โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี จำนวน 4 ราย

(23 มีนาคม 2564) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้

  1. ให้นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
  2. ให้แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
    นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
    นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
    นายสินิตย์ เลิศไกร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
    นางสาวตรีนุช เทียนทอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 22 มีนาคม พุทธศักราช 2564 เป็นปีที่ 6 ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี

ที่มา ราชกิจจานุเบกษา

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ระเบียบ/ประกาศที่เกี่ยวข้อง ของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ในการให้เงินกู้ยืมแก่นักเรียนนักศึกษา ปีการศึกษา 2564

ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2564 เผยแพร่ระเบียบ/ประกาศที่เกี่ยวข้องของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ปีการศึกษา 2564 ในการสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษา ด้วยการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา แก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่จะขอกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา ใน 4 ลักษณะ คือ 1) ขาดแคลนทุนทรัพย์ 2) ศึกษาในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลัก ซึ่งมีความชัดเจนของการผลิตกำลังคนและมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ 3) ศึกษาในสาขาวิชาที่ขาดแคลน หรือสาขาวิชาที่กองทุนมุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษ 4) เรียนดีเพื่อสร้างความเป็นเลิศ

ทั้ง 4 ฉบับเป็นเอกสารต่อเนื่อง แนะนำให้อ่านตามลำดับ

  1. ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาและการชำระเงินคืนกองทุน พ.ศ. 2563
  2. ประกาศคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการชำระเงินคืนกองทุน สำหรับโครงการส่งเสริมพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) เพื่อรองรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และ 3 โครงสร้างพื้นฐาน ผ่านกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) พ.ศ. 2563
  3. ประกาศคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เรื่อง กำหนดลักษณะของเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ขอบเขตการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ประเภทวิชา สถานศึกษาหรือระดับชั้นการศึกษา และหลักสูตรที่จะให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2564
  4. ประกาศคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เรื่อง ประเภทวิชา สถานศึกษาหรือระดับชั้นการศึกษา และหลักสูตรที่จะให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา สำหรับโครงการส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) เพื่อรองรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และ 3 โครงสร้างพื้นฐาน ผ่านกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ประจำปีการศึกษา 2564

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่กฎ ก.พ. 3 ฉบับ ว่าด้วยการย้าย โอน หรือเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญ ในหรือต่างกระทรวงหรือกรม

ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2564 เผยแพร่กฎ ก.พ. 3 ฉบับ ว่าด้วยการย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญ ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่ง “ประเภททั่วไป ประเภทวิชาการ และประเภทอำนวยการ” ในหรือต่างกระทรวงหรือกรม

  • กฎ ก.พ. ว่าด้วยการย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภททั่วไป ในหรือต่างกระทรวงหรือกรม พ.ศ.2564 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/A/016/T_0030.PDF
  • กฎ ก.พ. ว่าด้วยการย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทวิชาการ ในหรือต่างกระทรวงหรือกรม พ.ศ.2564 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/A/016/T_0038.PDF
  • กฎ ก.พ. ว่าด้วยการย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทอำนวยการ ในหรือต่างกระทรวงหรือกรม พ.ศ.2564 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/A/016/T_0048.PDF

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศฯ แต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2564 เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รวม 21 คน

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2564 อนุมัติแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รวม 21 คน ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเสนอ ดังนี้

