เสมา 2 เปิดประชุมออนไลน์ “เด็กไทยวิถีใหม่ อ่านออกเขียนได้ทุกคน”

(30 มิถุนายน 2564) คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมสื่อสารสร้างความรู้ความเข้าใจการขับเคลื่อนนโยบาย “เด็กไทยวิถีใหม่ อ่านออกเขียนได้ทุกคน” เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันระดับนานาชาติ ณ ห้องประชุมอาคารราชวัลลภ โดยมีนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, นายกวินทร์เกียรติ นนธ์พละ รองเลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต ผู้อำนวยการสถานศึกษาที่เปิดสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ศึกษานิเทศก์ที่รับผิดชอบงานภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การวัดและประเมินผล รวมถึงครูผู้สอนภาษาไทย คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันสำคัญที่กระทรวงศึกษาธิการจะขับเคลื่อนและส่งเสริมและพัฒนาการเรียนการสอนภาษาไทย คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน การคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการคิดอย่างมีวิจารณญาณ โดยเชื่อมโยงความรู้กับกระบวนการเรียนรู้ และการจัดกิจกรรมส่งเสริมผู้เรียนให้มีการพัฒนาทักษะไปสู่ศตวรรษที่ 21 และการเตรียมความพร้อมการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล ปี 2564 (Programme for International Student Assessment หรือ PISA)

โดยตั้งเป้าหมายความสำเร็จไว้ เพื่อให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 3 ทุกคน อ่านออกเขียนได้ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – 5 อ่านคล่องเขียนคล่อง และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 6 มีสมรรถนะการอ่านขั้นสูง ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนและขับเคลื่อนการศึกษาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา โดยเฉพาะการพัฒนาด้านการใช้ภาษาไทยที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของชาติ เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เพื่อพัฒนาความรู้ พัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์และสร้างสรรค์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ตลอดจนการนำไปใช้ในการพัฒนาอาชีพต่อไป

สำหรับการดำเนินการขับเคลื่อนนโยบาย “เด็กไทยวิถีใหม่ อ่านออกเขียนได้ทุกคน” เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันระดับนานาชาติ แบ่งการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ คือ

  • ระยะที่ 1 การประชุมสื่อสารสร้างความรู้ความเข้าใจ ในการขับเคลื่อนนโยบาย และการอบรมวิทยากรแกนนำ
  • ระยะที่ 2 การอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับครูผู้สอนทุกโรงเรียน
  • ระยะที่ 3 การขยายผลสู่ครูผู้สอนทุกคนในโรงเรียน และติดตามการนำองค์ความรู้สู่การปฏิบัติ

สำหรับวันนี้เป็นการประชุมสื่อสารสร้างความรู้ความเข้าใจการขับเคลื่อนนโยบาย “เด็กไทยวิถีใหม่ อ่านออกเขียนได้ทุกคน” โดยมีคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาให้ความรู้ทางด้านภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการวัดและประเมินผล รวมถึงการเตรียมความพร้อมการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (PISA 2022) เทคนิคการพัฒนาสมรรถนะการอ่านและการประเมินสมรรถนะความฉลาดรู้ ทั้ง 3 ด้านตามแนวทาง PISA

อิชยา กัปปา / สรุป
อธิชนม์ สลางสิงห์ / ภาพ

รมว.ศธ.ประกาศเดินหน้าปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

รมว.ศธ. “ตรีนุช เทียนทอง” ประกาศเดินหน้าปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เน้นการพัฒนาสมรรถนะเด็กไทย ให้คิดเป็นทำเป็น เข้าใจรากฐานวิถีชีวิตแบบไทย เป็นพลเมืองดี ร่วมสร้างสรรค์สังคม

(17 มิถุนายน 2564) น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ณ ห้องประชุมจันทรเกษม กระทรวงศึกษาธิการ ว่า คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตร ได้กำหนดแนวทางการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยจะมุ่งที่การพัฒนาสมรรถนะของเด็กไทยใน 5 ด้าน ได้แก่ การจัดการตนเอง การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การคิดขั้นสูง การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง

โดยคณะกรรมการฯ จะจัดทำเป็นกรอบหลักสูตร (Framework) ที่จะเปิดโอกาสให้โรงเรียนสามารถนำไปจัดทำเป็นหลักสูตรสถานศึกษา ที่สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียน ซึ่งมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ได้ แต่จะมีจุดร่วมกันในการสร้างสมรรถนะ ซึ่งโรงเรียนต้องมีการปรับวิธีการเรียนการสอนใหม่ โดยใช้กระบวนการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อกระตุ้นให้นักเรียน ได้คิด ตั้งคำถาม และค้นหาคำตอบด้วยตนเอง ไม่ใช่กระบวนการสอนทางเดียวแบบเดิม

ตัวอย่างเช่น การเรียนรู้ความเป็นพลเมืองที่ดี นักเรียนจะต้องเรียนรู้จากสถานการณ์จริง โดยเรียนรู้จากกิจกรรมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนของตนเอง ไม่ใช่การเรียนรู้จากตำราแบบเดิมที่เด็กจะไม่มีความเข้าใจอย่างแท้จริง หรือตัวอย่างการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ นักเรียนจะไม่เพียงเรียนรู้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไร เมื่อใด แต่ต้องมีกระบวนการในการคิด วิเคราะห์ และร่วมอภิปราย เพื่อให้สามารถเข้าใจเหตุผล เรียนรู้บทเรียนที่เกิดขึ้นในอดีต และนำมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างเหมาะสม

ในส่วนที่มีหลายท่านกังวลว่า หลักสูตรใหม่จะขาดความเข้มข้นในการถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียน อยากทำความเข้าใจว่า ความรู้ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้เกิดสมรรถนะ แต่กระบวนการเรียนรู้จะไม่ได้เริ่มจากการให้ความรู้ก่อน แต่จะเริ่มจากกระบวนการคิด การตั้งคำถาม และการกระตุ้นความสนใจของนักเรียนก่อน เมื่อนักเรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้แล้ว เขาก็จะค้นหาความรู้และคำตอบได้ด้วยตัวเอง ซึ่งกระบวนเหล่านี้จะทำให้เด็กมีการพัฒนาอย่างแท้จริง

รมว.ศธ. กล่าวด้วยว่า การปรับหลักสูตรครั้งนี้ จะเห็นได้ว่าครูต้องมีการปรับวิธีการเรียนการสอนครั้งใหญ่ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้เตรียมการรองรับในการพัฒนาครู ให้พร้อมกับหลักสูตรใหม่นี้ โดยจะเน้นการพัฒนาทั้งระบบโรงเรียน (School Base Development) โดยครูจะได้เรียนรู้และพัฒนาจากห้องเรียนจริง จะไม่ใช่การนำครูมาอบรมนอกห้องเรียนแบบเดิม ๆ และผู้อำนวยการโรงเรียนจะทำหน้าที่เป็นผู้นำด้านวิชาการของโรงเรียน ในการพัฒนาการเรียนการสอนทั้งระบบ

นอกจากนี้ จะได้นำโรงเรียนที่มีการจัดการเรียนการสอนที่ดี มาเป็นต้นแบบในการเรียนรู้ และจัดระบบสนับสนุนด้านวิชาการจากทีมวิชาการของกระทรวงศึกษาธิการ และมหาวิทยาลัยในแต่ละพื้นที่ ที่จะร่วมมือกันในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนของโรงเรียนให้ดียิ่งขึ้น

ในปีการศึกษานี้ กระทรวงศึกษาธิการจะจัดให้มีการวิจัยและทดลองใช้หลักสูตรแบบใหม่ในโรงเรียนนำร่อง ซึ่งอยู่ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จำนวน 286 แห่ง ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการวิจัยครั้งนี้ จะนำเข้าสู่คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตร เพื่อพัฒนาหลักสูตรให้มีความสมบูรณ์ที่สุด ก่อนที่จะมีการประกาศใช้จริงในปี พ.ศ.2565

สำหรับท่านที่สนใจ สามารถติดตามความคืบหน้าของการพัฒนาหลักสูตรได้ที่เว็บไซต์ cbethailand.com หรือ facebook : CBE thailand

รมว.ศธ.มอบนโยบายผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ครั้งที่ 2/2564

รมว.ศธ.”ตรีนุช เทียนทอง” มอบนโยบายผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ย้ำให้จัดโรงเรียนการศึกษาที่มีความยืดหยุ่น ตามบริบทและพื้นที่ มีความรู้ทั้งองค์ความรู้และทักษะชีวิต ให้เด็กมีความสุขในการเรียน

(9 มิถุนายน 2564) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานการประชุมทางไกลผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ครั้งที่ 2/2564 เพื่อมอบนโยบายการจัดการศึกษาเร่งด่วน (Quick Win) ที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) พร้อมด้วยผู้บริหาร สพฐ. ร่วมชี้แจงแนวทางการจัดการเรียนการสอนภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ถ่ายทอดสดจากห้องประชุม สพฐ.

รมว.ศธ. กล่าวว่า ได้ฝากการทำงานในเรื่องของการจัดการเรียนการสอน 5 รูปแบบ เนื่องจากแต่ละโรงเรียนมีความหลากหลาย จึงขอเน้นในเรื่องของการยืดหยุ่น ปรับการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับบริบทและพื้นที่ เพื่อให้นักเรียนได้ประโยชน์สูงสุดจากการเรียนที่มีคุณภาพ ได้รับความรู้ทั้งองค์ความรู้และทักษะชีวิต เนื่องจากสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปทำให้เด็กไม่สามารถเรียนในรูปแบบปกติได้ อาจทำให้ไม่สามารถเรียนรู้องค์ความรู้ได้ทั้งหมด

ดังนั้น ในส่วนนี้ก็จะไปเชื่อมโยงกับการจัดทำ “หลักสูตรฐานสมรรถนะ” ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนกระบวนการปรับปรุงเพื่อให้พร้อมใช้ในปีการศึกษา 2565 โดยหลักสูตรฐานสมรรถนะจะมีเรื่องของการเรียนแบบ Active Learning ที่จะเชื่อมโยงกับทักษะชีวิต ซึ่งในโรงเรียนหลายแห่งมีพื้นที่การเกษตร ก็จะได้ทำในส่วนนี้อยู่แล้ว คุณครูสามารถนำกิจกรรมเหล่านี้มาเชื่อมโยงกับการสอนได้ เช่น คุณครูอาจจะนำสถานการณ์โควิด 19 เข้ามาเชื่อมโยงให้เด็กเขียนเรียงความ หรือเล่าเรื่องราวว่าชีวิตของเขาเปลี่ยนไปอย่างไร เด็กได้เรียนรู้อะไรจากสถานการณ์เหล่านี้ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงไปกลุ่มสาระวิชาต่าง ๆ เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สุขศึกษา เป็นต้น

ในเรื่องของวัคซีน เนื่องจากคุณครูเป็นบุคลากรที่สำคัญและมีความใกล้ชิดกับนักเรียน ที่ผ่านมาผู้บริหาร ศธ.ได้มีการพูดคุยกันตลอด และได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีให้ทราบ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้การฉีดวัคซีนกับครู เป็นเรื่องสำคัญเป็นอันดับแรก ๆ แต่เนื่องจากจำนวนวัคซีนที่คลาดเคลื่อนจากกำหนด ศธ.จึงได้มีการปรับแผนเพื่อให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ โดยเร่งฉีดในพื้นที่สีแดงเข้มก่อน แล้วจึงทยอยฉีดต่อไปจนครบทุกพื้นที่

ส่วนเรื่องของความปลอดภัยในสถานศึกษา ศธ.ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของครูและนักเรียน แต่เนื่องจากขณะนี้อยู่ในสถานการณ์โควิด 19 จึงจะเน้นในเรื่องความปลอดภัยทางด้านนี้ก่อนเป็นอันดับแรก โดยดำเนินการตามมาตรการของ ศบค.อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะโรงเรียนที่จะต้องเปิดเรียนแบบ On Site ขอให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขตพื้นที่ ได้กำชับกับทางโรงเรียนให้ดำเนินการตามมาตรการของ ศบค. อย่างเคร่งครัดด้วย สิ่งนี้จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครองได้ เช่นเดียวกับเรื่องของการลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครอง ในสถานการณ์เช่นนี้ ศธ.มีความเข้าใจ และอยากจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยแบ่งเบาภาระให้ผู้ปกครอง

รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า เนื่องจากว่าเราจะยังคงต้องอยู่กับโควิด 19 ต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง ขอให้ทุกคนเตรียมความพร้อมในเรื่องของการจัดการเรียนรู้แบบต่าง ๆ ให้มีความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคน ทั้งคุณครู บุคลากร ผู้บริหารโรงเรียน รวมถึงสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายในหลายเรื่องและอุปสรรคต่าง ๆ ที่จะต้องเกิดขึ้น

สิ่งสำคัญ คือ ต้องมีความยืดหยุ่นตามบริบทและพื้นที่ ต้องไม่ตึงหรือเข้มงวดจนเกินไป เพื่อให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้แบบ New Normal โดยไม่เครียดจนเกินไป ขอให้แต่ละเขตฯ พิจารณาให้เหมาะสมกับพื้นที่ของตนเอง เพราะสุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ในรูปแบบใดก็ตาม สิ่งสำคัญ คือ เด็กต้องมีความสุข เพราะหากเด็กไม่มีความสุข ก็ถือว่ายังไม่ตอบโจทย์การเรียนรู้ได้อย่างแท้จริง

ในช่วงเวลานี้ เราจึงต้องช่วยกันคิดว่าจะทำให้เกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างไร เพราะทุกคนคือฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยกันขับเคลื่อนการศึกษาต่อไปได้ เด็กคืออนาคตของชาติ หากเราขาดความร่วมมือร่วมใจกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์เช่นนี้ เราก็คงไม่อาจก้าวข้ามอุปสรรคไปด้วยกันได้ ในส่วนนี้ ศธ.พยายามจะช่วยเหลือทุกอย่างเท่าที่ทำได้ หากมีประเด็นอะไรที่ต้องการจะทำ หรือไม่เข้าใจแนวคิดในด้านใด ทางกระทรวงยินดีที่จะช่วยกันสนับสนุน เพื่อให้เกิดการพัฒนาร่วมกันต่อไปได้

นายอัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ. ได้ชี้แจงในประเด็นการจัดการเรียนการสอนภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ตัวชี้วัดและเป้าหมายการดำเนินงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา นโยบายเร่งด่วนการจัดการศึกษา และการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณภาพชุมชน

นายกวินทร์เกียรติ นนธ์พละ รองเลขาธิการ กพฐ. ชี้แจงเรื่องการออกอากาศช่องทีวีดิจิทัลเพื่อการศึกษา ชุดสื่อ 60 และ 65 พรรษาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โครงการโรงเรียนร่วมทดลองการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์ โครงการทดลองเรียนภาษาต่างประเทศโดยใช้รูปแบบการสื่อสารสองทางจากครูชาวต่างชาติและครูไทยที่มีวิธีการสอนที่เป็นเลิศ ระดับมัธยมศึกษา โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ ทิศทางการบริหารงานบุคคลของโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย รวมถึงแนวปฏิบัติการนับเวลาเรียน การสอนชดเชย การจัดทำเอกสารหลักฐานการศึกษา ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 และการพัฒนาสมรรถนะการอ่านขั้นสูง ตามนโยบาย “เด็กไทยวิถีใหม่ อ่านออก เขียนได้ทุกคน” เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันระดับนานาชาติ

นายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการ กพฐ. ชี้แจงเรื่องการเปิดภาคเรียน การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ การรายงานการตรวจสอบข่าวปลอม และระบบ e-Saraban ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการ กพฐ. ชี้แจงเรื่องการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ ปีงบประมาณ พ.ศ.2564 การรายงานข้อมูลจำนวนนักเรียนประจำพักนอน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 รวมถึงโครงการอารยเกษตร สืบสาน รักษา ต่อยอด ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงด้วย โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง สร้างความเข้าใจและชี้แจงแนวทางการบริหารจัดการโครงการโรงเรียนขนาดเล็ก การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ITA Online ปี 2564) และพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา

นายนิพนธ์ ก้องเวหา ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. ชี้แจงเรื่องการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา และการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. ปี พ.ศ. 2564

#ทีมโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ

“ตรีนุช” ตรวจสนามสอบ ม.1 โรงเรียนสตรีวิทยา 2 ราบรื่นดี

รมว.ศึกษาธิการ พร้อมที่ปรึกษาฯ และเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจสนามสอบเข้าเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนสตรีวิทยา 2 ผู้ปกครองมั่นใจมาตรการป้องกันโควิด 19 ย้ำโรงเรียนไม่เรียกเก็บเงินค่ากิจกรรมที่ไม่ได้จัดให้

เมื่อวันเสาร์ที่ 22 พ.ค.2564 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมสนามสอบนักเรียนชั้น ม.1 ที่โรงเรียนสตรีวิทยา 2 เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ตนและคณะผู้บริหารเป็นห่วงการสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียนชั้น ม.1 ของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกสาม ที่ยังมีความรุนแรงในหลายพื้นที่

โรงเรียนสตรีวิทยา 2 มีเด็กมาสอบ 831 คน จึงกังวลใจ แต่เมื่อได้มาตรวจความเรียบร้อย พบว่าผู้อำนวยการโรงเรียน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 ได้เตรียมกระบวนการคัดกรอง และจัดสอบตามมาตรการที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กำหนด มีการให้เด็กลงทะเบียนใน ไทยเซฟไทย ของกรมอนามัย ซึ่งเป็นการกลั่นกรองเบื้องต้นทางออนไลน์ มีการเตรียมแยกห้องสอบสำหรับเด็กที่มีความเสี่ยงสูง ครอบครัวติดโควิด แต่ที่โรงเรียนสตรีวิทยา 2 ไม่มีเด็กกลุ่มนี้ มีการแบ่งทางเข้า-ออก สำหรับนักเรียนและผู้ปกครอง ไม่ให้แออัด มีการเว้นระยะห่าง (Social Distancing) และจากการพูดคุยกับผู้ปกครองและนักเรียน ทราบว่ามั่นใจในมาตรการดำเนินการของทางโรงเรียน การจัดสอบเป็นไปด้วยความราบรื่นเรียบร้อย

สำหรับการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 เนื่องจากโรงเรียนสตรีวิทยา 2 อยู่ในพื้นที่สีแดงเข้ม ตามประกาศของ ศบค.ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียนได้ (On-Site) แต่สามารถสอนทางไกลได้ 4 รูปแบบ คือ On-Air เรียนผ่าน DLTV, On-Demand เรียนผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ, Online เรียนผ่านอินเทอร์เน็ต, On-Hand เรียนที่บ้านด้วยเอกสาร เช่น หนังสือ แบบฝึกหัดใบงาน โดยส่งทางไปรษณีย์

จากการสอบถามผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวิทยา 2 พบว่า ทางโรงเรียนมีความพร้อมที่จะจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ในวันที่ 1 มิ.ย.2564 เนื่องจากมีประสบการณ์สอนออนไลน์ในปีที่ผ่านมาแล้ว และมีความพร้อมในระดับดีเยี่ยม โดยจะขออนุญาตจาก ศบค.กทม.ก่อน ส่วนการเก็บค่าธรรมเนียมการเรียนของนักเรียนนั้น ศธ.ประกาศไปแล้วว่า ทั้งโรงเรียนรัฐและเอกชน กิจกรรมใดที่ยกเลิกไป หรือไม่ได้จัดให้แก่นักเรียน ไม่ให้เรียกเก็บเงิน ขอความร่วมมือคืนเงินให้แก่ผู้ปกครองที่เรียกเก็บเงินไปแล้วด้วย

ทั้งนี้ ปีการศึกษา 2564 มีโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ที่เปิดสอนชั้น ม.1 ทั่วประเทศ จำนวน 9,310 โรงเรียน จัดสอบคัดเลือก 366 โรงเรียน โดยส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนสมัครเกินจำนวนที่รับได้ สำหรับในกรุงเทพฯ มีโรงเรียนที่เปิดสอนชั้น ม.1 จำนวน 119 โรงเรียน สอบคัดเลือก 47 โรงเรียน มีนักเรียนเข้าสอบ 28,907 คน ส่วนโรงเรียนสตรีวิทยา 2 สมัครสอบ 831 คน รับได้ 542 คน ประกาศผลวันที่ 24 พ.ค. ทั้งนี้ นักเรียนที่สอบไม่ได้และประสงค์เรียนในโรงเรียนสังกัด สพฐ. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะจัดหาที่เรียนได้ในวันที่ 25-27 พ.ค.ตามพื้นที่ที่สมัครสอบ ขอให้ความมั่นใจว่าทุกคนมีที่เรียนแน่นอน

ภาพ : ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี

ศธ.เชิญดาวน์โหลดไฟล์สื่อ 65 พรรษาฯ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

“ตรีนุช” ปลื้มปิติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานอนุญาตให้เผยแพร่สื่อ 65 พรรษาฯ ชั้น ม.1-ม.3 ในคลังสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สพฐ. พร้อมเปิดให้ดาวน์โหลดไฟล์ที่ contentcenter.obec.go.th

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19 ทำให้การเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 ต้องเลื่อนออกไป

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จึงได้ร่วมมือกันจัดทำและขอพระราชทานพระราชานุญาตสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เผยแพร่สื่อ 65 พรรษา เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ดำเนินการตามพระราชดำริของพระองค์ท่าน ลงในคลังสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สพฐ. (OBEC Content Center) เป็นคลังความรู้ ให้แก่ครูผู้สอน และนักเรียน ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยขณะนี้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้พระราชทานพระราชานุญาตแล้ว

ดังนั้น ครูผู้สอน นักเรียน ศึกษานิเทศก์ ทุกสังกัดทั่วประเทศ และผู้สนใจ สามารถดาวน์โหลดไฟล์สื่อ 65 พรรษาฯ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ได้แล้ว ทาง https://contentcenter.obec.go.th

“สื่อ 65 พรรษาฯ เป็นสื่อที่พัฒนาขึ้นตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2563 ในวโรกาสทรงมีพระชนมายุ 65 พรรษา เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ และพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยได้จัดทำสื่อการเรียนรู้ เป็นชุดการเรียนรู้สมบูรณ์แบบ (Comprehensive Learning Package) สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัด สพฐ.โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน สังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน โรงเรียนพระปริยัติธรรม สังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และโรงเรียนเอกชน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สื่อ 65 พรรษาฯ นี้ เน้นการใช้บริบทชีวิตจริงของผู้เรียนและชุมชนเป็นฐานในการเรียน ทำการบูรณาการสาระตามหลักสูตรให้เชื่อมโยงกับการดำรงชีวิตทั้งปัจจุบันและอนาคต ตามแนวพระราชดำริที่ทรงแนะนำให้ใช้โครงการศึกษาทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ และสอดคล้องกับหลักสูตรที่อิงมาตรฐานและเชื่อมโยงไปสู่สมรรถนะ รวมถึงเน้นการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมผู้เรียนรอบด้าน ทั้งยังส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถค้นคว้าต่อเนื่องในลักษณะการเรียนรู้ตามความสนใจได้” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

