ผลการคัดเลือกประเภทบริหาร ระดับต้น กระทรวงศึกษาธิการ

(24 สิงหาคม 2564) ผลการคัดเลือกข้าราชการ เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้น สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

  1. นายประยูร หรั่งทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
  2. นางวันเพ็ญ บุรีสูงเนิน หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่ง รองศึกษาธิการภาค 6 (ภูเก็ต)
  3. นายสมใจ วิเศษทักษิณ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
  4. นายปราโมทย์ แสนกล้า ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1 ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
  5. นายประพัทธ์ รัตนอรุณ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
  6. นายปรเมศวร์ ศิริรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.กรุงเทพมหานคร ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการ กศน.
  7. นายภูมิพัทธ เรืองแหล่ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 1 ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการ กศน.
  8. นางสาวทรงศรี วิระรังษิยากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดนครราชสีมา ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการ กศน.
  9. นายไสว สารีบท ศึกษาธิการจังหวัดสระแก้ว ดำรงตำแหน่ง รองศึกษาธิการภาค 2 (ปทุมธานี)
  10. นายเจียร ทองนุ่น ศึกษาธิการจังหวัดนครศรีธรรมราช ดำรงตำแหน่ง รองศึกษาธิการภาค 5 (นครศรีธรรมราช)
  11. ว่าที่ร้อยเอก วิสาร ปัญญชุณห์ ศึกษาธิการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดำรงตำแหน่ง รองศึกษาธิการภาค 10 (อุดรธานี)
  12. นายเดช ศิรินาม ศึกษาธิการจังหวัดลำพูน ดำรงตำแหน่ง รองศึกษาธิการภาค 13 (นครราชสีมา)
  13. นายสงวนศักดิ์ เศรษฐีธัญญาหาร ศึกษาธิการจังหวัดพิจิตร ดำรงตำแหน่ง รองศึกษาธิการภาค 17 (พิษณุโลก)
  14. นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  15. นายสง่า แต่เชื้อสาย ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป

รมว.ศธ. สั่งการ สพฐ.-สอศ.ขจัดเครียดเรียนออนไลน์

รมว.ศึกษาธิการ แจงผลวิจัยนักเรียนเครียดเรียนออนไลน์ ลั่น ศธ.ลุยแก้ปัญหาแล้ว สั่ง สพฐ.-สอศ. จี้เขตพื้นที่ฯ ติดตามให้ทุกสถานศึกษา ปฏิบัติตามนโยบายลดเวลาเรียนหน้าจอ-ลดการบ้าน-ลดการสอบ ให้เห็นภาพชัดเจน พร้อมเตรียมเปิดช่องทางรับฟังครูโดยตรง

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงผลการวิจัยของศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (TPAK) สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้สำรวจข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมและผลกระทบจากการเรียนออนไลน์ โดยระบุว่า จำนวนการบ้านมากขึ้น, เด็กมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง, เครียด วิตกกังวล โดยเฉพาะนักเรียนชั้น ป.6 เตรียมศึกษาต่อ ม.1 และ ม.6 เตรียมศึกษาต่อมหาวิทยาลัย เพราะกังวลว่าจะไม่มีโรงเรียนที่ดีรับเข้าเรียนนั้น

ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียนออนไลน์แล้ว เช่น มีนโยบายลดภาระผู้เรียน ทั้งสายสามัญศึกษา และอาชีวศึกษา โดยปรับเปลี่ยนตัวชี้วัดให้นักเรียนได้เรียนในสิ่งที่ต้องรู้ ลดเวลาเรียนหน้าจอ, ให้การบ้านเท่าที่จำเป็น โดยครูแต่ละวิชาร่วมบรูณาการในการให้การบ้าน, การวัดประเมินผลเน้นหลักฐานการเรียนรู้ มากกว่าการสอบ, เลิกใช้ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) เป็นองค์ประกอบของผลการตัดสินจบการศึกษาและการเข้าศึกษาต่อทั้งในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับอุดมศึกษา

นอกจากนี้ รัฐบาลได้มีมาตรการจ่ายเงินเยียวยานักเรียนทุกคน คนละ 2,000 บาท โดยผู้ปกครองรับเงินเต็มจำนวน ขณะเดียวกันกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้สนับสนุนอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์สำหรับการเรียนออนไลน์ด้วย เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนักเรียนและผู้ปกครอง

“สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 บีบบังคับให้การศึกษาไทยเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ระบบการศึกษาทางไกล ซึ่งการสอนออนไลน์ เป็นช่องทางหนึ่งที่ต้องนำมาใช้จัดการศึกษาให้แก่ผู้เรียนในสถานการณ์นี้ ทำให้นักเรียน ครู และผู้ปกครองบางส่วนไม่สามารถปรับเปลี่ยนตนเองได้ทัน ไม่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์ ซึ่ง ศธ.ทราบปัญหาเหล่านี้ โดยมีนโยบาย มาตรการ และแนวปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาให้ทุกกลุ่มมาโดยตลอด ซึ่งสถานศึกษาบางแห่งก็ปรับได้เร็ว แต่บางแห่งก็ไม่ปรับตัว จัดตารางสอนออนไลน์เหมือนที่เรียนในโรงเรียน ไม่ลดเวลาเรียน ครูยังให้การบ้านนักเรียนจำนวนมาก ซึ่งดิฉันได้สั่งการไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ให้กำชับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และติดตามสถานศึกษาเป็นรายโรงเรียน ได้ปฏิบัติตามนโยบายลดภาระผู้เรียน ซึ่งที่ผ่านมาทั้ง สพฐ. และ สอศ.ได้ประกาศแนวปฏิบัติการจัดการเรียนการสอนและการวัดประเมินผลที่ยืดหยุ่นในสถานการณ์โควิด 19 ไปแล้ว

โดยหลังจากนี้ เวลาเรียนหน้าจอ และการบ้านของนักเรียน ต้องลดลงอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม ซึ่งเร็ว ๆ นี้ ดิฉันจะเปิดช่องทางรับฟังปัญหาจากครูโดยตรง เพื่อให้ครูสามารถสะท้อนปัญหาการทำงานที่เกิดขึ้นจริงในบริบทที่แตกต่างกัน โดย ศธ.จะรับไปพัฒนาแนวทางช่วยเหลือให้มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับแต่ละบริบทต่อไป” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

ชงปรับแผนทดลองใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ

“ตรีนุช” ห่วงการทดลองใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในสถานการณ์โควิด 19 คณะกรรมการอำนวยการพัฒนาหลักสูตรฯ ชง กพฐ.ปรับแผนปฏิบัติการใหม่ ใช้เวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2565-2567 เพิ่มสมรรถนะเป็น 6 ด้าน แต่ใช้เวลาเรียนลดลง

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้กำหนดแผนปฏิบัติการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ ซึ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องขณะนี้ ตนมีความห่วงใยนักเรียนและครู จึงได้หารือกับคณะกรรมการอำนวยการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และเห็นควรปรับแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อไม่ให้เป็นภาระเพิ่มสำหรับครู โดยยังคงเดินหน้าปฏิรูปหลักสูตร ให้การศึกษาพัฒนาเด็กไทยให้มีความรู้ เจตคติและทักษะให้ทำงานเป็น ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสังคมได้ดี

สำหรับแผนปฏิบัติการที่ได้ปรับปรุงใหม่ มีสาระสำคัญ ดังนี้

ประการแรก วางแผนนำหลักสูตรฐานสมรรถนะไปใช้ในกรอบเวลา 3 ปี คือ ปีการศึกษา 2565 ศธ.เริ่มใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ สำหรับระดับประถมศึกษา ในโรงเรียนที่มีความพร้อม ปีการศึกษา 2566 หลักสูตรฐานสมรรถนะระดับมัธยมศึกษา ในโรงเรียนที่มีความพร้อมและทุกโรงเรียนในระดับประถมศึกษา ปีการศึกษา 2567 ใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในโรงเรียนทุกโรง

ประการที่สอง ปรับปรุงสมรรถนะ โดยพิจารณาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของเด็กไทยในโลกปัจจุบัน จากเดิมมีสมรรถนะ 5 ด้าน ปรับเป็นมีสมรรถนะ 6 ด้าน ประกอบด้วย 1) การจัดการตนเองอย่างมีสุขภาวะ 2) การคิดขั้นสูงและการเรียนรู้ 3) การสื่อสารด้วยภาษา 4) การจัดการและการทำงานเป็นทีม 5) การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง 6) การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน โดยเน้นมิติด้านคุณธรรม จริยธรรม รวมถึงคุณค่าของประวัติศาสตร์และความเป็นไทยมากขึ้น ซึ่งการเพิ่มสมรรถนะ “การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน” เพื่อให้เด็กไทยมีสมรรถนะทั้งด้านวิทยาศาสตร์ รู้เท่าทันเทคโนโลยีดิจิทัล และอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน

หลักสูตรฐานสมรรถนะใหม่นี้ แตกต่างจากเดิมในสาระสำคัญ เช่น ช่วงชั้นประถมศึกษาตอนต้น หรือชั้น ป.1-ป.3 เวลาเรียนลดลงจาก 1,000 ชั่วโมงเป็น 800 ชั่วโมง ปลดล็อกด้านตัวชี้วัด เด็กเรียน 7 สาระการเรียนรู้ แทน 8 สาระการเรียนรู้ เป็นต้น ทั้งนี้ คณะกรรมการอำนวยการปรับปรุงหลักสูตรฯ จะนำแผนที่ปรับเปลี่ยนใหม่ดังกล่าว เสนอต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ในวันที่ 13 สิงหาคมนี้ คาดว่าจะจัดให้นำร่องทดลองใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ได้ประมาณวันที่ 1 กันยายน 2564 โดยจะทยอยเผยแพร่คู่มือ หลักสูตร ที่มีตัวอย่างสถานการณ์และกิจกรรมการเรียนรู้ที่ปรับใช้ในพื้นที่ และในรูปแบบการสอนออนไลน์ได้