  1. นายรอยล จิตรดอน ประธานกรรมการ
  2. นายประสาน ประวัติรุ่งเรือง กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรเอกชน
  3. นายมานะผล ภู่สมบุญ กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรเอกชน
  4. นายประดิษฐ์ วัชระดนัย กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรเอกชน
  5. นายณรงค์ จันทะธรรม กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  6. รองศาสตราจารย์เกรียงไกร บุญเลิศอุทัย กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรวิชาชีพ
  7. นายวณิชย์ อ่วมศรี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านอุตสาหกรรม
  8. นายธีระ ณ วังขนาย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านอุตสาหกรรม
  9. นางปัทมาวลัย รัตนพล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านธุรกิจหรือบริการ
  10. นายสมบัติ แสงสว่างสัจกุล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านธุรกิจหรือบริการ
  11. นายนิยม ไวยรัชพานิช กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านเกษตรและประมง
  12. นายบำเพ็ญ เขียวหวาน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านเกษตรและประมง
  13. นายณรงค์ศักดิ์ ภูมิศรีสอาด กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย
  14. นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงินการคลังหรือการลงทุน
  15. นายสินเธาว์ ชัยสวัสดิ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนากำลังคน
  16. ว่าที่ร้อยตรีจรูญ ชูลาภ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการจัดการอาชีวศึกษาภาครัฐ
  17. รองศาสตราจารย์สมบัติ นพรัก กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการจัดการอาชีวศึกษาภาครัฐ
  18. นายอดิศร สินประสงค์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการจัดการอาชีวศึกษาภาคเอกชน
  19. นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการจัดการศึกษาพิเศษ
  20. นางศิริพรรณ ชุมนุม กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการประเมินคุณภาพ
    การศึกษา
  21. นายวิบูลย์ สมบูรณ์ศักดิกุล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการประเมินคุณภาพการศึกษา

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 15 มกราคม พ.ศ.2564
วิษณุ เครืองาม
รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทน
นายกรัฐมนตรี

ที่มา ราชกิจจานุเบกษา

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ.2564

ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2564 เผยแพร่กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ.2564 จำนวน 5 ส่วนราชการ คือ

  • สำนักงานรัฐมนตรี มี 3 กลุ่มงาน คือ งานบริหารทั่วไป กลุ่มงานประสานการเมือง และกลุ่มงานสนับสนุนวิชาการ
  • สำนักงานปลัดกระทรวง มี 13 หน่วยงาน คือ กองกลาง กองกฎหมาย, กองการต่างประเทศ, กองขับเคลื่อนและพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กองยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา, กองยุทธศาสตร์และแผนงาน, กองระบบและบริหารข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กองส่งเสริมและพัฒนากำลังคน, กองส่งเสริมและพัฒนาทุนทางปัญญา, กลุ่มตรวจสอบภายใน, กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร และศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต
  • กรมวิทยาศาสตร์บริการ มี 9 หน่วยงาน คือ สำนักงานเลขานุการกรม, กองเทคโนโลยีชุมชน, กองบริหารและรับรองห้องปฏิบัติการ, กองพัฒนาศักยภาพนักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการ, กองหอสมุดและศูนย์สารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, กลุ่มตรวจสอบภายใน, โครงการเคมี, โครงการฟิสิกส์และวิศวกรรม และโครงการวิทยาศาสตร์ชีวภาพ
  • สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มี 9 หน่วยงาน คือ สำนักงานเลขานุการกรม, กองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม, กองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม, กองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม, กองมาตรฐานการวิจัยและสถาบันพัฒนาการดำเนินการต่อสัตว์ เพื่องานทางวิทยาศาสตร์, กองระบบและบริหารข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม, กลุ่มตรวจสอบภายใน และกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร
  • สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ มี 8 หน่วยงาน คือ สำนักงานเลขานุการกรม, กองตรวจสอบทางนิวเคลียร์และรังสี, กองพัฒนาระบบและมาตรฐานกำกับดูแลความปลอดภัย, กองยุทธศาสตร์และแผนงาน, กองอนุญาตทางนิวเคลียร์และรังสี, กลุ่มกฎหมาย, กลุ่มตรวจสอบภายใน และกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร

ให้ไว้ ณ วันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2564
เอนก เหล่าธรรมทัศน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

เว็บไซต์ https://www.mhesi.go.th/
เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/MHESIThailand

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน

แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง)

ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การประกาศแผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว

แผนการปฏิรูปประเทศ 13 ด้าน คือ ด้านการเมือง ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ด้านกฎหมาย ด้านกระบวนการยุติธรรม ด้านเศรษฐกิจ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านสาธารณสุข ด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านสังคม ด้านพลังงาน ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ด้านการศึกษา และด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

สำหรับด้านการศึกษา (อยู่ในหน้า 293-323) กำหนดเป้าหมายเพื่อให้ผู้เรียนทุกกลุ่มวัยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มีทักษะที่จำเป็นของโลกอนาคต สามารถแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผล มีวินัย มีนิสัยใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต และเป็นพลเมืองที่รู้สิทธิและหน้าที่ มีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ มีความรักและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย

โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ 3 ด้าน คือ ลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ฉบับปรับปรุงนี้ มุ่งเน้นกิจกรรมปฏิรูปที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของภาคการศึกษาที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน ประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ 5 กิจกรรม คือ

  • กิจกรรมปฏิรูปที่ 1 การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย
  • กิจกรรมปฏิรูปที่ 2 การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21
  • กิจกรรมปฏิรูปที่ 3 การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพมาตรฐาน
  • กิจกรรมปฏิรูปที่ 4 การจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีและระบบอื่นๆ ที่เน้นการฝึกปฏิบัติอย่างเต็มรูปแบบ นำไปสู่การจ้างงานและการสร้างงาน
  • กิจกรรมปฏิรูปที่ 5 การปฏิรูปบทบาทการวิจัยและระบบธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยออกจากกับดักรายได้ปานกลางอย่างยั่งยืน

มีประเด็นที่น่าสนใจในส่วนของ กิจกรรมปฏิรูปที่ 3 “ปรับเปลี่ยนการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐสู่ระบบเปิด เพื่อให้ได้มาและรักษาไว้ซึ่งคนเก่ง ดีและมีความสามารถอย่างคล่องตัว ตามหลักคุณธรรม” (หน้า 41-43) โดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน จะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และองค์กรกลางบริหารงานบุคคลต่าง ๆ เป็นอย่างน้อยในการดำเนินการ ในช่วง 2 ปี (พ.ศ.2564-2565) จำนวน 9 ขั้นตอนและวิธีการดำเนินการปฏิรูป ดังนี้

  1. เปลี่ยนระบบการทำงานด้านบริหารทรัพยากรบุคคลเป็นระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เพื่อการสรรหาคนดี คนเก่ง เข้าสู่ตำแหน่งสำคัญได้ทันการณ์ และปรับบทบาทการบริหารทรัพยากรบุคคลไปสู่งานเชิงกลยุทธ์ขององค์กร เพื่อการใช้ประโยชน์ทรัพยากรบุคคลได้เต็มศักยภาพ สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ขององค์กร
  2. ดำเนินการจัดทำเอกสารอธิบายบทบาทหน้าที่ของตำแหน่งระดับสูงที่สำคัญ (Role Clarification) ทั้งตำแหน่งทางการเมืองและฝ่ายประจำ โดยเปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อความโปร่งใส และสอบยันความรับผิดชอบได้อย่างชัดเจน
  3. ขยายอายุเกษียณราชการสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐตำแหน่งต่าง ๆ ยกเว้นผู้ดำรงตำแหน่งนักบริหาร และตำแหน่งที่ต้องใช้สมรรถภาพทางกายในการปฏิบัติหน้าที่ จากอายุ 60 ปี เป็น 63 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 และขยายอายุเกษียณเป็น 65 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2575
  4. สำรวจอัตราเงินเดือนและรายได้รวมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในกลุ่มตำแหน่งและสายงานต่าง ๆ ในส่วนราชการและองค์กรภาครัฐทั้งหมด เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบอัตราเงินเดือนและรายได้จริงของเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำงานในลักษณะที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบใกล้เคียงกัน เพื่อให้การจัดทำโครงสร้างเงินเดือน และผลประโยชน์ตอบแทนอื่น ได้มาตรฐาน และเกิดความเป็นธรรมระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐภายในระบบ และเทียบเคียงได้ในตลาดแรงงานของประเทศ
  5. ปรับปรุงระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ อาทิ ระบบนักเรียนทุนรัฐบาล ระบบการสรรหาและการคัดเลือกบุคคล ระบบตำแหน่ง ระบบการประเมินบุคคลเข้าสู่ตำแหน่ง ระบบโอนย้ายบุคคล ระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานและการเลื่อนเงินเดือน ระบบวินัยและการลงโทษ เพื่อให้การบริหารคนในภาครัฐมีความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ นำไปสู่การหมุนเวียน สับเปลี่ยน ถ่ายเทกำลังคนภายในภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  6. ปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการให้ข้าราชการไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่น เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพทั้งในและต่างประเทศ (Secondment) ได้คล่องตัวมากขึ้น และส่งเสริมสนับสนุนการบรรจุบุคคลที่มีความชำนาญสูงจากนอกระบบราชการเข้าสู่ระบบราชการ (Lateral Entry) รวมทั้งสร้างระบบและกลไกสำหรับการสับเปลี่ยนหมุนเวียน และผ่องถ่ายบุคลากรระหว่างหน่วยงานของรัฐกับหน่วยงานในภาคส่วนอื่น
    ให้มีความคล่องตัว
  7. พัฒนาระบบการจ้างงานรูปแบบใหม่ในภาครัฐ เพื่อให้มีกำลังคนที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะ ปฏิบัติงานในภารกิจที่มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนและชัดเจน สอดรับกับการทำงานรูปแบบใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องมีจ้างงานตลอดชีพ (Non-career Employment) เพื่อให้สามารถสรรหาบุคลากรได้ทันการณ์
  8. พัฒนาความรู้และทักษะของบุคลากรภาครัฐเพื่อรองรับการทำงานภายใต้ภาวะชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) อาทิ ทักษะดิจิทัล ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงสร้างและพัฒนากรอบความคิด (Mindset) ให้กับบุคลากรภาครัฐทุกระดับพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
  9. มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดระเบียบบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ ไว้เป็นส่วนเฉพาะในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ในส่วนที่ 5) โดยให้มีสภาทรัพยากรบุคคลภาครัฐ รับผิดชอบในการวางยุทธศาสตร์การบริหารเจ้าหน้าที่ของรัฐในภาพรวมตามระบบคุณธรรม ทั้งในด้านมาตรฐานความรับผิดชอบต่อตำแหน่งหน้าที่และสังคม มาตรฐานในการสรรหา การแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่ง มาตรฐานการพัฒนาและรักษาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีสมรรถนะและความสามารถสูงไว้ในระบบ มาตรฐานการกำหนดเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่น ๆ ในการทำงาน มาตรฐานความประพฤติ วินัย และจรรยาบรรณ การลงโทษ รวมทั้งพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งนี้ เพื่อธำรงไว้ซึ่งคุณภาพและคุณธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อความเชื่อถือและไว้วางใจของประชาชนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยรวม

ที่มา ราชกิจจานุเบกษา

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ข้าราชการการเมืองลาออกจากตำแหน่ง

ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 เผยแพร่ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ข้าราชการการเมืองลาออกจากตำแหน่ง

ด้วยข้าราชการการเมืองในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการราย นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล ตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีความประสงค์ขอลาออกจากตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม พ.ศ.2564

ดังนั้น ความเป็นข้าราชการการเมืองในตำแหน่งดังกล่าวของนายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล จึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ขอลาออก ตามนัยมาตรา 10 (2) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ.2535

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม พ.ศ.2564

ประกาศ ณ วันที่ 13 มกราคม พ.ศ.2564
นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ กำหนดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา 62 เขต

(17 กุมภาพันธ์ 2564) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การกำหนดและแก้ไขเปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ประกาศ ณ วันที่ 28 มกราคม 2564 โดยกำหนดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา และที่ตั้งของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) จำนวน 62 เขต ทำให้ปัจจุบันมีเขตพื้นที่การศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 245 เขต แยกเป็น สพม.62 เขต และ สพป.183 เขต

ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวเป็นการยกเลิกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การกำหนดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ประกาศ ณ วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ.2553 และประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การกำหนดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 ประกาศ ณ วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 และกำหนดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา และที่ตั้งของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) จำนวน 62 เขต ดังต่อไปนี้

  1. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 ประกอบด้วยท้องที่เขตพญาไท บางซื่อ ดุสิต สัมพันธวงศ์ ปทุมวัน ราชเทวี พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย บางแค บางขุนเทียน บางบอน ทุ่งครุ ราษฎร์บูรณะ จอมทอง คลองสาน ธนบุรี ภาษีเจริญ ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา บางพลัด บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ และหนองแขม กรุงเทพมหานคร
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 ตั้งอยู่ที่เขตราชเทวี
  2. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 ประกอบด้วยท้องที่เขตบางรัก วัฒนา สาทร พระโขนง บางนา คลองเตย บางคอแหลม ยานนาวา ดินแดง ห้วยขวาง จตุจักร ลาดพร้าว บางเขน สายไหม บึงกุ่ม บางกะปิ วังทองหลาง ดอนเมือง หลักสี่ ลาดกระบัง สะพานสูง คันนายาว มีนบุรี คลองสามวา หนองจอก ประเวศ และสวนหลวง กรุงเทพมหานคร
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 ตั้งอยู่ที่เขตห้วยขวาง
  3. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดกาญจนบุรี
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองกาญจนบุรี
  4. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดกาฬสินธุ์
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองกาฬสินธุ์
  5. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากำแพงเพชร ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดกำแพงเพชร
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากำแพงเพชร ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองกำแพงเพชร
  6. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาขอนแก่น ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดขอนแก่น
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาขอนแก่น ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองขอนแก่น
  7. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจันทบุรี ตราด ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจันทบุรี ตราด ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองจันทบุรี
  8. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาฉะเชิงเทรา ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดฉะเชิงเทรา
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาฉะเชิงเทรา ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา
  9. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองชลบุรี
  10. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชัยภูมิ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดชัยภูมิ
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชัยภูมิ ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองชัยภูมิ
  11. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดเชียงราย
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองเชียงราย
  12. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดเชียงใหม่
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองเชียงใหม่
  13. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตรัง กระบี่ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดตรังและจังหวัดกระบี่
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตรัง กระบี่ ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองตรัง
  14. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดตาก
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองตาก
  15. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครปฐม ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดนครปฐม
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครปฐม ตั้งอยู่ที่อำเภอนครชัยศรี
  16. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครพนม ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดนครพนม
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครพนม ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองนครพนม
  17. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดนครราชสีมา
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองนครราชสีมา
  18. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช
  19. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครสวรรค์ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดนครสวรรค์
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครสวรรค์ ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองนครสวรรค์
  20. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดนนทบุรี
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองนนทบุรี
  21. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานราธิวาส ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดนราธิวาส
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานราธิวาส ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองนราธิวาส
  22. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดน่าน
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ตั้งอยู่ที่อำเภอภูเพียง
  23. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบึงกาฬ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดบึงกาฬ
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบึงกาฬ ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองบึงกาฬ
  24. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดบุรีรัมย์
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองบุรีรัมย์
  25. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดปทุมธานี
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองปทุมธานี
  26. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์
  27. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปราจีนบุรี นครนายก ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนครนายก
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปราจีนบุรี นครนายก ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองปราจีนบุรี
  28. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปัตตานี ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดปัตตานี
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปัตตานี ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองปัตตานี
  29. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพระนครศรีอยุธยา ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
    ใหสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ที่อำเภอพระนครศรีอยุธยา
  30. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพะเยา ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดพะเยา
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพะเยา ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองพะเยา
  31. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดระนอง
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองพังงา
  32. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพัทลุง ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดพัทลุง
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพัทลุง ตั้งอยู่ที่อำเภอควนขนุน
  33. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิจิตร ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดพิจิตร
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิจิตร ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองพิจิตร
  34. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิษณุโลก อุตรดิตถ์ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดอุตรดิตถ์
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิษณุโลก อุตรดิตถ์ ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองพิษณุโลก
  35. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบุรี ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดเพชรบุรี
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบุรี ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองเพชรบุรี
  36. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบูรณ์ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดเพชรบูรณ์
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบูรณ์ ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองเพชรบูรณ์
  37. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแพร่ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดแพร่
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแพร่ ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองแพร่
  38. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามหาสารคาม ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดมหาสารคาม
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามหาสารคาม ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองมหาสารคาม
  39. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามุกดาหาร ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดมุกดาหาร
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามุกดาหาร ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองมุกดาหาร
  40. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแม่ฮ่องสอน ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน
  41. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษายะลา ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดยะลา
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษายะลา ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองยะลา
  42. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดร้อยเอ็ด
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองร้อยเอ็ด
  43. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดราชบุรี
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองราชบุรี
  44. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลพบุรี ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดลพบุรี
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลพบุรี ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองลพบุรี
  45. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลำปาง ลำพูน ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดลำปาง และจังหวัดลำพูน
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลำปาง ลำพูน ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองลำปาง
  46. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเลย หนองบัวลำภู ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดเลย และจังหวัดหนองบัวลำภู
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเลย หนองบัวลำภู ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองเลย
  47. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาศรีสะเกษ ยโสธร ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดยโสธร
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาศรีสะเกษ ยโสธร ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองศรีสะเกษ
  48. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดสกลนคร
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองสกลนคร
  49. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูล
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองสงขลา
  50. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดสมุทรปราการ
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ
  51. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรสาคร สมุทรสงคราม ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดสมุทรสงคราม
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรสาคร สมุทรสงคราม ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร
  52. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระแก้ว ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดสระแก้ว
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระแก้ว ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองสระแก้ว
  53. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดสระบุรี
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองสระบุรี
  54. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสิงห์บุรี อ่างทอง ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดอ่างทอง
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสิงห์บุรี อ่างทอง ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองสิงห์บุรี
  55. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดสุโขทัย
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองสุโขทัย
  56. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุรี ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดสุพรรณบุรี
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุรี ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองสุพรรณบุรี
  57. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดชุมพร
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี
  58. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดสุรินทร์
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์ ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองสุรินทร์
  59. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาหนองคาย ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดหนองคาย
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาหนองคาย ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองหนองคาย
  60. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุดรธานี ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดอุดรธานี
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุดรธานี ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองอุดรธานี
  61. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุทัยธานี ชัยนาท ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดชัยนาท
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุทัยธานี ชัยนาท ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองอุทัยธานี
  62. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ ประกอบด้วยท้องที่จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดอำนาจเจริญ
    ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองอุบลราชธานี

สถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเดิม ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การกำหนดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ประกาศ ณ วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2553 และประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การกำหนดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 ประกาศ ณ วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาใดตามประกาศฉบับนี้ ให้ไปสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตามประกาศฉบับนี้

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 28 มกราคม พ.ศ.2564
นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ที่มา : ราชกิจจานุเบกษา

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศฯ แต่งตั้งนายชาติชาย เกตุพรหม ผอ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด เป็นที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาเกษตรกรรมและประมง สอศ.

(11 กุมภาพันธ์ 2564) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ กระทรวงศึกษาธิการ

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายชาติชาย เกตุพรหม ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด (วิทยฐานะผู้อำนวยการเชี่ยวชาญ) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาเกษตรกรรมและประมง (นักวิชาการศึกษาทรงคุณวุฒิ) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2563

ประกาศ ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
วิษณุ เครืองาม
รองนายกรัฐมนตรี

ที่มา : ราชกิจจานุเบกษา

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศฯ ตั้งกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และแนวทางการบริหารจัดการปัญหาหนี้สินครูฯ

(11 กุมภาพันธ์ 2564) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ตั้งกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และแนวทางการบริหารจัดการปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ แทนตําแหน่งที่ว่าง

ตามที่ได้มีประกาศสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ตั้ง นายสรร สุนทรธนากุล เป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาและแนวทางการบริหารจัดการปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ นั้น

เนื่องจาก นายสรร สุนทรธนากุล ได้พ้นจากกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และแนวทางการบริหารจัดการปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ เพราะลาออก และในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 2 ครั้งที่ 5 (สมัยสามัญประจําปีครั้งที่สอง) วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน 2563 ที่ประชุมเห็นชอบให้ตั้ง นางปิยะศิริ นาโคศิริ เป็นกรรมาธิการแทน

จึงประกาศให้ทราบทั่วกัน

ประกาศ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ชวน หลีกภัย
ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่มา : ราชกิจจานุเบกษา

WordPress.com.

Up ↑