รมช.ศธ. ”กนกวรรณ” ตรวจสนามสอบเทียบระดับ กศน.ฉะเชิงเทรา

ครูโอ๊ะ ตรวจสนามสอบเทียบระดับ ฉะเชิงเทรา พร้อมให้กำลังใจนักศึกษา กศน. ที่ใฝ่เรียนรู้ ชื่นชมการจัดการศึกษา ชี้ สร้างความสามารถในการแข่งขัน ช่วย “พัฒนา-เสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์”

เมื่อวันเสาร์ที่ 18 กันยายน 2564 นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นตรวจเยี่ยมสนามสอบเทียบระดับ และติดตามการจัดการเรียนการสอนของสำนักงาน กศน.จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีนายกาเรียน ยืนยงชาติ ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้บริหารสถานศึกษาทั้ง 7 อำเภอ ศึกษานิเทศก์ บุคลากร เจ้าหน้าที่ ครู กศน. ให้การต้อนรับ ณ สำนักงาน กศน.จังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า ครูโอ๊ะมีความยินดีและตั้งใจมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานตามจุดเน้นนโยบาย ปีงบประมาณ 2564 ร่วมกับการมาตรวจเยี่ยมสนามสอบเทียบระดับ ครั้งที่ 1 ซึ่งมีจำนวน 62 คน ทั้งในระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงานของผู้บริหาร ครู กศน.และบุคลากรทุกคน ซึ่งครูโอ๊ะขอให้กำลังใจและอวยพรให้นักศึกษาที่มาสอบเทียบทุกคนประสบความสำเร็จกับการสอบ สามารถนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดและประกอบอาชีพต่อไป ที่สำคัญขอให้แคล้วคลาดและปลอดภัยจากโรคโควิด-19 ทุกคน

“ขอแสดงความชื่นชมการดำเนินงานการจัดการศึกษา โดยการนำของ ผอ.กศน.จังหวัดฉะเชิงเทรา ด้วยปรัชญาการทำงาน “ใฝ่ความรู้ คู่คุณธรรม นำสู่เทคโนโลยี” ทั้งด้านความมั่นคง ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ เพื่อพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและภาษาอังกฤษ ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัล พัฒนาการศึกษาคนพิการและผู้ด้อยโอกาส ตลอดจนกลุ่มเป้าหมายผู้สูงอายุ ด้านความปลอดภัยของผู้เรียน การศึกษาตลอดชีวิต รวมทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็ง โดยสิ่งเหล่านี้เป็นความสำเร็จที่เกิดจากการร้อยดวงใจของชาว กศน.จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อสร้างการเรียนรู้แก่ผู้เรียนและประชาชนทุกช่วงวัย ครูโอ๊ะยืนหยัดที่จะทลายข้อจำกัด และรักกันตลอดไป

พร้อมทั้งจะร่วมผลักดันให้เกิดการพัฒนางานอย่างมีประสิทธิ พร้อมนำเสียงสะท้อนปัญหาและอุปสรรค จากการตรวจเยี่ยม กศน.จังหวัดฉะเชิงเทรา ไปสู่การแก้ไข ทั้งการผลักดันให้ผู้บริหารสถานศึกษาระดับอำเภอได้ลงตำแหน่งให้ครบถ้วน รวมทั้งทดแทนตำแหน่งที่เกษียณอายุราชการ และหาแนวทางการจัดสรรให้สอบแข่งขันบุคลากรเป็นพนักงานราชการ เพื่อสร้างความมั่นคงกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน อาทิ บรรณารักษ์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุคลากรทางการศึกษาอื่น 38 ค. (2) ที่ไม่ครอบคลุมสวัสดิการและไม่มีความมั่นคงในวิชาชีพ” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

จันทนา เชียงทอง : สรุป
นวรัตน์ รามสูต : เรียบเรียง
สถาพร ถาวรสุข : ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์สร.ศธ. : รายงาน
19/9/2564

ผตร.ศธ.ติดตามสภาพปัญหาการเรียนออนไลน์ และเงินเยียวยานักเรียน 2,000 บาท ที่อุบลราชธานี

ผู้ตรวจราชการ ศธ. ติดตามโครงการโรงเรียนต้นแบบการเรียนรู้ “นักเรียนเรียนที่บ้าน ผู้ปกครองเป็นครู ผู้สอนเป็นโค้ช” ที่ รร.หกสิบพรรษาวิทยาคม อุบลราชธานี และการจ่ายเงินเยียวยานักเรียน 2,000 บาท ผอ.รร.ย้ำพร้อมดำเนินการทันทีที่เงินมาถึงโรงเรียน เพราะมีฐานข้อมูล ประสบการณ์จ่ายเงินค่าอุปกรณ์การเรียน ให้นักเรียนแต่ละภาคเรียนอยู่แล้ว ไม่เกิน 3-5 วัน ได้ครบทุกคน

(19 สิงหาคม 2564) นายธฤติ ประสานสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ติดตามโครงการนิเทศการเรียนการสอนออนไลน์ ของโรงเรียนหกสิบพรรษาวิทยาคม อุบลราชธานี ตามโครงการโรงเรียนต้นแบบการเรียนรู้ “นักเรียนเรียนที่บ้าน ผู้ปกครองเป็นครู ผู้สอนเป็นโค้ช” พบว่าครูได้ออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมสอดคล้องกับบริบทของนักเรียนเป็นรายบุคคล ทั้งรูปแบบผสมผสาน แบบออนไลน์ แบบทางไกล แบบพบนักเรียนรายคน แบบออนแอร์ แต่ก็ยังประสบปัญหาและข้อจำกัดในเรื่องความพร้อมอุปกรณ์มือถือสมาร์ทโฟน สัญญาณอินเทอร์เน็ต บ้านนักเรียนห่างไกล มีนักเรียนกลุ่มด้อยโอกาส 80 กว่าคน ที่ไม่มีมือถือเพื่อเรียนรู้ออนไลน์ ทางโรงเรียนมอบให้ครูไปพบ ไปมอบใบความรู้ ใบงาน และสอนเสริมให้นักเรียนถึงบ้านแล้ว และจะนำปัญหานี้เข้าที่ประชุมกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียน เพื่อขออนุมัติจัดซื้อมือถือให้นักเรียนกลุ่มดังกล่าว

นอกจากนี้ ผตร.ศธ.นายธฤติ ประสานสอน ยังได้ร่วมกับผู้บริหาร ครู บุคลากร ร่วมกันปลูกฟ้าทะลายโจร ข่า กระชาย ขิงเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้การใช้สมุนไพรป้องกันและรักษาโรคโควิด 19 ตลอดจนโรคอื่น ๆ อีกด้วย

ในส่วนของการเตรียมการจ่ายเงินเยียวยานักเรียนคนละ 2,000 บาทนั้น ทางด้านนายภูวดล ชัยชนะ ผอ.รร.หกสิบพรรษาวิทยาคม อุบลราชธานี กล่าวว่า นับว่าเป็นนโยบายที่ดีมาก ๆ ของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ทางโรงเรียนพร้อมดำเนินการได้ทันทีที่เงินมาถึงโรงเรียน เรามีฐานข้อมูล ประสบการณ์การจ่ายเงินค่าอุปกรณ์การเรียนให้นักเรียนแต่ละภาคเรียนอยู่แล้ว ไม่น่าเกิน 3-5 วัน นักเรียนได้ครบทุกคนแน่นอน

โครงการหมู่บ้านสีฟ้า “หมู่บ้านนี้ ไม่มีโควิด 19” จ.อุบลราชธานี

จังหวัดอุบลราชธานี – นายธฤติ ประสานสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับนายอุทัย อรัมสัจจากูล นายอำเภอเหล่าเสือโก้ก, นายภูวดล ชัยชนะ ผอ.รร.หกสิบพรรษาวิทยาคม อุบลราชธานี, นายวินัย ขันจันทา ผอ.กศน.อำเภอเหล่าเสือโก้ก และหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลแพงใหญ่ ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านสีฟ้า “หมู่บ้านนี้ ไม่มีโควิด 19” เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2564

โดยได้ดำเนินการปลูกพืชสมุนไพรต้านโควิด 19 เช่น ฟ้าทะลายโจร ขิง ข่า กระชาย ฯลฯ ในแปลงสาธิต ณ วัดสัลเลขธรรม หมู่ที่ 6 ตำบลแพงใหญ่ เพื่อให้ชาวบ้านมีพืชสมุนไพรไว้ใช้ป้องกันโรคโควิด 19 และโรคอื่น ๆ

ภาพ/ข่าว คณะทำงาน ผตร.ศธ.

ศธจ.เชียงใหม่ จัดประกวดออกแบบโลโก้และชื่อเพจ “พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดเชียงใหม่”

สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ จัดการประกวดออกแบบ ตราสัญลักษณ์ (Logo) และตั้งชื่อเพจ (Page) เพื่อประชาสัมพันธ์ หัวข้อ “พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดเชียงใหม่”

เพื่อเป็นการนำร่องการส่งเสริมการบริหารและการจัดการศึกษารูปแบบใหม่โดยใช้จังหวัดเป็นฐาน กระจายอำนาจให้อิสระแก่สถานศึกษานำร่องและหน่วยงานทางการศึกษาในจังหวัดนั้น ๆ มีความคล่องตัวในการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมการศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการที่เน้นการพัฒนากลไกการจัดการศึกษาร่วมกันของทุกภาคส่วนในพื้นที่

คุณสมบัติผู้สมัคร

  • ผู้ส่งผลงานเข้าประกวด ได้แก่ นักเรียนและนิสิตนักศึกษา
  • มีภูมิลำเนาในจังหวัดเชียงใหม่
  • ไม่จำกัดอายุ
  • มีความสามารถในการออกแบบที่มีความคิดสร้างสรรค์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผล สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ โทร. 053 218 599 ต่อ 26 หรือ 084 894 8638 หรือ http://www.cmpeo.go.th

ครูโอ๊ะ ชื่นชม “ค่ายลูกเสือห้วยเกษียร” ปรับเป็น “ศูนย์พักคอยดงขี้เหล็ก”

ครูโอ๊ะ ชื่นชม “ค่ายลูกเสือห้วยเกษียร” ปรับเป็น “ศูนย์พักคอยดงขี้เหล็ก” เพื่อประโยชน์ของชุมชน ภายใต้ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในปราจีนบุรี

(5 สิงหาคม 2564) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมค่ายลูกเสือประจำจังหวัดปราจีนบุรี “ห้วยเกษียร” ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมืองฯ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งได้ปรับพื้นที่เป็น “ศูนย์พักคอยตำบลดงขี้เหล็ก” (Community Isolation: CI) พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และรับฟังความคิดเห็นในการดำเนินงาน โดยมีนายวิสูตร​ เจริญวงศ์​ ผอ.สพป.ปราจีนบุรี​ เขต 1 นายทรงพล ทรัพย์เจริญ​ ผอ.โรงเรียนวัดหนองจวง​ นายชาญชัย จินดาสถาพร รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ร่วมตรวจเยี่ยม

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า สำหรับการมาค่ายลูกเสือห้วยเกษียร ซึ่งเป็นค่ายลูกเสือประจำจังหวัดปราจีนบุรี ที่ดำเนินกิจการค่ายลูกเสือ และสร้างอรรถประโยชน์ในพื้นที่หลายประการ ซึ่งขณะนี้ได้สนับสนุนการทำงานของจังหวัดปราจีนบุรี ในการจัดตั้งให้เป็น “ศูนย์พักคอยตำบลดงขี้เหล็ก” (Community Isolation: CI) ภายใต้ความร่วมมือร่วมใจของ ศบค.จังหวัดปราจีนบุรีและทุกภาคส่วน​ โดยเบื้องต้นจะมีการลงมาดูความพร้อมใน 2​ ส่วน​ คือ ส่วนแรก การจัดตั้งศูนย์พักคอยตำบลดงขี้เหล็ก​ ซึ่งขณะนี้มีการเตรียมความพร้อม​ก้าวหน้าไปมาก ทั้ง​ในส่วนของเครื่องอุปโภคและบริโภค​ ของใช้จำเป็น ที่นอนหมอนมุ้ง พัดลม​ ปลั๊กไฟ​ น้ำดื่ม เป็นต้น​ โดยที่นี่สามารถรองรับผู้ป่วยได้จำนวน 35 คน​ และส่วนที่สอง ในเรื่องการจัดสรรงบประมาณ เพื่อดูแลค่าย ตลอดจนปรับปรุงและต่อเติมให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน อาทิ​ ห้องน้ำ​ บันได​ หลังคาเชื่อมระหว่างอาคาร​ เป็นต้น

ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีและน่าชื่นชม ที่มีการจัดเตรียมและดัดแปลงค่ายลูกเสือที่เป็นเสมือนห้องปฏิบัติการฝึก และแหล่งศึกษาหาความรู้ ให้มีความพร้อมสำหรับจัดตั้งเป็นศูนย์พักคอยสำหรับชุมชน รองรับผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยอาการจากแพทย์ และเจ้าตัวก็ยินยอมที่จะแยกออกมาพักคอยระหว่างรอเตียง และเข้ารับการรักษา ตามหลักเกณฑ์ แนวทาง ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เพื่อแบ่งเบาภาระของสถานพยาบาล ที่ไม่เพียงพอต่อสถานการณ์ผู้ป่วยในปัจจุบัน

“ครูโอ๊ะขอแสดงความขอบคุณและชื่นชม ผู้บริหารและบุคลากรทางการลูกเสือ ตลอดจน ศบค.ปราจีนบุรี สาธารณสุขจังหวัด ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น ที่มีส่วนช่วยสนับสนุนและอำนวยความสะดวก ในการเปิดค่ายลูกเสือห้วยเกษียร เป็นศูนย์พักคอย รองรับการดูแลรักษาของพี่น้องชาวปราจีนบุรี แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมและดึงศักยภาพของแหล่งศึกษาเรียนรู้ มาสร้างอรรถประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างชัดเจน” รมช.ศธ.กล่าว

จันทนา เชียงทอง: สรุป
นวรัตน์ รามสูต: เรียงเรียง
สถาพร ถาวรสุข: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.ศธ.: รายงาน
5/8/2564

รร.ราชประชานุเคราะห์ 32 อุบลราชธานี จัดกิจกรรมลงแขกดำนา

ผู้ตรวจราชการ ศธ. ร่วมกับผู้บริหาร-ครู-นักเรียน รร.ราชประชานุเคราะห์ 32 จังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกิจกรรมลงแขกดำนา เพื่อเรียนรู้การปลูกข้าวจากประสบการณ์จริง เสริมสร้างประสบการณ์ที่ดี และใช้ประกอบอาหารเลี้ยงนักเรียนภายในโรงเรียน ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำกินนอน

นายธฤติ ประสานสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายสัญญา แสนทวีสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 32 คณะครู และนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 32 ร่วมลงแขกดำนา เพื่อเรียนรู้การปลูกข้าวจากประสบการณ์จริง และร่วมอนุรักษ์ประเพณีที่ดีงาม ณ แปลงนาสาธิต ภายในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 32

นายธฤติ ประสานสอน กล่าวว่า กิจกรรมดำนาดังกล่าว เป็นกิจกรรมที่ผู้บริหาร ครู และนักเรียน ได้ร่วมจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตให้กับเด็กนักเรียน ได้เรียนรู้ว่าการทำเกษตรกรรมมีหลากหลายรูปแบบ หลากหลายวิธีการ โดยเฉพาะเรื่องการทำนาถือเป็นอาชีพหลัก ขณะเดียวกันโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 32 เป็นโรงเรียนที่ดูแลเด็กนักเรียนด้อยโอกาส ที่มีลักษณะเป็นโรงเรียนประจำกินนอน รวมกว่า 600 คน ข้าวเป็นปัจจัยสำคัญ เป็นวัตถุดิบที่สำคัญ ที่จะนำมาสู่การประกอบเลี้ยงในแต่ละวัน

นายสัญญา แสนทวีสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 32 กล่าวด้วยว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่โรงเรียนได้จัดทำโครงการลงแขกดำนา สำหรับต้นกล้าได้มาจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยียโสธร โดยผู้ตรวจราชการ ศธ. เป็นประธานลงแขกดำนา โดยปีนี้จะเก็บเมล็ดพันธุ์เอาไว้ใช้เพาะปลูกในปีหน้าด้วย

สำหรับโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 32 มีเนื้อที่ 215 ไร่ พื้นที่ถูกแบ่งทำการเกษตรและเป็นเกษตรอินทรีย์ 100% ผลผลิตที่ได้ส่วนหนึ่ง ก็จะนำมาประกอบอาหารเลี้ยงนักเรียนภายในโรงเรียน และแบ่งออกจำหน่าย เพื่อเป็นรายได้ให้กับนักเรียน

คุณหญิงกัลยา ติดตามการเข้าถึงการศึกษาคนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และกลุ่มเปราะบาง ที่ศรีสะเกษ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 กรกฏาคม 2564 ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายธฤติ ประสานสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อติดตามการเข้าถึงการศึกษาสำหรับคนพิการและผู้ด้อยโอกาส และการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง และตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอน ณ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 29 จังหวัดศรีสะเกษ

ทั้งนี้ การดำเนินงานของสถานศึกษาได้มีการคัดกรองผู้เรียนที่เป็นผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง มีการเสริมสร้างทักษะทางอาชีพ ทักษะชีวิต ทักษะวิชาการ ให้กับผู้เรียนที่สอดคล้องกับบริบทในพื้นที่ โดยได้รับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายร่วมจัดการศึกษา

ส่วนการดำเนินการในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 29 ได้ปรับรูปแบบการเรียนการสอนแบบ On-Site ผสมผสานกับรูปแบบอื่น ๆ ตามความพร้อมและสภาวการณ์ที่เกิดขึ้น ภายใต้มาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

ภาพ/ข่าว คณะทำงาน ผตร.ศธ.

คุณหญิงกัลยา ติดตามมาตรการป้องกันโควิด และการเข้าถึงการศึกษาสำหรับคนพิการ ที่อุบลราชธานี

เมื่อวันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม 2564 นายธฤติ ประสานสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมตรวจเยี่ยมสถานศึกษากับคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน และการดำเนินงานตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ระลอกใหม่ ภาคเรียนที่ 1 /2564 และนโยบายการจัดการศึกษาตามนโยบายการเข้าถึงทางการศึกษาสำหรับคนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ของโรงเรียนอุบลปัญญานุกูล อำเภอเมืองฯ จังหวัดอุบลราชธานี

ภาพ/ข่าว: คณะทำงาน ผตร.ศธ.

ศฝช.มุกดาหาร เพาะกล้าสมุนไพรฟ้าทะลายโจร “ล้านเมล็ดพันธุ์สู้ภัยโควิด 19”

ผตร.ศธ. “ธฤติ” ตรวจติดตามการเพาะต้นกล้าฟ้าทะลายโจร ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้โครงการ “ล้านเมล็ดพันธุ์สู้ภัยโควิด 19” ที่ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนมุกดาหาร พร้อมส่งมอบให้สถานศึกษา กศน. ในพื้นที่รับผิดชอบ 6 จังหวัด “เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี” และฝึกอาชีพช่วยประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด ให้ประชาชนเกิดทักษะอาชีพใหม่ ต่อยอดอาชีพเดิม สร้างรายได้ให้ตนเองและครอบครัว

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2564 นายธฤติ ประสานสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ผตร.ศธ.) พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการเพาะต้นกล้าฟ้าทะลายโจร ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้โครงการ “ล้านเมล็ดพันธุ์สู้ภัยโควิด 19” โดยมีนางสาวสร้อย สกุลเด็น ผอ.ศฝช.มุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ

นายธฤติ ประสานสอน กล่าวว่า ศฝช.มุกดาหาร เป็นหน่วยงานสถานศึกษาของสังกัดสำนักงาน กศน. ซึ่งนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ “ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์” กำกับดูแลสำนักงาน กศน. โดยให้ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนทั่วประเทศ ส่งเสริมการปลูกฟ้าทะลายโจร ขมิ้น ขิง ข่า ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรที่เป็นประโยชน์อย่างสูงยิ่ง โดยเฉพาะฟ้าทะลายโจร มีคุณสมบัติในการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ หวัด ไอ ต่าง ๆ ที่สำคัญในสถานการณ์โรคระบาดติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ฟ้าทะลายโจรเป็นพืชสมุนไพรที่ใช้ต้มดื่ม หรือทานเป็นลักษณะสมุนไพรที่ป้องกันได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ศฝช.มุกดาหาร มีความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญในการเพาะพันธุ์ขยายพันธุ์พืชต่าง ๆ จึงได้เพาะพันธุ์กล้าฟ้าทะลายโจร แล้วมอบให้กับสถานศึกษาในสังกัด กศน. ในพื้นที่รับผิดชอบประกอบด้วย จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

สิ่งที่สำคัญของการป้องกันโควิด คือ เราต้องป้องกันในส่วนที่เราป้องกันได้เองเป็นอย่างดี คือ การ์ดอย่าตก สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ล้างมือ ถ้าหากมีพืชสมุนไพรฟ้าทะลายโจรประจำบ้านไว้ ก็จะอุ่นใจขึ้นมาอีก ในการสร้างภูมิต้านทานโดยธรรมชาติ นอกจากนี้ยังป้องกันโรคภัยไข้เจ็บอื่น ๆ ได้ด้วย ผู้สนใจสามารถติดต่อขอรับพันธุ์กล้าฟ้าทะลายโจร หรือเมล็ดพันธุ์กล้า รวมทั้งความรู้และวิธีการปลูกฟ้าทะลายโจรได้ที่ สำนักงาน กศน.จังหวัด หรือ กศน.อำเภอ, กศน.ตำบล และที่ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนมุกดาหาร ในส่วนของ ศฝช.ทั่วประเทศนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้เพาะพันธุ์กล้าฟ้าทะลายโจร โดยมีเป้าหมายเป็นล้านต้น โดยมีต้นแบบของการเพาะพันธุ์ และขยายพันธุ์ ที่จังหวัดสมุทรสาคร ส่วนภาคอีสาน อยู่ที่ ศฝช.มุกดาหาร และสุรินทร์

นางสาวสร้อย สกุลเด็น ผอ.ศฝช.มุกดาหาร กล่าวว่า ในส่วนของ ศฝช.มุกดาหาร ได้รับนโยบายหาเพาะพันธุ์กล้าฟ้าทะลายโจร จากที่มีอยู่ และจากแหล่งต่าง ๆ เช่น ปราจีนบุรี ได้มา 2,000 กล้า เมื่อมาเพาะได้ระยะหนึ่ง ก็จะนำไปมอบให้กับสำนักงาน กศน.จังหวัดชายแดนที่รับผิดชอบ เช่นที่จังหวัดอุบลราชธานี มอบกล้าฟ้าทะลายโจรไป 500 ต้นกล้า พร้อมขมิ้นชัน ขิง ข่า กระชาย รวมทั้งหมด 700 ต้นกล้า และที่จังหวัดมุกดาหาร มอบให้อำเภอชายแดน ฟ้าทะลายโจร 300 ต้นกล้า พร้อมขิง ข่า กระชาย และตะไคร้หอม

“ในส่วนของประชาชนทั่วไป ศฝช.มุกดาหาร พร้อมจะแจกจ่าย เพื่อเป็นพันธุ์ขยายต่อไปได้ ส่วนฟ้าทะลายโจรที่เป็นเมล็ดจริงแล้ว มันจะโตช้ามาก แต่ถ้าตอนเป็นกิ่งไม่ค่อยออก ส่วนมากจะเป็นต้นกล้าจากเมล็ด คือปล่อยให้แตกไปตามธรรมชาติ ฟ้าทะลายโจรชอบอากาศรำไร ส่วนขิง ข่า กระชายก็ทั่วไป” ผอ.ศฝช.มุกดาหาร กล่าว

ทั้งนี้ ศฝช.มุกดาหาร ได้ขยายพันธุ์พืชสมุนไพร ประกอบด้วย ฟ้าทะลายโจร 4,600 ต้นกล้า, ขมิ้นชัน 1,000 ต้นกล้า, กระชายขาว 1,080 ต้นกล้า, ตะไคร้หอม/แกง 500 ต้นกล้า, ขมิ้นขาว 1,000 ต้นกล้า, ขิง 100 ต้นกล้า, บอระเพ็ด 105 ต้นกล้า, ข่าเหลือง 100 ต้นกล้า และได้แจกเมล็ดพันธุ์พืชสมุนไพร สู้ภัยโควิด 19 ให้กับประชาชน ประกอบด้วย ฟ้าทะลายโจร 1,050 ต้นกล้า, กระชายขาว 120 ต้นกล้า, ตะไคร้หอม/แกง 60 ต้นกล้า, ขมิ้นชัน 115 ต้นกล้า , ขมิ้นขาว 115 ต้นกล้า, โหระพา 60 ต้นกล้า, ข่า 90 ต้นกล้า, ขิง 55 ต้นกล้า (ข้อมูล วันที่ 25 มิ.ย. 2564)

นอกจากนี้ ยังมีการฝึกอาชีพเพื่อการมีงานทำ สำหรับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้ประชาชนเกิดทักษะอาชีพใหม่ หรือต่อยอดอาชีพเดิมที่สามารถนำไปประกอบอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว รูปแบบกลุ่มสนใจ จำนวน 84 กลุ่ม กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 504 คน รูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพ จำนวน 17 กลุ่ม กลุ่มเป้าหมาย 340 คน ทักษะชีวิต 5 โครงการ และพัฒนาสังคมชุมชน 5 โครงการ

สำหรับการดำเนินงานหลักสูตรสู้ภัยโควิด 19 ประกอบด้วย ทำเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ปลูกพืชผัก สมุนไพรสู่โควิด เช่น ฟ้าทะลายโจร กระชาย ปลูกผักสวนครัว น้ำกระชายต้านโควิด การทำน้ำยาล้างจาน

ข้อมูล : อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ

ครูโอ๊ะ ตรวจเยี่ยม รร.มัธยมวัดใหม่กรงทอง ในพระราชูปถัมภ์ฯ

ครูโอ๊ะ ปลื้ม รร.มัธยมวัดใหม่กรงทองฯ จัดการเรียนการสอนสุดเจ๋ง ครอบคลุมทุกมิติ ดึงดูดนักเรียนเข้าเรียนผ่านระบบออนไลน์ ไม่ต่างจากการเข้าเรียนปกติ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 09.30 น. นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของโรงเรียนมัธยมวัดใหม่กรงทอง ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี โดยมีพระพิศาลศึกษากร (บรรจง อาภาธโร) เจ้าคณะจังหวัดปราจีนบุรี เจ้าอาวาสวัดใหม่กรงทอง เป็นผู้รับใบอนุญาต นายพงษ์พิศาล ชินสำราญ รองศึกษาธิการภาค 8 ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการ ภาค 9 นายสมคิด ศรีปราชญ์ รองศึกษาธิการจังหวัดปราจีนบุรี นางวนิดา ศิลปะกิจโกศล ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน นายเพทาย สดทรงศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปราจีนบุรี ตลอดจนนายอุดม ชำนิ ผู้อำนวยการโรงเรียน และนายกสมาคมโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา ผู้บริหารโรงเรียน และคณะครู ให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุม

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า เป็นความตั้งใจที่จะเดินทางมาติดตามการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์โควิด 19 ของโรงเรียนมัธยมวัดใหม่กรงทองฯ ทั้งในฐานะที่ดูแลรับผิดชอบการศึกษาเอกชน และจากการได้รับเสียงสะท้อนถึงข้อห่วงใยในการเปิดเรียนในรูปแบบ On-Site จะมีมาตรการอย่างไร พร้อมมารับฟังข้อคิดเห็น ปัญหา และอุปสรรคต่าง ๆ

จากการรายงานสรุปผลการดำเนินงาน ตามแผนการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์โควิด 19 ระยะที่ 3 (14-30 มิถุนายน 2564) ให้กับนักเรียนกว่า 5,800 คน ในทุกระดับชั้นตั้งแต่อนุบาล-มัธยมศึกษาตอนปลาย ทั้งในรูปแบบเรียนออนไลน์ (Online) ผ่านอินเทอร์เน็ต เรียนผ่านเว็บไซต์ DLTV (www.dltv.ac.th) (On demand) และนำหนังสือ ใบงาน แบบฝึกหัด ไปทำที่บ้าน (On Hand) ตลอดจนถึงเรียนจากคลิปวิดีโอ และระบบ Virtual School Online พบว่า นักเรียนทั้ง 123 ห้องเรียน เข้าเรียนในรูปแบบที่โรงเรียนจัดการเรียนการสอนอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ในทุกระดับชั้น เนื่องจากโรงเรียนได้มีการสื่อสารตารางการเรียน และช่องทางให้ผู้ปกครองและนักเรียนรู้เป็นการล่วงหน้า ส่งผลต่อความสำเร็จในการเข้าเรียนออนไลน์อย่างครบถ้วน

“ขอแสดงความชื่นชมในวิธีบริหารจัดการระบบการเรียนการสอนที่ดี แผนการสอนที่ชัดเจน มีการบูรณาการการเรียนร่วมกับหลักทางพระพุทธศาสนา อีกทั้งบุคลากร มีศักยภาพและความรอบรู้ด้านการศึกษา การพัฒนาสื่อ ใช้เทคนิคการสอนที่ทันสมัย ดึงดูดใจนักเรียน ตามรูปแบบการสอน 5 ON ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งยังพัฒนาสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย เหมาะกับยุคโควิด 19 อาทิ Virtual School Online ที่มีเนื้อหาครบถ้วนตามหลักสูตร ศธ. ช่วยให้ผู้ปกครองและนักเรียนเข้าถึงได้ตลอดเวลา ทำให้เข้าเรียนออนไลน์ได้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังนำระบบ AI มาใช้ประเมินผลทั้งก่อน-หลังการเรียน นี่เป็นการแสดงให้เห็นว่า การเข้าเรียนผ่านระบบออนไลน์ไม่ต่างจากการเรียนในชั้นเรียนแบบปกติ และที่สำคัญโรงเรียนสอนให้นักเรียนแข่งกับตัวเอง ถือเป็นเรื่องที่น่ายกย่อง

ส่วนการเปิดเรียนที่โรงเรียน (On-Site) ขอให้เป็นอำนาจของโรงเรียน ภายใต้การประเมินของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อระดับจังหวัด โดยโรงเรียนมีแผนที่จะเปิดภาคเรียนในรูปแบบ ห้องเรียนปกติ ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 อย่างชัดเจน บนพื้นฐานของความปลอดภัยของผู้เรียน ครู บุคลากร และผู้บริหาร อาทิ การจัดตารางสลับวันมาเรียน พร้อมเปิดโอกาสให้นักเรียนที่ไม่มีความพร้อมมาเรียนที่โรงเรียน ได้เรียนผ่านระบบ Virtual School Online และทำแบบฝึกหัดตามที่ครูมอบหมาย การปฏิบัติตามมาตรการของ ศธ.และกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข อาทิ การจัดจุดคัดกรอง การสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง การจัดเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ การตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 ก่อนเปิดเรียน การจัดหาอุปกรณ์ช้อนและแก้วน้ำส่วนตัวแก่เด็กและครู พร้อมเครื่องฟอกอากาศ Space Air FO และการจัดให้ครูและบุคลากร ทั้ง 266 ให้ได้รับวัคซีนครบ 100%

ส่วนเรื่องการฉีดวัคซีนโควิด 19 ครูโอ๊ะได้มีการหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่จะทำให้ชาวปราจีนบุรี ได้เข้าถึงวัคซีนโควิด 19 ให้มากที่สุด รวมทั้งการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเติมเต็มงบประมาณสำหรับจัดหาวัคซีน ให้กับพี่น้องชาวปราจีนบุรี รวมทั้งครูไทยและครูต่างชาติ

ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในดูแลลูกหลานของจังหวัดปราจีนบุรีเป็นอย่างดี ครูโอ๊ะมีความภาคภูมิใจที่โรงเรียนมีแนวทางการจัดการเรียนการสอนที่ชัดเจน ทั้งแนวทางสำหรับนักเรียนที่พร้อม และไม่พร้อมมาเรียนที่โรงเรียน รวมทั้งช่องทางการเรียนของนักเรียนในพื้นที่เสี่ยง ด้วยการเรียนออนไลน์อย่างครบทุกมิติ” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

จันทนา เชียงทอง, นวรัตน์ รามสูต: สรุป
นวรัตน์ รามสูต: เรียบเรียง
สถาพร ถาวรสุข: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.ศธ.: รายงาน
25/6/2564

WordPress.com.

Up ↑