ศธ.ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย พัฒนาระบบช่วยเหลือ ส่งเสริมการเรียนรู้ กลุ่มเด็กบนท้องถนน (Children in Street)

“ครูพี่โอ๊ะ” เผยกระทรวงศึกษาธิการ ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย พัฒนาระบบการช่วยเหลือ ส่งเสริมการเรียนรู้ สำหรับกลุ่มเด็กบนท้องถนน (Children in Street) ที่มีกว่า 3 หมื่นคนในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ทั่วประเทศ พร้อมเสริมสร้างความก้าวหน้ามั่นคงให้ครู เพื่อให้เด็กบนท้องถนน-เด็กเปราะบาง-เด็กขาดโอกาส ได้รับความช่วยเหลือ และเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง

(8 ธันวาคม 2563) ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานปิดโครงการพัฒนาระบบการช่วยเหลือและส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับกลุ่มเด็กบนท้องถนน (Children in Street) ในเขตกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย ดร.กมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ., ดร.พะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ., ดร.วรัท พฤกษาทวีกุล เลขาธิการ กศน., รศ.ดร.นิตติยา ปภาพจน์ หัวหน้าโครงการ ฯ, รศ.ดร. ชูเกียรติ ลีสุวรรณ ที่ปรึกษาโครงการ ฯ, ผศ.ดร.สุวิธิดา จรุงเกียรติกุล นักวิจัยโครงการฯ ตลอดจนผู้แทนภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม เข้าร่วม ณ ห้องกรุงธนบอลล์รูม โรงแรมรอยัล ริเวอร์ กรุงเทพ ฯ

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ในฐานะที่กำกับดูแลด้านนโยบายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเด็กบนท้องถนน กลุ่มเด็กเปราะบาง และกลุ่มเด็กด้อยโอกาส ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ขอขอบคุณบุคลากรและภาคีเครือข่ายทุกองค์กรที่มีส่วนในการทุ่มเทพลังกาย พลังใจ พลังความคิด สติปัญญา และทรัพยากรต่าง ๆ มาร่วมบูรณาการทำงาน จนทำให้โครงการพัฒนาระบบการช่วยเหลือและส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับกลุ่มเด็กบนท้องถนน (Children in Street) ในกรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการจนสำเร็จลุล่วงไปเป็นอย่างดี

จากสถิติล่าสุด ประมาณว่ามีเด็กบนท้องถนน ประมาณ 3 หมื่นคน กระจายอยู่ในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ถือเป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทย และหากผนวกเข้ากับจำนวนเด็กและเยาวชนที่ตกหล่นไม่ได้รับการศึกษาอีกกว่าแสนราย จึงเป็นความท้าทายอันหนักยิ่งสำหรับองค์กรที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมาย ที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง “No One Left Behind”

ดังนั้น หากกลุ่มเด็กบนท้องถนน กลุ่มเด็กเปราะบาง หรือเด็กขาดโอกาสเหล่านี้ ได้รับความช่วยเหลือให้เข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง พวกเขาเหล่านั้นจะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต

สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ศธ.โดยสำนักงาน กศน. จะเร่งผลักดันเสริมสร้างความมั่นคงในชีวิตของครูผู้สอนเด็กบนท้องถนนทั้ง 30 กว่าคนทั่วประเทศ ให้ได้บรรจุในตำแหน่งพนักงานราชการเป็นอย่างน้อย ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาหาแนวทางกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอขออัตรากำลัง และงบประมาณ หวังว่าจะสำเร็จเป็นรูปธรรมภายในสิ้นปีนี้ เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่แก่ครูและคนทำงานกับเด็กบนท้องถนนที่ทุ่มเทจิตวิญญาณแห่งความเสียสละมาอย่างยาวนาน

“ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ ศธ. นำการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ที่ให้ความสำคัญกับระบบการช่วยเหลือและส่งเสริมการเรียนรู้ที่เหมาะสมแก่กลุ่มเด็กบนท้องถนน ที่ต้องเน้นการช่วยเหลือเพื่อให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษา ให้มีโอกาสได้รับการศึกษาในเรื่องการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับต่อไป”

รศ.ดร.นิตติยา ปภาพจน์ และ ผศ.ดร.สุวิธิดา จรุงเกียรติกุล กล่าวถึงโครงการนี้ว่า จัดทำโดยสมาคมสถาบันส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต (สพช.) โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ประจำปี 2562 เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม โดยมีการรวบรวมข้อมูลแบบผสมผสานโดยอาศัยทั้งข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ

โดยวัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อประมวลข้อมูลพื้นฐาน สถานการณ์ และสภาพปัญหาของกลุ่มเด็กบนท้องถนนในกรุงเทพฯ รวมทั้งพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในการสร้างเสริมศักยภาพ และรูปแบบการช่วยเหลือกลุ่มเด็กบนท้องถนนรายบุคคล

นอกจากนี้ ยังเน้นการพัฒนาสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับครูข้างถนนและคนทำงานกับเด็กบนท้องถนน การศึกษาและพัฒนาระบบการช่วยเหลือเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่เหมาะสมและการเสริมสร้างความเข้าใจ

