ศธ.ประชุมชี้แจงการอนุมัติแผนงาน/โครงการผ่านระบบติดตามและประเมินผลแห่งชาติ (eMENSCR)

(2 ธ.ค.62) นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมชี้แจงและทำความเข้าใจการอนุมัติแผนงาน/โครงการผ่านระบบติดตามและประเมินผลแห่งชาติ (eMENSCR) ของผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ โดยนายธีระพงษ์ สารแสน รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มขับเคลื่อน ป.ย.ป.ศธ. ตลอดจนผู้แทนผู้บริหารองค์กรหลัก ศธภ./ศธจ. และองค์กรในกำกับ/องค์การมหาชน เข้าร่วม เมื่อวันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม 2562 ณ ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ที่ประชุมในครั้งนี้ เพื่อสร้างความรับรู้ความเข้าใจ การอนุมัติแผนงานโครงการประจำปี 2562 ผ่านระบบการประเมินผลงานแห่งชาติของผู้บริหารทั้งกระทรวง และเพื่อสร้างการรับรู้การเข้าใจการนำเข้าข้อมูลแผนงานโครงการประจำปี 2563 โดยนำข้อมูลทั้ง 2 ปีมาเปรียบเทียบกัน

นอกจากนี้ ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือดำเนินการกรอกข้อมูลในระบบ eMENSCR จนถึงขณะนี้มีการอนุมัติในระบบโดยผู้มีอำนาจอนุมัติตามลำดับขั้นที่ ศธ.ได้ชี้แจงให้กับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนการเสนอขอใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2563 อยู่ในระหว่างการเสนอขอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา โดย ศธ.เสนอของบฯ ใน 5 ยุทธศาสตร์ 17 แผนงาน 30 ผลผลิต 71 โครงการ

ในส่วนที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน คือ กลุ่มป.ย.ป.ศธ ซึ่งเป็นหน่วยงานมีฐานะเทียบเท่าระดับสำนัก สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งไม่มีความชัดเจนในเรื่องโครงสร้างอัตรากำลังข้าราชการนั้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เคยกล่าวว่า กลุ่ม ป.ย.ป.เป็นหน่วยงานที่จำเป็นและสำคัญ ต้องทำงานเกี่ยวกับภาพรวมของประเทศ ภาพรวมของแต่ละกระทรวง จึงต้องพิจารณากรอบอัตรากำลังให้เหมาะสมต่อไป เพราะปัจจุบัน กลุ่ม ป.ย.ป.ศธ. มีข้าราชการช่วยราชการประจำ 5 คน ชั่วคราว 1 คน แต่ตามกรอบโครงสร้างอัตรากำลังมีจำนวน 15 คน

โครงสร้างหน่วยงานตามสายการบังคับบัญชา (M7)
ในระบบ eMENSCR กระทรวงศึกษาธิการ

นายธีรพงษ์ สารแสน รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และปฏิบัติหน้าที่ผู้นำกลุ่ม ป.ย.ป.ศธ. กล่าวถึงการประชุมในครั้งนี้ มีวิทยากรจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ให้ความรู้ ได้แก่ นายปุณณลักขิ์ สุรัสวดี ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ และคณะ เกี่ยวกับการนำเข้าข้อมูลโครงการ/ดำเนินงานในระบบติดตามและประเมินผลแห่งชาติ eMENSCR ซึ่งประกอบด้วย 7 ส่วนหลัก (7 Module) คือ

  1. M1 : ความเชื่อมโยงกับแผนระดับต่างๆ
  2. M2 : ข้อมูลทั่วไป
  3. M3 : รายละเอียดโครงการ
  4. M4 : กิจกรรม
  5. M5 : แผนการใช้งบประมาณ
  6. M6 : การรายงานความคืบหน้า
  7. M7 : การนำเข้าข้อมูล

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
อธิชนม์ สลางสิงห์ / ถ่ายภาพ

ผลประชุม ก.ค.ศ.ครั้งที่ 11/2562

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 11/2562 เมื่อวันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2562 โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์) เข้าร่วมประชุม ว่าที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สำคัญ ดังนี้

อนุมัติกรอบอัตรากำลังของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา 15 แห่ง 341 อัตรา

ที่ประชุมอนุมัติการกำหนดกรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา สังกัดสำนักงาน กศน. จำนวน 15 แห่ง ในระยะเวลาเริ่มแรก รวมทั้งสิ้น 341 อัตรา ประกอบด้วย

  • ผู้อำนวยการสถานศึกษา 15 อัตรา
  • รองผู้อำนวยการสถานศึกษา 15 อัตรา
  • ครู 180 อัตรา
  • บุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) 131 อัตรา

ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการและการเรียนการสอนของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 15 แห่ง เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ส่งผลต่อคุณภาพของนักเรียนและนักศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ สนองตอบยุทธศาสตร์ชาติในการให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สร้างโอกาส และความเสมอภาคทางการศึกษา อีกทั้งศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาหลายแห่งข้างต้น มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้อควาเรียม พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ฯลฯ ส่งผลให้ภาระงานด้านธุรการเพิ่มมากขึ้นด้วย

อนุมัติอัตราว่างจากเกษียณ 738 อัตรา

ที่ประชุมอนุมัติการจัดสรรอัตราว่าง จากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และการจัดสรรแทนอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการ ด้วยการจ้างรูปแบบอื่น (พนักงานราชการ) เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 (ครั้งที่ 2) จำนวน 738 อัตรา ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ดังนี้

  • สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 647 อัตรา
  • สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 7 อัตรา
  • สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 74 อัตรา
  • สำนักงาน กศน. 10 อัตรา

โดยให้ส่วนราชการดังกล่าว เกลี่ยอัตรกำลังที่ได้รับอนุมัติไปกำหนดตำแหน่งในหน่วยงานการศึกษา ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้ 1) ให้กำหนดจำนวนและประเภทตำแหน่งตามเงื่อนไขที่ คปร. กำหนด โดยเคร่งครัด 2) ตำแหน่งที่กำหนดจะต้องมีจำนวนและประเภทตำแหน่งตามที่ ก.ค.ศ. อนุมัติ 3) ให้กำหนดตำแหน่งในหน่วยงานการศึกษาที่มีอัตรากำลังไม่เกินกรอบอัตรากำลัง หรือเกณฑ์มาตรฐานอัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด 4) ในการใช้อัตราที่ได้รับการจัดสรรคืนอัตรากำลังว่างจากผลการเกษียณอายุราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ให้ใช้อัตรากำลังได้ไม่ก่อนวันที่ ก.ค.ศ. มีมติอนุมัติ

ที่ประชุมยังได้เห็นชอบ ให้สงวนอัตราตำแหน่งว่างจากการเกษียณอายุราชการ ของตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) (ประเภทวิชาการและทั่วไป) สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 1 อัตรา ไว้ก่อน เพื่อเสนอขอทบทวนไปยัง คปร.

นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้สำนักงาน ก.ค.ศ. เสนอเหตุผล ความจำเป็น เพื่อทบทวนหลักเกณฑ์การจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค.(2) ตามที่ คปร. กำหนด ในส่วนของตำแหน่ง ศึกษาธิการจังหวัด และรองศึกษาธิการจังหวัด ซึ่งเป็นตำแหน่งประเภทอำนวยการ ให้จัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการฯ คืนส่วนราชการเดิมทั้งหมดต่อ คปร. ต่อไปด้วย

เห็นชอบยกเว้นคุณสมบัติคัดเลือก รอง/ผอ.สถานศึกษา สพฐ. (ว8)

ที่ประชุมเห็นชอบให้ยกเว้นคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ (ว 8 /2562) โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

  • ยกเว้นให้ผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือก ไม่ต้องผ่านการพัฒนาก่อนเข้าสู่การคัดเลือก แต่มีเงื่อนไขให้เพิ่มระยะเวลาในการพัฒนาก่อนการบรรจุและแต่งตั้ง โดยเนื้อหาของหลักสูตรต้องมีการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ และทักษะทางเทคโนโลยีดิจิทัล ด้วย
  • ให้เพิ่มระยะเวลาในการประเมินสัมฤทธิผลในการปฏิบัติงานในหน้าที่เพื่อพัฒนาการศึกษา ตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ที่ ก.ค.ศ. กำหนดจากระยะเวลา 6 เดือน เป็นระยะเวลา 1 ปี และกำหนดให้มีการประเมิน 2 ครั้ง ครั้งละ 6 เดือน โดยให้ทุกส่วนราชการทราบและถือปฏิบัติเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

ทั้งนี้ เพื่อให้ได้ผู้บริหารสถานศึกษาที่มีความรู้ ความสามารถ และศักยภาพในการเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา และนำนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงศึกษาธิการไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อนุมัติแต่งตั้งอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. สป. 5 ราย

ที่ประชุมอนุมัติการแต่งตั้งอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 5 ราย แทนผู้ดำรงตำแหน่งเดิมเพื่อความเหมาะสม และเพื่อทดแทนผู้ดำรงตำแหน่งเดิมที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว ดังนี้

  1. นางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
  2. นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการ กศน.
  3. นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
  4. นางสาวอุษณีย์ ธโนศวรรย์ เลขาธิการ ก.ค.ศ.
  5. นายทวีศักดิ์ เที่ยงธรรม ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน. จังหวัดนครราชสีมา

เห็นชอบให้สงวนอัตราตำแหน่งว่างครูผู้ช่วย รองรับทุน ม.ท.ศ.

ที่ประชุมเห็นชอบหลักการ ให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สงวนอัตราตำแหน่งว่างและอัตราเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย เพื่อรองรับการบรรจุและแต่งตั้งนักเรียนทุนโครงการทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.) ซึ่งเป็นนักเรียนทุนที่เรียนดี ประพฤติดี มีคุณธรรม และได้ผ่านการฝึกและการพัฒนาศักยภาพด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ที่จบการศึกษาแล้ว เข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย

โดยมุ่งเน้นในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ และสาขาที่ขาดแคลน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด ในระยะเริ่มแรก จำนวน 5 อัตราต่อปี หรือตามจำนวนที่คณะกรรมการ ม.ท.ศ. มีมติ เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป

เห็นชอบกรอบอัตรากำลังครู สถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง

ที่ประชุมเห็นชอบกำหนดกรอบอัตรากำลัง คณาจารย์ในสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 4 สาขาวิชาเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ (ต่อเนื่อง) และสาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ (ต่อเนื่อง) จำนวน 10 อัตรา เพื่อรองรับการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี สายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการในสาขาวิชาดังกล่าว

ทั้งนี้ เพื่อให้สถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 4 สามารถจัดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรี สายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการได้อย่างมีคุณภาพ เกิดประสิทธิผล นักศึกษามีความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติในสาขาวิชาเฉพาะทาง เพื่อรองรับความต้องการของสถานประกอบการ ตลาดแรงงานภาคอุตสาหกรรมและระบบโลจิสติกส์ในเขตพื้นที่แนวระเบียงเศรษฐกิจฝั่งตะวันตก (WEC) ต่อไป

อนุมัติการตัดโอนอัตราสายงานการสอน สพฐ.ที่ว่างอยู่ เป็นตำแหน่งครูผู้ช่วย กศน.-สอศ.

ที่ประชุมอนุมัติให้กำหนดตำแหน่งและอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยการตัดโอนอัตราเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ว่างอยู่ กำหนดเป็นตำแหน่งครูผู้ช่วยในสถานศึกษา จำนวน 1,843 อัตรา สังกัดสำนักงาน กศน. (1,023 อัตรา) และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (820 อัตรา)

โดยมีเงื่อนไขในการใช้ตำแหน่งเพื่อการบรรจุและแต่งตั้ง คือ ให้ได้รับเงินเดือนอันดับครูผู้ช่วย ตามวุฒิที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยอาศัยเบิกในอัตราเงินเดือนที่กำหนด และอัตราเงินเดือนที่กำหนดนี้ เมื่อนำไปใช้บรรจุและแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วยแล้ว อัตราเงินเดือนที่เหลืออยู่ไม่สามารถนำไปใช้เป็นอัตราเงินเดือนสำหรับตำแหน่งว่าง ไม่มีเงิน หรือนำไปกำหนดเป็นตำแหน่งเพิ่มใหม่ได้

ทั้งนี้ ให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการนำเรื่องการตัดโอนอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สายงานการสอน สังกัด สพฐ. ไปกำหนดเป็นตำแหน่งครูผู้ช่วย ในสถานศึกษาสังกัดสำนักงาน กศน. และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เสนอคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค พิจารณาอนุมัติต่อไป

อนุมัติกรอบอัตรากำลัง รร.วิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย

ที่ประชุมอนุมัติการกำหนดตำแหน่ง กรอบอัตรากำลัง มาตรฐานตำแหน่ง ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ในโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย

เนื่องจากเห็นว่าเป็นสถานศึกษาที่จัดการศึกษาด้วยหลักสูตรเฉพาะสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ในลักษณะโรงเรียนประจำ เพื่อเป็นการเตรียมกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) ให้มีประสิทธิภาพ เป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษา และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล ดังนี้

  1. อนุมัติให้กำหนดตำแหน่ง นักจัดการงานทั่วไป นักวิเคราะห์นโยบายและแผน นักทรัพยากรบุคคล นักวิชาการศึกษา นักวิชาการเงินและบัญชี นักวิชาการพัสดุ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ นักวิเทศสัมพันธ์ นักวิชาการส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ นักเทคโนโลยีสารสนเทศ นักโภชนาการ พยาบาลวิชาชีพ นักจิตวิทยา นักแนะแนวการศึกษาและอาชีพ และนายช่างเทคนิค เป็นตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ในโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย
  2. อนุมัติให้กำหนดมาตรฐานตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) เพิ่มเติม จำนวน 7 ตำแหน่ง ได้แก่ ตำแหน่งนักเทคโนโลยีสารสนเทศ นักวิเทศสัมพันธ์ นักโภชนาการ นักจิตวิทยา นักแนะแนวการศึกษาและอาชีพ นักวิชาการส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนายช่างเทคนิค
  3. อนุมัติกรอบอัตรากำลังตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ในโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย จำนวน 12 แห่ง ๆ ละ 36 อัตรา รวม 432 อัตรา ในระยะแรก เห็นควรกำหนดระดับตำแหน่งเป็น 2 ระดับทุกตำแหน่ง คือ ระดับปฏิบัติการ/ชำนาญการ สำหรับตำแหน่งประเภทวิชาการ  และระดับปฏิบัติงาน/ชำนาญงาน สำหรับตำแหน่งประเภททั่วไป และเมื่อภาระงานและปริมาณงานของตำแหน่งที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในระดับที่สูงขึ้น รวมทั้งมีผู้มีคุณสมบัติที่จะดำรงตำแหน่งได้ สพฐ. อาจขออนุมัติ ก.ค.ศ. พิจารณาปรับปรุงการกำหนดตำแหน่งต่อไปได้ ทั้งนี้ การกำหนดตำแหน่งดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้งบประมาณที่ได้รับ และไม่ทำให้งบประมาณรายจ่ายด้านบุคคลเพิ่มสูงขึ้น
  4. อนุมัติให้กำหนดแนวทางการกำหนดเลขที่ตำแหน่งฯ โดยกำหนดพยัญชนะสองตัวแรก เป็นรหัสพยัญชนะ “วภ” หมายถึง โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย และกำหนดเลขที่ตำแหน่ง จำนวน 4 หลัก ต่อจากรหัสพยัญชนะโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ตัวเลขหลักที่ 1 และ 2 (นับจากซ้าย) แทนรหัสจังหวัด และตัวเลขหลักที่ 3 และ 4 แทนเลขที่

อนุมัติย้าย ผอ.สพท.25 ราย

ที่ประชุมอนุมัติย้ายและแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) จำนวน 25 ราย แบ่งเป็น ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) 17 ราย และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 8 ราย ดังนี้

  1. นายสายัณห์ ไกรนรา ผอ.สพป.ภูเก็ต ให้ ดำรงตำแหน่ง ผอ. สพป.กระบี่
  2. นายพลชัย ชุมปัญญา ผอ.สพป.เลยเขต 2 ให้ ดำรงตำแหน่ง ผอ. สพป.นครพนมเขต 2
  3. นายประกิจ พุ่มพฤกษ์ ผอ.สพป.ปราจีนบุรี เขต 2 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 7
  4. นายนิตย์ พรมประสิทธิ์ ผอ.สพป.สุพรรณบุรี เขต 2 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.นครศรีธรรมราช เขต 1
  5. นายประหยัด สุขขี ผอ.สพป.ราชบุรี เขต 2 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.นครศรีธรรมราช เขต 2
  6. นายณรงค์ ศรีละมุล ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต 3 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.พัทลุง เขต 2
  7. นายอภิรักษ์ อิ่มจิตอนุสรณ์ ผอ.สพป.ลำปาง เขต 1 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.แพร่ เขต 1
  8. นายสุภาพ วงษ์สามาตย์ ผอ.สพป.ร้อยเอ็ด เขต 3 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.ร้อยเอ็ด เขต 1
  9. นายพิสุทธิ์ แสนเมือง ผอ.สพป.เลย เขต 3 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.ร้อยเอ็ด เขต 2
  10. นายมโน ชุนดี ผอ.สพป.อ่างทอง ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.ลพบุรี เขต 2
  11. นายอัมพล หันทยุง ผอ.สพป.ตราด ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.สระแก้ว เขต 2
  12. นายพรชัย โพคันโย ผอ.สพป.อุดรธานี เขต 2 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.อุดรธานี เขต 1
  13. นายบูรพา พรมสิงห์ ผอ.สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 2 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.อุดรธานี เขต 2
  14. นายวิรัตน์ ไกลแก้ว ผอ.สพป.นครศรีธรรมราช เขต 4 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.นครศรีธรรมราช เขต 3
  15. นายยงศักดิ์ เชาวน์วุฒิกุล ผอ.สพป.นครศรีธรรมราช เขต 3 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.นครศรีธรรมราช เขต 4
  16. นายนิวัฒน์ แก้วเพชร ผอ.สพป.ชัยภูมิ เขต 1 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.ชัยภูมิ เขต 3
  17. นายธนชน มุทาพร ผอ.สพป.ชัยภูมิ เขต 3 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.ชัยภูมิ เขต 1
  18. นายปราโมทย์ ภูมิพันธ์ ผอ.สพม.27 ให้ดำรงตำแหน่ง เป็น ผอ.สพม.23 ( จ.สกลนคร )
  19. นายอดุลย์ศักดิ์ บุญอเนก ผอ.สพม.26 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพม.27 ( จ.ร้อยเอ็ด)
  20. นายภัทธศาสน์ มาสกุล ผอ.สพม.28 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพม.29 ( จ.อุบลราชธานี-จ.อำนาจเจริญ)
  21. นายชูชาติ แก้วนอก ผอ.สพป.สมุทรปราการ เขต 1 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพม.28 ( จ.ศรีสะเกษ – จ.ยโสธร)
  22. นายชัยวัฒน์ ตั้งพงษ์ ผอ.สพม.24 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพม.30 (จ.ชัยภูมิ)
  23. นายทวี ทะนอก ผอ.สพป.สมุทรสาคร ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพม.24 (จ.กาฬสินธุ์)
  24. น.ส.รัตติมา พานิชอนุรักษ์ ผอ.สพม.2 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพม.31 (จ.นครราชสีมา)
  25. นายสุชาติ กลัดสุข ผอ.สพป.อุทัยธานี เขต 1 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพม.2 ( กทม.)

ศรายุทธ  มาทัพ กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ สำนักงาน ก.ค.ศ.
บัลลังก์ โรหิตเสถียร / สรุป
สมประสงค์ ชาหารเวียง / ถ่ายภาพ

พิธีถวายราชสดุดี “วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า” ประจำปี 2562

(25 พ.ย. 62) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีถวายราชสดุดี และถวายบังคมพระราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า หรือวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2562 โดยมีผู้บริหารระดับสูง คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ข้าราชการ และลูกเสือเนตรนารี จากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมพิธี อาทิ นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการและเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ , นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา, ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ และลูกเสือเนตรนารีจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมพิธี เมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2562 ณ สนามหน้ากระทรวงศึกษาธิการ และบริเวณลานพระบรมราชานุเสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี

รมช.ศธ. กล่าวว่า วันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) “วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า” ซึ่งเป็นวันสําคัญของคณะลูกเสือแห่งชาติ บรรดาลูกเสือ เนตรนารี บุคลากรทางการลูกเสือ และพสกนิกรชาวไทยทั้งปวง

ลูกเสือทุกหน่วยเหล่าได้น้อมสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความกตัญญู กตเวทิตาธรรม ด้วยการมาร่วมวางพวงมาลา และถวายราชสดุดี ณ สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ และเชิญชวนลูกเสือ เนตรนารี บุคลากรทางการลูกเสือประกอบพิธีถวายราชสดุดี และร่วมปฏิบัติกิจกรรมบําเพ็ญประโยชน์โดยพร้อมเพรียงกันทั่วราชอาณาจักร ซึ่งเป็นประเพณีของลูกเสือที่ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อถวายเป็นราชสักการะ แด่พระผู้พระราชทานกําเนิดลูกเสือไทย เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2454 โดยมีพระราชประสงค์เพื่อฝึกอบรมเด็กและเยาวชนของชาติ ให้เป็นพลเมืองดี เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติ เป็นสําคัญ ดั่งพระราชดํารัสที่ว่า “ข้าไม่ต้องการตําราเรียนที่เดินได้ ที่ข้าอยากได้นั้นคือ เยาวชนที่เป็นสุภาพบุรษ ซื่อสัตย์สุจริต มีอุปนิสัย ใจคอดี”

กิจการลูกเสือไทย ได้ดําเนินการมาเป็นเวลา 108 ปี และเป็นกิจการที่นับได้ว่ามีความเจริญรุ่งเรือง และพัฒนาก้าวหน้ายิ่งขึ้น ตามกาลสมัยจวบจนปัจจุบัน นับเป็นพระราชมรดกอันล้ำค่า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ที่ช่วยให้ประเทศมีความมั่นคงตราบเท่าทุกวันนี้

ในปัจจุบันกิจการลูกเสือไทยได้ขยายไปยังประชาชนทั่วประเทศการดําเนินกิจการลูกเสือเป็นตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2551 ทุกประการ ประสบความสําเร็จตามวัตถุประสงค์และนโยบายของคณะลูกเสือแห่งชาติที่กําหนด ทั้งด้านการบริหาร ด้านฝึกอบรม ด้านวิชาการ และส่งเสริมความสัมพันธ์ คณะลูกเสือนานาชาติ ตลอดจนปฏิบัติภารกิจตามประเพณีของ กิจกรรมบําเพ็ญประโยชน์ และกิจกรรมที่รัฐบาลกําหนดเป็นนโยบาย ทั้งนี้เพื่อปลูกฝัง ฝึกฝน อบรมและพัฒนาเยาวชนของชาติให้มีคุณธรรม ยึดมั่นในอุดมการณ์ของลูกเสือให้มีความรักความศรัทธาต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์อันเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่สําคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เยาวชนไทยเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของบ้านเมืองต่อไป

ในโอกาสที่ได้มาพร้อมกัน ต่อหน้าเบื้องพระพักตร์พระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์ในวันนี้ เพื่อเป็นการน้อมรําลึกถึงพระองค์ ซึ่งเป็นผู้ให้กําเนิดลูกเสือไทย จึงให้ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ และลูกเสือทั้งหลายจงพร้อมใจกัน รําลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อพวกเราขอให้ทุกคนจงตั้งจิตปณิธานอันแน่วแน่ สนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระราชประสงค์เห็นคนในชาติบ้านเมือง มีความสามัคคี มีวินัย เพื่อว่าจะได้เตรียมตัวให้เป็น พลเมืองดี ไม่ใช่ของประเทศเท่านั้น แต่เป็นพลเมืองดีของโลกด้วย

ลูกเสือพึงระลึกไว้เสมอว่า การเป็นลูกเสือมิใช่ว่าเป็นเพียงของสนุก แต่จงเป็นลูกเสือด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์ เสียสละ ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ และบุคลากรทางการทางการลูกเสือทุกภาคส่วน จงพร้อมใจกันประสานสัมพันธ์ พัฒนาหล่อหลอมเด็ก เยาวชน และประชาชน ให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งเชื่อมั่นว่าหากเด็ก เยาวชน และประชาชนมีคุณภาพและเข้มแข็ง สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จะมีความมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป

“หากดวงพระวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ แห่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้พระราชทานกําเนิดลูกเสือไทยทรงทราบด้วยญาณวิถีในพระทัยคงจะทรงโสมนัส ที่พระราชปณิธานของพระองค์ สมดังพระราชหฤทัยหมายทุกประการ ขอเชิญทุกท่านที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ จงสํารวมจิตอธิษฐาน อัญเชิญดวงพระวิญญาณแห่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว กับทั้งอานุภาพแห่งความจงรักภักดี อานุภาพแห่งความตั้งมั่นในความกตัญญุตา ของเหล่าบรรดาลูกเสือ และบุคลากรทางการลูกเสือทั้งปวง จงเป็นปัจจัยให้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสู่สวรรค์ชั้นดุสิต ทรงเสวยสุข ในสัมปรายภพเป็นนิรันดร์”

นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ กล่าวว่า ศธ.ได้จัดกิจกรรมวางพวงมาลาถวายราชสดุดี เพื่อรําลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงบําเพ็ญ พระราชกรณียกิจด้านการศึกษา เพื่อพสกนิกรชาวไทยนานัปการ ได้ทรงจัดตั้งกองเสือป่า และกองลูกเสือขึ้น เพื่อปลูกฝังความเป็นพลเมืองดี มีความจงรักภักดี ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ความเป็นผู้มีระเบียบวินัย และบําเพ็ญตนเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น จนทําให้กิจการด้านการศึกษาและกิจการลูกเสือเจริญก้าวหน้าสืบมาจนทุกวันนี้

เวลา 8.00 น.
ณ บริเวณด้านหน้าองค์พระบรมราชานุสาวรีย์
รัชกาลที่ 6 กระทรวงศึกษาธิการ

เวลา 10.00 น.
ณ บริเวณลานพระบรมราชานุเสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
กิตติกร แซ่หมู่ / ถ่ายภาพ
อธิชนม์ สลางสิงห์ / วีดิทัศน์

“ครูโอ๊ะ” เลี้ยงอาหารกลางวัน นักเรียนโรงเรียนศรีสังวาลย์

(18 พ.ย.62) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ และเลี้ยงอาหารกลางวันนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และเจ้าหน้าที่โรงเรียนศรีสังวาลย์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีโอกาสมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจนักเรียน ครู เจ้าหน้าที่โรงเรียนศรีสังวาลย์ รวมทั้งรับฟังปัญหา คำแนะนำต่าง ๆ เพื่อนำมาวางแนวทางพัฒนาส่งเสริมการบริหารจัดการของโรงเรียนที่ดูแลเด็กพิเศษทุกแห่ง ขอขอบคุณคำแนะนำอันเป็นประโยชน์ทุกอย่าง เนื่องจากการรับฟังความคิดเห็นจากคนที่อยู่ในสถานที่จริง เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการแก้ปัญหา ตลอดสามารถจนนำไปปรับปรุงการทำงานให้ดียิ่งขึ้น

“เด็กทุกคนที่ได้มาเยี่ยมในวันนั้นน่ารักมาก รวมทั้งผู้บริหารโรงเรียน ครู นักดนตรี และทุกคนในโรงเรียนศรีสังวาลย์ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น เป็นความประทับใจที่มีคุณค่าต่อจิตใจอย่างยิ่ง และเป็นขวัญกำลังใจในการทำงานต่อไป” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

สำหรับวันนี้ได้มาตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับนักเรียนโรงเรียนศรีสังวาลย์ ว่าจะมาเลี้ยงอาหารกลางวันทุกคน โดยมีเมนูก๋วยเตี๋ยวเป็ด ลอดช่อง และไอศกรีม

โอกาสนี้ รมช.ศึกษาธิการได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันและร้องเพลงกับนักเรียนด้วย พร้อมให้คำมั่นว่า “จะทลายทุกข้อจำกัดในการทำงาน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เมื่อทุกข์ก็เห็นหน้ากัน เมื่อสุขก็ร่วมสุขไปพร้อมกัน”

ทั้งนี้ โรงเรียนศรีสังวาลย์ เป็นของมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นโรงเรียนเอกชนการกุศล สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ตั้งอยู่เลขที่ 78/16 หมู่ 1 ถนนติวานนท์ ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี  เปิดสอนนักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

ปารัชญ์ ไชยเวช/ สรุป
อิชยา กัปปา/ ถ่ายภาพ

ศธ.ประชุมเตรียมจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ปี 2563

กระทรวงศึกษาธิการ เชิญหลายหน่วยงานประชุมเตรียมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 ซึ่งจัดขึ้นที่กระทรวงศึกษาธิการและบริเวณโดยรอบ

(14 พ.ย.62) นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดงานฉลองวันเด็ก ประจำปี 2563 ที่ห้องประชุมบรรจง ชูสกุลชาติ ชั้น 6 อาคารสำนักงาน กศน. โดยมีผู้แทนจากส่วนราชการต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกกระทรวงเข้าร่วมประชุม

ปลัด ศธ. กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณากรอบแนวคิด (Theme) การจัดงานในปี 2563 ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าควรเป็นเรื่องของการรักษา “สิ่งแวดล้อม” ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นวาระแห่งชาติตามนโยบายของรัฐบาลอีกด้วย

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือเตรียมการจัดหากิจกรรม ของเล่น อาหาร เครื่องดื่ม การอำนวยความสะดวก การดูแลความปลอดภัย ฯลฯ เพื่อดูแลเด็กและเยาวชน รวมทั้งผู้ปกครองที่จะเข้าร่วมงาน โดยในปีนี้จะจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ทั้งภายในและบริเวณโดยรอบกระทรวงศึกษาธิการ ในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2563

ที่ประชุมยังได้รับทราบความก้าวหน้าของการจัดทำหนังสือวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งการออกแบบภาพปกในปีนี้จะเป็นผลงานการออกแบบของเด็กและเยาวชนไทย พร้อมการออกแบบรูปเล่มที่สวยงามน่าสนใจมากขึ้น โดยจะจัดจำหน่ายก่อนงานจนถึงวันเด็ก จากนั้นจึงจะจัดทำเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) เผยแพร่ต่อไป

ในส่วนของตราสัญลักษณ์วันเด็กแห่งชาติ เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ในการประชาสัมพันธ์งาน จะยังคงเป็นตราสัญลักษณ์เหมือนปีที่ผ่านมา ซึ่งกำหนดใช้เป็นระยะเวลา 5 ปี (2561-2565)

นอกจากกิจกรรมในงานวันเด็กแห่งชาติแล้ว กระทรวงศึกษาธิการยังมีกิจกรรมนำเด็กและเยาวชนดีเด่น จำนวน 549 ราย รวมทั้งเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ จำนวน 225 ราย เข้าเยี่ยมคารวะและรับโอวาทจากนายกรัฐมนตรีในช่วงเวลาดังกล่าวอีกด้วย

บัลลังก์ โรหิตเสถียร / สรุป
กิตติกร แซ่หมู่ / ถ่ายภาพ

สำหรับการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ เริ่มต้นจัดงานเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2498 จนถึงปัจจุบันจัดขึ้นเป็นปีที่ 65

ศธ.นำนักเรียนนักศึกษาเข้ารับรางวัลพระราชทานจากสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

วันนี้ (9 พ.ย.62) เวลา 15.30 น. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำนักเรียน นักศึกษา และผู้แทนสถานศึกษา ที่ได้รับรางวัลพระราชทาน และผู้แทนสถานศึกษาที่ได้รับรางวัลพระราชทานติดต่อกัน 3 ครั้ง ประจำปีการศึกษา 2561 จำนวน 315 คน และผู้ปกครองนักเรียน นักศึกษา ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ จำนวน 297 คน เข้าเฝ้าฯ เพื่อรับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งเสด็จฯ แทนพระองค์ ณ ศาลาดุสิตาลัย สวนจิตรลดา

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระราชทานพระโอวาทแก่นักเรียน นักศึกษา และผู้แทนสถานศึกษา ที่ได้รับรางวัลพระราชทาน ประจำปีการศึกษา 2561 ดังนี้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ข้าพเจ้ามาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในการมอบรางวัลแก่นักเรียน นักศึกษา และสถานศึกษา ที่ได้รับรางวัลพระราชทานประจำปีการศึกษา 2561 ขอแสดงความชื่นชมกับทุกท่าน ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้

งานด้านการศึกษานั้น เป็นรากฐานแห่งความเจริญของบ้านเมือง เพราะเป็นงานสร้างคนให้มีคุณภาพ มีศักยภาพที่จะพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า งานสำคัญดังกล่าวเกี่ยวข้องโดยตรงกับบุคคลสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่ง ได้แก่ผู้จัดการศึกษาและผู้ให้การศึกษา อีกฝ่ายหนึ่ง ได้แก่ผู้เรียน งานด้านการศึกษาจะสำเร็จผลมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับบุคคลทั้งสองฝ่าย ว่าจะปฏิบัติหน้าที่ของตนได้สมบูรณ์ครบถ้วนหรือไม่

อาจกล่าวได้ว่า หน้าที่ของผู้จัดการศึกษา และผู้ให้การศึกษา ก็คือการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน ให้เป็นทรัพยากรบุคคล ผู้สร้างสรรค์ประโยชน์ให้แก่ตนเองและประเทศชาติได้ ตามกำลังความสามารถของแต่ละคน ส่วนหน้าที่ของผู้เรียน ก็คือการตั้งใจพยายามศึกษาเล่าเรียน และฝึกฝนพัฒนาตนเองให้ครบถ้วนทุกด้าน เพื่อให้บรรลุถึงความสำเร็จตามที่มุ่งหวังตั้งใจ

จึงขอให้ท่านทั้งหลายผู้ได้รับรางวัลในวันนี้ มีความภูมิใจที่ได้ปฏิบัติหน้าที่จนสำเร็จผลด้วยดีมาโดยตลอด แล้วตั้งใจพยายามปฏิบัติต่อไปให้ยิ่งเข้มแข็งหนักแน่น ให้มีความสำเร็จที่สูงขึ้น และกว้างขวางยิ่ง ๆ ขึ้นไป

ในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขออวยพรให้ทุกท่านที่มาประชุมพร้อมกัน ณ ที่นี้ มีความผาสุกสวัสดีทั่วกัน

ภายหลังพิธีพระราชทานรางวัล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ได้ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับนักเรียน นักศึกษา และผู้แทนสถานศึกษา ที่ได้รับรางวัลพระราชทาน ที่สนามหน้ากระทรวงศึกษาธิการ

ชมภาพเพิ่มเติมที่เฟซบุ๊ก ศธ.360 องศา

บัลลังก์ โรหิตเสถียร / สรุป
ขอบคุณภาพจาก ข่าวในพระราชสำนัก สำนักข่าวไทย

เลขาธิการ กช.ตั้งคณะทำงานลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีโรงเรียนเอกชนจ่ายเงินเดือนไม่ครบ ย้ำให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

(9 พ.ย.62) จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าว โรงเรียนเอกชนหลายแห่ง เรียกรับเงินคืนจากเงินเดือนของครู โดยการบังคับครูเซ็นบริจาคให้กับทางโรงเรียนทุกเดือน เพื่อแลกกับการมีงานทำนั้น

ดร.อรรถพล ตรึกตรอง รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) เปิดเผยว่า มีปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยสาเหตุของปัญหาเกิดจากการที่เงินอุดหนุนรายบุคคลในส่วนที่สมทบเป็นเงินเดือนครูไม่เพียงพอกับค่าตอบแทนครู และเป็นปัญหาในทุกพื้นที่ เนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไม่ได้จ่ายเงินเดือนให้กับครูโดยตรง แต่จะสมทบกับเงินอุดหนุนรายบุคคลของนักเรียนในอัตราคนละ 7,224.50 บาทต่อคน/ปี สำหรับระดับก่อนประถมและประถมศึกษา และ 9,032.50 บาทต่อคน/ปี สำหรับระดับมัธยมศึกษา ซึ่งสมทบรวมกับค่าใช้จ่ายพื้นฐาน เป็นค่าใช้จ่ายรายบุคคลที่รัฐอุดหนุนให้ โดยโรงเรียนจะต้องนำเงินจำนวนนี้จ่ายเป็นเงินเดือนครูเป็นอันดับแรก และที่เหลือจ่ายเป็นการจัดเรียนการสอน พัฒนาสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ ครุภัณฑ์ ปรับปรุงอาคารสถานที่ ฯลฯ

ซึ่ง พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน กำหนดให้โรงเรียนเป็นผู้จ้าง บรรจุ และจ่ายเงินเดือนครูเอง หากโรงเรียนบรรจุครูมากเกินไป ทำให้เป็นปัญหาค่าตอบแทนเงินเดือนครูไม่เพียงพอ และไม่มีเงินเหลือเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอนในส่วนอื่น ๆ ซึ่งทาง สช ,ได้กำชับให้โรงเรียน บรรจุครู และบุคลากรในสัดส่วนที่เหมาะสม และ สช. จะได้หาวิธีการกำหนดมาตรฐานการบรรจุครูด้วยเช่นกัน

“ส่วนกรณีที่มีการนำเสนอข่าวทางสื่อออนไลน์ในเรื่องดังกล่าวในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตนได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนลงพื้นที่ในการดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วนแล้ว เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย” ดร.อรรถพล กล่าว

ภาพ/ข่าว : ประชาสัมพันธ์ สช.

ศธ.ต้อนรับนักเรียนนักศึกษาเข้ารับรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

วันนี้ (9 พ.ย.62) เวลา 15.30 น. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะนำนักเรียน นักศึกษา และผู้แทนสถานศึกษา ที่ได้รับรางวัลพระราชทาน และผู้แทนสถานศึกษาที่ได้รับรางวัลพระราชทานติดต่อกัน 3 ครั้ง ประจำปีการศึกษา 2561 จำนวน 315 คน และผู้ปกครองนักเรียน นักศึกษา ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ จำนวน 297 คน เข้าเฝ้าฯ เพื่อรับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งเสด็จฯ แทนพระองค์ ณ ศาลาดุสิตาลัย สวนจิตรลดา

ทั้งนี้ ในช่วงเช้า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ นายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ต้อนรับคณะนักเรียนนักศึกษา ผู้บริหาร และผู้แทนสถานศึกษาดังกล่าว โดยในปีนี้มีผู้ได้รับรางวัลพระราชทานรวมทั้งสิ้น 315 ราย คือ นักเรียนนักศึกษา 197 ราย สถานศึกษา 107 แห่ง และสถานศึกษาที่ได้รับรางวัล 3 ครั้งภายใน 10 ปี จำนวน 11 แห่ง โดยรางวัลที่ได้รับพระราชทาน จะเป็นเงินรางวัลพระราชทานแก่นักเรียนนักศึกษาและสถานศึกษา ซึ่งในส่วนของสถานศึกษาจะนำเงินรางวัลไปใช้พัฒนาคุณภาพการศึกษาต่อไป

ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีรับรางวัลพระราชทาน จะได้เผยแพร่ภาพข่าวเพิ่มเติมต่อไป

บัลลังก์ โรหิตเสถียร / สรุป
กิตติกร แซ่หมู่ / ถ่ายภาพ

กรมหลวงราชสาริณีฯ ทรงเป็นประธานพิธี​เปิดงานชุมนุม​ลูกเสือแห่งชาติ​ ครั้งที่​21 ที่ชลบุรี

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธานในพิธี​เปิดงานชุมนุม​ลูกเสือแห่งชาติ​ ครั้งที่​ 21 ค่ายลูกเสือวชิราวุธ​ จ.ชลบุรี​

(26 ต.ค.​ 62) พระบาท​สมเด็จ​พระเจ้าอยู่หัว​ ทรงพระกรุณา​โปรดเกล้า​โปรดกระหม่อม​ให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จ​พระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธี​เปิดงานชุมนุม​ลูกเสือแห่งชาติ​ ครั้งที่​ 21​ ณ​ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ​ อ.ศรีราชา​ จ.ชลบุรี​

โดยมีนายวิษณุ​ เครืองาม​ รองนายกรัฐมนตรี​ นายณัฏฐพล​ ทีปสุวรรณ​ รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​ศึกษา​ธิการ ​ นางกนกวรรณ​ วิลาวัลย์​ รัฐมนตรี​ช่วยว่าการ​กระทรวงศึกษาธิการ นายประเสริฐ​ บุญ​เรือง​ ปลัดกระทรวง​ศึกษา​ธิการ ​ในฐานะเลขาธิการ​สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ พร้อมด้วย​ผู้ว่าราชการจังหวัด​ชลบุรี​ อธิบดี​ผู้พิพากษา​ภาค​ 2​ ผู้บัญชาการ​มณฑล​ทหารบก​ที่​ 14​ ผู้บัญชาการ​ตำรวจภูธร​ภาคที่​ 2​ ข้าราชการ​ คณะ​ผู้​บริหาร​ ลูกเสือ​ เนตร​นารี​ และบุคลากรทางลูกเสือทั้งในประเทศ​และต่างประเทศ​ เฝ้าฯ รับเสด็จ​

นายวิษณุ​ เครืองาม​ รองนายกรัฐมนตรี​ กล่าวรายงานว่า กระทรวงศึกษาธิการ​ และคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ​โดยสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ​ กำหนดจัดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 21 ระหว่างวันที่ 26 ตุลาคม​ -​ 1 พฤศจิกายน​ 2562 ณ​ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อ.​ศรีราชา​ จ.ชลบุรี​ ซึ่งมีลูกเสือเนตรนารีทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วมชุมนุมประมาณ 12,000 คน​ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว​ รัชกาล​ที่​ 10 ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ​ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

การจัดงานชุมนุมลูกเสือครั้งนี้ จัดแบบสากล​ กิจกรรมทุกกิจกรรมกำหนดให้เยาวชนมีส่วนร่วม​ นำไปสู่การพัฒนาบุคลิกภาพ​ ส่งเสริมความสัมพันธ์ของคณะลูกเสือนานาชาติ สอดคล้องกับนโยบายการทูตทางวัฒนธรรม​ นโยบายฟื้นฟูกิจการลูกเสือให้เป็นกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม​ จริยธรรม​ ปลูกจิตสำนึกที่ดี​ สร้างลักษณะอันพึงประสงค์ที่จะอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุข​ และเตรียมความพร้อมที่จะก้าวไปสู่เวทีสากล

จากนั้นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา​ พระราช​ทานเข็มลูกเสือสมนาคุณ​ และพระราชทานพระราช​ดำรัสตอนหนึ่งว่า

“กิจการลูกเสือมีอุดมการณ์ และวิธีการปฏิบัติในการปลูกฝังและหล่อหลอมเยาวชนที่แม้จะต่างกันด้วยเชื้อชาติ​ ศาสนา​ ภาษา​ วัฒนธรรม​ และขนบธรรมเนียมประเพณี​ ให้สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข​ ด้วยความรักความเข้าใจอันดีต่อกัน

งานชุมนุมลูกเสือครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่เยาวชนผู้มีอุดมการณ์เดียวกัน​จะได้มาพบปะผูกมิตรไมตรีกัน​ และร่วมกันพัฒนากิจกรรมส่งเสริมความรู้ความสามารถ​ และทักษะต่าง​ ๆ​ ซึ่งความรู้และความสัมพันธ์อันดีต่อกันนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการดำเนินชีวิต​ และการปฏิบัติกิจการของแต่ละคนในอนาคต รวมทั้งเสริมสร้างสังคมและโลกที่ทุกคนอาศัยอยู่ร่วมกันให้มีความสงบสุข​ยั่งยืนตลอดไป”

นายประเสริฐ​ บุญ​เรือง​ ปลัดกระทรวง​ศึกษา​ธิการ ​ในฐานะเลขาธิการ​สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ​ นำลูกเสือกล่าวทบทวน​คำปฏิญาณ​ รวมถึง​มีกิจกรรม​การเดินสวนสนามของเหล่าลูกเสือ​ เนตร​นารี​ และการแสดงกิจกรรม​ชุด​ “จตุรทิศรวมใจถวายพระพรชัยองค์ราชัน​ย์”

สำหรับกิจกรรม​หลักที่จัดขึ้นตลอดการชุมนุม​ลูกเสือแห่งชาติ​ ครั้งที่​ 21​ ประกอบด้วย​ กิจกรรม​ตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10, กิจกรรมหมู่บ้านโลกาภิวัตน์ (GDV), กิจกรรมจัตุรัสวัฒนธรรม, กิจกรรมผจญภัย, กิจกรรมทักษะลูกเสือ, กิจกรรมเมืองวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกิจกรรมนิทรรศการและส่งเสริมความสามารถพิเศษ โดยมุ่งหวังให้ลูกเสือ​ เนตรนารี​ มีระเบียบวินัย มีความเข้มแข็ง​ อดทน สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต​ และทักษะวิชาการลูกเสือ ภายใต้คำขวัญ “จับมือกันร่วมสร้างสรรค์สังคม : Growing Better Society”

ชมภาพเพิ่มเติม Facebook

ปารัชญ์​ ไชยเวช/ สรุป
ธนภัทร​ จันทร์​ห้างหว้า (VDO), กิตติ​กร​ แซ่หมู่/ ถ่ายถาพ

ศธ.คลอดหลักสูตรลูกเสือมัคคุเทศก์ เดินหน้าพร้อมจัดอบรม8จังหวัดนำร่อง รับภาคเรียนที่2/62

(24 ตุลาคม 2562) ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยความก้าวหน้าของการจัดทำหลักสูตรเพื่อฝึกอบรมให้กับลูกเสือที่เข้าร่วมโครงการลูกเสือมัคคุเทศก์ (Guide Scout)

ภายหลังจากกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ “ลูกเสือมัคคุเทศก์” เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา ณ โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย นั้น สำนักงานลูกเสือแห่งชาติได้ตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อจัดทำหลักสูตรลูกเสือมัคคุเทศก์ ร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้หลักสูตรที่ครอบคลุมการสร้างสมรรถนะ ความรู้ และทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการเป็นลูกเสือมัคคุเทศก์ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ให้ได้มากที่สุด

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ได้ร่วมกับกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดทำหลักสูตร คู่มือ สื่อฝึกอบรม และอบรมแกนนำลูกเสือมัคคุเทศก์เสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมนำไปจัดอบรมให้กับลูกเสือที่เข้าร่วมโครงการลูกเสือมัคคุเทศก์ จำนวนทั้งสิ้น 425 คน ใน 8 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ จังหวัดปราจีนบุรี พัทลุง เชียงใหม่ เลย สุโขทัย นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา และบุรีรัมย์

โดยการจัดอบรมโครงการลูกเสือมัคคุเทศก์ จะเริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2562 จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งหลักสูตรประกอบด้วย การชี้แจงทำความเข้าใจ การให้ความรู้ ตลอดจนการฝึกปฏิบัติจริง รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 60 ชั่วโมง แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่

  • ระยะที่ 1 ก่อนการฝึกอบรม จำนวน 13 ชั่วโมง สำหรับการศึกษาค้นคว้าจัดทำข้อมูลและเรียงความเกี่ยวกับบ้านเกิด
  • ระยะที่ 2 การฝึกอบรมเป็นเวลา 4 วัน จำนวน 27 ชั่วโมง เน้นการชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นมาของโครงการ การให้ความรู้ด้านวิชาการ 10 หน่วยเรียนรู้ ทั้งหลักการมัคคุเทศก์ การสื่อสาร ความรู้พื้นฐานของพื้นที่และพื้นที่ข้างเคียง จิตวิทยาการให้บริการ การเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และจิตอาสาของลูกเสือมัคคุเทศก์ ตลอดจนกระบวนการค้นหาเรื่องราวและเรื่องเล่าของท้องถิ่น การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และการใช้เทคโนโลยีเพื่อการมัคคุเทศก์
  • ระยะที่ 3 คือการฝึกปฏิบัติในสถานที่ท่องเที่ยว เป็นเวลา 20 ชั่วโมง ซึ่งกำหนดจัดกิจกรรม “Kick Off การฝึกประสบการณ์ลูกเสือมัคคุเทศก์” ในพื้นที่ 8 จังหวัดนำร่องในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ด้วย

ภายหลังการฝึกอบรม จะจัดให้มีพิธีมอบเครื่องหมายลูกเสือมัคคุเทศก์ (Badge) และมอบวุฒิบัตรแก่ผู้ผ่านหลักสูตร เพื่อนำไปใช้รับรองและเทียบประสบการณ์ (สะสมเครดิต) ที่จะเป็นประโยชน์ในการเรียนต่อระดับอุดมศึกษา การประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ หรือการมีโอกาสได้เป็นตัวแทนลูกเสือไทยเข้าร่วมโครงการของสำนักงานลูกเสือในเวทีระดับนานาชาติในอนาคต

“ในขณะเดียวกัน สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ และกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะจัดให้มีการนิเทศการฝึกประสบการณ์ของลูกเสือมัคคุเทศก์ในทุกจังหวัดนำร่อง เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ผลการประเมิน นำไปสู่การปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาหลักสูตรให้ดียิ่งขึ้น พร้อมใช้เป็นต้นแบบในการขยายผลการฝึกอบรมลูกเสือมัคคุเทศก์ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศต่อไป” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

ขอบคุณภาพ/ข่าว : คณะทำงาน รมช.ศธ.

WordPress.com.

Up ↑