กศน.จังหวัดอำนาจเจริญ นำรูปแบบการบริหารจัดการขยะของอำเภอลืออำนาจ ไปจัดทำคู่มือการบริหารจัดการขยะตามหลักที่ถูกต้อง เพื่อกระจายองค์ความรู้ไปสู่อำเภออื่น ๆ ให้อำนาจเจริญเป็นจังหวัดที่มีระบบการบริหารจัดการขยะที่ดีที่สุดของประเทศ พร้อมทั้งจัดกิจกรรมการสร้างมูลค่าเพิ่มของขยะรีไซเคิล ปลุกจิตสำนึกให้ทุกคนรักษาความสะอาด ปรับทัศนคติเกี่ยวกับขยะมูลฝอย โดยมองว่าขยะมูลฝอยสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้ สามารถเพิ่มมูลค่าและรายได้

สำหรับการจัดการศึกษาของ กศน.จังหวัดอำนาจเจริญ ได้มีการขับเคลื่อนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อการพัฒนาอาชีพแก่คนในชุมชน ในรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายที่ประชาชนสามารถเข้ารับบริการได้ตามความต้องการและความพร้อมของตนเอง ก่อให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษาในทุกพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้เป็นอย่างดี

ที่สำคัญได้มีการประสานงานกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายระดับต่าง ๆ ช่วยกันพัฒนาการศึกษา พัฒนาประชาชน ให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลและสอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 นโยบายไทยแลนด์ 4.0

ตลอดจนวิสัยทัศน์ของจังหวัดอำนาจเจริญ “เมืองธรรมเกษตร เขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง เส้นทางการค้าสู่อาเซียน”

อิชยา กัปปา / สรุป
ณัฐมน ไทยประสิทธิ์เจริญ / ภาพ

คู่รักแห่จดทะเบียนสมรสในงาน Valentine’s Style WOW WOW “รักเกินร้อย @101”

(14 ก.พ. 63) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดกิจกรรมส่งเสริมความรักและความสัมพันธ์ในครอบครัว Valentine’s Style WOW WOW “รักเกินร้อย @101” ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีนายชำนาญ ชื่นตา รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้บริหารในพื้นที่ ข้าราชการ บุคลากร หน่วยงานภาคีเครือข่าย นักศึกษา และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานกว่า 3,000 คน

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า แม้ว่าวันวาเลนไทน์ไม่ได้เริ่มต้นที่ประเทศเรา แต่ความรักเป็นสิ่งดีงาม หากคนทั้งโลกมีความรักให้กัน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่โดยไม่เลือกสัญชาติ ศาสนา โลกเราก็จะมีแต่ความสุข

การที่คนสองคนได้มาพบกัน ถือเป็นพรหมลิขิตและวาสนา จะครองรักครองเรือนให้ยั่งยืนต่อไปตราบนานเท่านาน ต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา พยายามที่จะเข้าใจในกันและกันในแบบที่เป็นอยู่ เพราะทั้งชายและหญิงมาจากต่างครอบครัว ต่างความคิด เมื่อมาอยู่ด้วยกันจะต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่าง ๆ พบกันครึ่งทาง มองเห็นประโยชน์ของคนที่ตนรักมากกว่าของตนเอง มีใจที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา ไม่พยายามทำให้คนรักเกิดความทุกข์ การครองคู่อย่างสมานฉันท์ให้มีความสุข ต้องมีการเข้าใจกัน ไว้ใจกัน นับถือกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และให้อภัยกัน ยกตัวอย่างชีวิตครอบครัว​ของตน​ ที่แม้ว่าเวลาจะผ่านมานาน​ ก็ยังจับมือกันไม่ปล่อย

“สถาบันครอบครัวเป็นสถาบันหลักของสังคม แม้ว่าจะเป็นสถาบันที่เล็กที่สุดของสังคม แต่เป็นสถาบันที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นต้นทางในการเพาะบ่มคน ให้มีคุณภาพ โดยเฉพาะในวัยเด็กที่จะเติบใหญ่ เป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อนประเทศชาติในอนาคต เปรียบเหมือนฐานรากที่แข็งแรง เพื่อให้ประเทศชาติแข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

นางตติยา​ ใจบุญ รักษาการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเผยแพร่ทางการศึกษา​ สํานักงาน​ กศน. กล่าวว่า กิจกรรมส่งเสริมความรักและความสัมพันธ์ในครอบครัว จัดขึ้นตามนโยบายรัฐบาลด้านการพัฒนาคนทุกช่วงวัย โดยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน โดยพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต การสร้างเสริมให้คนมีสุขภาพที่ดี การสร้างความอยู่ดีมีสุขของครอบครัวไทย​

สถาบันครอบครัว เป็นสถาบันพื้นฐานที่เป็นหลักของสังคม แม้ว่าจะเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของสังคม แต่กลับมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะเป็นต้นทางในการเพาะบ่มคนให้มีคุณภาพ โดยเฉพาะในวัยเด็กที่จะเติบใหญ่ เป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อนประเทศชาติในอนาคต เปรียบเหมือนฐานรากที่แข็งแรง เพื่อให้ประเทศชาติแข็งแกร่ง ยั่งยืน

เพื่อสอดรับกับนโยบายและยุทธศาสตร์ดังกล่าว ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด จึงกำหนดจัดกิจกรรมส่งเสริมความรักและความสัมพันธ์ในครอบครัว (วาเลนไทน์ สไตล์ ว้าว ว้าว) เพื่อเป็นการอนุรักษ์และรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของไทยให้สืบทอดต่อไป และยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความรักที่ฝ่ายชายมีต่อฝ่ายหญิง ปฏิบัติที่ถูกต้องตามแบบแผนประเพณีและกฎหมาย เป็นสิริมงคลของการเริ่มต้นการใช้ชีวิตคู่อีกด้วย

ทั้งนี้ การจัดงาน Valentine’s Style WOW WOW “รักเกินร้อย @101” ในวันนี้ มีคู่รักมาจดทะเบียนสมรส จำนวน 101 คู่ และจะได้รับของขวัญชิ้นพิเศษจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ

อิชยา กัปปา / สรุป
ณัฐมน ไทยประสิทธิ์เจริญ / ภาพ

เสมา3 เปิดงานวันการศึกษาเอกชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่อุดรธานี ชูการศึกษาเอกชนทางเลือกสู่อนาคต

(8 ก.พ.63) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานวันการศึกษาเอกชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 4 ประจำปี 2563 (Private Education, Choice of the Future) พร้อมด้วยนายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ. นายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ. นายธีรพงษ์ สารเสน รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายกวินทร์เกียรติ นนธ์พละ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน โดยมีนายวันชัย จันทร์พร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และผู้แทนสมาคมการศึกษาเอกชน ผู้บริหาร ครู นักเรียนโรงเรียนเอกชนจาก 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุม อาคารอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

ดร.กนกวรรณ กล่าวแสดงความชื่นชมครูเอกชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ได้ร่วมพัฒนาการศึกษา และโรงเรียนเอกชนได้สามารถช่วยแบ่งเบาการจัดการศึกษาของรัฐบาล พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมและขอบคุณผู้ที่ได้รับรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติในครั้งนี้ ได้แก่ รางวัล “เข็มสดุดีทองคำ” จำนวน 3 ราย รางวัล “สดุดีครูเอกชน” จำนวน 20 ราย รางวัล “ผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชนดีเด่น” จำนวน 34 ราย และรางวัลเกียรติคุณผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับการศึกษาเอกชน 26 ราย

เป็นระยะเวลา 102 ปี แล้ว ที่การศึกษาเอกชนได้ร่วมสร้างการศึกษา ตลอดจนผู้เรียนที่มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับและเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางเลือกหนึ่ง “Choice of The Future” รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ โดยรัฐมนตรีทั้ง 3 คน ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาของชาติ และน้อมนำการพัฒนาคนตามพระราโชบายของในหลวงรัชกาลที่ 10 สู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษา ทั้งของภาครัฐและภาคเอกชนคู่ขนานกันไป เพราะถือว่าทั้ง 2 ส่วนล้วนมีความสำคัญต่อการพัฒนาคนให้มีศักยภาพในการแข่งขัน มีคุณธรรมมีจริยธรรม และมีความพร้อมอย่างสมบูรณ์สู่ศตวรรษที่ 21

สำหรับงานวันการศึกษาเอกชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 4 ประจำปี 2563 ได้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-8 กุมภาพันธ์ 2563 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการรำลึกถึงความเป็นมาของการศึกษาเอกชนในประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างแนวคิดให้กับครู ผู้บริหารและผู้ปกครองในการพัฒนาการศึกษาเอกชน เพื่อเผยแพร่ความรู้ ความสามารถของนักเรียน ครูและผู้บริหารโรงเรียนเอกชน และเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนเอกชน โดยมีผู้บริหาร ครู นักเรียนนักศึกษา สมาคมและเครือข่ายการจัดการศึกษาเอกชน ผู้ปกครอง และประชาชน จาก 20 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา บึงกาฬ บุรีรัมย์ มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุบลราชธานี รวมทั้งอุดรธานี ให้ความสนใจเข้าร่วมงานกว่า 20,000 คน

กิจกรรมที่สำคัญของงานวันการศึกษาเอกชนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ การมอบรางวัลเกียรติยศให้กับ ครู ผู้บริหารและผู้สนับสนุนการศึกษาเอกชน การแข่งขันทักษะทางวิชาการและสิ่งประดิษฐ์ของนักเรียนโรงเรียนเอกชน การแสดง ทักษะ ความสามารถของนักเรียนดาวรุ่ง โรงเรียนเอกชน การแสดงนิทรรศการแบบมีชีวิตของสถานศึกษาเอกชนทั้งในและนอกระบบ รวมทั้งภาครัฐและเอกชน การเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “การศึกษาเอกชน ทางเลือกที่ดีกว่า” การบรรยายทางวิชาการ และการประกวดสื่อ นวัตกรรมทางการศึกษาของครูและผู้บริหารสถานศึกษา

ข่าว: กรรณิกา พันธ์คลอง. เอื้อมพร สุเมธาวัฒนะ
ภาพ: ประชาสัมพันธ์ สช.