ปลัด ศธ.เปิดโครงการ “กระทรวงศึกษาธิการสัญจร จ.ราชบุรี” ฝากขับเคลื่อนการศึกษา พัฒนาทักษะอาชีพ ทักษะการดำรงชีวิต ตอบโจทย์พื้นที่ เติมเต็มเด็กให้เติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีศักยภาพ

17 กันยายน 2565, จังหวัดราชบุรี / ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดโครงการกระทรวงศึกษาธิการสัญจร จังหวัดราชบุรี ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก รวม 26 จังหวัด ณ โรงแรม ณ เวลา อำเภอเมืองราชบุรี ระหว่างวันที่ 16-18 กันยายน 2565

นายวีระ แข็งกสิการ รองปลัด ศธ. กล่าวรายงานว่า สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหน่วยงานหลักจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย กำหนดแนวทางการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ รวมทั้งการติดตามประเมินผลความสำเร็จของการดำเนินงานในภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้จัดทำโครงการกระทรวงศึกษาธิการสัญจรในพื้นที่ตามภาคภูมิศาสตร์ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อติดตามผลการดำเนินงาน พร้อมทั้งรับฟังปัญหา อุปสรรค ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับการนำนโยบายการศึกษาไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่

โดยมีกิจกรรมสำคัญ คือ การให้ผู้บริหารระดับสูงได้ลงพื้นที่สร้างความรู้ ความเข้าใจ ตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานจากสภาพจริง สถานที่จริง รวมทั้งรับฟังปัญหาอุปสรรคและข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการขับเคลื่อนนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการไปสู่การปฏิบัติ จากผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยได้ลงพื้นที่เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2565 แบ่งเป็น

  • สายที่ 1 นำโดยนายธนู ขวัญเดช รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมโรงเรียนอนุบาลเมืองราชบุรีและวิทยาลัยการอาชีพปากท่อ
  • สายที่ 2 นำโดยนายธีร์ ภวังคนันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมโรงเรียนราชโบริกานุเคราะห์และโรงเรียนปากท่อพิทยาคม
  • สายที่ 3 นำโดยนายสุทิน แก้วพนา รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมวิทยาลัยการอาชีพบ้านโป่งและโรงเรียนวัดโพธิ์บัลลังก์

ทั้งนี้ การดำเนินโครงการกระทรวงศึกษาธิการสัญจร ได้ดำเนินงานมาแล้ว 3 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 ภาคเหนือ ณ จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ จังหวัดนครพนม ครั้งที่ 3 ภาคใต้และภาคใต้ชายแดน ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 4 จัดขึ้น ณ จังหวัดราชบุรี มีระยะเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 16-18 กันยายน 2565 ครอบคลุมพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก รวม 26 จังหวัด โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ผู้เข้าร่วมโครงการ เป็นผู้บริหารและบุคลากรของหน่วยงานในสังกัด ทั้งในส่วนกลางและระดับพื้นที่ รวมทั้งสิ้น 210 คน

ความคาดหวังจากโครงการในครั้งนี้ คือ ได้รับทราบข้อมูลความสำเร็จ และปัญหาอุปสรรคของการดำเนินงานในระดับพื้นที่อย่างแท้จริง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นประโยชน์และมีความสำคัญกับการพิจารณากำหนดนโยบายและจุดเน้นการดำเนินงานในปีถัดไป ทำให้มีความชัดเจน เป็นรูปธรรม สอดคล้องกับประเด็นความต้องการพัฒนา และสภาพปัญหาอุปสรรคของหน่วยปฏิบัติในระดับพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ. กล่าวเปิดโครงการว่า การจัดการศึกษาของประเทศไทยมีหลายระดับ ส่วนใหญ่ที่เห็นร่วมกันคือระดับชั้นประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาเป็นพื้นฐาน เพื่อส่งออกไปยังระดับชั้นที่สูงขึ้น และไปยังตลาดแรงงานเบื้องต้น ขณะที่ปัจจุบันมีแนวโน้มในการสร้างทักษะที่เหมาะสม มีความยืดหยุ่น ทักษะระหว่างเรียน ทักษะในความเป็นมนุษย์ที่จะนำมาแทรกในหลักสูตรมากยิ่งขึ้น ทำให้การดำเนินการแต่ละพื้นที่จะมีความพิเศษแตกต่างกัน ซึ่ง ศธ.สัญจรก็จะเข้ามาช่วยสนับสนุนและเรียนรู้ไปพร้อมกัน

ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ขอขอบคุณทุกหน่วยงานทุกสถานศึกษาที่พยายามขับเคลื่อนการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดภายใต้สถานการณ์โควิด 19 ซึ่งวันที่ 1 ตุลาคมนี้ สถานการณ์จะมีความเปลี่ยนแปลง เชื่อว่าจะช่วยให้การทำงานง่ายและคล่องตัวยิ่งขึ้น พร้อมทั้งขอขอบคุณเพื่อนข้าราชการ เพื่อนครูทุกท่าน ที่มาร่วมรับฟังแลกเปลี่ยนเสนอความคิดเห็นบนเวทีแบบนี้ ถือเป็นองค์ความรู้หนึ่งที่ส่งต่อได้อย่างกว้างไกล

ภายหลังพิธีเปิด ปลัด ศธ. พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง ศธ. ร่วมแถลงข่าวการลงพื้นที่โครงการ “ศึกษาธิการสัญจร จังหวัดราชบุรี” และมอบแนวทางการขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ตามนโยบาย ศธ.

ปลัด ศธ. ให้สัมภาษณ์ว่า การลงพื้นที่ ศธ.สัญจร ครั้งที่ 4 จังหวัดราชบุรีในครั้งนี้ สิ่งที่อยากย้ำหน่วยงานพื้นที่ และทั่วประเทศ ให้ขับเคลื่อนการศึกษาเน้นจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ นักเรียนมีทักษะอาชีพทั่วไป แต่เป็นทักษะอาชีพที่เหมาะสมกับตลาดงานและบริบทในพื้นที่ ซึ่ง ศธ.ได้เริ่มนโยบายนี้มาตั้งแต่ปี 2554 เป็นการศึกษาที่ฝึกฝนพัฒนาคน พัฒนาผู้เรียน ให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ มีสติปัญญา ความรู้คุณธรรม จริยธรรม ในการดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข โดยเฉพาะการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพราะเป็นการศึกษาขั้นที่ประชาชนไทยมีสิทธิและโอกาสในการเข้าถึงมากที่สุด จึงต้องกำหนดแนวทางในการจัดการเพื่อให้ผู้เรียนเห็นช่องทางในการประกอบอาชีพที่ก่อให้เกิดรายได้สำหรับดำรงชีพได้เร็วและชัดเจนที่สุด

ปัจจุบันสิ่งที่ ศธ.ได้พยายามผลักดันมากว่าสิบปี ได้เริ่มมีการผลิดอกออกผล สถานศึกษาในสังกัด ศธ.ทั่วประเทศ ส่วนใหญ่ได้เริ่มขับเคลื่อนการจัดการเรียนการสอนในเรื่องนี้ เพราะทักษะอาชีพ ทักษะการดำรงชีวิต เป็นสิ่งที่เติมเต็มสำหรับเด็กและเยาวชนไทยที่ต้องเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีศักยภาพ จนกว่าจะมีอายุประมาณ 80 ปี ซึ่งเป็นอายุเฉลี่ยของประชาชนชาวไทย หรือพูดง่าย ๆ การจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ สร้างคนให้เป็นมนุษย์ที่คุณค่าตราบจนสิ้นอายุขัย

นอกจากนี้ แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม ประชากร พลังงานและสิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์ ที่มีการเคลื่อนย้ายคน เงิน เทคโนโลยี ข้อมูล ข่าวสารและความรู้อย่างเสรี ทำให้การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานและการเรียนรู้ต้องมีพลังในการก่อให้เกิดผลอย่างสร้างสรรค์ และในฐานะที่การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นส่วนหนึ่งของระบบการพัฒนาประเทศจะต้องเชื่อมโยงกับการพัฒนาด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และภาคบริการ โดยเฉพาะการจ้างงาน ต้องขอบคุณการอาชีวศึกษาที่จัดการศึกษาให้เชื่อมโยงกับสถานศึกษาระดับมัธยมฯ โดยปรับแนวทางการจัดการเรียนการสอนจาก Block Course เป็นรายวิชาให้เหมาะสมกับนักเรียนชั้น ม.ปลาย พร้อมส่งเสริมให้มีการทดลองปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการหลายแห่งทั่วจังหวัดราชบุรี

ปารัชญ์ ไชยเวช, อานนท์ วิชานนท์ / ข่าว
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า, สมประสงค์ ชาหารเวียง, ณัฐพล สุกไทย / ภาพ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Website Built with WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: