รมช.ศธ.”กนกวรรณ วิลาวัลย์” ลงพื้นที่พัทลุง หารือกับกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จัดตั้งกองลูกเสือมัคคุเทศก์

(16 สิงหาคม 2562) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง เพื่อหารือกับผู้แทนสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการจัดตั้งกองลูกเสือมัคคุเทศก์

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การลงพื้นที่จังหวัดพัทลุงครั้งนี้ นอกจากได้ไปตรวจเยี่ยมและพบปะครู ผู้บริหาร และบุคลากรทางการศึกษา ที่โรงเรียนพัทลุงคริสเตียน และตรวจเยี่ยมนิทรรศการด้านการส่งเสริมอาชีพของสำนักงาน กศน.จังหวัดพัทลุงแล้ว เรื่องสำคัญคือการหารือร่วมกับผู้แทนสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) ในการกำหนดแนวทางการอบรมและจัดตั้งกองลูกเสือมัคคุเทศก์ ซึ่งเป็นการบูรณาการร่วมกับ กก. เพื่อมุ่งเน้นส่งเสริมอัตลักษณ์ท้องถิ่น ใช้การท่องเที่ยวบูรณาการกับกิจการลูกเสือ รวมทั้งต้องการให้เยาวชนมีจิตสาธารณะ โดยนำหลักสูตรจิตอาสา 904 มาใช้ในการอบรมเพื่อสืบสานพระราชปณิธานในหลวงรัชกาลที่ 10

สำหรับความเป็นมาของการจัดตั้งกองลูกเสือมัคคุเทศก์ คือ การที่ผู้แทนสำนักงานลูกเสือแห่งชาติได้เดินทางไปประชุมและงานชุมนุมลูกเสือในต่างประเทศ ได้รับคำแนะนำและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับต่างประเทศเกี่ยวกับลูกเสือไทย เห็นว่าควรมีการปรับปรุงหลักสูตรลูกเสือให้น่าสนใจ มีความเป็นนานาชาติมากยิ่งขึ้น การจัดกิจกรรมลูกเสือควรได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจัง ทั้งยังต้องเพิ่มทักษะชีวิตให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกเสือไทยมีมั่นใจในตัวเอง กล้าที่จะแสดงออก รวมทั้งใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารได้

ดร.ศกลวรรณ เปี่ยมขำ ผู้แทนสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ กล่าวถึงแนวคิดการสร้างลูกเสือมัคคุเทศก์ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในแต่ละท้องถิ่น และฝึกให้ลูกเสือเป็นนักนวัตกร มีจิตสาธารณะ โดยวางแผนกิจกรรมในการจัดตั้งกองลูกเสือมัคคุเทศก์ เริ่มต้นในวันนี้ที่มีการหารือร่วมกับ ดร.นาที รัชกิจประการ ผู้แทนของ รมว.กก. ที่จะมีการลงนามความร่วมมือร่วมกันในเร็ว ๆ นี้ จากนั้นจะมีการพัฒนาหลักสูตร/สื่อให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 จากนั้นจะมีฝึกอบรมครูใน 6 จังหวัดนำร่อง แล้วจึงจัดตั้งหน่วยลูกเสือมัคคุเทศก์ในสถานศึกษาทั้ง 6 จังหวัด แลัวจึงขยายไปจัดตั้งเป็นหน่วยลูกเสือมัคคุเทศก์ระดับชาติ เพื่อให้ความสำคัญในเรื่องการบริการประชาชนด้วยจิตอาสา ก่อนขยายผลไปโรงเรียนทั่วประเทศตามแนวพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 10 ต่อไป

ดร.กมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การอบรมกองลูกเสือมัคคุเทศก์นำร่อง จะมีวิทยากรชุดแรก 15-20 คน ไปฝึกอบรมครูใน 4 ภูมิภาค แล้วจึงจัดตั้งเป็นกองลูกเสือมัคคุเทศก์แห่งชาติ จังหวัดละ 6 กองลูกเสือเป็นอย่างน้อย ก็จะได้จังหวัดละ 60 คน จากนั้นจึงขยายเป็นลูกเสือมัคคุเทศก์ 240-300 คนทั่วประเทศ เพื่อไปปฏิบัติงานในพื้นที่ เช่น จังหวัดพัทลุง จะมีลูกเสือมัคคุเทศก์พาประชาชนไปเที่ยวในเมืองเก่าชัยบุรี และเมื่อนำร่องครบ 3 เดือนแล้ว ก็จะขยายผลไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยวิทยากรชุดแรกจะไปฝึกวิทยากรชุดอื่น ๆ ให้มีจำนวน 4,800-5,000 คนต่อไป ซึ่ง ศธ.ได้จัดเตรียมงบประมาณดำเนินการสำหรับลูกเสือมัคคุเทศก์ไว้แล้วในเบื้องต้น ปีงบประมาณนี้จำนวน 4 ล้านบาท และ 35 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2563

อนึ่ง ในการลงพื้นที่จังหวัดพัทลุงครั้งนี้ มีคณะผู้บริหารเข้าร่วมประชุมหารือ เช่น นายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศึกษาธิการ, นายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศึกษาธิการ, นายศรีชัย พรประชาธรรม เลขาธิการ กศน., นายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน, นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง, ผู้อำนวยการ กศน.จังหวัดพัทลุง, ศึกษาธิการจังหวัดพัทลุง ตลอดจนผู้บริหารการศึกษาในจังหวัดพัทลุงและจังหวัดใกล้เคียง

บัลลังก์ โรหิตเสถียร / สรุป
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ถ่ายภาพ

รมช.ศธ.”กนกวรรณ วิลาวัลย์” ลงพื้นที่สงขลา พบปะรับฟังสภาพปัญหา กศน.-สช.

(16 สิงหาคม 2562) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานของสำนักงาน กศน. และการศึกษาเอกชน

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อต้องการไปพบปะ เยี่ยมเยียน รับฟังสภาพปัญหาให้ครบทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อยืนยันว่ารัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังในทุกพื้นที่ โดย ศธ.จะเร่งพัฒนาและจัดการศึกษาอย่างต่อเนื่องให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การเดินทางมาจังหวัดสงขลา ถือเป็นจังหวัดแรกในภาคใต้ที่เดินทางลงพื้นที่ ได้มีโอกาสพบปะกับครู ผู้บริหาร ครูสอนศาสนาอิสลาม ผู้แทนสมาคมโรงเรียนเอกชน ผู้แทนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ผู้แทนสถาบันศึกษาปอเนาะ และศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) สังกัดสำนักงาน กศน. และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)

ในภาคเช้า ได้ตรวจเยี่ยมโรงเรียนสมานคุณวิทยาทาน อ.หาดใหญ่ ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา จากนั้นไปตรวจเยี่ยมและพบปะผู้บริหารและครูโรงเรียนแสงทองวิทยา อ.หาดใหญ่ ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนขนาดกลางชายล้วนในเครือคณะซาเลเซียนของบอสโก หรือโรงเรียนคริสต์

ในช่วงบ่าย ได้ตรวจเยี่ยมสถาบัน กศน.ภาคใต้ อ.เมืองสงขลา และมอบนโยบายแก่ผู้บริหาร ข้าราชการ ครู และบุคลากรทางการศึกษาสังกัดสำนักงาน กศน. และ สช. ในพื้นที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมเดอะเบค วาเคชั่น ราชมังคลา อ.เมืองสงขลา

ในการพบปะครั้งนี้ ต้องการให้ทุกท่านเข้ามาช่วยการทำงานตามนโยบาย จึงได้รับฟังข้อคิดเห็น สภาพ ปัญหา และข้อเสนอแนะจากคนทำงานในระดับพื้นที่ โดยตัวแทนโรงเรียนเอกชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้สะท้อนปัญหาเรื่องเงินอุดหนุนไม่เพียงพอ เรื่องโครงสร้างบริหารจัดการของสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดใน จชต. เรื่องความต้องการในการเพิ่มเงินสิทธิในการรักษาพยาบาลของครูเอกชนเช่นเดียวกับข้าราชการเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เรื่องการขอตำแหน่งศึกษานิเทศก์การศึกษาเอกชนเพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดการศึกษาของ สช. เป็นต้น

“ข้อเสนอต่าง ๆ ที่ได้รับฟังในครั้งนี้ล้วนเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง โดยคณะทำงานจะรวบรวมข้อมูลที่ได้รับฟังนำไปพิจารณา เรื่องใดที่ทำได้เร็วและเกิดประโยชน์สูงสุด ก็จะเร่งดำเนินการอย่างสุดความสามารถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลครูโรงเรียนเอกชน ซึ่งมีข้อจำกัดของกองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน จึงได้มอบให้ปลัด ศธ. ในฐานะประธานกองทุนดังกล่าวไปพิจารณาในการประชุมบอร์ดสิ้นเดือนนี้ เพื่อให้ได้ข้อสรุปปรับเพิ่มวงเงินค่ารักษาพยาบาลครูเอกชน จากเดิมปีละ 1 แสนบาท เป็น 1.5 แสนบาท” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

อนึ่ง ในการลงพื้นที่จังหวัดสงขลาครั้งนี้ มีคณะผู้บริหาร ศธ. ลงพื้นที่ติดตามรับฟังสภาพปัญหาความต้องการ เช่น นายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศึกษาธิการ, นายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศึกษาธิการ, นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายศรีชัย พรประชาธรรม เลขาธิการ กศน., นายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ฯลฯ

บัลลังก์ โรหิตเสถียร / สรุป
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ถ่ายภาพ

ศธ.จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 87 พรรษา

กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 87 พรรษา ที่กระทรวงศึกษาธิการ

เมื่อเช้านี้ (12 สิงหาคม 2562) ที่สนามหน้า ศธ. / นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร จำนวน 88 รูป ถวายพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำปีพุทธศักราช 2562 โดยมีนางทยา ทีปสุวรรณ ภริยา, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายไกรเสริม โตทับเที่ยง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนผู้บริหาร ข้าราชการ ทุกองค์กรหลักและหน่วยงานในกำกับ เข้าร่วมพิธี

จากนั้น รมว.ศึกษาธิการ นำคณะผู้บริหารและข้าราชการ ร่วมลงนามถวายพระพร ณ ห้องโถง อาคารราชวัลลภ ชั้น 1 พร้อมกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ และกล่าวนำถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2562

ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม

ข้าพระพุทธเจ้า นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในนามของผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้มาพร้อมกัน ณ บริเวณพิธีแห่งนี้ ล้วนมีความปลาบปลื้มปีติโสมนัสเป็นล้นพ้น ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ที่ได้เวียนมาบรรจบในวันที่ 12 สิงหาคม 2562

ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ต่างชื่นชมในพระบุญญาบารมี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าปกกระหม่อมหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรตลอดระยะเวลาอันยาวนาน โดยเฉพาะพระราชกรณียกิจด้านการศึกษา สะท้อนผ่านภาพการเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมโรงเรียน นักเรียน และนักศึกษาทุกหนแห่ง และทรงสอนหนังสือราษฎรด้วยพระองค์เอง ทั้งในชุมชน หมู่บ้าน และสถานศึกษาในถิ่นทุรกันดาร และยังทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้วยพระราชหฤทัยที่เปี่ยมด้วยเมตตาธิคุณ เป็นที่ประจักษ์ประทับอยู่ในใจของพสกนิกร และก่อให้เกิดความสงบร่มเย็น ตลอดจนความเจริญก้าวหน้าแก่ประเทศชาติ และประชาชนตลอดมา

ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 12 สิงหาคม 2562 นี้ ข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต นำผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่อยู่ในบริเวณพิธีแห่งนี้ กล่าวถวายพระพรชัยมงคล ดังต่อไปนี้

“ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระพรชัยมงคล ด้วยความจงรักภักดี ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย พระบารมีแห่งพระสยามเทวาธิราช ตลอดจนพระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ ได้โปรดดลบันดาลอภิบาลประทานพร ให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงเจริญเพียบพร้อมด้วยจตุรพิธพรชัย ทรงพระเกษมสำราญ ปราศจากโรคาพยาธิภัย ดำรงพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน พระเกียรติคุณขจรขจายแผ่ไพศาล สถิตเป็นมิ่งขวัญร่มเกล้า ปวงข้าพระพุทธเจ้า และพสกนิกรทั้งหลาย ตราบกาลนานเทอญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ”

จากนั้น คณะผู้บริหารและข้าราชการ ศธ. ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และลงนามถวายพระพร

บัลลังก์ โรหิตเสถียร / สรุป
กลุ่มสารนิเทศ สป. / ถ่ายภาพ

รมช.ศธ.(กนกวรรณ วิลาวัลย์) ชื่นชมครูหลังกำแพงที่เรือนจำบางขวาง-สนับสนุนการศึกษาผู้พิการ รร.ศรีสังวาลย์-ศูนย์วิทย์รังสิต เป็นพื้นที่ของคนทุกวัย

(9 สิงหาคม 2562) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดนนทบุรีและปทุมธานี เพื่อตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายสถานศึกษาในสังกัดสำนักงาน กศน. และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ที่เรือนจำกลางบางขวาง โรงเรียนศรีสังวาลย์ ของมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต

ภารกิจที่เรือนจำกลางบางขวาง จ.นนทบุรี

นางสุพรพรรณ นาคปานเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า สำนักงาน กศน.อำเภอเมืองนนทบุรี ได้ร่วมกับเรือนจำกลางบางขวาง จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ เพื่อเป็นการฝึกวิชาชีพให้แก่ผู้ต้องขังในเรือนจำกลางบางขวาง ซึ่งในภาคเรียน ที่ 2/2561 มีผู้ต้องขังจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 273 คน ส่วนการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ ได้มีการสนับสนุนงบประมาณสำหรับการสอนอาชีพให้ผู้ต้องขังเรือนจำกลางบางขวาง จำนวน 3 หลักสูตร ได้แก่ วิชาจิตรกรรม หลักสูตร 100 ชั่วโมง, วิชาช่างตัดผม หลักสูตร 100 ชั่วโมง และวิชาช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ หลักสูตร 60 ชั่วโมง

พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า การให้การศึกษาแก่ผู้ต้องขังในเรือนจำ ถือเป็นนโยบายหลักของกรมราชทัณฑ์มาทุกยุคสมัย เนื่องจากการศึกษาสามารถพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้ ขณะเดียวกันผู้ต้องขังส่วนใหญ่เป็นผู้มีพื้นฐานความรู้น้อย เนื่องจากขาดโอกาสการศึกษา ทั้งนี้จากการเก็บข้อมูลพบว่าผู้ต้องขังที่ได้รับการศึกษาอบรมอย่างต่อเนื่องในระหว่างต้องโทษ จะกลับมากระทำผิดซ้ำลดลง แต่กรมราชทัณฑ์ก็ยังมีปัญหาอุปสรรคในการส่งเสริมพัฒนาการศึกษาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะในเรื่องของข้อจำกัดด้านอาคาร สถานที่ งบประมาณ วัสดุครุภัณฑ์ที่มีจำกัด ไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ต้องขังที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน

ส่วนในระดับนโยบาย กรมราชทัณฑ์ยินดีพัฒนาความร่วมมือในการดำเนินงานด้านการศึกษาให้กับผู้ต้องขังเพื่อสามารถเข้าถึงระบบการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มโอกาสให้ผู้ต้องขังได้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ  สอดคล้องกับนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาลในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ตลอดจนชื่นชมและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่การศึกษา หรือที่เรียกว่า “ครูหลังกำแพง” ผู้อุทิศตนเพื่อพัฒนาผู้ต้องขังให้กลับสู่สังคมภายหลังพ้นโทษได้อย่างมีคุณภาพ

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงาน กศน. ได้บูรณาการการจัดการเรียนการสอนให้ผู้ต้องขังอย่างต่อเนื่อง โดยมีบุคคลสำคัญที่ควรแก่การยกย่องคือ “ครูหลังกำแพง” ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จต่าง ๆ  ที่ช่วยเหลือทั้งด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานและการฝึกอาชีพ เพื่อคืนคนดีสู่สังคม

สำหรับปัญหาและข้อเสนอแนะที่ได้รับทราบในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ จะนำกลับมาช่วยกันพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการศึกษาได้มากยิ่งขึ้น เช่น การส่งเสริมช่องทางออนไลน์ของสำนักงาน กศน. เพื่อขายผลิตภัณฑ์จากฝีมือของผู้ต้องขัง เพื่อให้เกิดรายได้ และนำไปจัดหาอุปกรณ์การฝึกอาชีพให้ดียิ่งขึ้น

“กศน.ร่วมมือกรมราชทัณฑ์ ส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ เพิ่มค้าขายออนไลน์ พร้อมชื่นชม “ครูหลังกำแพง”

ตรวจเยี่ยม รร.ศรีสังวาลย์ จ.นนทบุรี

นางมีนา รอดคล้าย ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสังวาลย์ กล่าวว่า โรงเรียนศรีสังวาลย์เป็นโรงเรียนเอกชนการกุศล ของมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) รับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหว ทั้งประจำและไปกลับ อายุ 3 ถึง 18 ปี เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2546 และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 รวมถึงจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์พิเศษทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน เพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ความมีจิตสำนึก และมีสุขภาพกายสุขภาพจิตที่ดี รู้จักคิดวิเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นผู้มีวิสัยทัศน์ มีทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น และมีเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ

โรงเรียนศรีสังวาลย์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้เป็นโรงเรียนต้นแบบของการเรียนการสอนที่นำเทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะสมกับนักเรียน และนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับใช้ในห้องเรียน มีโครงการเกษตรตามพระราชดำริฯ เพื่อเด็กพิการทางร่างกายและสุขภาพ 

นอกจากนี้ โรงเรียนได้ส่งเสริมด้านดนตรีและนาฏศิลป์ ได้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งภายในและนอกโรงเรียน รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้เรียนได้แสดงออกด้านกีฬา เสริมสร้างสมรรถภาพทางร่างกาย สามารถเล่นกีฬาชนิดต่าง ๆ ได้ เข้าร่วมการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ และส่งเสริมด้านศิลปะวาดภาพระบายสี อีกทั้งยังได้สอนทักษะการดำรงชีวิตเพื่อเป็นพื้นฐานในการพึ่งพาตนเองในอนาคตต่อไป

ส่วนปัญหาหลักในปัจจุบัน คือ เรื่องบุคลากร โดยเฉพาะตำแหน่งครู ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย โดยหากครูสามารถสอบบรรจุเป็นข้าราชการได้ก็จะลาออกไป ตลอดจนปัญหาเรื่องงบประมาณ ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อการจัดการศึกษาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การได้รับทราบข้อมูลจากโรงเรียนศรีสังวาลย์ ถือเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ทั้งนี้ ศธ. มีโรงเรียนในภาคีเครือข่ายที่สามารถส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนสำหรับผู้พิการ ที่จะมาแลกเปลี่ยนข้อมูลและให้คำแนะนำ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการให้ดีขึ้น ซึ่งจากการพูดคุยเบื้องต้น อาจมีศูนย์ กศน.มาเปิดที่โรงเรียนศรีสังวาลย์ เพื่อพัฒนาอาชีพอย่างจริงจังและปรับปรุงระบบการติดตามผู้เรียน โดยจะกลับไปหารือในรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป

ทั้งนี้ รมช.ศึกษาธิการ ได้เน้นย้ำด้วยว่า “กระทรวงศึกษาธิการจะไม่ทิ้งคนไทยคนใดไว้เบื้องหลัง ทุกคนจะได้รับการศึกษาและดูแลอย่างเต็มที่”

“สนับสนุนการจัดการศึกษาผู้พิการ ย้ำ ศธ.ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

ตรวจเยี่ยมศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต จ.ปทุมธานี

ว่าที่ ร.อ. อาศิส เชยกลิ่น ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต กล่าวว่า ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต เป็นสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2537 เพื่อขยายและกระจายโอกาสทางการศึกษาอย่างกว้างขวางและทั่วถึง แก่นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป

ให้บริการการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมโดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ทั้งการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในรูปแบบหลากหลาย มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนรู้ตามความสนใจ เช่น กิจกรรมการเรียนรู้ผ่านนิทรรศการ ค่ายวิทยาศาสตร์ ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ กิจกรรมเสริมทักษะ วิทยาศาสตร์เคลื่อนที่ การบริการวิชาการ การประกวดแข่งขันทางวิทยาศาสตร์ และท้องฟ้าจำลอง เป็นต้น

ในส่วนของปัญหาที่พบ คือ ปัจจุบันประชาชนยังไม่รู้จักศูนย์ฯ มากนัก ทำให้มีผู้มาใช้บริการน้อย แต่ศูนย์ฯ ต้องเปิดให้บริการเต็มระบบทุกวัน ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสูงมาก และยังขาดงบประมาณในด้านนี้อยู่ ตลอดจนด้านบุคลากร ต้องการให้ ศธ. พิจารณาอัตรากำลังให้ศูนย์ฯ เพิ่มขึ้นด้วย

รมช.ศึกษาธิการ ได้ให้ข้อแนะนำเพื่อแก้ปัญหาผู้มาใช้บริการน้อย โดยต้องเริ่มจากสนับสนุนให้สถานศึกษาในพื้นที่ทั้งโรงเรียน มหาวิทยาลัยในจังหวัดปทุมธานีและพื้นที่ใกล้เคียง นำนักเรียนนักศึกษามาใช้บริการให้มากขึ้น ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค จะต้องร่วมกันหาวิธีบริหารจัดการให้ลดลงให้ได้ เนื่องจากเป็นต้นทุนของการดำเนินงานในศูนย์ฯ

สำหรับการพัฒนาบุคลากร จะต้องจัดสรรเพิ่มเติมเพื่อให้สามารถบริการได้ทั่วถึงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งซ่อมแซมเครื่องมือ อุปกรณ์ หรือสิ่งปลูกสร้างที่ยังไม่เรียบร้อยให้เสร็จโดยเร็ว และจัดหาเทคโนโลยีที่ทันสมัย ดึงดูดความสนใจมาใช้ให้มากขึ้น

ทั้งนี้ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิตไม่ใช่พื้นที่สำหรับเด็กเท่านั้น แต่ในโซนกิจกรรมต่าง ๆ สามารถสร้างความรู้และดึงดูดความสนใจให้กับผู้คนได้ทุกวัย นอกจากนี้ยังสามารถจัดกิจกรรมเพื่อดึงดูดให้คนมาใช้บริการเพิ่มขึ้นได้หลากหลาย เช่น ส่งเสริมคู่รักให้มาดูดาวในวันวาเลนไทน์ หรืออาจจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรสภายใต้ท้องฟ้าจำลอง เป็นต้น เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนรู้จักศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิตในวงกว้างยิ่งขึ้นต่อไป

“เป็นพื้นที่ของคนทุกวัย ผุดไอเดียชวนคู่รักจูงมือดูดาว กระตุ้นให้คนรู้จักมากยิ่งขึ้น

ปารัชญ์ ไชยเวช / สรุป
อธิชนม์ สลางสิงห์ / ถ่ายภาพ

สป.ศธ.จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM Day) ปี 2562

(8 สิงหาคม 2562) สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (กพร.สป.ศธ.) จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM Day) ประจำปีงบประมาณ 2562 โดยมีนางสาวนงศิลินี โมสิกะ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ สป. เป็นประธาน มีผู้บริหารและบุคลากรทุกหน่วยงานในสังกัด สป.ศธ. จำนวน 200 คน เข้าร่วมกิจกรรมซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 สิงหาคม 2562 ณ โรงแรมเดอะ รอยัล ซิตี้ โฮเทล กรุงเทพฯ

นางสาวนงศิลินี โมสิกะ กล่าวว่า สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารราชการที่มีธรรมาภิบาลและหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ซึ่งต่อไปจะมีการบริหารจัดการภาครัฐแบบใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน ในการจัดการความรู้ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)ได้ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2549

ต่อมาได้นำมาผนวกไว้ในเรื่องการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ หรือ PMQA ในปี 2558 อยู่ในหมวด 4 เรื่องการวัดการวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ และได้มีการปรับปรุงเกณฑ์ให้มีความทันสมัยตามบริบทที่เปลี่ยนแปลง

โดยในปี 2561 เป็นต้นมา ส่วนราชการต่าง ๆ ต้องดำเนินการตามแนวทางให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบราชการ 4.0 ตามเกณฑ์การประเมินสถานะของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งสำนักงาน ก.พ.ร ได้ให้แนวทางดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรีไว้แล้ว จะเน้นเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ในส่วนที่เพิ่มเติมและคุณลักษณะสำคัญ 10 ประการของระบบราชการ 4.0

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ใกล้ตัวและเป็นสิ่งที่ข้าราชการต้องรับรู้ ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่สามารถเรียนรู้ได้จากสื่อออนไลน์ การจัดการความรู้และกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถือเป็นภารกิจที่หน่วยงานในสังกัดได้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และได้องค์ความรู้จำนวนมากที่เป็นภารกิจของหน่วยงานและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ สป. เพื่อให้บุคลากรใน สป.ได้ใช้ประโยชน์ต่อไป

ทั้งนี้ มีกิจกรรมที่สำคัญในการแลกเปลี่ยนและนำเสนอ 11 องค์ความรู้ของ สป.ในปีงบประมาณ 2562 คือ

  1. การกำกับติดตามข้อมูลนักเรียนและการให้เงินอุดหนุนรายบุคคล โดยมีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เป็นผู้รับผิดชอบ
  2. การวิเคราะห์ระบบจัดเก็บข้อมูลภาคีเครือข่ายผ่านระบบ DMIS โดยมีสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) เป็นผู้รับผิดชอบ
  3. การเขียนข้อเสนอการวิจัย โดยมีสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ (สนย.) เป็นผู้รับผิดชอบ
  4. เทคนิคการเขียนแผนการสร้างภูมิคุ้มกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา โดยมีสำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา (สสก.) เป็นผู้รับผิดชอบ
  5. การยกร่างกฎหมาย โดยมีสำนักนิติการ (สน.) เป็นผู้รับผิดชอบ
  6. เทคนิคการจัดทำคู่มือการจัดกิจกรรมวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า โดยมีสำนักการลูกเสือ ยุวกาชาด และกิจการนักเรียน (สกก.) เป็นผู้รับผิดชอบ
  7. เทคนิคการตรวจรับงานจ้าง โดยมีศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ศทก.) เป็นผู้รับผิดชอบ
  8. การสรรหาและการคัดเลือกคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีสำนักตรวจราชการและติดตามประเมินผล (สตผ.) เป็นผู้รับผิดชอบ
  9. การบริหารงานบุคคลของบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค.(2) โดยมีสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เป็นผู้รับผิดชอบ
  10. การพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ศึกษานิเทศก์ สังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด โดยมีสถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา (สคบศ.) เป็นผู้รับผิดชอบ
  11. ขยะให้ชีวิต เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมี สำนักการลูกเสือ ยุวกาชาด (สกก.) และกิจการนักเรียน เป็นผู้รับผิดชอบ

นายสมภพ อุณหชาติ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายในการส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดินที่มีธรรมาภิบาล ยึดหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองทีดี การบริหารจัดการภาครัฐแบบใหม่ การตอบสนองความต้องการของประชาชนที่เป็นศูนย์กลาง และการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่ต้องมีองค์ความรู้ที่ใช้ในการปฏิบัติราชการรูปแบบใหม่ เพื่อให้หน่วยงานก้าวไปสู่การเป็นระบบราชการ 4.0 ซึ่งการจัดการความรู้ และการสร้างองค์ความรู้ของส่วนราชการในการแก้ปัญหาการเรียนรู้และมีเหตุผล เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินสถานะของหน่วยงานภาครัฐในการเป็นระบบราชการ 4.0

การจัดการความรู้ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ได้มีการจัดประชุมผู้แทนหน่วยงานในการสังกัดเพื่อชี้แจงและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการจัดการความรู้ มีการคัดเลือกองค์ความรู้ที่เป็นภารกิจของหน่วยงานและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ขององค์กร มีการแต่งตั้งผู้บริหารสูงสุดด้านการจัดการความรู้ (Chief Knowledge Officer : CKO) ของ สป.ศธ. ได้แก่ นายอำนาจ วิชยานุวัติ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานการจัดการความรู้ มีการบูรณาการร่วมกันในการจัดทำแผนการจัดการความรู้ และมอบหมายงานให้หน่วยงานในสังกัดในการดำเนินการขับเคลื่อนการจัดการความรู้ให้เป็นไปตามขั้นตอนของแผนการจัดการความรู้ ตลอดจนจัดประชุมเพื่อติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงาน

สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมในปีนี้ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับทราบผลการดำเนินงานการจัดความรู้ จำนวน 11 องค์ความรู้ และร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากองค์ความรู้ต่าง ๆ ตลอดจนเป็นการยกย่องชมเชยหน่วยงานที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานที่สามารถขยายผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปสู่บุคลากรในสังกัดได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรม นอกจากจะได้รับความรู้แล้วยังถือว่าเป็นบุคคลสำคัญที่มีส่วนช่วยขยายผลการสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ในองค์กรเพื่อนำไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืนต่อไป

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
กิตติกร แซ่หมู่ / ถ่ายภาพ

หลักเกณฑ์การคัดเลือกเด็กและเยาวชนดีเด่น และเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ประจำปี 2563 เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี

การคัดเลือกเด็กและเยาวชนดีเด่น

ขอให้ส่วนราชการ/หน่วยงาน/องค์กร (จำนวน 17 หน่วยงาน) ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ฯ โดยให้แบบสมัครคัดเลือกฯ ตามรูปแบบที่กำหนด และให้ส่งรายชื่อเด็กและเยาวชนดีเด่นที่ผ่านการคัดเลือกจากส่วนราชการ/หน่วยงาน/องค์กร (จำนวน 17 หน่วยงาน) พร้อมเอกสารประกอบการสมัครให้ “สำนักอำนวยการ กลุ่มบริหารงานกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ” ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 โทรศัพท์ 0 2281 1753 ภายในวันที่ 10 ตุลาคม 2562

การคัดเลือกเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ประจำปี 2563

ให้แจ้งสถานศึกษาในสังกัด โดยขอให้เด็กและเยาวชนที่สนใจและมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ส่งแบบสมัครคัดเลือกฯ ด้วยตนเองหรือไปรษณีย์ ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2562 ถึงวันที่ 10 ตุลาคม 2562 พร้อมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ไปยัง “สำนักอำนวยการ กลุ่มช่วยอำนวยการและประสานราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ” ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 โทรศัพท์ 0 2281 9752 โทรสาร 0 2628 5616 กรณีส่งทางไปรษณีย์ จะถือว่าวันที่ประทับตราไปรษณีย์เป็นวันส่งผลงาน

Download เอกสารไฟล์ได้ที่  http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=54620&Key=news19

ศธ.ออกมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการ

(7 สิงหาคม 2562) นายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงนามในหนังสือแจ้งทุกส่วนราชการของกระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการ รวมทั้งกำหนดสถานที่ตั้งและผู้บริหารศูนย์เฝ้าระวังและรักษาความปลอดภัยกระทรวงศึกษาธิการ 3 จุด คือ 1) ห้องประชุมสำนักอำนวยการ สป. ชั้น 1 อาคารราชวัลลภ 2) อาคาร สพฐ.1 ชั้น 1 และ 3) อาคาร สอศ. ห้องประชุม 4 ชั้น 1

รมช.ศธ.(กนกวรรณ) ตรวจเยี่ยม กศน.-ศูนย์เด็กเล็ก-สช. “ย้ำมาจากประชาชน ต้องฟังเสียงประชาชน”

นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมและพบปะข้าราชการภายในกระทรวงศึกษาธิการ ที่สำนักงาน กศน. ศูนย์เด็กเล็ก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

รับประทานอาหารเช้า ที่โรงอาหาร ศธ.

เมื่อเช้านี้ (7 ส.ค.62) เวลา 8.10 น. นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ และคณะทำงาน (นายกมล รอดคล้าย และนายพะโยม ชิณวงศ์) รวมทั้งนายศรีชัย พรประชาธรรม เลขาธิการ กศน. รับประทานอาหารเช้าร่วมกัน รวมทั้งพบปะทักทายพูดคุยกับข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และแม่บ้าน ที่โรงอาหาร ศธ. ชั้น 2 อาคารรัชมังคลาภิเษก

รมช.ศธ. ฝากให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องให้ความสำคัญในการดูแลรักษาความสะอาดของอาหารเครื่องดื่ม สถานที่ และภาชนะในการรับประทานอาหาร รวมทั้งฝากให้สำนักอำนวยการ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาปรับปรุงห้องอาหารผู้บริหาร ให้มีความสะอาด ปรับปรุงระบบไฟฟ้าแสงสว่างภายในห้อง เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากสถานที่ที่มีอยู่แล้วได้อย่างคุ้มค่า

ตรวจเยี่ยมสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.)

รมช.ศธ. กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะบริหารประเทศไปสู่ความก้าวหน้า โดยเฉพาะการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยทุกคนให้เติบโตเป็นกำลังคนที่มีทักษะความรู้ความสามารถ ซึ่งการจัดการศึกษาของสำนักงาน กศน. ถือเป็นหน่วยงานที่เข้าถึงประชาชนทุกคนในพื้นที่ เป็นการจัดการศึกษาที่มีความยืดหยุ่น สามารถปรับให้เหมาะสมกับสภาพของชุมชนและผู้เรียนที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการที่โรงเรียนจัดให้ได้

นอกจากนี้ ที่ผ่านมาก่อนเป็นรัฐมนตรี ก็ได้คลุกคลีการทำงานร่วมกับสำนักงาน กศน.อำเภอ/ตำบลในพื้นที่มาโดยตลอด ทำให้ได้รับทราบสภาพปัญหาและความต้องการของสำนักงาน กศน. เมื่อมีโอกาสได้เข้ามาดูแลรับผิดชอบการทำงานของสำนักงาน กศน. ก็พร้อมจะผลักดันการทำงานของ กศน. ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การมาตรวจเยี่ยมครั้งนี้ จึงต้องการมาพบปะ รับฟังการทำงานของข้าราชการทุกระดับ เพราะตนเป็นนักการเมืองมาจากประชาชน ย่อมต้องฟังเสียงประชาชน รวมทั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

ตรวจเยี่ยมศูนย์เด็กเล็ก สพฐ. (ชั้น 1 อาคารกรมการฝึกหัดครู)

รมช.ศธ. กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย โดยกำหนดไว้ในนโยบายหลัก 12 ด้าน ข้อที่ 8.1 ส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยจัดให้มีระบบพัฒนาเด็กแรกเกิดอย่างต่อเนื่อง จนถึงเด็กวัยเรียน ให้มีโอกาสพัฒนาตามศักยภาพ เพื่อสร้างคนไทยที่มีพัฒนาการเต็ม ตามศักยภาพผ่านครอบครัวที่อบอุ่นในทุกรูปแบบครอบครัว เพื่อส่งต่อการพัฒนาเด็กไทยให้มีคุณภาพสู่การพัฒนาในระยะถัดไปบนฐานการให้ความช่วยเหลือที่คํานึงถึงศักยภาพ ของครอบครัวและพื้นที่ เตรียมความพร้อมการเป็นพ่อแม่ ความรู้เรื่องโภชนาการและสุขภาพ การอบรมเลี้ยงดู การส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยผ่านการให้บริการสาธารณะที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยทั่วประเทศให้ได้มาตรฐาน และพัฒนา ศักยภาพของบุคลากรทางการศึกษาและผู้ดูแลเด็กปฐมวัยให้สามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ และส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยคํานึงถึงพหุปัญญาที่หลากหลายของเด็กแต่ละคนให้ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพ ผ่านการออกแบบ การจัดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับระบบโรงเรียนปกติที่เป็นระบบและมีทิศทางที่ชัดเจน

การตรวจเยี่ยมศูนย์เด็กเล็ก สพฐ. ในครั้งนี้ ถือเป็นศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่อยู่ภายในกระทรวง รับผิดชอบดูแลเด็กระดับปฐมวัย 1 ห้องเรียน จำนวน 27 คน จากการตรวจเยี่ยมพบว่า ห้องเรียน ห้องน้ำ และสถานที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้ มีความสะอาดมาก ครูจัดกิจกรรมได้อย่างน่าสนใจ ทำให้เด็ก ๆ มีความสุขเป็นอย่างมาก

ตรวจเยี่ยมสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)

รมช.ศธ. กล่าวว่า ขณะนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนงานในหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะปัญหาที่จะเร่งปรับปรุงแก้ไขส่วนใหญ่เป็นเรื่องของอัตรากำลัง สวัสดิการ และงบประมาณ ซึ่งตนได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ) ให้กำกับดูแลการศึกษาเอกชน ก็พร้อมที่จะรับฟังทุกความเห็น เพื่อยกระดับการศึกษาเอกชนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเน้นการทำงานแบบเชิงรุก เน้นการบูรณการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ มีผู้บริหาร สช. นำโดยนายกวินทร์เกียรติ นนธ์พละ รองเลขาธิการ กช. นำ รมช.ศธ. ตรวจเยี่ยม พูดคุย ให้กำลังใจข้าราชการและเจ้าหน้าที่

อิชยา กัปปา, บัลลังก์ โรหิตเสถียร / สรุป
กิตติกร แซ่หมู่ / ถ่ายภาพ

ศธ.กำชับหน่วยงานเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการ

นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงนามในหนังสือแจังส่วนราชการในสังกัด เรื่อง มาตรการรักษาปลอดภัยในสถานที่ราชการ ว่า ตามที่มีเหตุการณ์ระเบิดหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 2 สิงหาคม 2562 ซึ่งพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีบัญชาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสอบสวนในกรณีดังกล่าว และเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยขอให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และขอความร่วมมือประชาชนเฝ้าระวัง พบเห็นสิ่งผิดปกติ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเร่งด่วนนั้น

กระทรวงศึกษาธิการ จึงขอให้หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงาน/สถานศึกษา ทุกแห่ง ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการ นักเรียนและนักศึกษา และติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หากมีเหตุการณ์ไม่ปกติ ขอให้รายงานศูนย์เฝ้าระวังของกระทรวงศึกษาธิการทราบทันที ทางโทรศัพท์หมายเลข 02-281-7173 หรือ 02-628-6340 และโทรสารหมายเลข 02-280-4272 เพื่อประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงต่อไป

รมช.ศธ.กนกวรรณ พร้อมสนับสนุนเขี้ยวเล็บพัฒนาศูนย์วิทย์ฯ บริการประชาชนทุกช่วงวัย

(1 สิงหาคม 2562) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะผู้บริหาร ศธ. ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) สำนักงาน กศน. โดยมีนายศรีชัย พรประชาธรรม เลขาธิการ กศน., คณะผู้บริหารสำนักงาน กศน. และผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับและนำคณะเยี่ยมชมห้องฉายดาว อาคารท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ อาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ และรับฟังการนำเสนอผลการดำเนินงานของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา

นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ กล่าวว่า ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่าต่อเยาวชนและประชาชนทั่วไปมาช้านาน สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้วยนวัตกรรมที่หลากหลาย ทั้งจากงบประมาณที่ได้รับ และการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้บริการครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายอย่างมีคุณภาพ

ที่นี่มีจุดเด่น คือ ท้องฟ้าจำลอง ที่บริการความรู้ด้านดาราศาสตร์ และอวกาศได้อย่างน่าสนใจรู้สึกชื่นชมกับแนวคิดของผู้บริหารและการปฏิบัติงานของบุคลากรเป็นอย่างยิ่งที่มุ่งพัฒนาการให้บริการต่าง ๆ อย่างเต็มที่บนข้อจำกัดที่มี ซึ่งที่นี่ยังต้องการการพัฒนาในหลาย ๆ ด้าน เพื่อเพิ่มการบริการด้านการเรียนรู้ให้เต็มศักยภาพมากขึ้น อาทิ การจัดหาอุปกรณ์มาทดแทนอุปรณ์เดิมที่ชำรุดทรุดโทรมลง การจัดแสดงกิจกรรมให้สอดคล้องกับผู้ชมได้ทุกช่วงวัย สามารถรองรับนักท่องเที่ยวให้ได้อย่างพอเพียงยิ่งขึ้น

รวมทั้งแผนการพัฒนาโดยการนำระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการให้เกิดความสะดวกสบายและเพิ่มความทันสมัยแก่ผู้มารับบริการ เช่น การจองกิจกรรม ระบบการขายบัตรเข้าชม แบบออนไลน์ เป็นต้น

ทั้งนี้ การสร้างขวัญและกำลังใจของบุคลากรก็เป็นสิ่งสำคัญ ตามที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ได้เสนอขอให้เพิ่มอัตรากำลังด้านต่าง ๆ ให้เพียงพอต่อความต้องการ เพราะต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในบางสาขาวิชา ซึ่งขณะนี้ยังขาดการพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะด้าน ซึ่งในเรื่องนี้ตนก็รับไว้ไปพิจารณาดำเนินการ พร้อมทั้งจะนำข้อคิดเห็นและสภาพปัญหาดังกล่าวไปหารือกับคณะทำงาน ผู้บริหาร สำนักงาน กศน. เครือข่าย และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ให้มีความพร้อมอย่างเต็มประสิทธิภาพต่อไป

เอื้อมพร สุเมธาวัฒนะ / สรุป
อานนท์ วิชานนท์ / ถ่ายภาพ
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / วีดิโอ

WordPress.com.

Up ↑