เสมา3 ลุยเมืองมรกตแห่งอันดามัน-เมืองสวยในหุบเขา เน้นย้ำสร้างโอกาสเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม พร้อมน้อมนำพระราโชบายในหลวง ร.10 สู่การปฏิบัติ

(1 พฤศจิกายน 2563) ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศึกษาธิการ, นายสุทิน แก้วพนา รองปลัด ศธ., นายพีรศักดิ์ รัตนะ รองเลขาธิการ สกศ., นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ รองเลขาธิการ กอศ. ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ด้านการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 3/2563 กลุ่มจังหวัดอันดามัน (กระบี่ ตรัง พังงา สตูล ภูเก็ต ระนอง) โดยมีนายสมชาย หาญภักดีปฏิมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ตลอดจนข้าราชการ บุคลากร นักศึกษา กศน. ประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ ณ สำนักงาน กศน.จังหวัดกระบี่

รมช. ศึกษาธิการ กล่าวว่า ในนามของรัฐบาล ขอบคุณพี่น้องชาว กศน. กระบี่ทุกคนได้ร่วมแรงร่วมใจกันขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายในปี พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะมีปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหา พัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้น เราจะใช้เวทีนี้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทราบว่าที่นี่มีการส่งเสริมการจัดการศึกษาให้แก่ผู้ด้อย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษา รวมถึงกลุ่มเป้าหมายเด็ก เยาวชน ประชาชน ตลอดจนชาวเล (อูรัก ลาโว้ย) บนเกาะต่าง ๆ ทั้งการส่งเสริมการรู้หนังสือให้กับผู้ไม่รู้หนังสือ การส่งเสริมการอ่านให้กับเด็ก เยาวชน และประชาชนด้วยรถมินิโมบาย ซึ่งในพื้นที่จังหวัดกระบี่มีอยู่หลายเกาะ การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก จึงเป็นการสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการทางการศึกษาของคนไทยทุกคน และต้องชื่นชม สำนักงาน กศน.กระบี่ ในการน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 สู่การปฏิบัติ อาทิ “โคก หนอง นา” โมเดล เพื่อสร้างความกินดีอยู่ดีมีงานทำของประชาชน ซึ่งอยู่ในข้อสั่งการให้สำนักงาน กศน. สำรวจข้อมูลการจัดทำโครงการ/กิจกรรม “โคก หนอง นา” โมเดล ของสถานศึกษาในส่วนที่สถานศึกษาเป็นผู้ดำเนินการเองในชุมชน หรือที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมประกอบการเรียนการสอน หรือการอบรมให้ความรู้แก่ประชาชน รวมไปถึงการส่งเสริม พัฒนาความสามารถด้านดิจิทัล Digital Literacy ให้กับบุคลากร กศน. ทุกระดับ กลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม เพื่อเป็นช่องทางให้เข้าถึงองค์ความรู้ และสามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตอีกด้วย

ต่อมา เวลา 14.00 น. รมช.ศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศธ., นายวรัท พฤกษาทวีกุล เลขาธิการ กศน. และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดพังงา เพื่อรับทราบปัญาในการจัดการศึกษาบนพื้นที่เกาะ โดยมี นาวาเอก อภิชาติ วรภมร รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพังงา กล่าวให้การต้อนรับ ณ สำนักงาน กศน.จังหวัดพังงา

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า มีความตั้งใจและยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่จะมาเยี่ยม กศน.จังหวัดพังงา ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่จังหวัดภาคใต้กลุ่มอันดามัน อีกทั้งได้มานำเสนอแนวคิด แนวทางนโยบาย ในการขับเคลื่อนงาน กศน. ไปสู่ กศน.ยุคดิจิทัล หรือ กศน.WOW (ONIE WOW DIGITAL WORLD) ซึ่งเป็นการขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการศึกษาและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตอย่างเท่าเทียมทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งทักษะที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 คือ ทักษะสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี หน่วยงานและสถานศึกษาต้องมีระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพเพื่อให้การบริการการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับประชาชนอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัล ได้ถูกนำมาใช้เพื่อการพัฒนาในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษาและการเรียนรู้ การใช้ดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการพัฒนาครู พัฒนาหลักสูตร ตลอดจนส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเอง รวมทั้งการส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มได้มีช่องทางในการเรียนรู้ตลอดชีวิตรูปแบบใหม่ โดยผ่านระบบการเรียนรู้ในระบบเปิดสำหรับมหาชน MOOCs (Massive Open Online Courses) อีกทั้งยังได้เห็นถึงความพยายามและความสำเร็จของชาว กศน.ในการขับเคลื่อนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมาย ผู้มีความต้องการพิเศษ, กลุ่มชาติพันธ์ุ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มชาวเล (มอแกน) บนเกาะต่าง ๆ, นักเรียน นักศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ ตลอดจนประชาชนทั่วไป เกิดกระบวนการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาอาชีพแก่คนในชุมชน ในรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายที่ประชาชนสามารถเข้ารับบริการได้ตามความต้องการและความพร้อมของตนเอง ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสก่อให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษาในทุกพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกับสำนักงาน กศน.และสถานศึกษาในสังกัด กศน. ในพื้นที่ และที่สำคัญคือการประสานงานกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายระดับต่างๆ เพื่อร่วมกิจกรรม สำหรับการพัฒนาการศึกษานั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้ ความสามารถ การทุ่มเทและเสียสละการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน แหล่งเรียนรู้ต่างๆ ตลอดจนการทำกิจกรรมที่มีความหลากหลาย

โดยสรุปปัญหาอุปสรรคในการจัดการศึกษาให้กับกลุ่มเป้าหมายชาวเล(อูรัก ลาโว้ย, มอแกน) ในพื้นที่จังหวัดกระบี่-พังงา ได้ดังนี้

1.กลุ่มเป้าหมายตั้งบ้านเรือนอยู่ห่างไกลเส้นทางคมนาคมทำให้ครู และกลุ่มเป้าหมายเดินทางลำบาก
2.ผู้ปกครองและกลุ่มเป้าหมายไม่เห็นความสำคัญเรื่องการศึกษา
3.การสร้างความใกล้ชิดครูกับกลุ่มเป้าหมาย ที่ไม่แน่นอน เพราะกลุ่มเป้าหมายชาวเลอูรักลาโว้ยมีความแตกต่างกับกลุ่มเป้าทั่วไป คือ เมื่อเจอคนแปลกหน้าจะไม่สนใจและไม่คุยด้วย
4.ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยศัยกลุ่มเป้าหมายพิเศษ (ศกพ.) ขาดความต่อเนื่องและสนับสนุนในการดำเนินงานของกลุ่มเป้าหมายชาวอูรักลาโว้ย ที่มีความแตกต่างกับกลุ่มเป้าพิเศษ อื่นๆ เช่นเป้าหมายคนพิการ กลุ่มเป้าหมายชาวเขา กลุ่มเป้าหมายเด็กเร่ร่อน ฯลฯ
5.คนในชุมชนมีความต้องการอยากเรียนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาอาชีพ แต่ไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากขาดบุคลากรในพื้นที่เกาะ ในการประสานงานการจัดกิจกรม
6.การเบิกจ่ายไปราชการแต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางค่อนข้างสูง ทำให้สถานศึกษาต้องจัดสรรงบประมาณของนักศึกษาในพื้นที่ปกติไปดำเนินการ ทำให้งบประมาณไม่พอกับการจัดกิจกรรมของ กศน.

โดยเสนอแนวทางแก้ไข ดังนี้

  1. ควรให้มีครูหรือครูประจำกลุ่มสำหรับสอนกลุ่มเป้าหมายชาวเล(อูรักลาโว้ย, มอแกน) เป็นกรณีพิเศษโดยใช้คนในพื้นที่(ผู้ใหญ่บ้าน) และไม่ต้องกำหนดสัดส่วนของนักศึกษาต่อจำนวนครู
  2. จัดสรรงบประมาณพิเศษให้กับครูวิทยากร ในการเดินทางติดต่อประสานงาน ดำเนินงานโดยพิจารณาตามสภาพภูมิศาสตร์ของแต่ละพื้นที่
  3. จัดสรรบุคลกรทางการศึกษาให้ประจำพื้นที่เกาะ เพื่อให้บริการด้านการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับกลุ่มเป้าหมายได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
  4. จัดสรรงบประมาณรายหัวให้สอดคล้องกับพื้นที่เกาะในการจัดกิจกรรมให้กลุ่มเป้าหมาย

ทั้งนี้ รมช.ศึกษาธิการ จะนำเรื่องดังกล่าวเสนอในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ และจะเร่งดำเนินงานโดยเร่งด่วน

“รมช.ศึกษาธิการ มีความเชื่อมั่นในศักยภาพของหน่วยงานและบุคลากร กศน.ทุกคน ที่จะสามารถพัฒนา กศน.ไปสู่การศึกษาในยุคดิจิทัลรองรับไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างมีคุณภาพ ขอบคุณภาคีเครือข่าย ผู้บริหาร บุคลากร กศน. ที่ได้ช่วยกันพัฒนาการศึกษา พัฒนาประชาชน ให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเป็นพลังในการขับเคลื่อนงาน กศน. ให้สำเร็จก้าวหน้าต่อไป”

ชมภาพเพิ่มเติม Facebook

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
กิตติกร แซ่หมู / ภาพ