ทั้งนี้ จากการศึกษาผลวิเคราะห์ข้อมูลเด็กเป็นรายบุคคลฯ และการสำรวจของสำนักงาน กศน.กทม. พบว่ามีเด็กเร่ร่อนในกรุงเทพฯ กระจายอยู่ตามเขตต่าง ๆ 22 เขต และจากการสัมภาษณ์ภาคีเครือข่ายที่ทำงานกับเด็กบนท้องถนน 5 องค์กร ได้แก่ 1) มูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล (ศูนย์เมอร์ซี) 2) มูลนิธิสายเด็ก 1387 3) ศูนย์สร้างโอกาสเด็ก กรุงเทพฯ 4) องค์การเฟรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย 5) มูลนิธิบ้านนกขมิ้น พบว่าในช่วงเดือนตุลาคม 2562 – กันยายน 2563 มีจำนวนเด็กบนท้องถนนที่พบในกรุงเทพฯ รวมทั้งสิ้น 5,409 คน (ครอบคลุมกลุ่มเด็กเร่ร่อน และเด็กกลุ่มเสี่ยง)

โดยสาเหตุของการออกมาใช้ชีวิตบนท้องถนน มาจากปัญหาครอบครัวเป็นอันดับแรก บิดา-มารดาแยกทางกัน ความรุนแรงในครอบครัว รองลงมาเป็นปัญหาเศรษฐกิจ บิดา-มารดาตกงาน ว่างงาน ไม่มีรายได้ ค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอ ส่วนที่เหลือปัญหามาจากตัวเด็กเอง เช่น ติดแฟน ติดเพื่อน ติดเกม ใช้สารเสพติด

อย่างไรก็ตาม เด็กบนท้องถนนส่วนใหญ่มีความต้องการพัฒนาตนเอง และหลายคนมีการพัฒนาตัวเองในทางที่ดี ทั้งด้านการเรียนและกิจกรรมที่สนใจ แต่ด้วยความยากจนทำให้เด็กบางส่วนไม่สามารถพัฒนาตัวเองไปถึงเป้าหมายที่ต้องการ

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามีหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม การให้คำปรึกษา การช่วยแก้ปัญหา และการประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ เข้าไปช่วยเหลือ ทั้งเรื่องการพูดคุยให้คำปรึกษาแนะนำแก่ผู้ปกครอง โดยให้เห็นถึงความสำคัญทางการศึกษาของเด็ก ๆ การพิจารณาหาทุนการศึกษาให้ ช่วยเหลือสงเคราะห์ เครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ตามความเหมาะสม รวมทั้งติดต่อประสานงานหน่วยงานราชการเพื่อช่วยเหลือด้านเอกสารสำคัญ และให้แนวทางด้านการดำรงชีวิตของครอบครัว อาทิ การหาอาชีพเสริม การต่อยอดอาชีพที่ทำอยู่ โดยช่วยเหลือด้านทุนประกอบอาชีพ เพื่อทางครอบครัวจะได้มีรายได้ในการดูแลตัวเองได้ เป็นต้น

นอกจากนี้ โครงการฯ ได้ให้ความสำคัญกับครู และคนทำงานกับเด็กบนท้องถนน โดยจัดการอบรมพัฒนาศักยภาพ ในด้านทัศนคติ ทักษะ และความรู้ เป็นประจำทุกปี ครอบคลุมสมรรถนะจำเป็นที่ใช้การทำงาน 7 ด้าน ได้แก่ 1) การมีจิตอาสา และการยืดถือผลประโยชน์ของเด็กและสังคมเป็นหลัก 2) การทำงานแบบมีส่วนร่วมในลักษณะทีม 3) การยอมรับความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติ ศาสนา และพฤติกรรมอื่นของกลุ่มเด็กบนท้องถนน 4) ความสามารถในการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความกดดันสูง 5) เคารพความเป็นมนุษย์ของกลุ่มที่ทำงานด้วย 6) การเห็นความสำคัญของตัวเด็กโดยสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มจากตัวเด็กเอง 7) ระบบการทำงานงานที่ยืดหยุ่น ทั้งด้านวิธีคิด และวิธีการทำงาน

อนึ่ง ภายในงานได้มีการเสวนาในหัวข้อ “ประสบการณ์ช่วยเหลือและส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กบนท้องถนน” สำหรับผู้ทรงคุณวุฒิที่ร่วมเสวนา ได้แก่ นางสาวนิภา จวนโสม นวก.ชก. สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพ ฯ, นายเชาวลิต สาดสมัย ครูประจำศูนย์สร้างโอกาสเด็กสะพานพระราม 8 สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพ ฯ, นางสาวนริศราภรณ์ อสิพงษ์ หัวหน้าแผนกครูข้างถนน มูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล, นางสาวกัญญภัค สุขอยู่ ผู้จัดการศูนย์เดอะฮับสายเด็ก โดยมี รศ.ดร.ชูเกียรติ ลีสุวรรณ์ ที่ปรึกษาโครงการ ฯ เป็นผู้ดำเนินการเสวนา

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
อธิชนม์ สลางสิงห์ / ภาพ
BR / กราฟิก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: