เสมา3 เปิดโครงการ กศน.สช. “WOW WOW ก้าวสู่ยุคดิจิทัล” ดัน Online Learning ตอบสนองนโยบาย Thailand4.0

(25 กันยายน 2562) ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดโครงการ “กศน. สช. WOW WOW ก้าวสู่ยุคดิจิทัล” ณ เมืองทองธานี มีผู้บริหาร ผู้อำนวยการ สถานศึกษา และหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศกว่า 1,200 คน เข้าร่วมงาน

โดยสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)​ จัดขึ้น เพื่อมุ่งหวังปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ตอบสนองนโยบายประเทศไทย 4.0 และการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 โดยเน้นพัฒนาระบบการเรียนตลอดชีวิต ก้าวข้ามรูปแบบการสอนแบบเดิมสู่การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ ใช้เทคโนโยลีเป็นฐานรองรับการเรียนรู้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม Online Learning

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ กล่าวว่า ปัจจุบันสังคมโลกกัาวเข้าสู่ยุคดิจิทัล และเป็นโลกแห่งเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด การศึกษาจึงต้องปรับตัวเช่นกัน เพื่อจะได้ก้าวข้ามการสอนในรูปแบบเดิม ๆ สู่การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ ที่ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศยุคใหม่มาประยุกต์ใช้เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนในรูปแบบใหม่ ที่เรียกว่า “การเรียนรู้ออนไลน์ (Online Learning)”​ ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่จะช่วยพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศ

โดยในเบื้องต้นได้มอบหมายให้สำนักงาน กศน. และ สช. ไปคิดพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ ควบคู่ไปกับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ โดยประสานกับ กสทช. เพื่อใช้เงินกองทุนของ กสทช. เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดทำแอพพลิเคชัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้สนใจสามารถล็อคอินลงทะเบียนเรียนผ่านแอพพลิเคชั่นได้ตลอดเวลาในลักษณะ Anywhere Anytime ทั้งการเรียนวิชาพื้นฐานสายสามัญ และการอบรมอาชีพระยะสั้นในสาขาต่าง ๆ เพื่อสร้างโอกาสและความเสมอภาคการเรียนรู้ให้กับทุกเพศ ทุกวัย ทุกกลุ่มอายุ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

อิชยา กัปปา / สรุป
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ถ่ายภาพ

ศธ.จับมือ กสศ.-กทม.เปิดตัวโครงการ “Children in Street” ส่งครู กศน.สแกนทั่วกรุงเทพฯค้นหาเด็กนอกระบบ-เด็กบนท้องถนน

(25 ก.ย. 62) ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดตัวโครงการ Children in Street เพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนบนท้องถนนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ณ ห้องจูปีเตอร์ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า “Children in Street” เป็นโครงการสำรวจเด็กเร่ร่อน หรือเด็กที่ใช้ชีวิตตามท้องถนนในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยมอบหมายให้ครูจาก กศน. ในแขวงต่าง ๆ จำนวน 180 แขวง ลงพื้นที่สแกนหาเด็กกลุ่มนี้อย่างเต็มพื้นที่ โดยใช้กลไกกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มาบูรณาการร่วมกับหน่วยจัดการศึกษาต่าง ๆ ของ ศธ.ในทุกระดับการศึกษา รวมไปถึงการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อสนับสนุน ช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษาจนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือพัฒนาให้มีความรู้ ความสามารถในการประกอบอาชีพตามความถนัดและศักยภาพที่แตกต่างกัน สามารถพึ่งพาตนเองในการดำรงชีวิตได้ โดยไม่หลุดออกนอกระบบการศึกษาก่อนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน

จากการศึกษาของยูเนสโก พบว่าปัจจุบันประเทศไทยมีเด็กและเยาวชนที่ตกหล่นไม่ได้รับการศึกษาอยู่หลายแสนคน ซึ่งหากปล่อยให้มีตัวเลขเด็กตกหล่น หรือเด็กไม่ได้รับการศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบในอนาคต กลายภาระของภาครัฐหรือภาคสังคม ดังนั้นจึงต้องเข้าไปดูเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด ซึ่งแนวทางสำคัญในการทำงาน คือ รูปแบบครูข้างถนนและคนทำงานกับเด็กบนท้องถนน จะเป็นคนที่เข้าใจปัญหาเด็กและรู้จักเด็กเป็นอย่างดี เริ่มจากครู กศน.และครูอาสาร่วมมือกันทำงาน จากนั้นจึงขยายเครือข่ายการทำงานให้กว้างขวางขึ้น

“สิ่งแรกที่ต้องทำคือหาเด็กตกหล่นเหล่านี้ให้เจอ เพื่อให้ความช่วยเหลือ และแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด ตามนโยบายลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของรัฐบาล ซึ่งเด็กบนท้องถนน หรือ Children in Street ส่วนใหญ่ต้องประสบกับปัญหาความยากจน ความรุนแรงทั้งในครอบครัว ชุมชน และท้องถนน การเข้าถึงการศึกษาเรียนรู้ การเข้าถึงสวัสดิการพื้นฐาน และการถูกล่อลวง อันเป็นความเสี่ยงและอุปสรรคสำคัญในการมีคุณภาพชีวิตที่ดี หรือการเลื่อนชั้นทางสังคม ในส่วนของประเทศไทยคาดการณ์ว่ามีเด็กบนท้องถนนประมาณ 30,000 คน กระจายอยู่ตามเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ มากที่สุด” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า กสศ.ได้สร้างนวัตกรรมการจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุน ศธ.และองค์กรหลักในระบบการศึกษา มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และส่งต่อให้หน่วยงานรับผิดชอบหลักนำไปขยายผลให้เกิดความยั่งยืน เพื่อให้จังหวัดมีขีดความสามารถที่จะดำเนินการปฏิรูปการศึกษาหรือจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชนได้เองในระยะยาว โดย กสศ. ได้สนับสนุนการดำเนินงานในจังหวัดนำร่อง 20 จังหวัด กระจายอยู่ทุกภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม แนวทางการดำเนินงานจากจังหวัดนำร่องอาจไม่สามารถให้ความช่วยเหลือเด็กนอกระบบการศึกษาในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ เนื่องจากเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่บริบทต่างกัน และมีความซับซ้อนของปัญหา จึงจำเป็นต้องมีรูปแบบการดำเนินงานที่แตกต่างจากจังหวัดอื่น ๆ

“ที่ผ่านมา กสศ.ได้ริเริ่มโครงการเสริมความพร้อมส่งน้องไปโรงเรียน เพื่อให้ความช่วยเหลือกลุ่มเด็กที่พักอาศัยบริเวณริมทางรถไฟยมราช และใช้ชีวิตบนถนน เช่น ขายมาลัยตามสี่แยกหรือ ขอทานบนถนนในกรุงเทพฯ จำนวน 81 คน ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการกลับไปสู่โรงเรียนของเด็กกลุ่มนี้ และเป็นจุดเริ่มตันของความร่วมมือในการพัฒนาแนวทางการช่วยเหลือกลุ่มเด็กบนห้องถนนในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีแนวโน้มจะหลุดออกนอกระบบการศึกษา” นายพัฒนะพงษ์ กล่าว

นายกุลธร เลิศสุริยะกุล ผู้รับผิดชอบโครงการ Chldren in Street ในพื้นที่กรุงเทพฯ กล่าวว่า โครงการนี้เกิดจากความต้องการที่จะทราบจำนวนของเด็กเร่ร่อน หรือเด็กที่ใช้ชีวิตตามท้องถนนในพื้นที่กรุงเทพฯ แล้วนำตัวเลขและรูปแบบปัญหาที่พวกเขาประสบอยู่มาออกแบบวิธีการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้ครู กศน. ในกรุงเทพฯ ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดประมาณ 700 คน เป็นผู้สำรวจและบันทึกข้อมูลโดยใช้ Google Form เพื่อให้รวบรวมข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว สามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้งานได้หลายรูปแบบ ก่อนจะโอนข้อมูลที่ได้ไปยังระบบ ThaiOOSCIS ซึ่ง กสศ.เคยออกแบบขึ้น โดยโครงการนี้จะใช้เวลาในการสำรวจพร้อมทั้งสรุปและประเมินสถานการณ์ประมาณ 60 วัน

อิชยา กัปปา, ปารัชญ์ ไชยเวช/สรุป
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า/ถ่ายภาพ

รมช.ศธ.”กนกวรรณ” เยี่ยม รร.วังไกลกังวล ลดช่องว่าง สร้างโอกาสทางการศึกษา สืบสานพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9

(21 กันยายน 2562)​ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศึกษาธิการ, นายกวินทร์เกียรติ นนธ์พละ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และคณะ ตรวจเยี่ยมโรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมรับชมการสอนออกอากาศของมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์

ตรวจเยี่ยมโรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์

นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้มาเยี่ยมโรงเรียนวังไกลกังวลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์หลายด้าน เห็นศักยภาพของโรงเรียน วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านต่าง ๆ เช่น หลักสูตรสถานศึกษาที่สอดคล้องกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา มีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมและบรรยากาศของสถานศึกษาให้น่าอยู่ วงโยธวาธิต ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) การบริหารอัตรากำลังรูปแบบพิเศษ รวมทั้งการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีประสิทธิภาพในด้านต่าง ๆ ทั้งหมดล้วนเป็นผลงานที่ประจักษ์

“ขอชื่นชมรูปแบบการจัดการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม ที่เป็นเอกลักษณ์ของโรงเรียน ซึ่งมีส่วนช่วยพัฒนาและยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศ โดยการถ่ายทอดสัญญาณไปยังโรงเรียนที่ขาดโอกาสหลายหมื่นโรงเรียน ทั้งนี้เชื่อว่าการพัฒนาของโรงเรียนไกลกังวลฯ จะยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ มั่นใจว่าจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นหนึ่งฟันเฟืองที่สำคัญของระบบการศึกษาไทย และเป็นโรงเรียนต้นแบบให้กับโรงเรียนอื่น ๆ ยืนยันว่ากระทรวงศึกษาธิการพร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ทั้งในเรื่องงบประมาณและสวัสดิการของบุคคลากรของโรงเรียนเอกชน” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

เยี่ยมชมนิทรรศการ การแสดง และการจัดการเรียนการสอน

เยี่ยมชมการสอนออกอากาศของ New DLTV

จากนั้น รมช.ศึกษาธิการ แะคณะ ได้เยี่ยมชมการสอนออกอากาศของสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ซึ่งได้พัฒนาระบบสู่รูปแบบใหม่ New DLTV เพื่อลดช่องว่าง สร้างโอกาสทางการศึกษา ปรับห้องเรียน เปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้ ทุกคนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา ครูคนเดียวกัน เวลาเดียวกัน คุณภาพเดียวกัน

โดยขณะนี้ได้ปรับปรุงทั้งด้าน Hardware Sofware และ Peopleware พร้อมดำเนินการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้และการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning เปลี่ยนการออกอากาศเป็นแบบบันทึกเทปรายการ มุ่งเน้นเป้าหมายไปยังโรงเรียนที่ขาดแคลนครู และประชาชนทุกกลุ่มทุกช่วงวัย ครอบคลุมการเรียนรู้ตลอดชีวิต สอดคล้องกับการศึกษาของโลกในยุคปัจจุบัน ทั้งนี้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมมากกว่า 22,622 โรงเรียน มีครูและนักเรียนเข้าชมกว่า 1.6 ล้านคน

อิชยา กัปปา /สรุป
กิตติกร แซ่หมู่ / ถ่ายภาพ

ศธ.เตรียมจัดงบฯ ปรับโฉมศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ

(20 กันยายน 2562) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศึกษาธิการ ดร.พะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศึกษาธิการ เยี่ยมชมการจัดกิจกรรมด้านวิทยาศาตร์และเทคโนโลยี ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษากาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า จากการตรวจเยี่ยมศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักงาน กศน.ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศที่ผ่านมา พบว่าบางแห่งชำรุดทรุดโทรม อุปกรณ์ไม่มีความทันสมัย จึงต้องการเข้าไปดูแลสนับสนุน โดยเตรียมจัดสรรงบประมาณเพื่อนำไปใช้พัฒนาให้มีความทันสมัย ให้บริการการจัดการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก่นักเรียนนักศึกษาทั้งในและนอกระบบ รวมทั้งประชาชนทั่วไป พร้อมทั้งจะพัฒนารูปแบบหลักสูตร สื่อ และกระบวนการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

นอกจากนี้ จะเตรียมการพัฒนาครูอาจารย์ วิทยากร และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในศูนย์วิทยาศาสตร์ทั่วประเทศ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อไป

เรื่องน่ารู้ : กลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ ปัจจุบันมีจำนวน 20 แห่ง มีสถานภาพเป็นข้าราชการครู จำนวน 19 แห่ง และมีสถานภาพเป็นข้าราชการพลเรือน จำนวน 1 แห่ง (ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา หรือศูนย์วิทย์เอกมัย) สังกัดสำนักงาน กศน. ดังนี้

1. ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา
2. อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์
3. ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต จ.ปทุมธานี
4. ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด
5. ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษากาญจนบุรี
6. ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาขอนแก่น
7. ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาตรัง
8. ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครราชสีมา
9. ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครสวรรค์
10. ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครศรีธรรมราช
11. ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยา
12. ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษายะลา
13. ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาลำปาง
14. ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสมุทรสาคร
15. ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสระแก้ว
16. ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาอุบลราชธานี
17. ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนม
18. ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานราธิวาส
19. ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพิษณุโลก
20. ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาปัตตานี

อิชยา กัปปา / สรุป
กิตติกร แซ่หมู่ /ถ่ายภาพ

ครูโอ๊ะเยี่ยมศูนย์ Bamboo School สร้างความเท่าเทียมเด็กไร้สัญชาติ @สังขละบุรี

(20 กันยายน 2562) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศึกษาธิการ, ดร.พะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนของศูนย์ Bamboo School และโรงเรียนลาซาล สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ตนตั้งใจที่จะเดินทางมาที่อำเภอสังขละบุรีเพื่อสร้างความเท่าเทียมด้านการศึกษาให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ และตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนของ ศูนย์การเรียนลาชาล (Bamboo School) และโรงเรียนลาซาล สังขละบุรี ซึ่งอำเภอสังขละบุรีตั้งอยู่ใกล้ชายแดนไทย – พม่า และเป็นที่อยู่อาศัยของคนไทยเชื้อชาติกะหรี่ยง พม่า มอญ ลาว บางคนยังไม่ได้รับสถานะความเป็นพลเมืองไทย ทำให้เด็กขาดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ขาดความรู้เรื่องสาธารณสุข เนื่องจากการบริการของรัฐยังไม่ครอบคลุมบุคคลคนกลุ่มดังกล่าว

“ต้องขอบคุณเครือคาทอลิค โดยคณะลาซาล ที่ได้เข้ามาช่วยรัฐบาลจัดการศึกษาให้กับเด็กดูแลอย่างมีเมตตา ด้วยความรัก ไม่เลือกสัญชาติ ศาสนา โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย พร้อมปลูกฝังให้มีความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่ดีในการเตรียมเด็กและเยาวชนให้เติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพ แต่โรงเรียนยังมีงบประมาณที่จำกัด เนื่องจากเด็กส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับสัญชาติ จึงไม่ได้รับเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัว ซึ่งยังคงเป็นข้อจำกัดในเรื่องของข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง หลังจากนี้จะหาวิธีแก้ไข โดยได้มอบหมายให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด โดยจะต้องทลายทุกข้อจำกัด เพื่อไม่ทิ้งใคร..ไว้ข้างหลัง” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

อนึ่ง ระหว่างการเดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดกาญจนบุรี นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ พร้อมคณะ ได้แวะเยี่ยมให้กำลังใจครูและนักเรียน โรงเรียนสมเด็จพระปิยะมหาราชรมณียเขต อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยได้ตรวจความเสียหายของโรงเรียนและพื้นที่โดยรอบที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลท่วมเมื่อช่วงคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (19 กันยายน 2562) พร้อมทั้งกำชับให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งประสานความร่วมมือเข้าช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟู สภาพของโรงเรียน ตลอดจนจัดหาสถานที่รองรับให้ทันกับช่วงสอบปลายภาคโดยด่วน ซึ่งอาจจะต้องเสนอของบฯ เร่งด่วน เพื่อสร้างฝายเก็บกักน้ำป้องกันการเกิดความเสียหายในระยะยาวต่อไป.

ที่ศูนย์การเรียนลาชาล (Bamboo School)

ที่โรงเรียนลาซาล สังขละบุรี

แวะตรวจเยี่ยมน้ำท่วม
ที่ รร.สมเด็จพระปิยะมหาราชรมณียเขต
อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี

อิชยา กัปปา / สรุป
กิตติกร แซ่หมู่ / ถ่ายภาพ

โครงการพัฒนาประสิทธิภาพและสร้างความผูกพันภายในองค์กร ปี 2562 สป.ศธ.

สรุปข่าว : สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) จัดโครงการพัฒนาประสิทธิภาพและสร้างความผูกพันภายในองค์กร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ระหว่างวันที่ ๑๔-๑๕ กันยายน ๒๕๖๒ ณ เดอะกรีนเนอรี่รีสอร์ทเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

โครงการพัฒนาประสิทธิภาพและสร้างความผูกพันภายในองค์กร จัดขึ้นเพื่อสร้างเสริมมิตรภาพความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้บริหารกับผู้ใต้บังคับบัญชา​ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร​ ส่งเสริมให้บุคลากรมีความผูกพันภายในองค์กรอย่างยั่งยืน รวมทั้งได้รับความรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานร่วมกัน ผู้เข้าร่วมโครงการประกอบด้วยผู้บริหาร​ ข้าราชการ​ ลูกจ้างประจำ​ พนักงานราชการและผู้เกษียณอายุราชการ จำนวนกว่า ๑,๒๐๐ คน

กิจกรรมวันเสาร์ที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๒

ประกอบด้วยพิธีเปิดโดยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กิจกรรมสร้างทีมงาน การแบ่งกลุ่มละลายพฤติกรรม ในส่วนของกิจกรรมภาคบ่ายประกอบด้วย​ กิจกรรมสร้างทีมงาน พร้อมเยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้ จังหวัดนครราชสีมา​ กิจกรรมเสริมสร้างความรักและความสามัคคีในองค์กร และการแสดงมุทิตาจิตแด่ผู้เกษียณอายุราชการ

กิจกรรมวันอาทิตย์ที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๒

มีกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากพี่สู่น้อง เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์การทำงาน​ รวมถึงแนวคิดและหลักในการทำงานของผู้บริหารที่จะเกษียณอายุราชการ​ ประกอบด้วยนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายวีระกุล​ อรัณยะนาค หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ และนายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

นอกจากนี้ ยังมีพิธีมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณบัตร “ผู้เกษียณอายุราชการ” จำนวน ๔๖๘ คน และมอบรางวัล “คนดีศักดิ์ศรีแห่ง สป.” ซึ่งเป็นรางวัลที่ยกย่องเซิดชูเกียรติบุคลากรดีเด่นของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อส่งเสริมสนับสนุน และสร้างขวัญกำลังใจให้บุคลากรผู้ซึ่งปฏิบัติงานตนตามหลักคุณธรรม จริยธรรมและยึดหลักธรรมาภิบาลในการปฏิบัติตน ปฏิบัติงาน จำนวน ๒๙ คน

ภาพ/ข่าว : กลุ่มสารนิเทศ สป.ศธ.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศธ.ประกาศเกียรติคุณผู้เกษียณอายุ พร้อมมอบรางวัล “คนดีศักดิ์ศรีแห่ง สป.” ปี2562
โครงการพัฒนาประสิทธิภาพและสร้างความผูกพันภายในองค์กร ปี 2562 สป.ศธ.
– มติชน ศธ.แจงงานเลี้ยงเกษียณฯอู้ฟู่ ไม่ละลายงบฯ ได้พัฒนาบุคลากรฯ ส่วนของรางวัล มีผู้บริหารบริจาค
– เดลินิวส์ ศธ.แจงจัดงานเกษียณไม่ได้ผลาญงบหลวง

กระทรวงศึกษาฯ ร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวฯ โครงการลูกเสือมัคคุเทศก์ (Guide Scout)

( 17 ก.ย.2562) ที่หอประชุมวชิราวุธวิทยาลัย โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย / สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) “โครงการลูกเสือมัคคุเทศก์” (Guide Scout) โดยมุ่งหวังให้ลูกเสือมีบทบาทในการเป็นมัคคุเทศก์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว อีกทั้งเป็นการปลูกฝังให้ลูกเสือเกิดความรัก ความภาคภูมิใจในคุณค่าของท้องถิ่นของตนเอง

พิธีลงนามครั้งนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมีนายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ (สลช.) เป็นตัวแทนลงนาม โดย ผศ.สุรวุธ กิจโกศล ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย กล่าวให้การต้อนรับ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.กก. กล่าวว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเป็นอันมาก เป็นอุตสาหกรรมภาคบริการที่สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประเทศปีละนับล้านล้านบาท มีความสำคัญต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของจำ นวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตระหนักถึงการเตรียมความพร้อมทางด้านต่าง ๆ เพื่อรองรับการขยายตัวด้านการท่องเที่ยว ซึ่งส่วนสำคัญประการหนึ่งในการเตรียมความพร้อม คือ การพัฒนาศักยภาพของบุคลากร เพื่อให้การต้อนรับนักท่องเที่ยว ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลในการกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่น ซึ่งเป็นฟันเฟืองหลักอันหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จึงได้ดำเนินการส่งเสริมและปลูกฝังเด็กและเยาวชนในท้องถิ่นให้เกิดการเรียนรู้มีทักษะการเป็นเจ้าบ้านที่ดี มีความสามารถในการถ่ายทอดเรื่องราว ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และประเพณีของท้องถิ่นตนเอง ให้กับนักท่องเที่ยว ผู้มาเยือนให้เกิดความประทับใจ มีองค์ความรู้ ความเข้าใจ และเห็นความสาคัญของการท่องเที่ยว

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับทราบถึงเจตนารมณ์ของกระทรวงศึกษาธิการ ในการที่จะดำเนินการส่งเสริมให้ลูกเสือเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวของท้องถิ่น จึงได้ตกลงร่วมกันในการจัดทำ “โครงการลูกเสือมัคคุเทศก์” เพื่อพัฒนาลูกเสือให้สอดคล้องกับแนวทางที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาดำเนินการอยู่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการสร้างทัศนคติในการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น รักในแผ่นดินถิ่นเกิด อีกทังยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกเสือเหล่านี้ ได้พัฒนาความรู้ และประสบการณ์ที่ได้รับ มาพัฒนาต่อยอดเพื่อการประกอบอาชีพเป็นมัคคุเทศก์ในอนาคตได้อีกด้วย ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวม

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศธ. กล่าวว่า เนื่องจากในปัจจุบันการท่องเที่ยวมีบทบาทสําคัญ และสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยเป็นจํานวนมาก โครงการลูกเสือมัคคุเทศก์ได้น้อมนําหลักสูตรจิตอาสา 904 มาใช้ในโครงการ เพื่อสืบสานพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมลูกเสือจิตอาสาตามพระราโชบายด้านการศึกษา เพื่อช่วยสร้างศักยภาพ ระเบียบวินัย และปลูกจิตอาสาให้กับเยาวชน

อีกทั้งได้จัดตั้ง “หน่วยลูกเสือมัคคุเทศก์” โดยมุ่งหวังให้ลูกเสือมีบทบาทในการเป็นมัคคุเทศก์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นการปลูกฝังให้ลูกเสือเกิดความรัก ความภาคภูมิใจในคุณค่าของท้องถิ่นของตน มีความรู้ ความเข้าใจ และเห็นความสําคัญของการท่องเที่ยว พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพของการท่องเที่ยวของประเทศไทยและดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ส่งเสริมศักยภาพของเด็กและเยาวชนผู้เป็นลูกเสือให้สามารถต่อยอด และส่งเสริมทักษะด้านการใช้ภาษาให้สามารถพัฒนาเป็นอาชีพในอนาคตได้อย่างแท้จริง

โดยวัตถุประสงค์ความร่วมมือในการส่งเสริมศักยภาพของเด็กและเยาวชนผู้เป็นลูกเสือ ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญ คือ

  1. เพื่อปลูกฝังให้ลูกเสือในท้องถิ่น เกิดความรัก ความภาคภูมิใจในคุณค่าของท้องถิ่นตนเอง มีความรู้ ความเข้าใจ และเห็นความสำคัญของการท่องเที่ยว
  2. เพื่อพัฒนาลูกเสือให้เกิดการเรียนรู้ มีทักษะในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี มีความสามารถในการถ่ายทอด เรื่องราวประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนะธรรม และประเพณีของท้องถิ่นตนเอง ให้กับนักท่องเที่ยว ผู้มาเยือนให้เกิดความประทับใจ
  3. เพื่อสร้างศักยภาพให้กับลูกเสือ ให้มีระเบียบวินัย มีจิตบริการที่ดี การเป็นเจ้าบ้านที่ดี การเป็นจิตอาสาหรือเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้มาเยือนท้องถิ่นตนเอง
  4. เพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพให้กับท้องถิ่น สร้างแรงบันดาลใจในการประกอบอาชีพเป็นมัคคุเทศก์ในอนาคต ก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ

รมช.ศธ. กล่าวด้วยว่า ลูกเสือมัคคุเทศก์ จึงหมายถึง ลูกเสือที่มีจิตสาธารณะ มีความรู้ ความสามารถ ฉลาดเฉลียว ในการถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และประเพณีของท้องถิ่นตนเอง ให้กับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนให้เกิดความประทับใจ ด้วยความอบอุ่นเป็นกันเอง

สำหรับพิธีลงนามความร่วมมือครั้งนี้มีผู้เข้าร่วม อาทิ นายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ., นายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ., นายศรีชัย พรประชาธรรม เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย, นายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน, นายทวีศักดิ์ วาณิชย์เจริญ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว (กทท.), นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ ผู้ตรวจราชการ ศธ.ในฐานะรองเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ (สลช.) บุคลากรสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลูกเสือ-เนตรนารี ร่วมเป็นสักขีพยานกว่า 500 คน

อานนท์ วิขานนท์ / สรุป
กิตติกร แซ่หมู่ /ถ่ายภาพ
* แตะที่ภาพ เพื่อดาวน์โหลดหรือชมภาพขนาดใหญ่

นศ.มหาวิทยาลัยฮิโรชิม่าจากญี่ปุ่น เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย กระทรวงศึกษาธิการ

(17 กันยายน 2562) คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำนักศึกษาระดับปริญญาตรีจาก Hiroshima University ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 25 คน ที่เข้าร่วมโครงการอบรม Hiroshima University : Thai Start Program September 2019 เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย กระทรวงศึกษาธิการ

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการศึกษาของไทย โดยโครงการดังกล่าวเป็นโครงการพิเศษที่จัดให้กับนักศึกษาปริญญาตรีที่มีความสนใจในประเทศไทย ซึ่งจัดให้มีการอบรมให้ความรู้ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การต่างประเทศ การศึกษา และวัฒนธรรมของไทย รวมทั้งการทัศนศึกษาสถานที่สำคัญต่าง ๆ ตลอดจนพบปะผู้บริหารระดับสูงของหน่วยราชการและองค์กรชั้นนำของประเทศไทย

สำหรับพิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย (Museum of Thai Education) ตั้งอยู่ภายในอาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ มีการจัดแสดงความรู้ นิทรรศการ และมัลติมีเดีย รวบรวมหลักฐานทางโบราณคดีด้านการศึกษาไว้จำนวนมาก เช่น หนังสือเรียนไทยเล่มแรก “จินดามณี” ซึ่งเป็นฉบับปรับปรุง บันทึกความรู้และการเล่าเรียนของคนไทย วิทยาการและสรรพวิชาความรู้จากตะวันออกและตะวันตกนับตั้งแต่เข้ามาบรรจบในแผ่นดินสยาม ศิลาจารึกจำลองหลักที่ 1 ห้องเรียนจำลองสมัยโบราณ สืบสานราชกิจการศึกษาไทยของทุกพระองค์ ความเป็นมาของกรมธรรมการสู่กระทรวงธรรมการ จวบจนกระทรวงศึกษาธิการในปัจจุบัน และยังมีห้องสมุดเฉพาะที่เปิดให้ได้เข้ามาศึกษาหาความรู้

พิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย เปิดให้บริการแก่นักเรียนนักศึกษา ครู บุคลากร รวมทั้งประชาชนทั่วไป เข้ามาเยี่ยมชมศึกษาฟรี ในวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 8.00 – 16.30 น.

อิชยา กัปปา / สรุป
กิตติกร แซ่หมู่ / ถ่ายภาพ

ศธ.ประกาศเกียรติคุณผู้เกษียณอายุ พร้อมมอบรางวัล “คนดีศักดิ์ศรีแห่ง สป.” ปี2562

(15 กันยายน 62) นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานมอบรางวัล “คนดีศักดิ์ศรีแห่ง สป. ประจำปี 2562 จำนวน 27 คน พร้อมมอบประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้เกษียณอายุราชการ จำนวน 468 คน ณ กรีนเนอรี่ รีสอร์ท อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยมีผู้บริหารองค์กรหลัก ผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เข้าร่วมจำนวน 1,200 คน

ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวชื่นชมและขอบคุณข้าราชการและบุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการที่ได้ร่วมกันอุทิศตน ปฏิบัติราชการตอบแทนคุณแผ่นดินด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาการศึกษาของชาติให้เจริญก้าวหน้า ซึ่งงานด้านการศึกษาเป็นงานที่มีความสำคัญ มีขอบข่ายการดำเนินงานที่กว้างขวางต้องอาศัยเวลา และความเสียสละของทุกคน

“ในนามกระทรวงศึกษาธิการ ต้องขอบคุณผู้ที่จะเกษียณอายุราชการทุกท่านได้เสียสละอุทิศตนสร้างคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ และมีความมุ่งมั่นตั้งใจปฏิบัติราชการปฏิบัติงานในหน้าที่ด้วยความชื่อสัตย์สุจริตตลอดมาเป็นเวลาอันยาวนาน นับเป็นความภาคภูมิใจและความสำเร็จสูงสุดในชีวิตราชการ” ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าว

โอกาสนี้ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวแสดงยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลคนดีศักดิ์ศรีแห่ง สป. และขอให้ทุกคนที่ปฏิบัติงานอยู่นำไปเป็นแบบอย่างที่ดีในการประพฤติตนปฏิบัติราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมีคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อจะได้ร่วมกันสร้างสรรค์ประโยชน์ให้กับประเทศชาติต่อไป

คลังภาพถ่าย

ส่วนหนึ่งของผู้ได้รับรางวัล
คนดีศักดิ์ศรีแห่ง สป.

ส่วนหนึ่งของผู้เกษียณอายุราชการ
ที่ได้รับมอบประกาศเกียรติคุณจาก ศธ.

ภาพ/ข่าว : กลุ่ม​สารนิเทศ​ สำนักอำนวยการ สป.

สป.ศธ.จัดโครงการพัฒนาประสิทธิภาพและสร้างความผูกพันภายในองค์กร ที่ปากช่อง

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) จัดโครงการพัฒนาประสิทธิภาพและสร้างความผูกพันภายในองค์กร สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ระหว่างวันที่ 14-15 กันยายน 2562 ณ เดอะกรีนเนอรี่ รีสอร์ท อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยนายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิด

รองปลัด ศธ. กล่าวต้อนรับผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และบุคลากรทางการศึกษา สังกัด สป.ศธ.ที่เข้าร่วมโครงการในปีนี้ ทั้งส่วนกลางและภูมิภาคกว่า 1,400 คน ซึ่งโครงการในวันแรก มีกิจกรรมการสร้างทีมงาน กิจกรรมการศึกษาแหล่งเรียนรู้ในบริเวณใกล้เคียง การแสดงมุทิตาจิตแด่ผู้ที่จะเกษียณอายุราชการประจำปีงบประมาณ 2562 อาทิ นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ., นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการ กพฐ., นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการ กอศ. เป็นต้น

ทั้งนี้ ในช่วงกลางคืน ได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีทั้ง 3 ท่าน คือ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ ร่วมงานแสดงมุทิตาจิตฯ

ส่วนกิจกรรมในวันที่สอง เป็นพิธีมอบประกาศเกียรติคุณบัตรแก่ผู้เกษียณอายุราชการของ สป.ศธ. จำนวน 468 คน และพิธีมอบรางวัลคนดีศักดิ์ศรีแห่ง สป. จำนวน 27 คน โดยปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานพิธี

ภาพ สป.ศธ.

WordPress.com.

Up ↑