หมวดหมู่
มติ ครม.ที่เกี่ยวข้อง

ครม.อนุมัติกรอบวงเงินศูนย์สะเต็มศึกษาของซีมีโอ 5 ปี 235 ล้านบาท เพื่อเป็นศูนย์แห่งความเป็นเลิศในระดับภูมิภาคด้านการวิจัยและการพัฒนาศักยภาพด้านสะเต็มศึกษา

มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ มีมติอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณตามแผนการดำเนินงานระยะ 5 ปี ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2564 – 2568) ของศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษาขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีมีโอ) (ศูนย์สะเต็มศึกษาฯ) (SEAMEO STEM-ED) วงเงินรวมทั้งสิ้น 235.91 ล้านบาท

สาระสำคัญของเรื่อง

  • ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2560 เห็นชอบในหลักการการจัดตั้งศูนย์สะเต็มศึกษาฯ ในประเทศไทย ซึ่งต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 อนุมัติการจัดทำและลงนามบันทึกความตกลงในการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวนั้น ศธ. และสำนักงานเลขาธิการซีมีโอได้ลงนามในบันทึกความตกลงในการจัดตั้งศูนย์สะเต็มศึกษาฯ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 ซึ่งถือเป็นการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้ว
  • ศูนย์สะเต็มศึกษาฯ ได้จัดทำแผนการดำเนินงานระยะ 5 ปี ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2564 – 2568) และวงเงินงบประมาณ เพื่อเป็นกรอบแนวทางการดำเนินงานตามภารกิจของศูนย์ดังกล่าว ภายใต้วิสัยทัศน์ว่า “เป็นศูนย์แห่งความเป็นเลิศในระดับภูมิภาคด้านการวิจัยและการพัฒนาศักยภาพด้านสะเต็มศึกษาที่ส่งเสริมนโยบายและแนวปฏิบัติที่รองรับด้วยงานวิจัย”

พันธกิจ

  • ส่งเสริมการใช้งานวิจัยเชิงนโยบายด้านสะเต็มศึกษาและให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายด้านสะเต็มศึกษาที่สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศและของภูมิภาค
  • พัฒนาศักยภาพของบุคลากรและผู้กำหนดนโยบายด้านสะเต็มศึกษา
  • พัฒนาสื่อการเรียนรู้สะเต็มที่เหมาะกับบริบทของภูมิภาคด้วยการระดมทรัพยากรที่มีในเครือข่าย
  • แสวงหาความร่วมมือกับหน่วยงานที่กำหนดนโยบาย ผู้ปฏิบัติ และภาคเอกชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งด้านสะเต็มศึกษา

กลยุทธ์กรอบแนวทางการดำเนินงาน

  1. การประเมินและวิจัยเกี่ยวกับสะเต็มศึกษา (STEM Education Research and Evaluation) เพื่อพัฒนาศักยภาพของประเทศและภูมิภาคด้านงานวิจัยเกี่ยวกับสะเต็มศึกษา เพื่อให้ผู้นำทางการศึกษามีข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบายที่มีฐานจากงานวิจัย ประกอบด้วยโครงการที่สำคัญ ได้แก่
    1.1 What Works เป็นโครงการที่ให้ความรู้แก่นักวิจัยในการรวบรวม สังเคราะห์ และพัฒนางานวิจัย เพื่อเผยแพร่บนเว็บไซต์ เวทีวิชาการ หรือเวทีนโยบายสาธารณะ
    1.2 การประเมินผลโครงการ เป็นการประเมินและสรุปผลลัพธ์ของโครงการที่สำคัญ โดยใช้มาตรฐานงานวิจัยที่เป็นสากล
  2. การพัฒนาสื่อและศักยภาพบุคลากรทางการศึกษา (Resources and Capacity Building) เพื่อวิจัย พัฒนา และทดสอบสื่อการจัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ และเผยแพร่สู่สถาบันการศึกษาและโรงเรียน อีกทั้งพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา ทั้งในระดับผู้นำด้านนโยบาย ผู้บริหารการศึกษา ผู้อำนวยการสถานศึกษา ครู ศึกษานิเทศก์ในด้านการเป็นผู้นำด้านการจัดการสะเต็มศึกษา ประกอบด้วยโครงการที่สำคัญ ได้แก่
    2.1 STEM Learning Modules เป็นโครงการที่ประเมิน วิจัย และพัฒนาสื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับสะเต็มที่มีคุณภาพ
    2.2 STEM Career Academies เป็นโครงการที่สร้างแรงบันดาลใจและเตรียมความพร้อมผู้เรียนสู่โลกอาชีพ
    2.3 STEM Professional Academy เป็นโครงการพัฒนาบุคลกรทางการศึกษาทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการสะเต็มศึกษาในสถานศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ
  3. การให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย การสร้างพันธมิตร และการสื่อสาร (Advocacy, Partnership and Communication) เพื่อให้เกิดความตระหนักและการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่มีฐานจากงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดกิจกรรมสร้างความตระหนัก เวทีวิชาการ หรือเว็บไซต์เผยแพร่ข้อมูลเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหมู่นักวิชาการและบุคลากรทางการศึกษาในการยกระดับคุณภาพการจัดการสะเต็มศึกษา ประกอบด้วยโครงการสำคัญ ได้แก่
    3.1 Public – Private Partnership Networks : เป็นโครงการที่สร้างเครือข่ายภาคีรัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัยในการร่วมมือกันดำเนินโครงการ
    3.2 Policy Advocacy Forum : เป็นโครงการที่จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านงานวิจัยหรือบทเรียนจากการดำเนินโครงการเพื่อให้ข้อเสนอแนะต่อผู้วางนโยบายด้านสะเต็มศึกษา
    3.3 Communications and Dissemination : เป็นโครงการสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูลในเครือข่ายนักวิชาการผู้ปฏิบัติและผู้ที่เกี่ยวข้องด้านสะเต็มศึกษา

ทั้งนี้ จะใช้งบประมาณปี พ.ศ. 2564 – 2568 รวมทั้งสิ้น 235.91 ล้านบาท

One reply on “ครม.อนุมัติกรอบวงเงินศูนย์สะเต็มศึกษาของซีมีโอ 5 ปี 235 ล้านบาท เพื่อเป็นศูนย์แห่งความเป็นเลิศในระดับภูมิภาคด้านการวิจัยและการพัฒนาศักยภาพด้านสะเต็มศึกษา”

เสนอแนะให้ปรับโครงสร้าง สายงานบริหารการศึกษา ควรกำกนดระยะเวลา ให้มีอาวุโส รอง ผอ. ผอ. รอง ผอ.เขต ผอ.เขต
อายุราชการ วุฒิการศึกษา ป โท เอก วัยวุฒิ แสดงถึงประสบการณ์ และความสามารถความฉลาดทางอารมณ์ ปัจจุบันเน้นบรรจุด้วยการสอบทางวิชาการ เน้น IQ , ขาด EQ
ระดับรอง ผอ.รร. ไม่ควรสอบบรรจุ อาวุโส อายุ 40 ปี การศึกษา ป โท หรือ ป เอก สอบคัดเลือกระดับ ผอ.รร. อายุ 45 ปี วุฒิ ป โท หรือ ป เอก
ควรพิจารณาจากโครงสร้างด้านการบริหารองค์การเป็นหกลัก เด็กรุ่นใหม่ไฟแรงควรให้ทำงานด้านวิชาการ เรียนรู้จากรุ่นพี่ บุคลากรที่มีอายุ 50 ปี ยังจบ ป โท ควรเข้าโครงการพัฒนาบุคลากร ประเมินสมรรถณะความสามารถ หากไม่ผ่านเกณฑ์ควรเข้าสู่โครงการเออรี่ก่อนอายุเกษีนณ เพื่อรับบรรจุเด็กรุ่นใหม่ตามสาขาที่ขาดแคลเข้ามาแทนตำแหน่งว่าง
ด้านโครงสร้างการบริหารสถานศึกษา โรงเรียนขนาดเล็กไม่ควรใช้คำว่า ผอ.หรือผู้อำนวยการ ใช้คำว่า รอง ผอ.สถานศึกษา
อยากความเปลี่ยนแปลงแบบูรณาการความคิดทุกภาคส่วน เพื่อปฎิรูปโครงสร้างสถานศึกษาให้มีความเท่าเทียมกับหน่วยงานอื่นและเป็นสถานศึกษาของประชาชนทุคนครับ
**ด้วยความเคารพและยินดี่ยิ่งหากมีโอกาสเข้าร่วมการปฎิรูปสถานศึกษาจึงขอแสดงความคิดเห็นมา ณ โอกาสนี้ครับ***
ขอบพระคุณยิ่งครับ
ผศ.ดร.ธเนศพล อินทร์จันทร์
รองอธิการบดีฝ่ายการศึกษา มหาวิทยาลัยพิษณุโลก 081 535 4795
Email; tanesphol2011@gmail.com

ถูกใจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s