สป.ศธ.จัดการประชุมมอบนโยบายแนวทางการดำเนินงาน ให้กับ ศธภ./ศธจ.ทั่วประเทศ

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) จัดการประชุมมอบนโยบายแนวทางการดำเนินงานของ สป.ศธ. ให้กับศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด และผู้บริหารระดับสำนัก จำนวน 200 คน ระหว่างวันที่ 12-14 ธันวาคม 2563 ณ โรงแรมรอยัลริเวอร์ โดยปลัด ศธ.เป็นประธานเปิด พร้อมย้ำถึงการทำงานที่ตอบโจทย์ 2 ด้านที่สำคัญของ รมว.ศธ. คือ การศึกษายกกำลังสอง และแนวทางการพัฒนาการศึกษาประจำจังหวัด

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม 2563 ณ ห้องภาณุรังษี โรงแรมรอยัลริเวอร์ กรุงเทพฯ – นายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ. กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมว่า World Bank 2020 ได้รายงานข้อมูลต้นเหตุความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของไทย มีสาเหตุหลายด้าน คือ การกระจายทรัพยากรยังไม่ถูกจุด การขาดแคลนและการจัดอัตรากำลังในพื้นที่ชนบท การเข้าไม่ถึงอุปกรณ์การศึกษาที่มีคุณภาพ ขาดการใช้ทรัพยากรร่วมกันของสถานศึกษา โดยมีข้อเสนอให้มีการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กในชนบท เพื่อบริหารจัดการและควบคุมค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ นโยบาย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศธ. ที่ต้องการยกระดับคุณภาพการศึกษา ด้วยการขับเคลื่อนตามโมเดล ‘การศึกษายกกำลังสอง’ ที่ต้องการให้การศึกษาต้องมีความยืดหยุ่นเท่าทันกับบริบทภายนอก และกระแสโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สามารถพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศที่ตอบโจทย์ความต้องการของสังคมและตลาดได้ ซึ่งจะต้องมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาศักยภาพบุคคลสู่ความเป็นเลิศในแบบฉบับของแต่ละคน

นอกจากยุทธศาสตร์ดังกล่าวแล้ว รมว.ศธ.ยังได้เน้นให้หน่วยงานในสังกัดพิจารณา ‘แนวทางการพัฒนาการศึกษาประจำจังหวัด’ โดยให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) เป็นฝ่ายเลขานุการ เพื่อร่วมขับเคลื่อนงานตามนโยบายระดับพื้นที่ ด้วย 3 แนวทางที่สำคัญ คือ

  • แนวทางที่ 1 การพัฒนาโรงเรียนคุณภาพให้ชุมชน
  • แนวทางที่ 2 การเพิ่มการลงทุนเพื่อยกระดับโรงเรียนสำหรับโรงเรียนที่สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ (Stand Alone และโรงเรียนขนาดกลาง)
  • แนวทางที่ 3 พัฒนาโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง

ทั้งนี้ รมว.ศธ.ได้กำหนด 4 จังหวัดนำร่องเป็นต้นแบบการพัฒนาการศึกษาประจำจังหวัด คือ ภูเก็ต สมุทรสงคราม หนองคาย และลำพูน โดยแนวคิดที่ ศธจ.ต้องรับโจทย์ไปร่วมวางแผนดำเนินการและประสานภายในพื้นที่ คือ เพื่อให้โรงเรียนในพื้นที่มีคุณภาพที่ดีมีมาตรฐาน ไม่ต้องการให้โรงเรียนมีขนาดใหญ่มากเกินไป จำนวนนักเรียนไม่ควรเกิน 2,000 คน และจะทำอย่างไรให้มีโรงเรียนคุณภาพดีกระจายไปในทุกภูมิภาคให้มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ “ภูเก็ตโมเดล” เป็นจังหวัดนำร่องแห่งแรก ซึ่ง รมว.ศธ.ได้ลงพื้นที่โรงเรียนในสังกัด สพป.49 โรงเรียน และ สพม.7 โรงเรียนแล้ว (รวมทุกสังกัด รวมทั้ง อบจ.มี 129 แห่ง) โดยกำหนดโมเดลในแต่ละแนวทางไว้แล้ว เช่น ‘โมเดลกลุ่มป่าคลอก’ ซึ่งตอบโจทย์แนวทางที่ 1 โดยใช้แนวทางโรงเรียนเครือข่าย วางแผนรวมกลุ่มโรงเรียนกัน เพื่อให้การบริหารงบประมาณมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเมื่อรวมกลุ่มกันแล้ว ต่อไปในอนาคตหากโรงเรียนใดไม่มีการจัดการเรียนการสอนอีกต่อไป ก็สามารถนำพื้นที่โรงเรียนนั้นมาใช้ประโยชน์อื่น ๆ ได้ เช่น ปรับเป็นหอพักครูและข้าราชการในพื้นที่ หรือยกเลิกการเช่าพื้นที่ของโรงเรียนได้ เป็นต้น

สำหรับแนวทางที่ 2 เช่น ‘โรงเรียนเกาะนาคา’ จ.ภูเก็ต ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะ เป็น Stand Alone ที่ไม่สามารถยุบเลิกได้ กรณีนี้ก็จะจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรเพิ่มเติมลงไปเพื่อเพิ่มคุณภาพของโรงเรียน ส่วนแนวทางที่ 3 ตัวอย่างคือ ‘โรงเรียนวีรสตรีอนุสรณ์’ จ.ภูเก็ต ซึ่งจะพัฒนาไปสู่การเป็นโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง แต่มุ่งเน้นด้านอาชีวศึกษา ซึ่งโรงเรียนดังกล่าวเป็นพื้นที่แนวราบ มีพื้นที่พอที่จะขยายพัฒนาโรงเรียนได้ในอนาคต แม้ไม่ได้เป็นพื้นที่หลักก็ตาม แต่ก็มีความสะดวกด้านเส้นทางหลักในการเดินทางโดยสะดวกในการรับ-ส่งผู้เรียน

ด้วยนโยบายที่สำคัญทั้ง 2 เรื่อง คือ ยุทธศาสตร์การศึกษายกกำลังสอง และแนวทางการพัฒนาการศึกษาประจำจังหวัด ถือเป็นโจทย์สำคัญที่ ศธจ.ทุกจังหวัด ต้องดำเนินการอย่างน้อย 1 โมเดล ภายในไตรมาสที่ 2 ปีงบประมาณ 2564 ซึ่งคณะผู้บริหาร สป.ศธ.จะลงพื้นที่ไปรับฟังและดำเนินงานร่วมกันในเร็ว ๆ นี้

บัลลังก์ โรหิตเสถียร / สรุป
กิตติกร แซ่หมู่/ ถ่ายภาพ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s