‘ครูโอ๊ะ’ ตรวจเยี่ยมศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพฯ ปัตตานี รับฟังทุกปัญหา พร้อมนำไปผลักดันแก้ไขให้ยั่งยืน

ครูโอ๊ะ’ เยี่ยมศูนย์ฝึกฯ ปัตตานี พร้อมปลูกต้นรวงผึ้ง ยกการศึกษาไทยเฉกเช่นกิ่งก้าน-สาขาพัฒนาคนไทย เผยลงพื้นที่ภาคใต้มากกว่าภาคอื่น ทำให้เข้าใจปัญหา ลั่นพร้อมลุยทลายทุกข้อจำกัด พร้อมนำไปผลักดันแก้ไขพัฒนาระยะยาว สร้างขวัญกำลังใจและความยั่งยืนอย่างเต็มที่

เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม 2563 เวลา 10.00 น.นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ. นายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ. ตรวจเยี่ยมศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนปัตตานี (ศฝช.) อำเภอหนองจิก จ.ปัตตานี

โดยมี นายนิติ วิวัฒน์วานิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นางวัชรีภรณ์ โกสินเจริญชัย ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาเครือข่าย สำนักงาน กศน. ผู้แทนเลขาธิการ กศน. นายโชคดี ศรัทธากาล ศึกษาธิการจังหวัดปัตตานี นายอุดร สิทธิพาที ผอ.กศน.จังหวัดปัตตานี และประธานกลุ่มสำนักงาน กศน.จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนนักเรียนนักศึกษา เจ้าหน้าที่ บุคลากรและประชาชน ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมทั้งร่วมปลูกต้นรวงผึ้ง ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำรัชกาลที่ 10

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า จากการเยี่ยมชมศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนปัตตานี และเปิดกิจกรรมตลาดนัดการเรียนรู้ ซึ่งมีผลงานและผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่น โดยเฉพาะวิถีชีวิตของชาวบ้าน ทั้งในเรื่องการสอนและฝึกทำกรงนกเขาที่มีอายุยาวนานและมูลค่าสูง ตลอดจนการเลี้ยงนกเขา ให้เติบโต สวยงาม และมีเสียงไพเราะ ซึ่งช่วยสร้างรายได้เพิ่มถึงปีละ 300,000 บาท, อาหารคาวหวาน อาทิ กล้วยฉาบ ที่เกิดจากผลผลิตใน ศฝช. ด้านการน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ และจะพัฒนาต่อยอดสู่การรับรองอาหารฮาลาล พร้อมเตรียมเชิญวิทยากรที่มีความรู้เกี่ยวกับอาหารในระดับนานาชาติ มาร่วมสอนเพิ่มเติม เช่นเดียวกับกระถางต้นไม้จากวัสดุเหลือใช้ อาทิ ล้อยางรถยนต์ต่างๆ สร้างรายได้เสริมแก่ประชาชนกว่า 300 บาทต่อวัน, ผ้าบาติกพื้นบ้าน ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น บ่งบอกถึงความเป็นปักษ์ใต้ ที่จะต่อยอดและออกแบบให้มีความทันสมัยมากขึ้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เกิดจากความมั่นใจของผู้เรียนที่มาอบรมกับ ศฝช. นอกจากจะได้รับการพัฒนาเรียนรู้แล้ว ยังทำให้มีอาชีพและมีรายได้เพิ่มมากขึ้นด้วย

ในส่วนของการรับฟังปัญหาและความต้องการ มีประเด็นหลักในเรื่องของการขาดแคลนบุคลากร เนื่องจากบุคลากรผ่านการคัดเลือกได้บรรจุเป็น “ครูผู้ช่วย” ทั้งในส่วนของ กศน. และ สพฐ. จึงจำเป็นต้องสรรหาบุคลากรมาทดแทน และเพื่อทำให้งานขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงจำเป็นต้องขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม จากเดิมที่ได้รับงบดำเนินการ 6 แสนบาท ซึ่งยังไม่เพียงพอและไม่มีความคล่องตัวในการดำเนินงานตามพันธกิจ ครูโอ๊ะจึงรับไป เพื่อหาแนวทางตั้งงบประมาณในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 เพิ่มมากขึ้น โดย ศฝช.จะต้องจัดทำรายละเอียด พร้อมเหตุผลความจำเป็นที่ชัดเจน สนับสนุนการพิจารณางบประมาณของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ในส่วนของการปรับพื้นที่ตรงนี้ ซึ่งเป็นที่ลุ่มรับน้ำ ทำให้มีทางระบายน้ำรองรับปริมาณน้ำในช่วงหน้าฝนและมรสุม ได้ประสานขอความอนุเคราะห์จากรองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี สำหรับเครื่องจักรขนาดใหญ่ในการปรับพื้นที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นการบูรณาการทำงานภายในจังหวัดปัตตานีอย่างเหนียวแน่น ในฐานะรัฐมนตรีที่รับผิดชอบดูแล กศน. ขอแสดงความขอบคุณ และรับที่จะหาแนวทางผลักดันเพื่อแก้ปัญหาในระยะยาวต่อไป

“พี่น้องในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ คงได้เห็นถึงความจริงใจและความตั้งใจของครูพี่โอ๊ะ ที่ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาของคนไทยทุกช่วงวัยในทุกบริบท ของหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแล ซึ่งพื้นที่ภาคใต้เป็นพื้นที่ที่เดินทางมากที่สุดในประเทศไทย มากกว่าภาคอื่น ๆ โดยเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนใต้ จึงทำให้เข้าใจปัญหาจากการมาเห็นสภาพและมาสัมผัสด้วยตัวเอง และขอขอบคุณทุกกำลังใจของพี่น้องชาวใต้ และการทำงานสนองนโยบาย ทั้งยังนำเสนอข้อคิดเห็นต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานร่วมกัน” นางกนกวรรณ กล่าว

ดังนั้น สิ่งแรกที่ครูโอ๊ะได้ช่วยทลายก็คือ การจัดสรรอัตราข้าราชการครู ครูผู้ช่วย กศน. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับครูในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จะได้มีครูผู้ช่วยที่เป็นคนในพื้นที่และทำงานอยู่ในพื้นที่เป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ในส่วนของการสะท้อนสภาพปัญหาและเรื่องต่าง ๆ รับที่จะนำไปขับเคลื่อนให้เกิดประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ และขอให้สันติสุขจงมีแก่ทุกคน

อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ปลูกต้นรวงผึ้งแล้ว ก็ขอให้บำรุงดูแลให้เกิดความเจริญงอกงาม แข็งแรงสมบูรณ์ แผ่กิ่งก้านสาขา เสมือนการศึกษาไทยที่ช่วยพัฒนาคนไทย ไม่ว่าจะศาสนาใด เราก็อยู่ใต้ร่มพระบารมีของพระมหากษัตริย์ไทยเดียวกัน

จันทนา เชียงทอง: สรุป
นวรัตน์ รามสูต: เรียบเรียง
สถาพร ถาวรสุข: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.ศธ.: รายงาน
24/12/2563