สพฐ.แจ้งเขตพื้นที่ฯ เฝ้าระวังการแพร่ระบาดและป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ในโรงเรียน

(26 ม.ค.63) นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ลงนามในหนังสือ ด่วนที่สุด ถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต เกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ การเฝ้าระวังการแพร่ระบาดและป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในโรงเรียน ดังนี้

  1. ดื่มน้ำอุ่น เมื่อรู้สึกกระหายน้ำ (เด็ก 30 – 50 ซีซี, ผู้ใหญ่ 50 – 80 ซีซี)
  2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยไอจาม
  3. หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด
  4. สวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่ชุมชน
  5. ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว
  6. หลีกเลี่ยงการเข้าไปตลาดค้าสัตว์ และไม่สัมผัสหรืออยู่ใกล้กับสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์ที่ป่วย หรือตาย
  7. หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์ เจลล้างมือ
  8. ห้ามรับประทานของดิบ รับประทานอาหารที่สะอาดปลอดภัย มีสารอาหารครบถ้วน
  9. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
  10. หากพบนักเรียนมีอาการไข้ขึ้นอย่างรวดเร็ว ลดยาก ปวดศีรษะและลำตัว มีอาการไอต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน มีน้ำมูก ให้รีบพาไปพบแพทย์ หรือโทรแจ้งสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

ทั้งนี้ หากพบผู้มีภาวะเสี่ยงต่อโรค ให้ประสานและส่งต่อหน่วยงานด้านสาธารณสุขทันที และหากมีความจำเป็นต้องปิดโรงเรียน ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้อำนวยการโรงเรียน

บัลลังก์ โรหิตเสถียร / สรุปเผยแพร่
ขอบคุณข้อมูล : สพฐ.

ก.ค.ศ.ยืนยันจัดสรรอัตราว่างบรรจุครูผู้ช่วย สพฐ. รวม 3,599 อัตรา

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2563 สำนักงาน ก.ค.ศ. มีหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แล้ว มีมติอนุมัติให้ตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู ซึ่งเป็นอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 และได้รับการจัดสรรคืนจาก ก.ค.ศ.ไปกำหนดเป็นตำแหน่ง “ครูผู้ช่วย” ในสถานศึกษาที่มีอัตรากำลังสายงานการสอนต่ำกว่าเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ.กำหนด รวม 3,599 อัตรา โดยมีเงื่อนไขในการใช้ตำแหน่งเพื่อการบรรจุและแต่งตั้งคือ ให้ได้รับเงินเดือนอันดับครูผู้ช่วย ตามคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ.กำหนด เมื่อนำไปใช้บรรจุและแต่งตั้งครูผู้ช่วยแล้ว อัตราเงินเดือนที่เหลืออยู่ไม่สามารถนำมาใช้เป็นอัตราเงินเดือนสำหรับตำแหน่งว่างไม่มีเงิน หรือนำไปกำหนดเป็นตำแหน่งเพิ่มใหม่ได้

ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2563 สพฐ.ได้มีหนังสือแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศแล้ว ให้ สพท.ต้นทางและปลายทาง ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องตรงกันอีกครั้งหนึ่ง ก่อนออกคำสั่งตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือน พร้อมคำสั่งให้ สพฐ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ ภายใน 30 วัน

รายละเอียดเพิ่มเติม
รายละเอียดทั้ง 3,599 อัตรา สพร.สพฐ.

รมว.ศธ.เปิดการประชุมส่งเสริมคุณภาพการศึกษาและพัฒนาด้านกีฬาในพื้นที่ชายแดนใต้

(25 มกราคม 2563) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมคุณภาพการศึกษาและพัฒนาด้านกีฬาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีนายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายธีร์ ภวังคนันท์ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบเครือข่ายและการมีส่วนร่วม พร้อมด้วยผู้อำนวยการโรงเรียนในโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ ผู้อำนวยการหลักสูตร บุคลากรด้านกีฬา นักวิทยาศาสตร์การกีฬานักกายภาพบำบัด นักโภชนาการ รวมถึงนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในโครงการฯ รวมทั้งสิ้น 320 คน เข้าร่วมการประชุม ณ โรงแรมญันนะตีย์โฮเต็ล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

รมวศธ. กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการเล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมคุณภาพการศึกษาและพัฒนาด้านกีฬาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงได้ขับเคลื่อนโครงการ “สานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้” ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี “พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ที่ให้กระทรวงศึกษาธิการนำกีฬาสู่ระบบการศึกษา โดยการนำกีฬามาบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ โดยส่งเสริมคุณภาพการศึกษาและพัฒนาทางด้านกีฬาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การศึกษาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) ในยุทธศาสตร์ที่ 1 การฝึกเพื่อเสริมสร้างความมั่นคง และยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางการศึกษา

“จากการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ จะเห็นได้ว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ให้ความสำคัญกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ โดยนำนโยบายมาสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง ซึ่งตนเชื่อมั่นว่าการกีฬาสามารถพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีศักยภาพไปสู่นักกีฬาอาชีพ มุ่งสู่การแข่งขันระดับอาเซียนถึงระดับนานาชาติ และมีคุณค่าต่อการพัฒนาประเทศชาติต่อไปได้” รมว.ศธ. กล่าว

นายอำนาจ วิชยานุวัติ กล่าวถึงโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมคุณภาพการศึกษาและพัฒนาด้านกีฬาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กและเยาวชนในสังคมพหุวัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับการส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาความสามารถทางด้านกีฬาสู่ความเป็นเลิศอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ รวมถึงนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬามาประยุกต์ใช้ เพื่อพัฒนากีฬาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีศักยภาพไปสู่กีฬาอาชีพ มีการต่อยอด สร้างโอกาสการเป็นนักกีฬาอาชีพมุ่งสู่การแข่งขันระดับอาเซียน และยังเป็นกลไกให้บุคลากรทางการกีฬาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ภาพ/ข่าว : ประชาสัมพันธ์ สพฐ.
https://www.facebook.com/obec.pr/posts/994874494216366

ประธาน กพฐ.แนะถึงเวลาแล้ว ต้องให้แต่ละจังหวัดรับผิดชอบคุณภาพการศึกษาเอง

(15 ม.ค.63) รศ.ดร.เอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) โพสต์ผ่านกลุ่มไลน์ “ปชส.สพฐ.MOE Digital” ถึงเวลาแล้วต้องให้จังหวัดรับผิดชอบการศึกษาของจังหวัดเอง อาจจ้างศึกษาธิการจังหวัดออกนอกระบบราชการ เพื่อดูคุณภาพการศึกษา แต่หากยังไร้คุณภาพ ให้เลิกจ้าง ห่วงไม่มีใครรับผิดชอบคุณภาพการศึกษา แนะทุกคนต้องไม่ใช้ความรู้สึก ความเคยชิน หรือผลประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง ต้องมองเหตุผลความจำเป็น เพื่อคุณภาพการศึกษาของเด็กไทย

“ถึงเวลาแล้ว ที่ต้องให้จังหวัดรับผิดชอบการศึกษาของจังหวัดเอง มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น ประธานคณะกรรมการนโยบายการศึกษาของจังหวัด มีศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแลการศึกษาของจังหวัด ผ่านเขตพื้นที่การศึกษา ศึกษานิเทศก์ให้มีระดับจังหวัด เพราะเขตพื้นที่เป็นผู้นำนโยบายไปปฏิบัติ ส่วนศึกษานิเทศก์เป็นฝ่ายกำกับ ติดตามประเมินส่งเสริมแนะนำ ซึ่งควรมีเฉพาะระดับจังหวัดเท่านั้น

ในอนาคตควรจ้างศึกษาฯ จังหวัด ออกนอกระบบราชการ เซ็นสัญญา 4 ปี ให้เงินเดือน 120,000 แบบ สส. เลยครับ ทำไม่ดี ทำไม่ได้ การศึกษายังไม่มีคุณภาพดีขึ้น เตือนแล้วไม่ดีขึ้น เลิกจ้างครับ

ปัจจุบันนี้ไม่มีใครรับผิดชอบคุณภาพการศึกษาเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น ผอ.รร. ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา หรือศึกษาธิการจังหวัด ระบบต้องมีคนรับผิดชอบการศึกษาที่ไม่มีคุณภาพครับ หากยังปล่อยแบบปัจจุบันก็สิ้นหวังครับ การเปลี่ยนแปลงเพื่อคุณภาพการศึกษาของเด็กไทย ต้องไม่ใช้ความรู้สึก ความเคยชิน หรือผลประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง แต่ควรมองด้วยเหตุผลและความจำเป็น เพื่อคุณภาพการศึกษาครับ”

มูลนิธิครูดีของแผ่นดิน จับมือ 8 องค์กรทางการศึกษา สร้างคนดีให้แผ่นดิน

(14 ธ.ค.62) มูลนิธิครูดีของแผ่นดิน โดย พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ประธานมูลนิธิฯ จัดงานครบรอบ 4 ปี โครงการเครือข่ายครูดีของแผ่นดิน เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท และ 2 ปีของการจัดตั้งมูลนิธิครูดีของแผ่นดิน เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2562 ณ หอประชุมครุสภา โดยมีเครือข่ายครูดีของแผ่นดิน และผู้ที่สนใจจากทั่วประเทศมาร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง

ภายในงาน มีการชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการเครือข่ายครูดีของแผ่นดินฯ และโครงการเด็กดีของแผ่นดิน รวมทั้งกิจกรรมที่น่าสนใจอีกจำนวนมาก อาทิ

  1. การเสวนา “ทิศทางการสร้างคนดีให้แผ่นดิน ปี 2563” โดยได้รับเกียรติจากผู้แทนองค์กรทางการศึกษา ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) สำนักงานเลขาธิการครุสภา และสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร
  2. พิธีลงนามความร่วมมือระหว่างมูลนิธิครูดีของแผ่นดิน และสมาคมศึกษานิเทศก์แห่งประเทศไทย ใน “โครงการศึกษานิเทศก์ดีของแผ่นดิน” เพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติ และพัฒนาศึกษานิเทศก์ให้มีสมรรถนะสำหรับการศึกษาในศตวรรษที่ 21
  3. เปิดตัวระบบวัดและพัฒนาสมรรถนะครูดีของแผ่นดิน (System of Skillmeo Suprateacher Assessment and Development : 3S-A&D) ซึ่งเป็นโปรแกรมวัดและพัฒนาสมรรถนะผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาแบบครบวงจร โปรแกรมสามารถวัดสมรรถนะครู ทั้งครองตน ครองคน ครองงาน 3 หมวด 19 ตัวบ่งชี้ ตลอดจนวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลว่าครูแต่ละท่าน แต่ละพื้นที่ มีจุดเด่นเรื่องใด ต้องพัฒนาเรื่องใด นำเสนอหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการได้ และยกย่อง เชิดชูเกียรติตามลำดับชั้นของโครงการฯได้ นับว่าเป็นโปรแกรมที่วัดและพัฒนาสมรรถนะได้อย่างเป็นรูปธรรม
  4. Special Talk “10 นวัตกรรมการสร้างคนดีให้แผ่นดิน” เช่น กระดาษเปลี่ยนนิสัย, พลังเสียงเปลี่ยนชีวิต, Seasons Change ครูปรับ เด็กเปลี่ยน, Bully ปัญหาของเด็ก Gen Z, ใครคือปัญหาการเรียนรู้ เป็นต้น

มูลนิธิครูดีของแผ่นดิน องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ได้จัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2560 มีวิสัยทัศน์ว่า “สร้างคนดีให้แผ่นดิน” ได้จัดทำโครงการเครือข่ายครูดีของแผ่นดิน เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท เพื่อพัฒนาและยกย่อง ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ประพฤติตนเป็นครูดีของแผ่นดิน มีศีลธรรม อุดมด้วยจิตวิญญาณความเป็นครู เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีทักษะการจัดการเรียนการสอนสำหรับผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ซึ่งสอดคล้องกับพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) และแผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ.2560-2579) ปัจจุบันมีสมาชิกแล้วกว่า 30,000 คนทั่วประเทศ

ทั้งนี้เมื่อปี 2559 ได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์) เป็นประธานในพิธี และได้รับเกียรติจาก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล และลงนามในเกียรติบัตรแก่ผู้ได้รับรางวัล สำหรับปี 2562 มูลนิธิฯ ได้ต่อยอดโครงการโดยให้คุณครูที่เข้าร่วมโครงการฯ สร้าง “เด็กดีของแผ่นดิน” และในปี 2563 ได้เปิดตัวโครงการ “ศึกษานิเทศก์ดีของแผ่นดิน” โดยมีเจตนารมณ์ที่จะยกระดับการศึกษาไทยด้วยการสร้างคนดีให้แผ่นดินอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนตลอดไป สำหรับผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาที่สนใจ สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายที่ Facebook เครือข่ายครูดีของแผ่นดิน หรือ ID Line @thaisuprateacher หรือ http://www.thaisuprateacher.org สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ 02-001-1515 หรือ 064 8282 365

บัลลังก์ โรหิตเสถียร / รายงาน
ขอบคุณภาพถ่ายเพิ่มเติม นายสุภรณ์ แสงผะกาย

สพฐ.กำหนดปฏิทินและตัวชี้วัดประเมินการย้ายข้าราชการครู (กรณีปกติ) ปี 2563

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ออกหนังสือ ที่ ศธ 04009/ว 7373-ว 7374 เรื่อง การย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัด สพฐ. (กรณีปกติ) ปี พ.ศ. 2563

หนังสือเวียนถึง ศธจ. และเขตพื้นที่การศึกษา

ปฏิทินการดำเนินงาน

ตัวชี้วัดการประเมินการย้าย

อ้างจาก http://personnel.obec.go.th/home/archives/47044

สพฐ.ออกหนังสือให้ใช้อัตราว่างที่เหลือจากการบรรจุครูคืนถิ่น เพื่อสรรหาบรรจุแต่งตั้ง

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว 6919 ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 เรื่อง การใช้อัตราว่างข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจากผลการเกษียณอายุราชการ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ที่เหลือจากการบรรจุและแต่งตั้งนักศึกษาทุนโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นปี 2562

โดยสามารถนำอัตราที่เหลือจากการบรรจุนักศึกษาทุนดังกล่าว ไปสรรหา บรรจุ และแต่งตั้งได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.กำหนดต่อไป

ลิ๊งค์ที่เกี่ยวข้อง สพร.สพฐ.

ศธ.ตั้งคณะทำงานจัดทำแผนบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กในภาพรวมของกระทรวง

(18 พ.ย.62) นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงนามในคำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ 2472/2562 ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานจัดทำแผนบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กในภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการ โดยนายวรัท พฤกษากุลนันท์ ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการภาค 11 เป็นประธานคณะทำงาน

อำนาจหน้าที่ของคณะทำงาน มีหน้าที่จัดทำข้อมูลการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กในภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งออกแบบและจัดทำสรุปรายงานการจัดทำแผนบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กในภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการ

สำหรับแผนบริหารจัดการ จะเป็นแบบขั้นบันไดที่มีความต่อเนื่องและยั่งยืน ที่สามารถเห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 2 ปี โดยจะมีสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ร่วมมือกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา รวมทั้งภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ในการจัดทำแผนบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก พร้อมทั้งมีการกำหนดเป้าหมาย ระยะเวลา และแนวทางการดำเนินงานอย่างชัดเจน ให้แล้วเสร็จภายใน 6 สัปดาห์ โดยเน้นตำบลเป็นฐาน

รมว.ศธ.เปิดเวิร์คช็อป CONNEXT EDรวมพลังภาคประชาสังคม และ33องค์กรภาคเอกชน ขับเคลื่อนการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน

(18 พ.ย. 62) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานภาครัฐ เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน ประจำปี 2562 (CONNEXT ED Workshop 2019) พร้อมทั้งกล่าวสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้นำรุ่นใหม่สู่การขับเคลื่อนยกระดับการศึกษาไทย (School Partner) กว่า 900 คน ก่อนลงพื้นที่ปฏิบัติงานและร่วมผลักดันยุทธศาสตร์การดำเนินงานสู่โรงเรียนประชารัฐ 4,781 แห่งทั่วประเทศ โดยมีนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานภาคเอกชน ตลอดจนผู้แทนจากภาคประชาสัมคม และผู้แทน 33 องค์กรภาคเอกชนเข้าร่วม ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลลาดพร้าว กรุงเทพฯ

ประเด็นสำคัญ
– โครงการสานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED (ชื่อเดิม สานพลังประชารัฐ) เป็นการผนึกกำลังสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมด้านการศึกษาของ 3 ภาคส่วนหลัก ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม
– ก่อตั้งโดย 12 บริษัท ปัจจุบันมี 33 บริษัทเข้าร่วมสนับสนุน
– เพื่อยกระดับการศึกษาไทย สู่การสร้าง “เด็กดี เด็กเก่ง” ของประเทศอย่างยั่งยืน ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์การลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาศักยภาพคน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในประเทศ
– รมว.ศธ.ย้ำความร่วมมือจากทุกภาคส่วนมาช่วยพัฒนาการศึกษาทำให้เกิด 3 ป คือ ประวัติศาสตร์ ปาฎิหาริย์ และปฎิรูปการศึกษา
– ศธ.ตั้งเป้าปีการศึกษา 2563 ครูทุกคนควรจะต้องพูดหรือสื่อสารภาษาอังกฤษได้
– รร.ต้องบริหารจัดการโครงการต่างๆ เช่น สิ่งแวดล้อม ยาเสพติด ได้เองโดยไม่จำเป็นต้องประกวดให้เป็นภาระครู-นักเรียน
– ศธ.พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เตรียมเชิญฝ่ายค้านมาหารือร่วมกันทำงาน ไม่แบ่งฝักฝ่าย

รมว.ศธ. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานภาครัฐ กล่าวตอนหนึ่งว่า นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่โครงการ สานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED อันเกิดจากกลไกความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ได้สร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมด้านการศึกษาได้อย่างลงตัวและเห็นเป็นรูปธรรมต่อเนื่องมากว่า 3 ปี

ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานภาครัฐ ขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีความมุ่งมั่น มีจิตสาธารณะที่จะแบ่งปัน ทั้งด้านบุคลากร ทรัพยากร และองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่มีอยู่ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้เท่าเทียมกันในทุกพื้นที่ ส่งเสริมให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างผู้อำนวยการโรงเรียนประชารัฐ คณะครู และผู้นำรุ่นใหม่ (School Partner) และผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (ICT Talent) ของภาคเอกชน เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ รวมถึงการใช้สื่อและเทคโนโลยี ตลอดจนส่งเสริมการใช้ภาษาอังกฤษซึ่งมีความสำคัญมากในโลกปัจจุบัน โดยกระทรวงศึกษาธิการจะนำข้อมูลสถานศึกษาที่โครงการฯ ได้รวบรวมไว้ในระบบ School Management มาวางแผนพัฒนา รวมถึงเดินหน้าผลักดันระบบอินทอร์เน็ตให้ครอบคลุมโรงเรียนทั่วประเทศ การพัฒนาและปฏิรูปการศึกษาเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน มั่นใจว่า ผู้นำรุ่นใหม่ (School Partner) จะเป็นผู้นำที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้จริง ส่งผลให้นักเรียนเติบโตเป็นกำลังและอนาคตของชาติต่อไป

ทั้งนี้ ขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาช่วยพัฒนาการศึกษา ซึ่งตนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นตัวเชื่อมและช่วยขยายการดำเนินโครงการนี้ต่อเนื่องในระยะที่ 3 ดังนั้นปัญหาอุปสรรคในเรื่องใดที่ภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม จะมาช่วยขับเคลื่อนให้เดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งระยะเวลา 3 เดือนในฐานะ รมว.ศึกษาธิการ เห็นความร่วมมือจากทุกภาคส่วนมาช่วยพัฒนาการศึกษาทำให้เกิด 3 ป ซึ่งมีความสำคัญมาก ได้แก่ ประวัติศาสตร์ ปาฎิหาริย์ และปฎิรูปการศึกษา เพราะเมื่อมีความร่วมมือจากทุกฝ่ายและทุกภาคส่วนเกิดขึ้น เชื่อว่าจะเป็นการสร้าง ประวัติศาสตร์ ปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลถึงความสำเร็จของการปฎิรูปการศึกษาไทยอย่างแน่นอน โดยอย่ามองปัญหาการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเป็นของคนใดคนหนึ่ง เพราะหากคิดเช่นนั้นปฎิรูปการศึกษาจะไม่สำเร็จและจะส่งผลไปถึงการพัฒนาประเทศในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่โลกในศตวรรษที่ 21 ผู้บริหารและครูทุกคนก็ต้องปรับตัวให้มีทักษะด้านดิจิทัล และภาษาอังกฤษ โดย ศธ.ตั้งเป้าหมายในปีการศึกษา 2563 ครูทุกคนควรจะต้องพูดหรือสื่อสารภาษาอังกฤษได้ รวมทั้งนโยบายเกี่ยวกับโครงการต่าง ๆ ของโรงเรียน เช่น โรงเรียนสีขาวปลอดยาเสพติด โรงเรียนสีเขียวรักษ์สิ่งแวดล้อม ฯลฯ ไม่ต้องการให้มีการประกวดโครงการ เพราะจะส่งผลต่อภาระครูและนักเรียน แม้จะมีป้ายติดหน้าโรงเรียนหลายป้าย แต่ก็ไม่ได้ส่งผลให้คุณภาพเด็กดีขึ้น แต่อยู่ที่วิธีบริหารจัดการโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนปลอดยาเสพติดและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้เอง โดยที่ไม่ต้องติดป้ายประกาศหรือประกวด ซึ่งจะขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยเพื่อยังไม่ต้องมาทำความร่วมมือกับโรงเรียนในโครงการต่าง ๆ อีก

นอกจากนี้ พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในเรื่องปฎิรูปการศึกษาให้ประสบความสำเร็จ และในเร็ว ๆ นี้จะเชิญฝ่ายค้านที่มีข้อเสนอด้านการจัดการศึกษามาให้ข้อคิดเห็น เพื่อร่วมกันทำงานโดยไม่ต้องแบ่งฝักฝ่ายอีกต่อไป

โอกาสนี้ รมว.ศธ.ได้มอบโล่เกียรติยศเชิดชูเกียรติแก่ตัวแทนภาคประชาสังคม และภาคเอกชน 33 องค์กรที่ร่วมขับเคลื่อนการศึกษาไทยในโรงเรียนประชารัฐ โครงการสานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED ซึ่งประกอบด้วย 12 องค์กรผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ กลุ่มเซ็นทรัล บมจ. ซีพี ออลล์ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร กลุ่มมิตรผล : กลุ่มธุรกิจน้ำตาลประเทศไทย พลังงาน และธุรกิจใหม่ กลุ่มปตท. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เอสซีจี บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ บมจ.ไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป และ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น และ 21 องค์กรเครือข่ายพันธมิตรใหม่ของโครงการ ได้แก่ บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น บมจ. บ้านปู สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ โรงเรียนเอ็นคอนเส็ปท์ อี แอคเคเดมี่ บจ. ไทยโตชิบาอุตสาหกรรม และ บจ. สวนอุตสาหกรรมบางกะดี บมจ. บีอีซี เวิลด์ บจ. สลิงชอท กรุ๊ป บจ. เอดู พาร์ค บจ. เอ.พี. ฮอนด้า บจ. โพซิทีฟ โซลูชั่น บจ. เอส เค โพลีเมอร์ บจ. เบอร์แทรม (1958) บจ. โกลบิช อคาเดเมีย (ไทยแลนด์) บจ. แม็คเอ็ดดูเคชั่น บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) บจ. เควี อิเล็กทรอนิกส์ บจ. แอล แอนด์ อี แมนูแฟคเจอริ่ง บจ. เลิร์น คอร์ปอเรชั่น บจ. เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม (เทสโก้ โลตัส) และ บจ. เวสเทิร์น ดิจิตอล (ประเทศไทย)

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานภาคเอกชน กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการสานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED ริเริ่มก่อตั้งขึ้นโดย 12 องค์กรเอกชนชั้นนำของไทย ได้แก่

  1. ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
  2. กลุ่มเซ็นทรัล
  3. บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ)
  4. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
  5. บมจ.ปูนซีเมนต์ไทย
  6. บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์
  7. กลุ่มมิตรผล (กลุ่มธุรกิจน้ำตาลประเทศไทย พลังงาน และธุรกิจใหม่)
  8. บมจ.ปตท.
  9. บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ
  10. บมจ.ไทย ยูเนี่ยนกรุ๊ป
  11. บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น
  12. บมจ.ซีพีออลล์

โดยในปีที่ผ่านมา มีเครือข่ายพันธมิตรใหม่เข้าร่วมโครงการอีก 21 องค์กร ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวทำให้เกิดการสนับสนุนและพัฒนาในด้านต่าง ๆ อีกมากมาย เช่น การสนับสนุนด้านบุคลากรและงบประมาณดำเนินโครงการตามบริบทของโรงเรียน, การสนับสนุนด้านองค์ความรู้และการอบรมพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา, การสนับสนุนด้านสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการสับสนุนด้านโฆษณาและประชาสัมพันธ์ เป็นต้น

จากที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น ภาคเอกชนพร้อมเดินหน้าสานต่อโครงการสานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED ให้บรรลุตามเป้าหมายในการยกระดับการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน และมีแผนจะจัดทำสมุดพกดิจิทัลเพื่อให้สามารถประเมินผล และแสดงผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนรายบุคคล และเตรียมก่อตั้งมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED ตลอดจนจัดทำระบบบริจาคออนไลน์เพื่อระดมทุนสนับสนุนด้านการศึกษา

ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าการสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมด้านการศึกษาจะประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่การพัฒนาการศึกษาไทยให้ก้าวไกลและเกิดความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
กิตติกร แซ่หมู่ / ถ่ายภาพ
ขอบคุณกราฟิก / CONNEXT ED
ข่าวเพิ่มเติม เดลินิวส์

ติวเข้มต่อเนื่อง…กลุ่มทรู เตรียมพร้อมผู้นำICTรุ่นใหม่ ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจ ร.ร.ประชารัฐ

(8 พ.ย. 62) กลุ่มทรู หนึ่งในองค์กรเอกชนผู้ก่อตั้งโครงการสานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาแก่ผู้นำไอซีที (ICT Talent) จำนวน 200 คน จาก 66 จังหวัด ซึ่งในปีนี้จะลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่องในโรงเรียนประชารัฐ รวม 1,000 แห่งทั่วประเทศ ภายใต้การดูแลของกลุ่มทรู

ในโอกาสนี้ คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ / ประธานกรรมการ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน ได้มาบรรยายพิเศษให้ความรู้ถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีของโลก พร้อมชี้แนวทางการเพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพของประเทศไทยในด้านต่าง ๆ รวมถึง 5 ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนด้านเทคโนโลยีของชาติซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์โครงการสานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED

นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ 3 เสาหลักแห่งความยั่งยืน (เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม) ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เหล่าผู้นำไอซีทีของกลุ่มทรู ได้ตระหนักถึงความสำคัญที่จะได้มีส่วนร่วมในการสร้างการเปลี่ยนแปลงและยกระดับการศึกษาไทย ถือเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่จะทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศ เพียงขออย่าได้ละความตั้งใจ

ซึ่งทุกการเปลี่ยนแปลง จะเกิดขึ้นได้ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนวิธีคิด หรือ “Mindset” ให้มีทัศนคติเชิงบวก พร้อมเปิดรับและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการเป็นผู้นำที่ดี ไม่ได้แค่ทำตามเป้าหมายที่กำหนดเท่านั้น แต่ควรทำในสิ่งที่มีความหมายด้วย

ทั้งนี้ การประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าวจัดขึ้น ณ โรงแรมเดอะ พาลาซโซ ถ.รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้และเตรียมความพร้อมแก่ผู้นำด้านเทคโนโลยีการศึกษา ICT Talent ซึ่งมีภารกิจหลักในการผลักดันให้คณะครูและนักเรียนในโรงเรียนประชารัฐ ใช้สื่อดิจิทัลและเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการจัดการเรียนการสอน

โดยครั้งนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นผู้วางหลักสูตรการอบรมตลอดทั้ง 3 วัน ซึ่งอัดแน่นไปด้วยความรู้หลากหลาย ทั้งการพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีมและการลำดับความสำคัญของงาน การสื่อสารอย่างเป็นระบบ การวิเคราะห์แผนงานและสาเหตุปัญหาการทำงาน ตลอดจนหาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ ผู้นำไอซีที ยังได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของเทคโนโลยี “Digital 4.0” พร้อมความรู้ด้านวิทยาการคำนวณ รวมถึงได้เปิดโลกทัศน์มุมมองใหม่ ๆ ถึงวิธีทรานสฟอร์มโรงเรียนสู่ยุคดิจิทัล และ Design Thinking งานบริการด้านดิจิทัล ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมอบรม ได้แบ่งปันประสบการณ์ อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการวางแผนลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจในโรงเรียนประชารัฐให้ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นต่อไป

ขอบคุณภาพ/ข่าว โครงการ CONNEXT ED