ปลัด ศธ. ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำงานกับผู้บริหาร และปิดการประชุมกระทรวงศึกษาธิการ สัญจร จ.สุราษฎร์ธานี

26 มีนาคม 2565 – นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีปิดโครงการกระทรวงศึกษาธิการ สัญจร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมนำข้อเสนอแนะการทำงานในพื้นที่ กลับไปประยุกต์ใช้พัฒนาการศึกษาให้เกิดประสิทธิภาพ ณ โรงแรมโนราบุรี รีสอร์ท แอนด์ สปา อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ภาพการประชุมวันที่ 26 มีนาคม 2565 FB ศธ.360 องศา

นายวิลาศ ชูช่วย รองศึกษาธิการจังหวัดพัทลุง กล่าวถึงโครงการพาน้องกลับมาเรียนว่า มีรายชื่อเด็กหลุดออกจากระบบ 98 คน มีการตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อประมวลข้อมูลทุกสังกัดแล้ว คาดว่าเดือนมีนาคมจะติดตามกลับมาเข้าระบบได้ครบ 100% จากนั้นจะนำข้อมูลนักเรียนที่ไม่สามารถติดตามกลับมาได้จริง ๆ เข้าที่ประชุมขับเคลื่อนระดับจังหวัด ปัญหาที่พบในการทำงาน คือ เมื่อประสานไปหน่วยงานระดับท้องถิ่นแล้วปรากฏว่าไม่ทราบนโยบายพาน้องกลับบ้าน จึงได้มีการทำความเข้าใจเพื่อดำเนินงานร่วมกันต่อไป ส่วนเรื่องสถานศึกษาปลอดภัยได้ตั้งศูนย์ Moe Safety Center มีเจ้าหน้าที่ดูแลเรียบร้อย ขณะนี้ยังไม่มีการรายงานสถานการณ์แจ้งเข้ามาในระบบ

นายสันติภัทร โคจีจุล ศึกษาธิการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ได้นำนโยบายพาน้องกลับมาเรียนเข้าสู่ที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้กำชับให้นายอำเภอเอาใจใส่ให้ความร่วมมือ อำนวยความสะดวกและส่งผู้แทนไปร่วมด้วยเมื่อมีการลงพื้นที่ เพื่อรับทราบและแก้ปัญหาร่วมกัน มีแอปพลิเคชันติดตามเด็กที่หลุดออกจากระบบให้โรงเรียนส่งข้อมูลเข้ามา ทำให้ทำงานได้คล่องตัวขึ้น ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลจากทุกสังกัดโดยจะสรุปข้อมูลทั้งหมดได้ในวันที่ 20 เมษายนนี้

ด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา มีการประสานกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และได้ออกแบบระบบติดตามช่วยเหลือ โดยเฉพาะเรื่องอุบัติภัยต่าง ๆ ให้โรงเรียนสามารถเข้าไปรายงานความเสียหายของสถานศึกษาและนักเรียนได้ ซึ่งระบบเป็นแบบเรียลไทม์ส่งข้อมูลถึงสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ช่วยดูแลประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนมีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในด้านปัญหาสังคมสำหรับดูแลนักเรียนในทุกสังกัด

นายอาคม สุชาติพงษ์ ศึกษาธิการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ภาพรวมทุกสังกัดของโครงการพาน้องกลับมาเรียนมีเด็กหลุดออกจากระบบไป 1,080 คน สามารถติดตามกลับมาได้แล้ว 600 คนคิดเป็น 55.55% ปัญหาคือการติดตามมีความยุ่งยากเนื่องจากความกังวลเรื่องของการแพร่เชื้อ Covid-19 อย่างไรก็ตามแต่ละหน่วยงานพยายามร่วมมือกันเป็นอย่างดีและมั่นใจว่าจะดำเนินการได้สำเร็จ

ส่วนนโยบายความปลอดภัยในสถานศึกษา ตัวเลขการฉีดวัคซีนให้กับนักเรียนอายุ 12-18 ปี ยังไม่ได้รับวัคซีนเพียง 2% ส่วนครูยังไม่ได้รับวัคซีน 3% และในกลุ่มเด็กอายุ 5- 12 ปี มีจำนวนรับวัคซีนไปแล้ว 14% โดยจะเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว ด้านระบบ Moe Safety Center มีการประชุมชี้แจงสร้างการรับรู้ให้ครูและผู้ดูแลระบบในสังกัดเรียบร้อยแล้ว สามารถพัฒนาประสิทธิภาพความปลอดภัยของนักเรียน ดูแลทางด้านจิตใจ ด้านอุบัติภัย ยาเสพติด เหตุการณ์อุบัติใหม่ ตลอดจนโรงเรียนส่งเสริมให้โรงเรียนเข้าร่วมประกวดสถานศึกษาปลอดภัย ขณะเดียว ศธจ.ได้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการที่ดูแลความปลอดภัยด้านต่าง ๆ และนำแจ้งผลการประชุมไปยังสถานศึกษาทุกเดือนเพื่อขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน

นายนันท์ สังข์ชุม ศึกษาธิการจังหวัดพังงา กล่าวว่า จังหวัดพังงาดำเนินนโยบายพาน้องกลับมาเรียน พบว่ามีเด็กในสังกัดโรงเรียนเอกชนหลุดออกจากระบบ 25 คน กำลังเร่งดำเนินการติดตามอยู่ คาดว่าข้อมูลทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 8 เมษายน และจะรายงานให้หน่วยงานในสังกัด สช.รับทราบภายในวันที่ 16 พฤษภาคม ขณะที่นโยบายความปลอดภัยสถานศึกษา ได้ตั้งศูนย์ความปลอดภัยระดับสำนักงาน ตั้งคณะทำงานดำเนินการ มีเจ้าหน้าที่ดูแลระบบ และแจ้งไปยังโรงเรียนเอกชนทราบด้วย

นายพิทยา เพชรรักษ์ ศึกษาธิการจังหวัดยะลา กล่าวว่า จังหวัดยะลาเป็นจังหวัดนำร่องจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ขับเคลื่อนนโยบายนำเด็กเข้าสู่ระบบมาก่อนแล้ว เป็นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา ตั้งคณะกรรมการทำงานขับเคลื่อนร่วมกัน ซึ่งดำเนินการไปแล้ว 4 อำเภอ ก่อนหน้านี้งบประมาณของ กสศ.จะดูแลเฉพาะเด็กนอกระบบ แต่ขณะนี้ได้ปรับมาดูแลเด็กในระบบร่วมด้วยแล้ว มีเด็กได้รับความช่วยเหลือ 4,000 คน ส่วนเป้าหมายการติดตามเด็กหลุดออกนอกจากระบบมีจำนวน 1,037 คน ตามกลับมาได้แล้ว 366 คน และกำลังเร่งดำเนินการต่อ ตลอดจนมีแนวทางส่งเสริมให้เด็กได้เรียนตามความถนัดและประกอบอาชีพที่ยั่งยืน

การดำเนินงานความปลอดภัยในสถานศึกษา ได้ร่วมกับสำนักงานสวัสดิการคุ้มครองแรงงานในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ปัญหาหลักคือเรื่องของภัยจากโซเชียลมีเดีย การติดเกม ที่อาจจะยังดูแลไม่ทั่วถึง ทั้งนี้มีการประเมินโรงเรียน 13 แห่ง เป็นโรงเรียนความปลอดภัยสูงและได้มอบรางวัลให้ด้วย

นายชาร์รีฟท์ สือนิ ศึกษาธิการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ในโครงการพาน้องกลับมาเรียนได้ติดตามค้นหาร่วมกับหน่วยงานทุกสังกัด มีการส่งเสริมการใช้ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนและตั้งศูนย์ช่วยเหลือในโรงเรียนทุกระดับ ทุกสังกัด จากข้อมูลพบว่ามีเด็กหลุดออกจากระบบ 1,474 คน ติดตามกลับมาได้แล้ว 1,102 คน ส่วนที่เหลือยังต้องเร่งช่วยกันต่อไป

เรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษาได้ตั้งศูนย์อยู่ที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด มีบทบาทการจัดทำแผนความปลอดภัยให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา พัฒนาระบบสารสนเทศร่วมกับพื้นที่ สร้างเจตคติที่ดีต่อนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีช่องทางรับร้องทุกข์และติดตามผล 4 ช่องทางได้แก่ ทางเว็บไซต์ http://www.moesafetycenter.com, Application Mobile, Application LINE และ Call Center ซึ่งการดูแลความปลอดภัยจะมีอยู่ 4 รูปแบบ คือ ภัยกับมนุษย์ อุบัติเหตุ การละเมิดสิทธิ์ และผลกระทบจากโควิด-19 มีหลักการทำงานที่เน้น ป้องกัน ปลูกฝัง ปราบปราม เพื่อช่วยเหลือนักเรียน ครูและบุคลากรในทุกสังกัด รวมทั้งสร้างการรับรู้อย่างกว้างขวาง

นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การประชุมในวันนี้มีหลายประเด็นที่ต้องนำกลับไปทบทวน ในเรื่องของมาตรการตามนโยบายเร่งด่วนเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษานั้น อยากเห็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ในสถานศึกษา โดยต้องให้ความปลอดภัยกับนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกด้าน จากที่รับทราบในวันนี้จังหวัดภาคใต้ทำได้ดีมากทุกสังกัด แต่ผู้บริหารกับครูต้องทำความเข้าใจกันให้มากขึ้น เนื่องจากมีวิธีทำงานที่หลากหลายและมีข้อจำกัดหลายเรื่องที่ต่างไปจากเดิมในการร่วมกันทำงาน

ในส่วนของโครงการ “ตามน้องกลับมาเรียน” กรณีที่หน่วยงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่ทราบเรื่อง คิดว่าเป็นผลจากที่โครงการนี้เป็นความร่วมมือของ 11 กระทรวง อาจเนื่องจากในส่วนของหน่วยงานนั้นเองยังประชาสัมพันธ์กันไม่ทั่วถึง ทั้งนี้บทบาทของ ศธ.มีหน้าที่ประสาน ส่งเสริม สนับสนุนให้โครงการบรรลุผลสำเร็จ เราจึงต้องเร่งเชื่อมโยงและกระตุ้นให้ทุกฝ่ายเข้ามาช่วยกันทำงานให้สำเร็จ ทั้งนี้ในส่วนของภาคใต้มีความพึงพอใจกับตัวเลขที่ได้ดำเนินการเห็นการทำงานที่เข้มแข็ง ขอให้ช่วยกันติดตามเร่งรัด กระตุ้น วางแผนการดำเนินงานโดยเฉพาะในสถานศึกษาต้องได้รับการกระตุ้นมากที่สุด

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่อยากฝากเป็นโจทย์ไว้คือ เรื่องของหนี้สินครู ซึ่งการดำเนินการของ ศธ.ในครั้งนี้ทำได้ใกล้เคียงกับทางออกของปัญหาที่ตั้งไว้ คือหลายหน่วยงานพร้อมให้ความช่วยเหลือ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือตัวบุคคลต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ได้จึงจะเกิดผลที่ยั่งยืน ตลอดจนฝากให้ข้อคิดเห็นว่า ทำอย่างไรให้ทีมงานมีพลัง มีจิตสำนึกในการทำงาน ซึ่งอาจจะทำไม่ได้ทุกคนแต่ก็ต้องรับผิดชอบให้ได้ ขอผู้บริหารดูแลให้ดี สามารถให้มีความยืดหยุ่น ความอิสระในการทำงาน แต่ผลงานที่ได้ต้องมีคุณภาพ

ปลัด ศธ. กล่าวด้วยว่า การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในวันนี้มีประโยชน์มาก สะท้อนข้อมูลในสิ่งที่กระทรวงต้องนำกลับไปประยุกต์ใช้ให้ดีขึ้น ซึ่งในคราวต่อไปอยากให้ครูและผู้บริหารสถานศึกษาได้มีเวทีได้มาพูดคุยเรียนรู้กันด้วย สำหรับวันนี้เชื่อว่าหลายคนได้เทคนิคในการทำงานด้านต่าง ๆ กลับไปใช้ รวมถึงขอแจ้งให้ทราบว่าช่วงเปิดเทอมเดือนมิถุนายน เด็กกลุ่มมัธยมศึกษา อายุ 12-18 ปี จะต้องได้รับวัคซีน Booster Dose แล้ว ซึ่งทาง ศธ.จะเร่งดำเนินการให้ และขอขอบคุณทุกคนมาในโอกาสนี้.

ภาพการประชุมวันที่ 26 มีนาคม 2565 FB ศธ.360 องศา

ปารัชญ์ ไชยเวช / สรุป
ปกรณ์ เรืองยิ่ง, ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ถ่ายภาพและวีดิทัศน์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: