“ตรีนุช” ลงพื้นที่กระบี่-ตรัง ตรวจเยี่ยมเตรียมพร้อมเปิดเทอม

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษา รมว.ศธ. นางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการ รมว.ศธ. และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) อาทิ ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเตรียมการเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่จังหวัดกระบี่ และจังหวัดตรัง ระหว่างวันที่ 22-24 ต.ค.2564

รมว.ศธ. กล่าวว่า วันนี้ (22 ตุลาคม 2564) ตนได้ตรวจเยี่ยมสถานศึกษาในจังหวัดกระบี่ จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนเมืองกระบี่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ตรัง กระบี่, โรงเรียนอิศรานุสรณ์ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.), โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 2 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) กระบี่ และวิทยาลัยการอาชีพคลองท่อม สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)

จากการตรวจเยี่ยมพบว่า ขณะนี้จังหวัดกระบี่ มีครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับวัคซีนแล้ว จำนวน 5,341 คน คิดเป็น 86% จากทั้งหมด 6,211 คน ในจำนวนนี้แบ่งเป็นผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 5,341 คน ได้รับวัคซีนครบสองเข็ม จำนวน 4,120 คน

“สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) ให้แก่นักเรียนอายุ 12-18 ปี ของโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดกระบี่ พบว่า มีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 43,306 คน ไม่ประสงค์รับวัคซีน 9,070 คน คิดเป็น 21% แจ้งความประสงค์รับวัคซีน จำนวน 34,236 คน คิดเป็น 79% ในจำนวนนี้ได้รับวัคซีนแล้ว 18,708 คน คิดเป็น 43% อยู่ระหว่ารอฉีดวัคซีน 15,528 คน คิดเป็น 36% โดยผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่และศึกษาธิการจังหวัดกระบี่ ได้ประสานศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. วางแผนการฉีดวัคซีนให้นักเรียนได้ครบตามความต้องการ ภายในระยะเวลาที่กำหนดแล้ว ” รมว.ศธ.กล่าว

ศธ.เปิดตัวแอป “ช่างอาชีวะ” นำทีมช่างพันธุ์ R อาชีวะจิตอาสา บริการฟรีถึงบ้าน 100 ศูนย์ทั่วประเทศ

(20 ตุลาคม 2564) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการใช้งานแอปพลิเคชัน “ช่างอาชีวะ” (ช่างพันธุ์ R อาชีวะซ่อมทั่วไทย) พร้อมด้วยนายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษา รมว.ศธ., นางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการ รมว.ศธ., นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.), นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี โดยมีผู้บริหารศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix It Center) แบบถาวร 100 ศูนย์เข้าร่วมงานผ่านระบบออนไลน์ Zoom Cloud Meeting จากวิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี

รมว.ศธ. กล่าวว่า การดำเนินงานศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix It Center) แบบถาวร ที่ผ่านมาได้เสียงชื่นชมตอบรับจากประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนอย่างต่อเนื่อง สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่วงการอาชีวศึกษา ตลอดจนสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เป็นอย่างมาก

ศธ.เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาการให้บริการได้เข้าถึงได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น จึงมอบหมายให้ สอศ. พัฒนาเป็นแอปพลิเคชัน “ช่างอาชีวะ” สำหรับการให้บริการศูนย์ Fix It Center แบบถาวร จำนวน 100 ศูนย์ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในกระบวนการจัดการการสอนและยกระดับมาตรฐานการให้บริการ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการให้บริการได้สะดวก รวดเร็ว ลดเวลา ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยไม่ต้องนำเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้มาที่ศูนย์บริการ

อีกทั้งยังสอดคล้องกับสภาพสังคม และวิถีชีวิตยุคใหม่ (New Normal) สร้างความมั่นใจการใช้บริการช่างอาชีวะ และยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ผู้เรียน ที่ใช้ทักษะจากการลงมือปฏิบัติช่วยเหลือประชาชน

ตลอดระยะเวลาที่ได้เข้ามาทำหน้าที่กำกับดูแลด้านการศึกษา ในส่วนของอาชีวะ ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการพัฒนาทักษะแก่ผู้เรียนให้สอดรับกับทิศทางของโลกในศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นโลกยุคไร้พรมแดนที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องปรับกลยุทธ์ในการจัดการศึกษา การฝึกทักษะให้เกิดความชำนาญเชี่ยวชาญในวิชาชีพ การเสริมสร้างจิตสำนึกของการเป็นจิตอาสา การให้บริการประชาชนของนักศึกษาอาชีวะ

ซึ่งเรื่องนี้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ด้านการพลิกโฉมระบบการศึกษาไทย ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดการศึกษาทุกระดับ และวาระเร่งด่วนด้านการพัฒนาทักษะอาชีพ ส่งเสริมการจัดการศึกษาที่เน้นพัฒนาทักษะอาชีพผู้เรียน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างอาชีพและรายได้ที่เหมาะสม ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ในการนี้ รมว.ศธ. ได้มอบเกียรติบัตร โล่รางวัลชนะเลิศ และรองชนะเลิศระดับชาติ จากการตรวจประเมินศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix It Center) แบบถาวร ประจำปีงบประมาณ 2563 ทั้งสิ้น 5 รางวัล โดยรางวัลชนะเลิศได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคพัทลุง

เลขาธิการ กอศ. กล่าวเพิ่มเติมว่า การให้บริการซ่อมบำรุงเครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องจักรกลทางการเกษตรแก่ประชาชน ของศูนย์ Fix It Center จำนวน 100 ศูนย์ทั่วประเทศ ผ่านแอปพลิเคชัน ”ช่างอาชีวะ” มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียน นักศึกษาได้นำความรู้ทักษะวิชาชีพมาใช้ปฏิบัติได้จริง เกิดทักษะความชำนาญในวิชาชีพ สามารถแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์จริง สร้างจิตอาสาบริการชุมชนและสังคม ยกระดับการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาให้มีความทันสมัย, เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงการให้บริการประชาชน และการรายงานข้อมูลสภาพปัญหาความต้องการของประชาชนและศูนย์บริการได้อย่างรวดเร็ว, สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างเต็มศักยภาพและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจใช้บริการช่างพันธุ์ R อาชีวะซ่อมทั่วไทย สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน โดยค้นหาชื่อ “ช่างอาชีวะ” ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ซึ่งรองรับทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ขั้นตอนการใช้งานแอปพลิเคชัน “ช่างอาชีวะ

– เข้าไปที่ Google Play Store หรือ App Store ค้นหาคำว่า “ช่างอาชีวะ” เลือกไปที่ Application “ช่างอาชีวะ” และกดติดตั้ง
– เปิด Application “ช่างอาชีวะ” กดอนุญาตเพื่อให้ App สามารถใช้งานแผนที่ เพื่อระบุพิกัดสถานที่ในการแจ้งซ่อม
– ในการใช้งานครั้งแรก ต้องกดสมัครสมาชิกก่อน โดยสามารถเลือกจังหวัด และเลือกศูนย์ซ่อมที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อไปให้บริการซ่อมถึงบ้านได้
– พื้นหลังสีฟ้า เวอร์ชั่นสำหรับประชาชน

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
ประชาสัมพันธ์ สอศ. / ข้อมูล
กิตติกร แซ่หมู่ / ภาพ

คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการ รับผิดชอบเขตตรวจราชการ

นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงนามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สป. 739/2564 เรื่อง มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการรับผิดชอบเขตตรวจราชการ สั่ง ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2564

มติ ครม. 19 ตุลาคม 2564 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ

สรุปมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2564 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) 2 เรื่อง คือ สรุปผลการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 2/2564 และแนวทางการจัดทำงบประมาณและปฏิทินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566

สรุปผลการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 2/2564

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่สำนักงาน ก.พ. เสนอสรุปผลการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 2/2564 เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2564 ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้ 

  • กระทรวงศึกษาธิการ ให้ทบทวนรูปแบบการเรียนการสอนเพื่อให้สอดคล้องเหมาะสมกับธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็ก เน้นรูปแบบการเรียนการสอนให้เด็กได้เรียนรู้หลักวิธีคิดแทนการสอนให้ท่องจำ จัดระยะเวลาในการเรียนที่เหมาะสม รวมถึงจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียน นอกจากนี้ ให้มีการปรับรูปแบบการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ ให้มีความแตกต่างจากการสอนในชั้นเรียนตามปกติ
  • ทุกส่วนราชการ
    – ให้ขับเคลื่อนและปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน โดยมีการประสานรวบรวมข้อมูลจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกันในทุกภาคส่วน และเพื่อให้ทราบถึงความต้องการและปัญหาของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง ซึ่งจะส่งผลให้หน่วยงานสามารถแก้ไขและบรรเทาปัญหารวมถึงสร้างความสุขให้กับประชาชนได้
    – ให้ปรับรูปแบบการทำงานเพื่อรองรับวิถีชีวิตใหม่ โดยมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการทำงาน มีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อบูรณาการการทำงานให้มีความเป็นเอกภาพ
    – ให้สรุปผลสัมฤทธิ์การทำงานอย่างเป็นรูปธรรม ที่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนการปฏิรูปประเทศ โดยรายงานความก้าวหน้าการทำงานทุกรอบ 3 เดือน ต่อหัวหน้าส่วนราชการ

แนวทางการจัดทำ-ปฏิทินงบประมาณรายจ่ายฯ ปีงบประมาณ 2566

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สำนักงบประมาณ (สงป.) เสนอ แนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 และปฏิทินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้  

  1. แนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
    1.1 ดำเนินการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) แผนปฏิบัติราชการของกระทรวง เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน นโยบายสำคัญของรัฐบาล รวมทั้งการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการจัดสรรงบประมาณ โดยคำนึงถึงความจำเป็นและภารกิจของหน่วยรับงบประมาณ ความต้องการในพื้นที่และแผนพัฒนาพื้นที่ตามความต้องการของประชาชนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณและผลสัมฤทธิ์ในการบริหารจัดการภาครัฐ
    1.2 ดำเนินการให้สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โรคโควิด 19) โดยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหา บรรเทาหรือแก้ไขผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19
    1.3 ให้ความสำคัญกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพิ่มศักยภาพการถ่ายโอนภารกิจการจัดบริการสาธารณะ ลดความเหลื่อมล้ำ รวมทั้งการพัฒนาประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ และประสิทธิผลการใช้จ่ายของ อปท.
    1.4 เพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำงบประมาณให้ครอบคลุมทุกแหล่งเงิน โดยให้หน่วยรับงบประมาณพิจารณานำเงินนอกงบประมาณหรือเงินสะสมคงเหลือมาใช้ดำเนินภารกิจของหน่วยงานเป็นลำดับแรก ควบคู่ไปกับการพิจารณาทบทวนเพื่อชะลอ ปรับลด หรือยกเลิกการดำเนินโครงการที่มีความสำคัญในระดับต่ำหรือหมดความจำเป็น พิจารณาถึงความพร้อมและขีดความสามารถในการใช้จ่ายงบประมาณ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการนำความสำเร็จในการปฏิบัติงานและผลการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 และ พ.ศ. 2565 มาประกอบการพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับศักยภาพการดำเนินงานของหน่วยรับงบประมาณ
    1.5 ดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 รวมทั้งกฎหมาย ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีอย่างครบถ้วน
  2. ปฏิทินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เป็นการกำหนดแผนและขั้นตอนการปฏิบัติงานในการจัดทำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่บทบัญญัติของกฎหมายกำหนดไว้

รมว.ศธ.มอบนโยบาย​ กศน.​เชียงราย​ และติดตาม​ความพร้อม​เปิดภาคเรียนที่ 2/2564​ ที่ รร.สามัคคี​วิทยา​คม เชียงราย​

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม​ 2564​ นางสาว​ตรีนุช​ เทียน​ทอง​ รมว.ศธ.​ ตรวจ​เยี่ยม​และมอบนโยบาย​แก่สำนักงาน​ ก​ศน.จังหวัด​เชียงราย และติดตาม​การเตรียมความพร้อม​เปิดภาคเรียนที่ 2/2564​ ของสถานศึกษาในจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษา รมว.ศธ., นางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการ รมว.ศธ., นาย​สุภัทร​ จำปา​ทอง​ ปลัด ศธ., นายอัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ., นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการ​ กอศ., นายพีรศักดิ์ รัตนะ เลขาธิการ กช., นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร เลขาธิการ กศน. รวมทั้งคณะผู้บริหาร​กระทรวง​ศึกษาธิการ​

สำ​นักงาน​ กศน.จังหวัด​เชียงราย

นายสุรพล วงศ์หวัน ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัด​เชียงราย​ กล่าวว่า สำนักงาน กศน.จังหวัดเชียงราย ดำเนินการตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ 12 ข้อ และนโยบายเร่งด่วน 7 ข้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายการจัดเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชาชนทุกช่วงวัย ให้มีคุณภาพและมาตรฐาน ได้รับการศึกษาตามความต้องการอย่างเต็มตามศักยภาพ ตลอดจนพัฒนาหลักสูตรที่เหมาะสมเพื่อ​เตรียม​ความพร้อมในการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย และการเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา และผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ ได้จัดการเรียนรู้ให้แก่กลุ่มเด็กด้อยโอกาส (เร่ร่อน) ให้เข้าถึงการเรียนรู้ การพัฒนาตนเองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยใช้ทักษะ​ชีวิต​ทั้ง 4 ด้าน เข้ามาสอดแทรก​ในการจัดการเรียน​การ​สอน​ ได้แก่ 1) ทักษะด้านสุขภาพ​อนามัย​ 2) ทักษะ​ความปลอดภัย​ในชีวิต​และทรัพย์สิน​ 3) ทักษะด้าน​สิ่งแวดล้อม​ และ 4)​ ทักษะด้านคุณธรรม​จริยธรรม​ เพื่อให้เด็กกลุ่มเป้าหมายมีทักษะในการดำเนินชีวิตที่ดีและสามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างปกติสุข ขณะที่​ปัญหา​ในการดำ​เนิน​งาน​คือไม่ได้​รับการจัดสรรงบประมาณ​รายหัวค่าจัดการเรียน​การ​สอน​และค่าจัดการศึกษา​ต่อ​เนื่อง

รมว.ศธ. กล่าว​ว่า ขณะนี้​ ศธ.ได้หารือเบื้องต้นเรื่องปัญหาของกลุ่มเด็กตกหล่นที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 จึงต้องช่วยกันคิดว่าจะช่วยเหลือเด็กที่หลุดออกจากระบบได้อย่างไร ซึ่งหน่วยงานหลักทั้ง กศน. – สอศ. – สพฐ. เป็นกำลังสำคัญในการเข้าถึงระบบการศึกษา โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดเชียงรายซึ่งมีเด็กกลุ่มนี้อยู่เป็นจำนวนมาก จึงอยากให้มีการร่วมมือของหน่วยงานหลัก เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำให้เด็กเข้าถึงการศึกษาอย่างมีคุณภาพ

ทั้งนี้ การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย หรือการฝึกอาชีพ ถือเป็นโอกาสให้คนกลุ่มนี้มีทางเลือกในการสร้างทักษะ เพื่อนำไปใช้ประกอบอาชีพตามความต้องการที่แตกต่างกันออกไป และอาจจะกลับเข้าสู่ระบบได้ ส่วนเรื่องของงบประมาณที่ยังขาดอยู่นั้น จะขอรับเรื่องไว้พิจารณาหาทางเยียวยาคนกลุ่มนี้ต่อไป โดยยืนยันว่า ศธ.จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ตลอดจนให้กำลังใจข้าราชการ ครู ผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่ทุ่มเทเสียสละเพื่อการศึกษาไทยอย่างเต็มที่​

สำหรับนิทรรศการที่ กศน.เชียงราย นำมาจัดแสดง ​ประกอบด้วยนิทรรศการผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพ ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน (กลุ่มโซนลุ่มน้ำอิง), นิทรรศการการจัดการศึกษาบนพื้นที่สูง ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (กลุ่มโซนลุ่มน้ำโขง), นิทรรศการนวัตกรรมการทางศึกษา (กลุ่มโซนลุ่มน้ำลาว), นิทรรศการการจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ “โคก หนอง นา โมเดล” (กลุ่มโซนลุ่มน้ำกก) และการจัดการเรียนการสอนกลุ่มเป้าหมายเด็กด้อยโอกาส (เร่ร่อน)​ ของ กศน.อำเภอเมืองเชียงราย

โรงเรียน​สามัคคี​วิทยา​คม จังหวัดเชียงราย​

ในช่วงบ่าย รมว.ศธ. และคณะ เดินทาง​ไปติดตาม​การเตรียมความพร้อม​เปิดภาคเรียนที่ 2/2564​ ณ โรงเรียน​สามัคคี​วิทยา​คม อำเภอเมืองเชียงราย​

นายวิญญู​ สันติ​ภาพวัฒนา​ ศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย กล่าว​ว่า​ จังหวัด​เชียงราย​มีการรวบรวมข้อมูล​การฉีดวัคซีน​เด็กของทุกหน่วยงานและสามารถ​เพิ่มข้อมูล​ได้ตลอดเวลา ส่วนกลุ่มเด็กด้อยโอกาสหรือเด็กนอกระบบ ได้มีการประสานงาน​กับ กศน.ในการลงพื้นที่ ​หาข้อมูล​และตัวตนเด็กกลุ่ม​นี้​อยู่เสมอ

สำหรับความคืบหน้าการฉีดวัคซีน​ให้นักเรียนนักศึกษาใน​จังหวัด​เชียงราย​ ฉีดไปแล้วกว่า 90% และจะฉีดเข็มที่สองในช่วงต้นเดือน​พฤศจิกายน​ มั่นใจ​ว่าโรงเรียน​ในจังหวัด​เชียงราย​สามารถ​เปิดภาคเรียน​ในวันที่ 1 พฤศจิกายน​นี้ได้อย่างแน่นอน

รมว.ศธ.​ กล่าวขอบคุณผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์​ในการเตรียมความพร้อมสำหรับเปิดเรียนภาคเรียนที่ 2/2564 ทำให้เชื่อมั่นว่าจังหวัดเชียงรายพร้อมเปิดเรียน On-Site และฝากผู้บริหารสถานศึกษาให้ช่วยเหลือโรงเรียนขนาดเล็กในเครือข่ายที่ยังขาดความพร้อมอยู่

พร้อมกล่าวชื่นชมการดำเนินการตามนโยบาย Quick Win ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการจัดหลักสูตร​ฐานสมรรถนะ โดยเห็นได้จากการจัดการเรียนรู้เรื่องนี้ในระดับหนึ่ง ซึ่งความคืบหน้าของหลักสูตร​ฐานสมรรถนะ​ในขณะนี้มีโรงเรียนนำร่องแล้ว และจะดำเนิน​การ​ขยายผลต่อไป

ในส่วนของการฉีดวัคซีน​ รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการเป็นห่วงครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างยิ่ง จึงเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนโดยด่วน ซึ่ง​สิ่งสำคัญคือการเปิดเรียนยังต้องเข้มงวดในการเว้นระยะห่าง และดูแลความปลอดภัย​อย่างรัดกุมอยู่

เน้นย้ำว่า ศธ.มีความเป็นห่วงสภาพจิตใจของนักเรียน จากการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้น​การเปิดเทอมช่วงแรกขอให้พยายามดูแลเพื่อเด็กได้ปรับตัวในการกลับมาเรียนที่โรงเรียนก่อน และทำความเข้าใจกับผู้ปกครองในการเรียนแบบ New Normal ควบคู่​กันไปด้วย

ปารัชญ์ ไชย​เวช​ / สรุป​
ศุภณัฐ​ วัฒนมงคล​ลาภ / ถ่ายภาพ​

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบเงินช่วยเหลือเยียวยา​ทายาทครู​จูหลิง จากเหตุการณ์​ความ​ไม่​สงบ​ชายแดนใต้​

วันนี้ (18 ตุลาคม​ 2564)​ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบหมายให้นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้แทนมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาครูและบุคลากรทางการศึกษา “ครูจูหลิง ปงกันมูล” ณ ​โรงเรียน​อนุบาล​ดอยหลวง อำ​เภอ​ดอยหลวง​ จังหวัด​เชียงราย โดยนายกรัฐมนตรี ร่วมกล่าวคำรำลึกสดุดีวีรชนผ่านระบบ Video Conference จากห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์​โอชา​ นายกรัฐมนตรี กล่าวสดุดี​คุรุวีรชน “ครูจูหลิง ปงกันมูล” ตอนหนึ่งว่า ครูจูหลิง ปงกันมูล เป็น​ครูที่มีถิ่นพำนักในต่างถิ่น แต่ด้วยเป็นผู้มีความเสียสละและอุดมการณ์ เพื่อให้เด็กในจังหวัด​ชายแดนภาคใต้ได้มีโอกาสทางการศึกษา​เทียบ​เท่าพื้นที่อื่น จึงได้บรรจุเป็นครูสอนวิชาศิลปะ ของโรงเรียนบ้านกูจิงลือปะ จังหวัดนราธิวาส พร้อมที่จะรับใช้สังคมและประเทศชาติด้วยอาชีพครู สมควรยกย่องให้เป็นแม่พิมพ์ของชาติ​อย่างแท้จริง

ขอแสดงความชื่นชมและเป็นกำลังใจต่อเพื่อนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละและอดทน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อญาติของครูวีรชนผู้เสียชีวิตทุกท่าน และขอไว้อาลัยต่อดวงวิญญาณของครูจูหลิง ปงกันมูล และครูวีรชนผู้ล่วงลับ ขอให้อานิสงส์แห่งความดีจงเกื้อหนุนนำส่งดวงวิญญาณของครูจูหลิง ปงกันมูล และครูวีรชนทุกท่านจงไปสู่สุคติในสัมปรายภพ

นางสาว​ตรีนุช​ เทียน​ทอง​ รมว.ศึกษา​ธิการ​ กล่าวว่า การจัดพิธีมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาครูและบุคลากรทางการศึกษาครั้งนี้ เพื่อมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาทายาทของครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เสียชีวิตในสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงสนับสนุนสวัสดิการเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

โดยในระหว่างปี 2547-2556 มีครูถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงทำร้ายจนเสียชีวิต 162 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ “ครูจูหลิง ปงกันมูล” ครูสอนวิชาศิลปะที่โรงเรียนบ้านกูจิงลือปะ จังหวัดนราธิวาส

จากการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของครูและบุคลากรทางการศึกษา ส่งผลให้คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2556 เห็นชอบสนับสนุนสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้เสียชีวิตย้อนหลังไปถึงวันที่ 1 มกราคม 2547 โดยให้กระทรวงศึกษาธิการจัดสรรงบประมาณในการช่วยเหลือเยียวยา รายละไม่เกิน 4 ล้านบาท โดยให้หักลบจากเงินเยียวยาที่เคยได้รับไปแล้ว และให้กระทรวงศึกษาธิการจัดสวัสดิการด้านอื่น ๆ ให้ได้มาตรฐานใกล้เคียงกับส่วนราชการต่าง ๆ ด้วย

ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการติดตามเร่งรัดให้ความช่วยเหลือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เสียชีวิตมาโดยตลอด และออกประกาศเรื่องหลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้เสียชีวิตที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 และอนุมัติจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ รอบที่ 1 จำนวน 14 ราย เป็นเงินทั้งสิ้น 37,182,000 บาท

โดยวันนี้ได้จัดพิธีมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่บิดามารดาของครูจูหลิง ปงกันมูล จำนวน 2,742,000 บาท และจะดำเนินการมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิต อีก 13 ราย จำนวน 34,440,000 บาท ภายในเดือนตุลาคม 2564

โอกาสนี้ รมว.ศึกษา​ธิการ​ ได้เยี่ยม​ชม​หอศิลป์​ครู​จูหลิง​ ปงกัน​มูล​ และเดินทาง​ไปมอบเงินช่วยเหลือ​เยียวยา​ให้แก่นายสุน ปงกัน​มูล​ ผู้​ป่วยติดเตียง บิดาของครูจูหลิง​ ปงกัน​มูล

พิธีครั้งนี้มีผู้บริหาร ศธ. เข้าร่วม อาทิ นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษา รมว.ศธ., นางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการ รมว.ศธ., นาย​สุภัทร​ จำปา​ทอง​ ปลัด ศธ., นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการ​ กอศ., นายพีรศักดิ์ รัตนะ เลขาธิการ กช., นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร เลขาธิการ กศน. รวมทั้งคณะผู้บริหาร​กระทรวง​ศึกษาธิการ​ ผู้บริหารส่วนราชการ​ ผู้บริหาร​สถานศึกษา​ และคณะครู​ในพื้นที่​

ปารัชญ์ ไชย​เวช​/สรุป
ศุภณัฐ​ วัฒนมงคล​ลาภ/ถ่ายภาพ
ขอบคุณภาพนายกฯ : สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

แถลงข่าวระเบิดศึกฟุตบอลชิงแชมป์เยาวชนสานฝันฯ เฟ้น 10 แข้งนักเรียนชายแดนใต้ ฝึกลูกหนังแดนผู้ดี

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับสมาคมสานฝันฯ, สโมสรฟุตบอลยังสิงห์ หาดใหญ่ ยูไนเต็ด, สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาออนไลน์ ระเบิดศึกฟุตบอลชิงแชมป์เยาวชนสานฝันฯ รุ่นไม่เกิน 18 ปี คัด 10 แข้งไปฝึกฟุตบอลสโมสรอ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด ประเทศอังกฤษ 2 เดือนเต็ม เริ่มฟาดแข้ง 30 ต.ค. – 25 ธ.ค.นี้ ที่สนามเขารูปช้าง จ.สงขลา

(17 ตุลาคม 2564) มีพิธีแถลงข่าวฟุตบอลชิงแชมป์เยาวชนสานฝันรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ครั้งที่ 1 ณ หอประชุมราชพฤกษ์ รร.นวมินทรราชูทิศ ทักษิณ จ.สงขลา โดยมี พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ ประธานกรรมาธิการการกีฬาวุฒิสภา เป็นประธานในพิธีแถลงข่าว พร้อมด้วยนายวัลลพ สงวนนาม รองเลขาธิการ กพฐ., นายมนัสฌาน์ ชูเชิด เลขาธิการสมาคมสานฝันฯ, นายวันกล้า ขวัญแก้ว นายกสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาออนไลน์, นายสราวุธ เดชมณีรัตน์ ผอ.สพก.จชต.สพฐ., นายฌานุวัฒน์ ตัณฑุลลเวส ผอ.สโมสรฟุตบอลยังสิงห์ หาดใหญ่ ยูไนเต็ด, นายจุฑา ติงศภัทิย์ ที่ปรึกษาสโมสรฟุตบอลยังสิงห์ หาดใหญ่ ยูไนเต็ด ร่วมแถลงข่าว มีผู้บริหารโรงเรียน 12 โรงเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันและนักกีฬา เข้าร่วมงานแถลงข่าวครั้งนี้

พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ กล่าวว่า การแข่งขันรายการนี้ กำหนดการแข่งขันระหว่างวันที่ 30 ต.ค. – 25 ธ.ค. 2564 ที่สนามเขารูปช้าง อ.เมืองฯ จ.สงขลา มีทีมจากโครงการสานฝันสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 11 ทีม ได้แก่ รร.สุวรรณไพบูลย์ จ.ปัตตานี, รร.โพธิ์คีรีราช จ.ปัตตานี, รร.สวนพระยาวิทยา จ.นราธิวาส, รร.ร่มเกล้า จ.นราธิวาส, รร.บันนังสตาวิทยา จ.ยะลา, รร.รือเสาะชนูปถัมภ์ จ.นราธิวาส, รร.ทู่งยางแดงพิทยาคม จ.ปัตตานี, รร.ละงูพิทยาคม จ.สตูล, รร.เฉลิมพระเกียรติ จ.ยะลา, รร.มัธยมสุไหงปาดี จ.นราธิวาส และ รร.นวมินทราชูทิศ ทักษิณ จ.สงขลา อีก 1 ทีม รวมเป็น 12 ทีม จัดการแข่งขันโดยแบ่งเป็น 2 สาย สายละ 6 ทีม เอา 2 ทีมคะแนนดีที่สุดผ่านไปเล่นในรอบรองชนะเลิศและชิงชนะเลิศต่อไป

สำหรับทีมชนะเลิศ ได้รับเงินสนับสนุน 3 หมื่นบาท รองชนะเลิศ 1.5 หมื่นบาท นอกจากนี้ยังมีการคัดเลือกผู้เล่นยอดเยี่ยมจำนวน 10 คน นำไปฝึกฝีเท้ากับสโมสรฟุตบอลอ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด ในลีกวัน (EFL League One) ประเทศอังกฤษ ซึ่งมีนายสัมฤทธิ์ ธนกาญจนสุทธิ์ เป็นประธานสโมสร ที่ให้การสนับสนุนร่วมกับสโมสรยังสิงห์ หาดใหญ่ ยูไนเต็ด เป็นเวลา 2 เดือน ซึ่ง ดร.จุฑา ติงศภัทิย์ และ นายวันกล้า ขวัญแก้ว จะเป็นผู้คัดเลือกตัวก่อนนำไปเข้าแคมป์เบื้องต้น 25 คน และคัดให้เหลือ 10 คน เดินทางไปอังกฤษ เดือน กุมภาพันธ์ 2565 ต่อไป

รมว.ศธ.เปิดศูนย์บริหาร​เครือข่าย​การผลิต​และพัฒนากำลัง​คนอาชีวศึกษา​ สาขา​การท่องเที่ยว​ วิทยา​ลัยอาชีวศึกษา​เชียงราย​

จังหวัด​เชียงราย : เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม​ 2564​ ณ วิทยา​ลัยอาชีวศึกษา​เชียงราย​, นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบนโยบายการจัดการศึกษา​ และเปิดศูนย์​บริหาร​เครือข่าย​การผลิต​และพัฒนากำลัง​คนอาชีวศึกษา​ สาขาวิชา​การท่องเที่ยว​ พร้อมด้วยนายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษา รมว.ศธ., นางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการ รมว.ศธ., นาย​สุภัทร​ จำปา​ทอง​ ปลัด ศธ., นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการ​ กอศ. และผู้บริหาร​กระทรวง​ศึกษาธิการ​ โดยมีนายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าราชการจังหวัด​เชียงราย​ นายสัมฤทธิ์​ ไกล​ถิ่น ประธาน​กรรมการ​อาชีวศึกษา​จังหวัด​เชียงราย​ นางสาวอรพิน ดวงแก้ว​ ผอ.วิทยา​ลัย​อาชีวศึกษา​เชียงราย​ ผู้บริหารส่วนราชการ​ ครู และนักเรียน​นักศึกษา ​ร่วมให้การต้อนรับและจัดนิทรรศการความก้าวหน้าการอาชีวศึกษาของพื้นที่

นางสาวอรพิน ดวงแก้ว​ ผอ.วิทยา​ลัย​อาชีวศึกษา​เชียงราย กล่าวว่า วิทยาลัยอาชีวศึกษา​เชียงราย​ มุ่งเน้นการจัดการอาชีวศึกษาร่วมกับสถานประกอบการ หน่วยงานรับรองมาตรฐาน และหน่วยงานการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ มีการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ พัฒนาครูให้ได้รับการรับรองสมรรนะตามมาตรฐานอาชีพของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์ม ภายใต้รูปแบบการบริหารสถานศึกษา CVC Model

ในปีการศึกษา 2564 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ประกาศให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย เป็นศูนย์บริหารเครือข่ายการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (Center of Vocational Manpower Networking Management : CVM) สาขาวิชาการท่องเที่ยว และสถานศึกษาที่มีความเป็นเลิศ (Excellent Center) สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ โดยความร่วมมือของคณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนในการผลิตกำลังคนอาชีวศึกษา (อ.กรอ.อศ.) กลุ่มอาชีพการโรงแรมและการท่องเที่ยว และกลุ่มอาชีพภาคธุรกิจและบริการอาหาร เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพ เข้าสู่สถานประกอบการและตลาดแรงงาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและในระดับนานาชาติ ตามนโยบายวาระเร่งด่วนของ ศธ.

รมว.ศธ.​ กล่าวตอน​หนึ่ง​ว่า การเรียนรู้ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด 19 ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง ซึ่ง ศธ.ได้เร่งฉีดวัคซีนครูมากกว่า 70% และเร่งฉีดวัคซีนให้กับนักเรียน เพื่อเข้าสู่กระบวนการเปิดภาคเรียนให้ได้มากที่สุด ซึ่ง​ในส่วนของอาชีวศึกษาถือว่ามีการปรับตัวเป็นอย่างมากโดยเฉพาะการเรียน​ที่ต้องลงมือปฏิ​บัติงานจริง​

จึงขอชื่นชม​การขับเคลื่อนนโยบายการจัดการศึกษา โดยเฉพาะเรื่องการปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 เชื่อมโยงการจัดอาชีพเข้ากับกรอบคุณวุฒิวิชาชีพแห่งชาติ (NQF) และกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (AQRF) สู่การปฏิบัติ ในการผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกได้

ทั้งนี้ ​การพัฒนากำลังคน ต้องทำให้มีสมรรถนะสอดรับกับความต้องการของสถานประกอบการในพื้นที่​และภาคเศรษฐกิจ เพื่อให้เยาวชนเรียนจบแล้วสามารถประกอบอาชีพได้ โดยทางอาชีวศึกษาต้องให้ความสำคัญในการร่วมมือกับภาคเอกชนและเครือข่ายต่าง ๆ ขณะเดียวกัน​ทางส่วนกลางได้เร่งดำเนินการด้านความร่วมมือกับภาคเอกชนหลายส่วนเช่นกัน ขอให้ทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจกันขับเคลื่อนการศึกษาให้เยาวชนมีงานทำและพัฒ​นา​เศรษฐกิจประเทศ​ต่อไป

โอกาสนี้ รมว.ศธ. ได้มอบเกียรติ​บัตร​รางวัล​ Excellence Award แก่ผู้บริหาร​ ครู และนักศึกษา​ ในการส่งผลงานเข้าประกวด “นวัตกรรม​การท่องเที่ยว​นานาชาติ” สำหรับ​นักศึกษา​มหาวิทยาลัย​จีน-อาเซียน​ โดยมหาวิทยาลัย​การท่องเที่ยว​กุ้ยหลิน​ และคณะกรรมการ​บริหาร​เมือง​ชายฝั่งกัมพูชา​

ปารัชญ์ ไชย​เวช ​/ สรุป
ศุภณัฐ​ วัฒนมงคล​ลาภ / ถ่ายภาพ​

นายกรัฐมนตรีตรวจเยี่ยมศูนย์ให้บริการผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดอุบลราชธานี รวมพลังอาชีวะเมืองดอกบัว

(15 ตุลาคม 2564) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เยี่ยมให้กำลังใจ มอบกล่องธารน้ำใจ และมอบความห่วงใยให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีนายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และคณะผู้บริหารจากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา อาชีวศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี และอาชีวศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ ให้การต้อนรับ ณ ศาลาประชาวาริน อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา ที่ได้ช่วยเหลือประชาชนในยามเกิดภัยพิบัติ

ขณะที่ รมว.ศธ.กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ กระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นำทีมศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชุน (Fix It Center) จัดตั้งจุดบริการเพื่อบรรเทาภัย และช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัย โดยให้เตรียมพร้อม และจัดทำแผนการให้ความช่วยเหลือประชาชนทุกพื้นที่ หากเกิดภัยพิบัติในที่ต่าง ๆ ซึ่งนอกจากได้ช่วยเหลือประชาชนแล้ว นักเรียนนักศึกษายังได้ใช้ช่วงวิกฤต สร้างโอกาส และประสบการณ์ในการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง  ซึ่งเป็นการส่งเสริม พัฒนาให้นักเรียน นักศึกษา ได้นำความรู้ ความสามารถ ทักษะในวิชาชีพสาขาวิชาต่าง ๆ มาใช้ มีจิตอาสา และเสริมทักษะชีวิต และการช่วยเหลือประโยชน์ต่อสังคม

อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ศูนย์ Fix It Center จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด ตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ควบคู่ไปด้วยกัน

เลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า นักเรียนนักศึกษาอาชีวะได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยให้บริการซ่อมแซมเครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือนและอุปกรณ์อื่น ๆ สำหรับการประกอบอาชีพของประชาชนที่ชำรุดเสียหายจากภัยน้ำท่วม นอกจากนี้ยังจัดทำอาหารกล่อง จำนวน 250 กล่อง พร้อมน้ำดื่ม จำนวน 600 ขวด แจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบภัยในครั้งนี้ด้วย

ข้อมูลฉีดวัคซีนนักเรียน ฉีดแล้ว 8.2 แสนคน ไม่ประสงค์ฉีด 1.3 ล้านคน

น.ส.ตรีนุช  เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงความคืบหน้าการฉีดวัคซีนนักเรียน อายุ 12-18 ปี มีนักเรียนที่ได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้ว 820,718 ราย คิดเป็น 22.05% ถือว่าการฉีดวัคซีนยังเป็นไปตามแผนที่กำหนด ขณะเดียวกันยังมีรอบเก็บตก สำหรับเด็กที่ตัดสินใจฉีดภายหลัง เพราะมีวัคซีนเตรียมไว้เพียงพอสำหรับเด็กอยู่แล้ว

ส่วนกรณีการจัดสรรชุดตรวจการติดเชื้อโควิด 19 ที่สามารถทดสอบได้ในเบื้องต้น (Antigen Test Kit : ATK) สำหรับสถานศึกษานั้น ได้มอบหมายให้นายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ. หารือกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อวางแนวทางร่วมกัน อาจจะเป็นการสุ่มตรวจในพื้นที่เสี่ยง หรือชุมชนที่มีการระบาดอย่างหนัก ไม่ได้ปูพรมเหมือนกันทั้งหมด

สำหรับข้อมูล ณ วันที่ 12 ตุลาคม 2564 นักเรียนนักศึกษาที่ประสงค์ฉีดวัคซีน จำนวน 3,722,806 ราย จากจำนวนนักเรียนที่มีสิทธิ์ฉีดทั้งหมด 5,067,173 ราย โดยตัวเลขนักเรียนที่ประสงค์ไม่ฉีดวัคซีน จำนวน 1,344,367 ราย คิดเป็น 26.53% รายละเอียดดังนี้

  • ภาคเหนือ นักเรียนที่มีสิทธิ์ฉีดวัคซีน 425,535 ราย ประสงค์ฉีดวัคซีน 312,361 ราย ไม่ประสงค์ฉีดวัคซีน 113,174 ราย  ฉีดวัคซีนแล้ว 61,574 ราย
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  นักเรียนที่มีสิทธิ์ฉีดวัคซีน จำนวน 1,670,766 ราย ประสงค์ฉีดวัคซีน 1,140,931 ราย  ไม่ประสงค์ฉีดวัคซีน 529,835 ราย ฉีดวัคซีนแล้ว 285,816 ราย
  • ภาคตะวันออก นักเรียนที่มีสิทธิ์ฉีดวัคซีน 374,481 ราย ประสงค์ฉีดวัคซีน 303,244 ราย ไม่ประสงค์ฉีดวัคซีน 71,237 ราย ฉีดวัคซีนแล้ว 103,019 ราย
  • ภาคตะวันตก นักเรียนที่มีสิทธิ์ฉีดวัคซีน 257,116 ราย ประสงค์ฉีดวัคซีน 188,775 ราย ไม่ประสงค์ฉีดวัคซีน 68,314 ราย ฉีดวัคซีนแล้ว 39,614 ราย
  • ภาคกลาง นักเรียนที่มีสิทธิ์ฉีดวัคซีน 1,552,697 ราย ประสงค์ฉีดวัคซีน1,168,555 ราย ไม่ประสงค์ฉีดวัคซีน 384,142 ราย ฉีดวัคซีนแล้ว 217,046 ราย
  • ภาคใต้ นักเรียนที่มีสิทธิ์ฉีดวัคซีน 786,578 ราย ประสงค์ฉีดวัคซีน 608,940 ราย ไม่ประสงค์ฉีดวัคซีน 177,638 ราย ฉีดวัคซีนแล้ว 113,649 ราย

รายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.matichon.co.th/education/news_2987144

WordPress.com.

Up ↑