ผลการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ครั้งที่ 12/2563

(23 ธันวาคม 2563) ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจากนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ครั้งที่ 12/2563 ณ ห้องประชุมวิเวก ปางพุฒิพงศ์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)

1 เห็นชอบร่างระเบียบฯ คณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนนอกระบบ ระดับจังหวัด

ที่ประชุมเห็นชอบ ร่างระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนนอกระบบ ระดับจังหวัด พ.ศ. …. เพื่อทำหน้าที่ประสานและส่งเสริมการจัดการศึกษาและการพัฒนาผู้บริหาร ครู ผู้สอน นักเรียน ของโรงเรียนนอกระบบในระดับจังหวัดให้มีประสิทธิภาพ คุณภาพ และมีความเป็นเอกภาพ โดยมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

  1. เสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหา และการพัฒนาการศึกษาเอกชนนอกระบบ ตลอดจนแนวทางในการส่งเสริมสนับสนุนสวัสดิการและสวัสดิภาพต่อ สช., สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด, สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด หรือหน่วยงานอื่นเกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี
  2. ประสานงานกับโรงเรียนเอกชนนอกระบบทุกประเภท และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาและส่งเสริมการพัฒนาผู้บริหาร ครู ผู้สอน และนักเรียนหรือผู้เรียน
  3. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ ปส.กช.นอกระบบ ระดับจังหวัดมอบหมาย
  4. ดำเนินการอื่นตามที่ สช., ศธจ., สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดมอบหมาย

2 เห็นชอบอุดหนุนทางการเงิน และให้ความช่วยเหลือด้านอื่น ให้แก่โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ในโครงการตามพระราชดำริฯ

ที่ประชุมเห็นชอบ การอุดหนุนทางการเงินและให้ความช่วยเหลือด้านอื่นให้แก่โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ในโครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยเตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติหลักการเพิ่มเติม 3 โรง ในจังหวัดนราธิวาส ได้แก่

  • โรงเรียนดาราวิทยา อำเภอระแงะ
  • โรงเรียนนราวิทย์อิสลาม อำเภอเมืองนราธิวาส
  • โรงเรียนสมานมิตรวิทยา อำเภอยี่งอ

ในปัจจุบัน มีโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในโครงการตามพระราชดำริฯ จำนวน 19 โรงเรียน

3 รายงานข้อมูลจำนวนโรงเรียนเอกชน เดือนธันวาคม 2563

ที่ประชุมรับทราบ รายงานข้อมูลจำนวนโรงเรียนเอกชน ประจำเดือนธันวาคม 2563 (ข้อมูล ณ วันที่ 21 ธันวาคม 2563) ทั้งในระบบและนอกระบบ จำนวนทั้งสิ้น 10,658 โรง ดังนี้

  • โรงเรียนในระบบ 3,975 โรง (จัดตั้งใหม่ 1 โรง)
    – ประเภทสามัญศึกษา 3,755 โรง (จัดตั้งใหม่ 1 โรง)
    – ประเภทนานาชาติ 220 โรง
    โรงเรียนนอกระบบ 7,683 โรง (จัดตั้งใหม่ 14 โรง, ปรับสถานะเปิดกิจการ(หยุดดำเนินกิจการมานาน แล้วมาเริ่มดำเนินกิจการต่อ) 29 โรง, เลิกกิจการ 8 โรง)
    – ประเภทสอนศาสนา 168 โรง
    – ประเภทศิลปะและกีฬา 566 โรง (ปรับสถานะเปิดกิจการ 4 โรง)
    – ประเภทวิชาชีพ 2,107 โรง (จัดตั้งใหม่ 7 โรง, ปรับสถานะเปิดกิจการ 13 โรง,เลิกกิจการ 5 โรง)
    – ประเภทกวดวิชา 1,941 โรง (จัดตั้งใหม่ 2 โรง,ปรับสถานะเปิดกิจการ 9 โรง,เลิกกิจการ 2 โรง)
    – ประเภทเสริมสร้างทักษะชีวิต 246 โรง (จัดตั้งใหม่ 5 โรง, ปรับสถานะเปิดกิจการ 3 โรง, เลิกกิจการ 1 โรง)
    – สถาบันศึกษาปอเนาะ 519 โรง
    – ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา)  2,136 โรง

4 รายงานการเพิกถอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ

ที่ประชุมรับทราบ รายงานการเพิกถอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ ซึ่งเข้าข่ายโดนเพิกถอน 2,421 โรง โดย สช.สั่งเพิกถอนใบอนุญาตในรอบที่ 1 (ภายในเดือนธันวาคม 2563) จำนวน 609 โรง

5 รายงานสถานการณ์สาธารณภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดภาคใต้

ที่ประชุมรับทราบ รายงานสถานการณ์สาธารณภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ทั้งสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัย ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 – ปัจจุบัน ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของหน่วยงาน และสถานศึกษาในสังกัด ได้รับความเสียหายทั้งอาคาร สถานที่ วัสดุ-อุปกรณ์ สื่อการเรียนการสอนเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ครู บุคลากร นักเรียน นักศึกษา ได้รับความเดือดร้อน

ทั้งนี้ สช.ได้สำรวจข้อมูลความเสียหายเบื้องต้นของโรงเรียนเอกชนที่ประสบภัยพิบัติ 3 จังหวัด (นครศรีธรรมราช ปัตตานี พัทลุง) จำนวน 76 โรงเรียน มูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 3.7 ล้านบาท และจะรวบรวมข้อมูลความเสียหายของโรงเรียนเอกชนในพื้นที่ภาคใต้ 11 จังหวัด (ชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) เพื่อจัดทำคำของบประมาณ (งบกลาง) นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

6 รายงานผลการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาการจัดการศึกษาพิเศษ

ที่ประชุมรับทราบ รายงานผลการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาการจัดการศึกษาพิเศษ โดยมีนายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ.(กนกวรรณ วิลาวัลย์) เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ มีสาระสำคัญ

  • เห็นควรปรับอัตราเงินอุดหนุนรายบุคคลนักเรียนพิการในโรงเรียนเอกชน ในส่วนเงินอุดหนุนสมทบเงินเดือนครู โดยให้คำนวณตามอัตราส่วนครูต่อนักเรียนพิการ และเห็นควรปรับระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ว่าด้วยการกำหนดจำนวนครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนเอกชนในระบบ พ.ศ. 2551 เพื่อปรับอัตราส่วนครูต่อนักเรียนพิการในโรงเรียนเอกชน ให้สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานอัตรากำลังข้าราชการครู สังกัดกองการศึกษาเพื่อคนพิการ
  • การขอปรับเพิ่มเงินอุดหนุนตามโครงการเรียนฟรี 15 ปี ให้เน้นไปที่การปรับอัตราเงินอุดหนุนรายบุคคลนักเรียนพิการในโรงเรียนเอกชน ซึ่งจะสามารถช่วยโรงเรียนเอกชนที่จัดการศึกษาสำหรับนักเรียนพิการได้ค่อนข้างมาก ในส่วนของอุปกรณ์การเรียนให้ใช้กระบวนการขอรับเงินอุดหนุนสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา ซึ่งแต่เดิมจัดสรรให้แก่นักเรียนพิการคนละ 2,000 บาทต่อปี
  • การจัดสรรข้าราชการครู พนักงานราชการ มาปฏิบัติงานในโรงเรียนเอกชนเฉพาะความพิการ ให้เป็นไปตามกระบวนการที่ สช.ดำเนินการไปแล้ว โดยขออัตรากำลังจาก สพฐ. จำนวน 132 อัตรา

การประชุมครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วม อาทิ นายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ., นายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ., นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการ สกศ., นายกวินทร์เกียรติ นนธ์พละ รองเลขาธิการ กพฐ., นายสุทิน แก้วพนา รองปลัด ศธ., นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการ กช., ผู้แทนเลขาธิการ กอศ. ผู้แทนอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ผู้แทนจากสำนักงบประมาณ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนสมาคมจากภาคเอกชนซึ่งเป็นคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

การประชุมครั้งต่อไป กำหนดจัดประชุมในวันพุธที่ 27 มกราคม 2564 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
สมประสงค์ ชาหารเวียง / ภาพ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s