ข่าวดี “ตรีนุช” สั่ง สพฐ.ต่อสัญญาจ้างครูวิทย์-คณิต 1,964 คน

รมว.ศึกษาธิการ เห็นใจรับฟังความเดือดร้อนครูวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ โครงการครูคลังสมอง สั่ง สพฐ. ต่อสัญญาครูลูกจ้างชั่วคราว 1,964 คน ก่อนสิ้นสุดโครงการวันที่ 30 ก.ย.นี้ ให้ความมั่นใจไม่ทิ้งใคร

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตนได้รับหนังสือเรียกร้องจากกลุ่มเพื่อนครูลูกจ้างชั่วคราว ในตำแหน่งบุคลากรวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ โครงการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษากิจกรรมครูคลังสมอง ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขอให้ทบทวนคำสั่ง สพฐ. ด่วนที่สุด ที่ ศธ.04010/ว.34 ลงวันที่ 7 ม.ค.2564 ที่ระบุว่า โครงการดังกล่าวจะสิ้นสุดการจัดสรรงบประมาณในวันที่ 30 ก.ย.2564 ซึ่งส่งผลให้ไม่มีการต่อสัญญาจ้าง ทำให้บุคลากรกลุ่มนี้ จำนวน 1,964 คน ตกงานทันที

โดยตนได้หารือกับ ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แล้วเห็นว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19 ทำให้ สพฐ.ต้องเลื่อนการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กลุ่มทั่วไป ประจำปี 2564 ออกไป ส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินการบรรจุครูผู้ช่วยได้ทันในการเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 นี้ และจะมีโรงเรียนจำนวนหนึ่งที่จ้างครูกลุ่มนี้ปฏิบัติการสอน หากสิ้นสุดสัญญาจ้างในวันที่ 30 ก.ย.จะไม่มีครูสอนต่อเนื่อง ดังนั้น จึงเห็นควรให้จ้างลูกจ้างชั่วคราว ในตำแหน่งบุคลากรวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ โครงการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา กิจกรรมครูคลังสมอง สพฐ.ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบันต่อ

“ดิฉันได้ตรวจสอบการจ้างลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งบุคลากรวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ โครงการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษากิจกรรมครูคลังสมอง พบว่า เป็นโครงการที่มุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษาวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ให้แก่นักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา และโรงเรียนมัธยมศึกษา ขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่ขาดแคลนครูวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ซึ่งสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาคัดเลือก โดยดำเนินโครงการมา 3 ระยะ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2556 และจะสิ้นสุดโครงการในปีงบประมาณ 2564 หรือวันที่ 30 ก.ย.นี้

ซึ่งตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา ครูกลุ่มนี้จัดการสอนได้ดีบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ ถ้าต่อสัญญาจ้างเด็กก็จะมีครูสอนอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งหากครูไม่ได้รับการต่อสัญญาจ้างในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ก็น่าเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่ง ศธ.จะช่วยเหลือครูบุคลากรไม่ทอดทิ้งใคร ทุกคนได้ต่อสัญญาจ้างแน่นอน และการต่อสัญญาจ้างนี้ก็จะทำให้ครูมีคุณสมบัติครบในการสมัครสอบบรรจุตำแหน่งครูผู้ช่วยตาม ว 16 กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ซึ่งเป็นการสอบเฉพาะกลุ่มสัญญาจ้างที่ปฏิบัติหน้าที่สอนอยู่ในสถานศึกษาสังกัด สพฐ.ไม่น้อยกว่า 3 ปี” รมว.ศธ. กล่าว

สพฐ.เร่งจัดสรรงบประมาณค่าจ้างผู้ปฏิบัติงาน และงบสนับสนุนค่าใช้จ่ายการจัดการศึกษา

(4 สิงหาคม 2564) นางเกศทิพย์ ศุภวานิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ และโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2564 เป็นค่าจ้างผู้ปฏิบัติงานให้ราชการสำหรับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียน พร้อมเงินเพิ่มพิเศษชดเชยเงินสมทบกองทุนประกันสังคม รวมทั้งสิ้นกว่า 1 พันล้านบาท (1,021,367,300 บาท) แล้ว จำนวน 45,553 อัตรา ดังนี้

  • ครูรายเดือนแก้ไขปัญหาสถานศึกษาขาดแคลนครูขั้นวิกฤต 5,916 อัตรา
  • บุคลากรสนับสนุนการปฏิบัติงานในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 810 อัตรา
  • บุคลากรที่ปฏิบัติงานในสำนักงานเขตฯ ที่ตั้งใหม่และขาดแคลน 331 อัตรา
  • ครูดูแลนักเรียนประจำพักนอน 133 อัตรา
  • เจ้าหน้าที่ประจำห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ 151 อัตรา
  • นักการภารโรง 11,173 อัตรา
  • พนักงานจ้างเหมาบริการธุรการโรงเรียน 15,988 อัตรา
  • ธุรการโรงเรียน 11,051 อัตรา

ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า สพฐ.จะเร่งจัดสรรลงไปสู่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต่าง ๆ โดยเร็ว นอกจากนี้ ยังได้จัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่เกี่ยวข้องกับเด็กนักเรียน อาทิ ค่าหนังสือเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และค่าจัดการเรียนการสอน ให้แก่โรงเรียนในสังกัด สพฐ. ทั้งที่เป็นโรงเรียนปกติทั่วไป จำนวน 29,397 โรง และโรงเรียนสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ และโรงเรียนเฉพาะความพิการ) จำนวน 100 โรง รวมทั้งสิ้น 29,497 โรง ภายใต้วงเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท เพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาของเด็กและเยาวชนต่อไป

ขอบคุณข้อมูล: สพฐ.

เสมา 2 เปิดประชุมออนไลน์ “เด็กไทยวิถีใหม่ อ่านออกเขียนได้ทุกคน”

(30 มิถุนายน 2564) คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมสื่อสารสร้างความรู้ความเข้าใจการขับเคลื่อนนโยบาย “เด็กไทยวิถีใหม่ อ่านออกเขียนได้ทุกคน” เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันระดับนานาชาติ ณ ห้องประชุมอาคารราชวัลลภ โดยมีนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, นายกวินทร์เกียรติ นนธ์พละ รองเลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต ผู้อำนวยการสถานศึกษาที่เปิดสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ศึกษานิเทศก์ที่รับผิดชอบงานภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การวัดและประเมินผล รวมถึงครูผู้สอนภาษาไทย คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันสำคัญที่กระทรวงศึกษาธิการจะขับเคลื่อนและส่งเสริมและพัฒนาการเรียนการสอนภาษาไทย คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน การคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการคิดอย่างมีวิจารณญาณ โดยเชื่อมโยงความรู้กับกระบวนการเรียนรู้ และการจัดกิจกรรมส่งเสริมผู้เรียนให้มีการพัฒนาทักษะไปสู่ศตวรรษที่ 21 และการเตรียมความพร้อมการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล ปี 2564 (Programme for International Student Assessment หรือ PISA)

โดยตั้งเป้าหมายความสำเร็จไว้ เพื่อให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 3 ทุกคน อ่านออกเขียนได้ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – 5 อ่านคล่องเขียนคล่อง และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 6 มีสมรรถนะการอ่านขั้นสูง ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนและขับเคลื่อนการศึกษาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา โดยเฉพาะการพัฒนาด้านการใช้ภาษาไทยที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของชาติ เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เพื่อพัฒนาความรู้ พัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์และสร้างสรรค์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ตลอดจนการนำไปใช้ในการพัฒนาอาชีพต่อไป

สำหรับการดำเนินการขับเคลื่อนนโยบาย “เด็กไทยวิถีใหม่ อ่านออกเขียนได้ทุกคน” เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันระดับนานาชาติ แบ่งการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ คือ

  • ระยะที่ 1 การประชุมสื่อสารสร้างความรู้ความเข้าใจ ในการขับเคลื่อนนโยบาย และการอบรมวิทยากรแกนนำ
  • ระยะที่ 2 การอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับครูผู้สอนทุกโรงเรียน
  • ระยะที่ 3 การขยายผลสู่ครูผู้สอนทุกคนในโรงเรียน และติดตามการนำองค์ความรู้สู่การปฏิบัติ

สำหรับวันนี้เป็นการประชุมสื่อสารสร้างความรู้ความเข้าใจการขับเคลื่อนนโยบาย “เด็กไทยวิถีใหม่ อ่านออกเขียนได้ทุกคน” โดยมีคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาให้ความรู้ทางด้านภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการวัดและประเมินผล รวมถึงการเตรียมความพร้อมการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (PISA 2022) เทคนิคการพัฒนาสมรรถนะการอ่านและการประเมินสมรรถนะความฉลาดรู้ ทั้ง 3 ด้านตามแนวทาง PISA

อิชยา กัปปา / สรุป
อธิชนม์ สลางสิงห์ / ภาพ

รมว.ศธ.ประกาศเดินหน้าปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

รมว.ศธ. “ตรีนุช เทียนทอง” ประกาศเดินหน้าปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เน้นการพัฒนาสมรรถนะเด็กไทย ให้คิดเป็นทำเป็น เข้าใจรากฐานวิถีชีวิตแบบไทย เป็นพลเมืองดี ร่วมสร้างสรรค์สังคม

(17 มิถุนายน 2564) น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ณ ห้องประชุมจันทรเกษม กระทรวงศึกษาธิการ ว่า คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตร ได้กำหนดแนวทางการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยจะมุ่งที่การพัฒนาสมรรถนะของเด็กไทยใน 5 ด้าน ได้แก่ การจัดการตนเอง การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การคิดขั้นสูง การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง

โดยคณะกรรมการฯ จะจัดทำเป็นกรอบหลักสูตร (Framework) ที่จะเปิดโอกาสให้โรงเรียนสามารถนำไปจัดทำเป็นหลักสูตรสถานศึกษา ที่สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียน ซึ่งมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ได้ แต่จะมีจุดร่วมกันในการสร้างสมรรถนะ ซึ่งโรงเรียนต้องมีการปรับวิธีการเรียนการสอนใหม่ โดยใช้กระบวนการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อกระตุ้นให้นักเรียน ได้คิด ตั้งคำถาม และค้นหาคำตอบด้วยตนเอง ไม่ใช่กระบวนการสอนทางเดียวแบบเดิม

ตัวอย่างเช่น การเรียนรู้ความเป็นพลเมืองที่ดี นักเรียนจะต้องเรียนรู้จากสถานการณ์จริง โดยเรียนรู้จากกิจกรรมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนของตนเอง ไม่ใช่การเรียนรู้จากตำราแบบเดิมที่เด็กจะไม่มีความเข้าใจอย่างแท้จริง หรือตัวอย่างการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ นักเรียนจะไม่เพียงเรียนรู้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไร เมื่อใด แต่ต้องมีกระบวนการในการคิด วิเคราะห์ และร่วมอภิปราย เพื่อให้สามารถเข้าใจเหตุผล เรียนรู้บทเรียนที่เกิดขึ้นในอดีต และนำมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างเหมาะสม

ในส่วนที่มีหลายท่านกังวลว่า หลักสูตรใหม่จะขาดความเข้มข้นในการถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียน อยากทำความเข้าใจว่า ความรู้ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้เกิดสมรรถนะ แต่กระบวนการเรียนรู้จะไม่ได้เริ่มจากการให้ความรู้ก่อน แต่จะเริ่มจากกระบวนการคิด การตั้งคำถาม และการกระตุ้นความสนใจของนักเรียนก่อน เมื่อนักเรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้แล้ว เขาก็จะค้นหาความรู้และคำตอบได้ด้วยตัวเอง ซึ่งกระบวนเหล่านี้จะทำให้เด็กมีการพัฒนาอย่างแท้จริง

รมว.ศธ. กล่าวด้วยว่า การปรับหลักสูตรครั้งนี้ จะเห็นได้ว่าครูต้องมีการปรับวิธีการเรียนการสอนครั้งใหญ่ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้เตรียมการรองรับในการพัฒนาครู ให้พร้อมกับหลักสูตรใหม่นี้ โดยจะเน้นการพัฒนาทั้งระบบโรงเรียน (School Base Development) โดยครูจะได้เรียนรู้และพัฒนาจากห้องเรียนจริง จะไม่ใช่การนำครูมาอบรมนอกห้องเรียนแบบเดิม ๆ และผู้อำนวยการโรงเรียนจะทำหน้าที่เป็นผู้นำด้านวิชาการของโรงเรียน ในการพัฒนาการเรียนการสอนทั้งระบบ

นอกจากนี้ จะได้นำโรงเรียนที่มีการจัดการเรียนการสอนที่ดี มาเป็นต้นแบบในการเรียนรู้ และจัดระบบสนับสนุนด้านวิชาการจากทีมวิชาการของกระทรวงศึกษาธิการ และมหาวิทยาลัยในแต่ละพื้นที่ ที่จะร่วมมือกันในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนของโรงเรียนให้ดียิ่งขึ้น

ในปีการศึกษานี้ กระทรวงศึกษาธิการจะจัดให้มีการวิจัยและทดลองใช้หลักสูตรแบบใหม่ในโรงเรียนนำร่อง ซึ่งอยู่ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จำนวน 286 แห่ง ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการวิจัยครั้งนี้ จะนำเข้าสู่คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตร เพื่อพัฒนาหลักสูตรให้มีความสมบูรณ์ที่สุด ก่อนที่จะมีการประกาศใช้จริงในปี พ.ศ.2565

สำหรับท่านที่สนใจ สามารถติดตามความคืบหน้าของการพัฒนาหลักสูตรได้ที่เว็บไซต์ cbethailand.com หรือ facebook : CBE thailand

รมว.ศธ.มอบนโยบายผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ครั้งที่ 2/2564

รมว.ศธ.”ตรีนุช เทียนทอง” มอบนโยบายผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ย้ำให้จัดโรงเรียนการศึกษาที่มีความยืดหยุ่น ตามบริบทและพื้นที่ มีความรู้ทั้งองค์ความรู้และทักษะชีวิต ให้เด็กมีความสุขในการเรียน

(9 มิถุนายน 2564) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานการประชุมทางไกลผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ครั้งที่ 2/2564 เพื่อมอบนโยบายการจัดการศึกษาเร่งด่วน (Quick Win) ที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) พร้อมด้วยผู้บริหาร สพฐ. ร่วมชี้แจงแนวทางการจัดการเรียนการสอนภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ถ่ายทอดสดจากห้องประชุม สพฐ.

รมว.ศธ. กล่าวว่า ได้ฝากการทำงานในเรื่องของการจัดการเรียนการสอน 5 รูปแบบ เนื่องจากแต่ละโรงเรียนมีความหลากหลาย จึงขอเน้นในเรื่องของการยืดหยุ่น ปรับการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับบริบทและพื้นที่ เพื่อให้นักเรียนได้ประโยชน์สูงสุดจากการเรียนที่มีคุณภาพ ได้รับความรู้ทั้งองค์ความรู้และทักษะชีวิต เนื่องจากสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปทำให้เด็กไม่สามารถเรียนในรูปแบบปกติได้ อาจทำให้ไม่สามารถเรียนรู้องค์ความรู้ได้ทั้งหมด

ดังนั้น ในส่วนนี้ก็จะไปเชื่อมโยงกับการจัดทำ “หลักสูตรฐานสมรรถนะ” ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนกระบวนการปรับปรุงเพื่อให้พร้อมใช้ในปีการศึกษา 2565 โดยหลักสูตรฐานสมรรถนะจะมีเรื่องของการเรียนแบบ Active Learning ที่จะเชื่อมโยงกับทักษะชีวิต ซึ่งในโรงเรียนหลายแห่งมีพื้นที่การเกษตร ก็จะได้ทำในส่วนนี้อยู่แล้ว คุณครูสามารถนำกิจกรรมเหล่านี้มาเชื่อมโยงกับการสอนได้ เช่น คุณครูอาจจะนำสถานการณ์โควิด 19 เข้ามาเชื่อมโยงให้เด็กเขียนเรียงความ หรือเล่าเรื่องราวว่าชีวิตของเขาเปลี่ยนไปอย่างไร เด็กได้เรียนรู้อะไรจากสถานการณ์เหล่านี้ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงไปกลุ่มสาระวิชาต่าง ๆ เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สุขศึกษา เป็นต้น

ในเรื่องของวัคซีน เนื่องจากคุณครูเป็นบุคลากรที่สำคัญและมีความใกล้ชิดกับนักเรียน ที่ผ่านมาผู้บริหาร ศธ.ได้มีการพูดคุยกันตลอด และได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีให้ทราบ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้การฉีดวัคซีนกับครู เป็นเรื่องสำคัญเป็นอันดับแรก ๆ แต่เนื่องจากจำนวนวัคซีนที่คลาดเคลื่อนจากกำหนด ศธ.จึงได้มีการปรับแผนเพื่อให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ โดยเร่งฉีดในพื้นที่สีแดงเข้มก่อน แล้วจึงทยอยฉีดต่อไปจนครบทุกพื้นที่

ส่วนเรื่องของความปลอดภัยในสถานศึกษา ศธ.ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของครูและนักเรียน แต่เนื่องจากขณะนี้อยู่ในสถานการณ์โควิด 19 จึงจะเน้นในเรื่องความปลอดภัยทางด้านนี้ก่อนเป็นอันดับแรก โดยดำเนินการตามมาตรการของ ศบค.อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะโรงเรียนที่จะต้องเปิดเรียนแบบ On Site ขอให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขตพื้นที่ ได้กำชับกับทางโรงเรียนให้ดำเนินการตามมาตรการของ ศบค. อย่างเคร่งครัดด้วย สิ่งนี้จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครองได้ เช่นเดียวกับเรื่องของการลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครอง ในสถานการณ์เช่นนี้ ศธ.มีความเข้าใจ และอยากจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยแบ่งเบาภาระให้ผู้ปกครอง

รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า เนื่องจากว่าเราจะยังคงต้องอยู่กับโควิด 19 ต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง ขอให้ทุกคนเตรียมความพร้อมในเรื่องของการจัดการเรียนรู้แบบต่าง ๆ ให้มีความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคน ทั้งคุณครู บุคลากร ผู้บริหารโรงเรียน รวมถึงสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายในหลายเรื่องและอุปสรรคต่าง ๆ ที่จะต้องเกิดขึ้น

สิ่งสำคัญ คือ ต้องมีความยืดหยุ่นตามบริบทและพื้นที่ ต้องไม่ตึงหรือเข้มงวดจนเกินไป เพื่อให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้แบบ New Normal โดยไม่เครียดจนเกินไป ขอให้แต่ละเขตฯ พิจารณาให้เหมาะสมกับพื้นที่ของตนเอง เพราะสุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ในรูปแบบใดก็ตาม สิ่งสำคัญ คือ เด็กต้องมีความสุข เพราะหากเด็กไม่มีความสุข ก็ถือว่ายังไม่ตอบโจทย์การเรียนรู้ได้อย่างแท้จริง

ในช่วงเวลานี้ เราจึงต้องช่วยกันคิดว่าจะทำให้เกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างไร เพราะทุกคนคือฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยกันขับเคลื่อนการศึกษาต่อไปได้ เด็กคืออนาคตของชาติ หากเราขาดความร่วมมือร่วมใจกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์เช่นนี้ เราก็คงไม่อาจก้าวข้ามอุปสรรคไปด้วยกันได้ ในส่วนนี้ ศธ.พยายามจะช่วยเหลือทุกอย่างเท่าที่ทำได้ หากมีประเด็นอะไรที่ต้องการจะทำ หรือไม่เข้าใจแนวคิดในด้านใด ทางกระทรวงยินดีที่จะช่วยกันสนับสนุน เพื่อให้เกิดการพัฒนาร่วมกันต่อไปได้

นายอัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ. ได้ชี้แจงในประเด็นการจัดการเรียนการสอนภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ตัวชี้วัดและเป้าหมายการดำเนินงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา นโยบายเร่งด่วนการจัดการศึกษา และการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณภาพชุมชน

นายกวินทร์เกียรติ นนธ์พละ รองเลขาธิการ กพฐ. ชี้แจงเรื่องการออกอากาศช่องทีวีดิจิทัลเพื่อการศึกษา ชุดสื่อ 60 และ 65 พรรษาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โครงการโรงเรียนร่วมทดลองการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์ โครงการทดลองเรียนภาษาต่างประเทศโดยใช้รูปแบบการสื่อสารสองทางจากครูชาวต่างชาติและครูไทยที่มีวิธีการสอนที่เป็นเลิศ ระดับมัธยมศึกษา โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ ทิศทางการบริหารงานบุคคลของโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย รวมถึงแนวปฏิบัติการนับเวลาเรียน การสอนชดเชย การจัดทำเอกสารหลักฐานการศึกษา ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 และการพัฒนาสมรรถนะการอ่านขั้นสูง ตามนโยบาย “เด็กไทยวิถีใหม่ อ่านออก เขียนได้ทุกคน” เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันระดับนานาชาติ

นายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการ กพฐ. ชี้แจงเรื่องการเปิดภาคเรียน การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ การรายงานการตรวจสอบข่าวปลอม และระบบ e-Saraban ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการ กพฐ. ชี้แจงเรื่องการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ ปีงบประมาณ พ.ศ.2564 การรายงานข้อมูลจำนวนนักเรียนประจำพักนอน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 รวมถึงโครงการอารยเกษตร สืบสาน รักษา ต่อยอด ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงด้วย โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง สร้างความเข้าใจและชี้แจงแนวทางการบริหารจัดการโครงการโรงเรียนขนาดเล็ก การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ITA Online ปี 2564) และพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา

นายนิพนธ์ ก้องเวหา ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. ชี้แจงเรื่องการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา และการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. ปี พ.ศ. 2564

#ทีมโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ

“ตรีนุช” ตรวจสนามสอบ ม.1 โรงเรียนสตรีวิทยา 2 ราบรื่นดี

รมว.ศึกษาธิการ พร้อมที่ปรึกษาฯ และเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจสนามสอบเข้าเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนสตรีวิทยา 2 ผู้ปกครองมั่นใจมาตรการป้องกันโควิด 19 ย้ำโรงเรียนไม่เรียกเก็บเงินค่ากิจกรรมที่ไม่ได้จัดให้

เมื่อวันเสาร์ที่ 22 พ.ค.2564 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมสนามสอบนักเรียนชั้น ม.1 ที่โรงเรียนสตรีวิทยา 2 เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ตนและคณะผู้บริหารเป็นห่วงการสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียนชั้น ม.1 ของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกสาม ที่ยังมีความรุนแรงในหลายพื้นที่

โรงเรียนสตรีวิทยา 2 มีเด็กมาสอบ 831 คน จึงกังวลใจ แต่เมื่อได้มาตรวจความเรียบร้อย พบว่าผู้อำนวยการโรงเรียน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 ได้เตรียมกระบวนการคัดกรอง และจัดสอบตามมาตรการที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กำหนด มีการให้เด็กลงทะเบียนใน ไทยเซฟไทย ของกรมอนามัย ซึ่งเป็นการกลั่นกรองเบื้องต้นทางออนไลน์ มีการเตรียมแยกห้องสอบสำหรับเด็กที่มีความเสี่ยงสูง ครอบครัวติดโควิด แต่ที่โรงเรียนสตรีวิทยา 2 ไม่มีเด็กกลุ่มนี้ มีการแบ่งทางเข้า-ออก สำหรับนักเรียนและผู้ปกครอง ไม่ให้แออัด มีการเว้นระยะห่าง (Social Distancing) และจากการพูดคุยกับผู้ปกครองและนักเรียน ทราบว่ามั่นใจในมาตรการดำเนินการของทางโรงเรียน การจัดสอบเป็นไปด้วยความราบรื่นเรียบร้อย

สำหรับการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 เนื่องจากโรงเรียนสตรีวิทยา 2 อยู่ในพื้นที่สีแดงเข้ม ตามประกาศของ ศบค.ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียนได้ (On-Site) แต่สามารถสอนทางไกลได้ 4 รูปแบบ คือ On-Air เรียนผ่าน DLTV, On-Demand เรียนผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ, Online เรียนผ่านอินเทอร์เน็ต, On-Hand เรียนที่บ้านด้วยเอกสาร เช่น หนังสือ แบบฝึกหัดใบงาน โดยส่งทางไปรษณีย์

จากการสอบถามผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวิทยา 2 พบว่า ทางโรงเรียนมีความพร้อมที่จะจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ในวันที่ 1 มิ.ย.2564 เนื่องจากมีประสบการณ์สอนออนไลน์ในปีที่ผ่านมาแล้ว และมีความพร้อมในระดับดีเยี่ยม โดยจะขออนุญาตจาก ศบค.กทม.ก่อน ส่วนการเก็บค่าธรรมเนียมการเรียนของนักเรียนนั้น ศธ.ประกาศไปแล้วว่า ทั้งโรงเรียนรัฐและเอกชน กิจกรรมใดที่ยกเลิกไป หรือไม่ได้จัดให้แก่นักเรียน ไม่ให้เรียกเก็บเงิน ขอความร่วมมือคืนเงินให้แก่ผู้ปกครองที่เรียกเก็บเงินไปแล้วด้วย

ทั้งนี้ ปีการศึกษา 2564 มีโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ที่เปิดสอนชั้น ม.1 ทั่วประเทศ จำนวน 9,310 โรงเรียน จัดสอบคัดเลือก 366 โรงเรียน โดยส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนสมัครเกินจำนวนที่รับได้ สำหรับในกรุงเทพฯ มีโรงเรียนที่เปิดสอนชั้น ม.1 จำนวน 119 โรงเรียน สอบคัดเลือก 47 โรงเรียน มีนักเรียนเข้าสอบ 28,907 คน ส่วนโรงเรียนสตรีวิทยา 2 สมัครสอบ 831 คน รับได้ 542 คน ประกาศผลวันที่ 24 พ.ค. ทั้งนี้ นักเรียนที่สอบไม่ได้และประสงค์เรียนในโรงเรียนสังกัด สพฐ. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะจัดหาที่เรียนได้ในวันที่ 25-27 พ.ค.ตามพื้นที่ที่สมัครสอบ ขอให้ความมั่นใจว่าทุกคนมีที่เรียนแน่นอน

ภาพ : ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี

ศธ.เชิญดาวน์โหลดไฟล์สื่อ 65 พรรษาฯ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

“ตรีนุช” ปลื้มปิติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานอนุญาตให้เผยแพร่สื่อ 65 พรรษาฯ ชั้น ม.1-ม.3 ในคลังสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สพฐ. พร้อมเปิดให้ดาวน์โหลดไฟล์ที่ contentcenter.obec.go.th

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19 ทำให้การเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 ต้องเลื่อนออกไป

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จึงได้ร่วมมือกันจัดทำและขอพระราชทานพระราชานุญาตสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เผยแพร่สื่อ 65 พรรษา เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ดำเนินการตามพระราชดำริของพระองค์ท่าน ลงในคลังสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สพฐ. (OBEC Content Center) เป็นคลังความรู้ ให้แก่ครูผู้สอน และนักเรียน ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยขณะนี้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้พระราชทานพระราชานุญาตแล้ว

ดังนั้น ครูผู้สอน นักเรียน ศึกษานิเทศก์ ทุกสังกัดทั่วประเทศ และผู้สนใจ สามารถดาวน์โหลดไฟล์สื่อ 65 พรรษาฯ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ได้แล้ว ทาง https://contentcenter.obec.go.th

“สื่อ 65 พรรษาฯ เป็นสื่อที่พัฒนาขึ้นตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2563 ในวโรกาสทรงมีพระชนมายุ 65 พรรษา เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ และพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยได้จัดทำสื่อการเรียนรู้ เป็นชุดการเรียนรู้สมบูรณ์แบบ (Comprehensive Learning Package) สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัด สพฐ.โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน สังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน โรงเรียนพระปริยัติธรรม สังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และโรงเรียนเอกชน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สื่อ 65 พรรษาฯ นี้ เน้นการใช้บริบทชีวิตจริงของผู้เรียนและชุมชนเป็นฐานในการเรียน ทำการบูรณาการสาระตามหลักสูตรให้เชื่อมโยงกับการดำรงชีวิตทั้งปัจจุบันและอนาคต ตามแนวพระราชดำริที่ทรงแนะนำให้ใช้โครงการศึกษาทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ และสอดคล้องกับหลักสูตรที่อิงมาตรฐานและเชื่อมโยงไปสู่สมรรถนะ รวมถึงเน้นการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมผู้เรียนรอบด้าน ทั้งยังส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถค้นคว้าต่อเนื่องในลักษณะการเรียนรู้ตามความสนใจได้” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว