สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ แจ้งขอความร่วมมือชะลอการเข้าค่ายพักแรมลูกเสือ

(27 ก.พ.63) นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ รองเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ มีหนังสือถึงองค์กรหลัก ส่วนราชการที่มีสถานศึกษา และผู้อำนวยการลูกเสือจังหวัดทุกจังหวัด ขอความร่วมมือชะลอการเข้าค่ายพักแรมลูกเสือ

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้การระบาดของไวรัส COVID-19 เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน นักศึกษา และเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว สำนักงานลูกเสือแห่งชาติจึงได้มีหนังสือขอความร่วมมือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ แจ้งสถานศึกษาในสังกัด ให้ชะลอการนำนักเรียน นักศึกษา เข้าค่ายพักแรมลูกเสือไว้ก่อน จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน

ผู้ช่วยสอนภาษาญี่ปุ่นโครงการ "NIHONGO Partners" รุ่น7 เข้าเยี่ยมคารวะรองปลัด ศธ. ในโอกาสเสร็จสิ้นการปฏิบัติหน้าที่

(26 ก.พ. 63) ผู้ช่วยสอนภาษาญี่ปุ่นในโครงการ “NIHONGO Partners” รุ่นที่ 7 จำนวน 85 คน เข้าเยี่ยมคารวะนางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในโอกาสเสร็จสิ้นการปฏิบัติหน้าที่ ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล อาคารรัชมังคลาภิเษก ชั้น 3 กระทรวงศึกษาธิการ

นายโนริฮิโกะ โยชิโอกะ ผู้อำนวยการบริหารเจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ กล่าวว่า โครงการผู้ช่วยสอนภาษาญี่ปุ่น NIHONGO Partners ได้ดำเนินการมาถึงรุ่นที่ 7 ด้วยความสนับสนุนและความช่วยเหลือจากโรงเรียนในโครงการ อาจารย์ นักเรียน และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำชี้แนะของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และรัฐบาลไทย ที่ทำให้เห็นแรงผลักดันต่อการพัฒนาการศึกษาภาษาต่างประเทศในไทย และความเข้าใจอันดีที่ทุกฝ่ายมีให้ต่อโครงการ

โครงการผู้ช่วยสอนภาษาญี่ปุ่น NIHONGO Partners นับตั้งแต่รุ่นที่ 1- 7 ได้นำผู้ช่วยสอนภาษาญี่ปุ่นมาประจำการที่ประเทศไทย รวมทั้งสิ้น 375 คน ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่โครงการมีส่วนช่วยให้นักเรียนไทยได้ใกล้ชิดกับภาษาญี่ปุ่นและสนใจวัฒนธรรมสังคมของญี่ปุ่นมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างทักษะทางภาษาให้แก่อาจารย์อีกด้วย

แม้ว่าหน้าที่ของครูผู้ช่วยสอนภาษาญี่ปุ่นรุ่นนี้จะเสร็จสิ้นลงแล้ว แต่พวกเขาจะนำประสบการณ์ที่พบเจอระหว่างดำเนินชีวิตที่ประเทศไทย ไปเผยแพร่ให้คนรอบข้างได้รู้จักประเทศไทยมากขึ้น ทั้งนี้ทางเจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ และผู้ช่วยสอนภาษาญี่ปุ่น รุ่นที่ 7 จำนวน 85 คน ขอขอบคุณและกล่าวอำลากับเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่าย

นางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวแสดงความชื่นชมและยินดีกับผู้ช่วยสอนภาษาญี่ปุ่น ภายใต้โครงการผู้ช่วยสอนภาษาญี่ปุ่น “NIHONGO Parters” รุ่นที่ 7 ในโอกาสที่เสร็จสิ้นการปฏิบัติหน้าที่การสอนในประเทศไทย และกำลังจะเดินทางกลับประเทศญี่ปุ่นในวันพรุ่งนี้

ประเทศไทยและญี่ปุ่น เป็นประเทศคู่ภาคีที่มีความสัมพันธ์อันดีร่วมกันมาอย่างยาวนานกว่า 600 ปี โดยเมื่อปี 2550 ทั้งสองประเทศได้ร่วมกันเฉลิมฉลองครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูต 120 ปี และที่ผ่านมาได้มีการดำเนินความร่วมมือกันในหลากหลายด้าน ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และการต่างประเทศ

จากความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ทำให้ภาษาญี่ปุ่นกลายเป็นภาษาต่างประเทศที่สำคัญภาษาหนึ่ง ที่ได้รับความสนใจจากนักเรียนไทยในทุกระดับอย่างแพร่หลาย โดยจะเห็นได้ชัดจากจำนวนโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่เปิดสอนวิชาภาษาญี่ปุ่นถึง 450 แห่ง และมีนักเรียนที่เลือกเรียนภาษาญี่ปุ่นจำนวนกว่า 115,000 คน รวมทั้งนักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ของไทยที่เลือกเรียนภาษาญี่ปุ่นอีกเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าผู้เรียนได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่น เพื่อการศึกษาต่อในประเทศญี่ปุ่น ตลอดจนโอกาสและทางเลือกในการประกอบอาชีพในอนาคต

โครงการผู้ช่วยสอนภาษาญี่ปุ่น “NIHONGO Partners” ถือเป็นโครงการที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาทักษะภาษาญี่ปุ่นของนักเรียนไทย รวมถึงการที่ผู้ช่วยสอนชาวญี่ปุ่น ครูและนักเรียนไทยได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านภาษา วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตระหว่างกัน

โอกาสนี้ ศธ. ขอขอบคุณ NIHONGO Partners รุ่นที่ 7 ทุกคน ที่ได้ทุ่มเทใช้ความรู้ความสามารถในการสอนและการทำงานร่วมกับครูไทยอย่างเต็มที่ตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการ 1 ปีการศึกษา ตลอดจนขอบคุณรัฐบาลญี่ปุ่น และเจแปนฟาวน์เดชั่นที่ได้เล็งเห็นความสำคัญและเพิ่มโอกาสในการพัฒนาทักษะภาษาญี่ปุ่นให้แก่นักเรียนและครูไทย โดยให้การสนับสนุนผู้ช่วยสอนภาษาญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ศธ. ยินดีและพร้อมให้ความร่วมมือในการดำเนินโครงการในรุ่นต่อไปให้ประสบความสำเร็จและราบรื่นด้วยดี

ปารัชญ์ ไชยเวช / สรุป
กิตติกร แซ่หมู่ / ถ่ายภาพ
บัลลังก์ โรหิตเสถียร / บรรณาธิการข่าว

ที่ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา ศธ.ในภูมิภาค เห็นชอบอนุมัติตำแหน่งครูผู้ช่วย สอศ.และ กศน.รวม 1,843 อัตรา

วันนี้ (26 ก.พ.63) นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ครั้งที่ 1 / 2563 ณ ห้องประชุมจันทรเกษม ชั้น 1 กระทรวงศึกษาธิการ

โดยที่ประชุมได้พิจารณาอนุมัติ ให้ตัดโอนอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสายการสอน ตำแหน่งครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ว่างอยู่ ไปกำหนดเป็นตำแหน่งครูผู้ช่วยสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จำนวน 1,023 อัตรา และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จำนวน 820 อัตรา รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,843 อัตรา

โดยมีเงื่อนไขในการใช้ตำแหน่งเพื่อการบรรจุและแต่งตั้ง คือ ให้ได้รับเงินเดือนอันดับครูผู้ช่วย ตามวุฒิที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยอาศัยเบิกในอัตราเงินเดือนที่กำหนด และอัตราเงินเดือนที่กำหนดนี้ เมื่อนำไปใช้บรรจุและแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วยแล้ว อัตราเงินเดือนที่เหลืออยู่ไม่สามารถนำไปใช้เป็นอัตราเงินเดือนสำหรับตำแหน่งว่าง ไม่มีเงินหรือนำไปกำหนดเป็นตำแหน่งเพิ่มใหม่ได้

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ จะนำเรื่องดังกล่าวเสนอให้คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฎิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค พิจารณา ในการประชุมวันที่ 2 มีนาคม 2563 ต่อไป

อิชยา กัปปา / สรุป
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ถ่ายภาพ
บัลลังก์ โรหิตเสถียร / บรรณาธิการข่าว

ศธ.ประชุมจัดงาน "วันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 128 ปี" 1 เม.ย.63

(25 กุมภาพันธ์ 2563) นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 128 ปี ครั้งที่ 1/2563 โดยมีผู้บริหารเข้าร่วม อาทิ นางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และรองโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งคณะกรรมการเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ โดยมีประเด็นสำคัญจากการประชุม สรุปดังนี้

รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดงานฯ

ที่ประชุมรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 128 ปี โดย รมว.ศธ., รมช.ศธ., ปลัด ศธ. และเลขาธิการองค์กรหลักเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาการจัดงาน, ปลัด ศธ. เป็นประธานกรรมการ, รองปลัด ศธ. และรองเลขาธิการองค์กรหลัก เป็นรองประธานกรรมการ, หัวหน้าผู้ตรวจราชการ และเลขาธิการ 3 สำนักบริหาร หน่วยงานในกำกับ ผู้แทนทุกองค์กรหลัก เป็นกรรมการ, โดย ผอ.สำนักอำนวยการ สป. เป็นกรรมการและเลขานุการ

รับทราบความก้าวหน้าการจัดทำหนังสือที่ระลึก 128 ปี ศธ.

ที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าการจัดทำหนังสือที่ระลึกวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 128 ปี ซึ่ง ปลัด ศธ. เป็นประธานกรรมการ ขณะนี้มีความคืบหน้าในการจัดทำแล้วร้อยละ 80 โดยสรุปสาระสำคัญโครงร่างหนังสือที่ระลึก ดังนี้

  1. พิมพ์จำนวน 3,000 เล่ม
  2. การจัดทำเนื้อหา โดยประมาณ 270 หน้า แบ่งเนื้อหาออกเป็น 6 ส่วน
    – ประมวลภาพการเปิดพิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย
    – การศึกษาไทยตั้งแต่ในอดีตกาลและพัฒนาการเรียนการสอน
    – สัญลักษณ์ต่าง ๆ ของกระทรวงศึกษาธิการ
    – วิสัยทัศน์ ทิศทางการดำเนินงานด้านการศึกษาในปี 2563-2564 และแนวโน้มในอนาคต
    – ส่วนหนึ่งจากความภาคภูมิใจในอาชีพด้านการศึกษา
    – ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ผู้ทำคุณประโยชน์)
  3. การมอบหมายงาน จะจัดพิมพ์หนังสือที่ระลึกฯ ได้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคม 2563 โดยจะจัดส่งให้ สป. 500 เล่ม รวมทั้งจัดส่งให้ห้องสมุดและผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ ศธ. 2,100 เล่ม อีก 400 เล่ม มอบให้ผู้บริหาร บุคคล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเป็นหลักฐานที่กระทรวงศึกษาธิการต่อไป

รับทราบการคัดเลือกผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ ศธ. ประจำปี 2563

ที่ประชุมรับทราบผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี 2563 จำนวน 89 ราย ดังนี้

  1. สำนักงานรัฐมนตรี 3 ราย
  2. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 25 ราย
  3. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 3 ราย
  4. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 22 ราย
  5. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 14  ราย
  6. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  4 ราย
  7. สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา  1 ราย
  8. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา 4  ราย
  9. โรงเรียนมหิดลวิทยานสรณ์  1  ราย
  10. สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ 1  ราย
  11. สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ 1  ราย
  12. โควตาสำรองส่วนกลางฯ  10 ราย
    รวมทั้งสิ้น 89 ราย

กำหนดการ
วันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 128 ปี
วันพุธที่ 1 เมษายน 2563

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
กิติพงษ์ ปลูกชาลี / ถ่ายภาพ
บัลลังก์ โรหิตเสถียร / บรรณาธิการข่าว

ปลัด ศธ.เปิดการพัฒนา นบส.ศธ.รุ่น 10 และมอบวุฒิบัตร นบส.ศธ.รุ่น 9

(24 กุมภาพันธ์ 2563) นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการพัฒนานักบริหารระดับสูง กระทรวงศึกษาธิการ (นบส.ศธ.) รุ่นที่ 10 และมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ วุฒิบัตร และเข็มวิทยฐานะ นบส.ศธ.รุ่นที่ 9 โดยมีนางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, ดร.สมโภชน์ นพคุณ อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (เลขาธิการ ก.พ.) ในฐานะหัวหน้าวิทยากร นบส.ศธ.รุ่นที่ 10 ร่วมในพิธีเปิด ณ อาคารอเนกประสงค์ สถาบันพัฒนาครู คณจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา (สคบศ.)

ปลัด ศธ. กล่าวตอนหนึ่งว่า ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้ารับการพัฒนาในหลักสูตร นบส.ศธ.รุ่นที่ 10 และผู้สำเร็จการพัฒนา รุ่นที่ 9 ที่เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณ วุฒิบัตรและเข็มวิทยฐานะ

ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า การดำเนินการพัฒนา นบส.ศธ. รุ่นที่ 1 ถึงรุ่นที่ 9 ประสบความสำเร็จและบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า นบส.ศธ.รุ่นที่ 10 จะผ่านเกณฑ์สำเร็จการพัฒนาตามหลักสูตรทุกท่าน เพื่อจะได้นำความรู้และประสบการณ์ไปใช้ในการบริหารจัดการศึกษาของชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างและพัฒนาเยาวชนไทยให้มีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรม มีความทันสมัยในด้านวิชาการและเทคโนโลยี ในขณะเดียวกันต้องดำรงไว้ซึ่งการอนุรักษ์วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขบนพื้นฐานของความเป็นไทยและความเป็นสากล

ดังนั้น ผู้บริหารทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญในการสร้างความตระหนักและสร้างความร่วมมือให้การบริหารราชการ เพื่อจัดการศึกษาของประเทศให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อการพัฒนาเยาวชนไทยและสังคม ให้มีคุณภาพเพื่อเข้าสู่ Thailand 4.0 และเป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนาประเทศชาติให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

“สิ่งสำคัญที่อยากฝากถึง นบส.ศธ.รุ่นที่ 10 ทั้ง 85 คน ถือได้ว่าเป็นการรวมของผู้บริหารจากทุกภาคส่วน นับเป็นโอกาสดีที่ผู้บริหารจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับวิทยากรที่มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์ รวมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เข้ารับการพัฒนาและสร้างเครือข่ายร่วมกัน ขอให้ทุกท่านใช้โอกาสในการพัฒนาครั้งนี้ให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์ให้มากที่สุด ร่วมมือกันบริหารจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้กับประเทศชาติ ผลักดันให้การบริหารจัดการศึกษาของชาติเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง พร้อมก้าวสู่มาตรฐานสากล”

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ e0b899e0b89ae0b8aa-e0b8a8e0b898.e0b8a3e0b8b8e0b988e0b899e0b897e0b8b5e0b988-10_e0b992e0b990e0b990e0b992e0b992e0b994_0019.jpg

นายศัจธร วัฒนะมงคล ผอ.สคบศ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ศธ.ได้มอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดย สคบส. ดำเนินการพัฒนานักบริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะทางการบริหารให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการหรือเทียบเท่า ให้เป็นผู้บริหารที่มีภาวะผู้นำ มีวิสัยทัศน์ มีขีดความสามารถสูงในการบริหารจัดการสมัยใหม่ เป็นผู้บริหารที่สามารถนำการเปลี่ยนแปลง มีความคิดสร้างสรรค์ในการบริหารจัดการและพัฒนาองค์กร เป็นผู้นำต้นแบบที่ดี โดยยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ รวมทั้งเพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการหรือเทียบเท่า ในการเข้าสู่ตำแหน่งประเภทบริหาร เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อีกทั้งเพื่อเสริมสร้างเครือข่ายผู้นำทุกภาคส่วนในการพัฒนาการศึกษา เศรษฐกิจ และสังคม ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้นักบริหารระดับสูงร่วมมือกันเสริมสร้างพลังในการกำหนดและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษา เศรษฐกิจ สังคม และประเทศชาติ  สร้างความสามัคคีและวิสัยทัศน์ร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพในการบริหารจัดการตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และเกิดการประสานความร่วมมือ ด้านการศึกษาในรูปแบบเครือข่าย เป็นศูนย์กลางการพัฒนาการศึกษาในภูมิภาค

อนึ่ง การพัฒนานักบริหารระดับสูง กระทรวงศึกษาธิการ  (นบส.ศธ.) ดำเนินการไปแล้ว จำนวน 9 รุ่น มีผู้สำเร็จหลักสูตร รวม 644 คน

ภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดฯ ปลัด ศธ.ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ วุฒิบัตร และเข็มวิทยฐานะ แก่ นบส.ศธ.รุ่นที่ 9 จำนวน 83 คน โดยนายไพฑูรย์ อรุณศรีประดิษฐ์ ผอ.สพป.นครปฐม เขต 1 ในฐานะประธาน นบส.ศธ.รุ่นที่ 9 นำ นบส.ศธ.รุ่นที่ 9 และรุ่นที่ 10 กล่าวคำปฏิญาณของ นบส.ศธ. ว่า

1. ข้าพเจ้าจะเทิดทูนและรักษาไว้ ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2. ข้าพเจ้าจะบริหารราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นในคุณความดี และถือประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นที่ตั้ง
3. ข้าพเจ้าจะร่วมมือกันบริหารราชการประเทศ เพื่อเยาวชนและอนาคตที่มั่นคงของประเทศสืบไป
4. ข้าพเจ้าจะตั้งมั่นในวิถีชีวิตตามนักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในการบริหารราชการแผ่นดินและในการดำเนินชีวิต

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
กิตติกร แซ่หมู่ / ถ่ายภาพ
บัลลังก์ โรหิตเสถียร / บรรณาธิการข่าว

ศธ.ให้สถานศึกษาเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หากกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงให้เฝ้าดูอาการ14วัน โดยไม่นับเป็นวันลา

(24 ก.พ.63) นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงนามในหนังสือแจ้งทุกส่วนราชการ เรื่อง การเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19

โดยขอความร่วมมือให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียนของสถานศึกษาในสังกัด หรือในกำกับ ซึ่งเดินทางกลับจากประเทศที่มีความเสี่ยง ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเก๊า ไปมาเลเซีย และเวียดนาม เมื่อเดินทางกลับถึงประเทศไทย ให้ไปรับการตรวจคัดกรองและเฝ้าระวังเชื้อโรคดังกล่าวที่โรงพยาบาล แล้วรายงานผลการตรวจ ต่อหัวหน้าสถานศึกษาหัวหน้าส่วนราชการต้นสังกัด

ถ้าหากตรวจพบหรือมีภาวะเสี่ยงที่จะติดเชื้อโรคดังกล่าว ให้หัวหน้าสถานศึกษาหรือต้นสังกัดพิจารณาสั่งให้ผู้นั้นงดเข้าชั้นเรียนหรือหยุดมาปฏิบัติงานหรือหยุดมาปฏิบัติราชการ เพื่อเข้ารับการรักษาจนหายเป็นปกติ หรือเพื่อเฝ้าดูอาการเป็นเวลา 14 วัน โดยไม่ถือเป็นการขาดเรียน หรือขาดการปฏิบัติงาน หรือขาดการปฏิบัติราชการ และไม่นับเป็นวันลา ทั้งนี้อาจมอบหมายให้ผู้นั้นปฏิบัติงานหรือปฏิบัติราชการในระหว่างที่หยุดเฝ้าดูอาการนั้นก็ได้

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/เผยแพร่

คกก.ปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ เห็นชอบนำร่องการบูรณาการจัดองค์กรแบบแมทริกซ์ (Matrix Organization) ระดับจังหวัด ในพื้นที่ EEC

(21 ก.พ.63) นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 4/2563 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีนางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการและรองโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมประชุม

ที่ประชุมได้เห็นชอบการนำร่องการบูรณาการจัดองค์กรแบบแมทริกซ์ (Matrix Organization) ในระดับจังหวัดของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้การจัดระเบียบงานจัดโครงสร้างการบริหารงาน การประสานงานระหว่างบุคคลและส่วนราชการในกระทรวงศึกษาธิการมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

โดยเห็นชอบให้มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานดังกล่าวในจังหวัดนำร่อง (Pilot Project) ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยอาจจะคัดเลือกจังหวัดที่มีขนาดแตกต่างกัน เช่น ขนาดใหญ่พิเศษ ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก เพื่อจะเป็นรูปแบบ (Model) การทำงานเชิงบูรณาการที่ชัดเจน และเป็นต้นแบบขยายผลการดำเนินงานไปในพื้นที่จังหวัดอื่น ๆ ต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงการทบทวนการจัดโครงสร้างของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ซึ่งรับทราบความต้องการของสถาบันอาชีวศึกษาเอกชนยังคงต้องการที่จะอยู่ภายใต้สำนักส่งเสริมการอาชีวศึกษาเอกชนเช่นเดิม อีกทั้งมีความจำเป็นต้องเพิ่ม “สำนักพัฒนานวัตกรรม สื่อ และสารสนเทศการอาชีวศึกษา” เป็นหน่วยงานส่วนกลาง ส่วนการจัดตั้งส่วนราชการส่วนกลางในภูมิภาค จะได้นำเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป

ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการครั้งต่อไป กำหนดประชุมวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2563 เวลา 9.30 น. โดยจะมีวาระพิจารณาที่สำคัญ เช่น การคัดเลือกจังหวัดนำร่องการจัดองค์กรแบบแมทริกซ์ในพื้นที่ EEC, โครงสร้างการจัดตั้งส่วนราชการส่วนกลางในภูมิภาคของ สอศ., โครงสร้างคณะกรรมการของสายงานด้านศึกษานิเทศก์ ตรวจสอบภายใน และเทคโนโลยีสารสนเทศ และองค์ประกอบของ อ.ก.ค.ศ.จังหวัด

บัลลังก์ โรหิตเสถียร / สรุป
กิตติกร แซ่หมู่ / ถ่ายภาพ
บัลลังก์ โรหิตเสถียร / บรรณาธิการข่าว

บอร์ด กช.ผ่านร่างระเบียบ 3 ฉบับ ไขก๊อกการบริหารจัดการโรงเรียนเอกชน

(19 กุมภาพันธ์​ 63)​ นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

ปลัด ศธ. กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบร่างระเบียบฯ จำนวน 3 ฉบับ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการความเป็นนิติบุคคลของโรงเรียนเอกชนทีมีความคล่องตัว รวดเร็วและเกิดประสิทธิภาพในการจัดการศึกษา ได้แก่

  1. ร่างระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการพานักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เพื่อความคล่องตัว รวดเร็วและเกิดประสิทธิภาพในการจัดการศึกษา สำหรับสถานศึกษาเอกชนประเภทโรงเรียนในระบบตามกฏหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนในกรณีการพานักเรียน นักศึกษาไปนอกสถานศึกษาไม่พักแรมให้หัวหน้าสถานศึกษาเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาอนุญาต หากพักแรมให้ผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาอนุญาต และให้ผู้รับใบอนุญาตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารโรงเรียนเป็นผู้พิจารณาอนุญาตพาไผนอกราชอาณาจักร
  2. ร่างระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียน ในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนคำหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน พ..ศ. …. เนื่องจากระเบียบเดิมไม่สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน และเพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดซื้อหนังสือเรียนครอบคลุมหนังสือที่ใช้สำหรับนักเรียนในโรงเรียนการศึกษาพิเศษ ให้สอดคล้องกับศักยภาพของนักเรียนพิการมากขึ้น โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการร่วม 4 ฝ่าย ซึ่งคณะกรรมการบริหารโรงเรียนแต่งตั้ง โดยวิธีการขอรับเงินอุดหนุน วิธีการเบิกจ่ายเงินอุดหนุน และแนวทางการดำเนินงานให้เงินอุดหนุนให้เป็นไปตามที่สำนักงานหรือสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษากำหนด แล้วแต่กรณี
  3. ร่างระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ. …. เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการความเป็นนิติบุคคลของโรงเรียนในระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน จึงเห็นสมควรออกระเบียบฯ ซึ่งมีบริบทสอดคล้องกับการจัดการศึกษาเอกชนไว้เป็นการเฉพาะ

มีสาระสำคัญประกอบด้วย

1)​ รอบปีการศึกษาหนึ่ง วันเริ่มตันปีการศึกษาของสถานศึกษา คือ วันที่ 16 พฤษภาคมและวันสิ้นปีการศึกษา คือ วันที่ 5 พฤษภาคม ของปีถัดไป
1.1 ภาคเรียนที่หนึ่ง เปิดภาคเรียนวันที่ 16 พฤษภาคม ปิดภาคเรียนวันที่ 11 ตุลาคม
1.2 ภาคเรียนที่สอง เปิดภาคเรียนวันที่ 1 พฤศจิกายน ปิดภาคเรียนวันที่ 1 เมษายน
สถานศึกษาใดประสงค์จะเปิดและปิดภาคเรียนแตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ให้ผู้อนุญาตเป็นผู้กำหนดตามที่เห็นสมควร
2) ผู้มีอำนาจในการสั่งปิดสถานศึกษาเป็นกรณีพิเศษ (กรณีจำเป็นต้องใช้สถานศึกษาเพื่อจัดกิจกรรมอื่นใด หรือมีเหตุจำเป็นอื่นที่ไม่อาจเปิดเรียนได้ตามปกติ)
2.1 หัวหน้าสถานศึกษา สั่งปิดได้คราวละไม่เกิน 7 วัน
2.2 ผู้อนุญาต สั่งปิดได้คราวละไม่เกิน 15 วัน
2.3 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สั่งปิดได้ตามความเหมาะสมและความจำเป็นเมื่อสั่งปิดสถานศึกษาแล้ว สถานศึกษาต้องทำการสอนชดเชยให้ครบตามจำนวนวันที่ปิด

3) การปิดสถานศึกษาเนื่องจากเหตุพิเศษ (เหตุที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติสาธารณะ) ให้สั่งปิดสถานศึกษาชั่วคราว เพื่อระงับเหตุหรือเพื่อป้องกันอันตรายอันอาจเกิดขึ้น โดยให้ปฏิบัติ ดังนี้
3.1 หัวหน้าสถานศึกษา สั่งปิดได้คราวละไม่เกิน 15 วัน
3.2 ผู้อนุญาต สั่งปิดได้คราวละไม่เกิน 30 วัน
3.3 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สั่งปิดได้ตามความเหมาะสมและความจำเป็นเมื่อสั่งปิดสถานศึกษาแล้ว สถานศึกษาต้องทำการสอนชดเชยให้ครบตามจำนวนวันที่ปิด

4) เมื่อได้สั่งปิดสถานศึกษาไปแล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่สงบหรือมีเหตุจำเป็นที่จะต้องสั่งปิดต่อไปอีก ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้มีอำนาจแล้วแต่กรณี

อิชยา กัปปา/สรุป
สมประสงค์ ชาหารเวียง/ภาพ

ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 2/2563

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 2/2563 เมื่อวันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 โดยนายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม ซึ่งได้พิจารณาในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สำคัญ ดังนี้

เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

สรุปมีวิธีการย้ายได้ 3 กรณี คือ การย้ายกรณีปกติ การย้ายกรณีเพื่อประโยชน์ของทางราชการ และการย้ายกรณีพิเศษ

นอกจากนี้ ได้เห็นชอบให้ใช้หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทุกส่วนราชการ สำหรับย้ายประจำปี 2563 เป็นต้นไป ซึ่งการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ เพื่อให้การย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เกิดความสอดคล้อง เหมาะสมกับในแต่ละบริบท เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เป็นผลดีแก่ราชการ และเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ

เห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) สังกัดสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดและอำเภอ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา) กรณีที่มีความจำเป็นหรือเหตุพิเศษ

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ ก.ค.ศ. เห็นว่าสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดและอำเภอ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นหน่วยงานการศึกษาที่อยู่พื้นที่ที่มีลักษณะแตกต่างจากพื้นที่อื่นและมีอัตลักษณ์เฉพาะ มีความแตกต่างจากพื้นที่ปกติทั่วไป เพื่อความเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ จึงมีความจำเป็นจะต้องสรรหาบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ทักษะ สมรรถนะเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน ความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างและระบบการบริหารงานภายใน มาปฏิบัติงานในสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดและอำเภอในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลต่อไป

เห็นชอบให้กำหนดระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตำแหน่งด้านพัสดุ พ.ศ. … เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการพิจารณาในการได้รับเงินเพิ่ม สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค(2) ตำแหน่งเจ้าพนักงานด้านพัสดุ และตำแหน่งนักวิชาการพัสดุ

เนื่องจาก ก.ค.ศ. พิจารณาเห็นว่าได้กำหนดตำแหน่งและมาตรฐานตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค(2) ตำแหน่งประเภททั่วไป ได้แก่ ตำแหน่งเจ้าพนักงานพัสดุ และตำแหน่งประเภทวิชาการ ได้แก่ ตำแหน่งนักวิชาการพัสดุ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานตำแหน่งที่กำหนดให้มีหน้าที่ปฏิบัติเช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือน ซึ่งมีสิทธิได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และในมาตรา 45 วรรค (2) ของกฎหมายฉบับเดียวกันกำหนดให้ข้าราชการที่ไม่เป็นข้าราชการพลเรือนมีสิทธิได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ประกอบกับมาตรา 33 ตาม พ.ร.บ. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 กำหนดให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา อาจได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตามระเบียบที่ ก.ค.ศ. กำหนด

ก.ค.ศ. จึงพิจารณาเห็นว่าเพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำกับข้าราชการพลเรือนและข้าราชการประเภทอื่น จึงเห็นควรให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค(2) ตำแหน่งเจ้าพนักงานด้านพัสดุ และตำแหน่งนักวิชาการพัสดุ ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษด้วย ทั้งนี้ จะได้นำเสนอให้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

อนุมัติการย้ายและแต่งตั้ง

ผู้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 15 ราย

อนุมัติการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ผู้ได้รับคัดเลือกและผ่านการพัฒนาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 293 ราย แบ่งเป็น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จำนวน 241 ราย และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จำนวน 52 ราย

และอนุมัติการบรรจุและแต่งตั้งผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค.(2)  จำนวน 11 ราย โดยแบ่งเป็น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จำนวน 6 ราย และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จำนวน 5 ราย

ทั้งนี้ ในการบรรจุและแต่งตั้งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ที่ ก.ค.ศ. กำหนด

ข่าว : นายศรายุทธ  มาทัพ
หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ ก.ค.ศ.

สป.ศธ.ประชุมพิจารณาคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่น

(18 กุมภาพันธ์ 2563) นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่น ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี พ.ศ. 2562 ณ ห้องประชุมสอาด พิมพ์สวัสดิ์ ชั้น 9 อาคารรัชมังคลาภิเษก 1 กระทรวงศึกษาธิการ

ภาพ/ข่าว : กลุ่มสารนิเทศ สป.