กำหนดการสอบครูผู้ช่วย สพฐ. ปี 2564

(20 พฤษภาคม 2564) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีหนังสือแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต กำหนดการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. ปี พ.ศ.2564
  • ประกาศรับสมัคร ภายในวันที่ 28 พฤษภาคม 2564
  • รับสมัคร วันที่ 4-10 มิถุนายน 2564
  • ประเมินจากการสอบข้อเขียน ภาค ก และภาค ข วันที่ 17-18 กรกฎาคม 2564
  • ประกาศรายชื่อผู้ผ่านภาค ก และภาค ข เพื่อมีสิทธิเข้ารับการประเมินภาค ค ภายในวันที่ 30 กรกฎาคม 2564
  • ประเมินจากการสอบสัมภาษณ์ แฟ้มสะสมงาน และการสอบสาธิตการปฏิบัติการสอน ภาค ค และประกาศผลการสอบแข่งขัน ตามวันเวลาที่ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ.สศศ.กำหนด ให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2564

โดยให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.กำหนด ตาม ว14/2563

คู่มือการดำเนินการสอบแข่งขันฯ ครูผู้ช่วย สพฐ. ปี 2564

“ตรีนุช” เข้มสกัดโควิด วันสอบคัดเลือก ม.1, ม.4

เสมา 1 กำชับ สพฐ.คุมเข้มข้นวันสอบเข้า ม.1, ม.4 ป้องกันโควิด 19 สอบครึ่งวันเท่านั้น ห้ามนักเรียน-ผู้ปกครอง รวมกลุ่มกันทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ตามที่โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทั่วประเทศ กำหนดสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในวันที่ 22 พ.ค.2564 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในวันที่ 23 พ.ค.2564 โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศปก.ศบค.) แล้วนั้น เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกสาม ยังมีความรุนแรงในหลายพื้นที่

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทั้งนักเรียน ครู และผู้ปกครอง ขอให้สถานศึกษาที่จัดสอบคัดเลือก ดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่ สพฐ.ได้แจ้งไว้อย่างเคร่งครัด ดังนี้

วันสอบ ขอความร่วมมือผู้ปกครองมาส่งและมารับเพียงคนเดียว กรณีโรงเรียนมีพื้นที่คับแคบ ไม่อนุญาตให้พักคอย หากมีพื้นที่สามารถจัดที่พักคอยได้ ผู้ปกครองต้องผ่านการคัดกรองและพักคอย ณ จุดที่โรงเรียนกำหนด โดยเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1.5 เมตร และให้ดำเนินการสอบให้แล้วเสร็จภายในครึ่งวัน ระหว่างเวลา 09.00-12.00 น.เท่านั้น โดยให้โรงเรียนกำหนดวิชาและเวลาสอบในแต่ละวิชาตามบริบทของโรงเรียน ไม่ให้มีการรวมกลุ่มกันของผู้ปกครองและนักเรียน ทั้งภายในโรงเรียนและภายนอกโรงเรียน

ที่สำคัญโรงเรียนต้องดำเนินการตามมาตรการที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) และมาตรการของจังหวัดในพื้นที่กำหนด

รายการข่าวภาคเช้า สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ออกอากาศวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 เวลา 07.30 น. สัมภาษณ์ น.ส.ตรีนุช  เทียนทอง รมว.ศธ. เรื่อง การจัดระบบการเรียนการสอนในโรงเรียน รองรับเปิดเทอมปีการศึกษาใหม่ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19

สพฐ.เตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2564

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เตรียมความพร้อมรับเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2564 ทั้งกิจกรรมเสริมทักษะอาชีพเพื่อเป็นทางเลือก ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เป็นศูนย์การรับนักเรียนในพื้นที่ให้เด็กทุกคนต้องมีที่เรียน พร้อมจัดทำคลังสื่อการเรียนรู้ออนไลน์ใหม่ หากโรงเรียนใดเรียนในห้องเรียนปกติได้ ให้ใช้โรงเรียนเป็นฐาน หรือเลือก 5 รูปแบบการเรียนรู้ไปปรับใช้ “On-site, On-Air, Online, On-Hand, On-Demand” โดยพิจารณาตามความพร้อมและความต้องการของนักเรียนเป็นสำคัญ

นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ถึงการเตรียมความพร้อมรับเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2564 ว่า สพฐ.ได้สำรวจความพร้อมรูปแบบการเรียน เบื้องต้นพบว่าร้อยละ 50 เด็กต้องการมาเรียนที่โรงเรียน

ดังนั้น ครูผู้สอนจะเป็นผู้จัดการเรียนการสอนให้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความปลอดภัย รวมทั้งเป็นผู้ที่จะช่วยลดความกังวลของผู้ปกครองที่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงเลื่อนเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 มิ.ย.2564

ในระหว่างการเลื่อนเปิดภาคเรียน ช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ สพฐ.ได้เตรียมกิจกรรมเสริมทักษะอาชีพเป็นหน่วยการเรียนหลากหลายให้นักเรียนในช่วง 11 วันก่อนเปิดภาคเรียน (17-31 พฤษภาคม) เพื่อเป็นทางเลือก พร้อมประกาศให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เป็นศูนย์การรับนักเรียนสำหรับเด็กที่พลาดสอบเข้าโรงเรียนดังและยังไม่มีที่เรียน โดยเขตพื้นที่การศึกษาจะจัดลำดับโรงเรียนที่ว่างไว้ให้ ยืนยันว่าเด็กมีที่เรียนทุกคน

ทั้งนี้ ในระหว่างวันที่ 5-16 พฤษภาคมนี้ สพฐ.จะปรับการทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมสนับสนุนโรงเรียนและครูในการสอนออนไลน์ โดย สพฐ.จะปรับคลังสื่อการเรียนรู้ทั้งหมด โดยเฉพาะสื่อการเรียนที่ครูและสถานศึกษาทั่วประเทศเคยดำเนินการเมื่อปีที่ผ่านมา ที่มีการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ออนไลน์อย่างหลากหลาย เพื่อให้โรงเรียนสามารถนำสื่อของ สพฐ.ไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งร่วมมีอกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) พัฒนาครูให้มีทักษะการสอนที่น่าสนใจด้วย

ย้ำว่า หากโรงเรียนใด ในพื้นที่ใด สามารถเรียนในห้องเรียนปกติได้ ให้ใช้โรงเรียนเป็นฐาน แต่ถ้าไม่สามารถสอนในห้องเรียนได้ ให้ดูความพร้อมและความต้องการของนักเรียนเป็นสำคัญ โดยนำรูปแบบการสอน 5 รูปแบบของ สพฐ.
มาปรับใช้ คือ On-site, On-Air, Online, On-Hand, On-Demand เพื่อให้ผู้ปกครองมั่นใจว่าบุตรหลานของตนได้เรียนอย่างแน่นอน

ส่วนความพร้อมในการสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 นั้น ได้จัดทำมาตรการในการเข้าสอบ เช่น จำกัดจำนวนนักเรียน การเดินทางไป-กลับ มาตรการเข้าห้องสอบ ออกห้องสอบ ฯลฯ เพื่อเสนอศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ชุดเล็ก ได้พิจารณาเห็นชอบต่อไป

‘ตรีนุช’ ไฟเขียว สพฐ. ปรับปฏิทินรับนักเรียนปี 2564 ใหม่

ศบค. เห็นด้วยเลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 วันที่ 1 มิ.ย. ให้ครู-บุคลากรทางการศึกษาพื้นที่สีแดง ฉีดวัคซีนก่อน ‘ตรีนุช’ ไฟเขียว สพฐ. ปรับปฏิทินสอบ ม.1, ม.4 ปีการศึกษา 2564 ใหม่ รับสถานการณ์โควิด 19 ขณะที่ สอศ.พร้อมรับเด็กอาชีวะเพิ่มเติม

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2564 ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้รับทราบเรื่องการเลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จากวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 เป็นวันที่ 1 มิถุนายน 2564 เนื่องจากสถานการณ์โดยรวมของการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่อาจมีความรุนแรงมากขึ้น

นอกจากนี้ ศบค. เห็นด้วยในหลักการตามที่ ศธ. ขอให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัดพื้นที่สีแดง เป็น Priority หรือลำดับความสำคัญแรก ๆ ที่จะได้รับวัคซีนป้องกันโควิด 19 เพราะเมื่อเปิดเทอมแล้ว ครูและบุคลากรทางการศึกษา ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มของผู้ที่มีความเสี่ยงสูงจากการปฎิบัติงาน หากติดเชื้อขึ้นมา ย่อมมีโอกาสที่จะทำให้เชื้อแพร่กระจายไปสู่นักเรียนและผู้ปกครองอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งการที่ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีสิทธิ์ในการเข้าถึงวัคซีนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงนั้น จะนำไปสู่การสร้างภูมิคุ้มกัน ให้ครูมีความมั่นใจในการปฏิบัติงาน ตลอดจนสามารถกลับมาจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนให้กับนักเรียนได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

โดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เห็นว่า อาจต้องให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด พิจารณาโควตาวัคซีนที่จังหวัดได้รับ และครูในพื้นที่กรุงเทพฯ ควรได้รับการฉีดวัคซีนก่อน เพราะกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่สีแดงเข้ม ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินการปรับปฏิทินการรับนักเรียนสังกัด สพฐ. ปีการศึกษา 2564 โดยคำนึงถึงความปลอดภัยมากที่สุด

ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า สพฐ. ได้ปรับปรุงปฏิทินการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2564 (ฉบับใหม่กรณีเปิดเทอม 1 มิ.ย. 64) โดยปรับตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 จึงได้เลื่อนจากปฏิทินเดิม 2 สัปดาห์ ดังนี้

  • ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เลื่อนการจับฉลากและประกาศผล เป็นวันที่ 15 พ.ค. รายงานตัว-มอบตัววันที่ 16 พ.ค.
  • ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เลื่อนวันสอบเป็นวันที่ 22 พ.ค. คัดเลือกความสามารถพิเศษวันที่ 19 พ.ค. จับฉลากจากวันที่ 24 พ.ค. ประกาศผลภายในวันที่ 24 พ.ค. และมอบตัววันที่ 29 พ.ค.
  • ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เลื่อนวันสอบเป็นวันที่ 23 พ.ค. คัดเลือกความสามารถพิเศษ วันที่ 19 พ.ค. ประกาศผลภายในวันที่ 25 พ.ค. รายงานและมอบตัวพร้อมกัน วันที่ 30 พ.ค.
  • โรงเรียนที่มีลักษณะพิเศษที่จัดสอนสำหรับเด็กพิการ/ผู้ด้อยโอกาส รับสมัครวันที่ 24-30 เม.ย. สอบ/คัดเลือก วันที่ 15-19 พ.ค. ประกาศผลภายในวันที่ 23 พ.ค. รายงานตัวและมอบตัวภายในวันที่ 29 พ.ค. ทั้งนี้ ผู้ที่ยังไม่มีที่เรียนยื่นความจำนงได้ในวันที่ 25-27 พ.ค. ประกาศผลวันที่ 29 พ.ค. และมอบตัววันที่ 30 พ.ค. 2564

นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า การรับนักเรียนนักศึกษาของวิทยาลัยในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ปีการศึกษา 2564 ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว โดยระหว่างวันที่ 1-16 พ.ค. นี้จะมีการรับรายงานตัวของนักศึกษา การเตรียมความพร้อมในด้านการจัดการเรียนรู้ การประชุมผู้ปกครอง และการปฐมนิเทศนักศึกษา ซึ่งทั้งหมดจะดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ยังมีบางวิทยาลัยสามารถรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในบางสาขาวิชาเพิ่มเติมได้อีก ซึ่งวิทยาลัยจะแจ้งจำนวนที่ว่างที่ยังสามารถรับนักเรียนนักศึกษาเพิ่มเติมได้ในเร็ว ๆ นี้

ศธ.ไม่ใช้ผลโอเน็ตประเมินครู-ผู้บริหาร

สพป.ปทุมธานี เขต 1 ถอยออกเกณฑ์ใหม่แล้ว ตัดทิ้งเกณฑ์ผล “โอเน็ต” พิจารณาเลื่อนเงินเดือนครู “ตรีนุช” ลั่น ศธ.ไม่ใช้คะแนนโอเน็ตมาเป็นตัวชี้วัดความดีความชอบครูและบุคลากรทางการศึกษา

ตามที่มีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร้องเรียนเรื่องหลักเกณฑ์การจัดสรรวงเงินเลื่อนเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งหนึ่ง ว่า ได้กำหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรวงเงินเลื่อนเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ครั้งที่ 1 (1 เมษายน 2564) โดยนำเรื่องสถานศึกษาที่มีผลการประเมินการสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต มาเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการพิจารณาจัดสรรวงเงินเพิ่มเติมฯ ขณะที่ปีการศึกษาที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายไม่บังคับสอบ โอเน็ต แต่ผลการสอบโอเน็ตกลับมามีผลในการเลื่อนเงินเดือนของครูและบุคลากรทางการศึกษา ทำให้รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม นั้น

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ตนได้สอบถามข้อร้องเรียนเรื่องดังกล่าวไปยัง นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แล้ว ได้รับคำชี้แจงว่า สพฐ.มีหลักเกณฑ์กลางในการจัดสรรวงเงินฯ เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกันอยู่แล้ว และเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สพฐ.ก็ได้มีหนังสือด่วนที่สุด เรื่องซักซ้อมการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการและเลื่อนขั้นค่าจ้างลูกจ้างประจำ ครั้งที่ 1 (1 เมษายน 2564 ) แจ้งไปยังผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต และผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ โดยในส่วนของภารกิจหลักตามบริบทของสถานศึกษาไม่มีการใช้ผลคะแนนโอเน็ต ซึ่งข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้นเกิดจากความเข้าใจผิดของ สพป.ปทุมธานี เขต 1 ซึ่ง สพฐ.ได้สั่งการให้ สพป.ปทุมธานี เขต 1 ดำเนินการแก้ไขปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ดังกล่าวใหม่เรียบร้อยแล้ว โดยไม่นำผลการทดสอบ โอเน็ต มาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอีก

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนได้หารือกับผู้บริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) และมีความเห็นตรงกันว่า ไม่ควรนำผลการทดสอบโอเน็ต มาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ นำมาเป็นผลในการพิจารณาความดีความชอบ ไม่นำมาเป็นตัวชี้วัดในการประเมิน เพื่อขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนไม่มีผลในการพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายใด ๆ ทั้งสิ้น

WordPress.com.

Up ↑