หมวดหมู่
สป.

ศธ.รุกให้กำลังใจ มอบความห่วงใยร่วมสู้โควิด-19 เคียงข้างพื้นที่

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีความห่วงใยต่อนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา มอบหมายให้นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษา รมว.ศธ.รับผิดชอบการดำเนินงานของ ศบค. โดยผ่านการประสานงานของ ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช ผู้ช่วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้ประสานงานหลักกระทรวงศึกษาธิการ ของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด -19 และรับหน้าที่เป็นผู้ส่งผ่านความห่วงใยไปยังหน่วยงานในพื้นที่ดังกล่าว

โดยในวันที่ 21 กันยายน 2563 ผู้ช่วยปลัด ศธ.ได้ปฏิบัติภารกิจในการติดตามการดำเนินงานเตรียมการป้องกันและรับมือการระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในนามของกระทรวงศึกษาธิการ โดยได้รับการมอบหมายจากนายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์งานของศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ กระทรวงศึกษาธิการ (ศคพ.) ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 1 และได้นำหน้ากากผ้าสำหรับเด็กจำนวน 700 ชิ้น จากหลายเครือข่าย สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และ ดร.สุดา สุขอ่ำ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการศึกษาพิเศษและผู้ด้อยโอกาส และนายนักรบ นาคพรหม ผู้บัญชาการเรือนจำกลางจังหวัดนครปฐม

พร้อมทั้งเครื่องวัดอุณหภูมิ จำนวน 2 เครื่อง เจลแอลกอฮอล์ขนาด 1,000 มิลลิลิตร จำนวน 14 ขวด เจลแอลกอฮอลล์ขนาด 250 มิลลิลิตร จำนวน 10 ขวด จากบริษัท แอนเทียร์กรุ๊ป จำกัด เลโก้จำนวน 10 ชุด และชุดเครื่องเขียน 10 ชุด จากทีมกระทรวงศึกษาธิการ

โดยมอบให้กับโรงเรียนในจังหวัดตาก ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับบริเวณชายแดนไทย – เมียนมา โดยก่อนหน้านี้ ได้ทำการมอบอุปกรณ์สำหรับป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไว้รัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่จังหวัดที่มีพรมแดนติดกับประเทศเมียนมาแล้ว 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง ระหว่างวันที่ 6 – 9 กันยายน 2563 และมีกำหนดการที่จะเดินทางเพื่อมอบอุปกรณ์ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคฯ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน ระหว่างวันที่ 21-24 กันยายน 2563 ซึ่งจะครบ 10 จังหวัดที่ติดกับชายแดนไทย – เมียนมา

นอกจากนี้ ยังได้รับทราบข้อมูลจากนางสาวมนิดา อดิศัยสกุล ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 1 ว่ามีโรงเรียนในสังกัดทั้งหมดจำนวน 108 โรงเรียน โดยมีโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลจำนวน 4 โรงเรียน และ 1 สาขาที่ในการเดินทางเพื่อลงพื้นที่ในการติดตามหรือตรวจเยี่ยมจำเป็นจะต้องเช่าเรือซึ่งมีค่าใช้จ่ายจำนวน 3,500 บาท/ครั้ง และใช้ระยะเวลา 4 ชั่วโมงในการเดินทาง ซึ่งทำให้เห็นว่าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีการติดตามอย่างจริงจังและทำงานกันอย่างเต็มที่ เต็มกำลังความสามารถเพื่อยกระดับคุณพภาพการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น จึงควรมีการสร้างการรับรู้ทางบวกให้กับหน่วยงานในพื้นที่และกระทรวงศึกษาธิการ ผ่านการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น สื่อออนไลน์ เว็บไซต์หน่วยงาน เป็นต้น เพื่อให้บุคคลภายนอก รับทราบถึงการติดตามการเรียนรู้ให้กับโรงเรียนทุกโรงเรียนในพื้นที่รับผิดชอบอย่างเต็มกำลัง ถึงแม้ว่าจะอยู่ไกล หรือเดินทางยากลำบากขนาดไหนก็ตาม เพื่อนำไปสู่ผลการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ

พร้อมกันนี้ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการยังได้ชี้แจง สร้างการรับรู้และสร้างความเข้าใจให้กับบุคลากรทางการศึกษาเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการปิดหรือไม่ปิดสถานศึกษา กรณีเกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และต้องมีการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างไม่ตื่นตระหนก มีการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานและที่สำคัญต้องสร้างความตระหนักให้กับนักเรียนในการจดบันทึกประจำวัน เพื่อประโยชน์ในการตีกรอบผู้ที่มีความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งให้กำลังใจครูผู้สอนในการปฏิบัติหน้าที่ให้เต็มกำลังและเต็มศักยภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาต่อไป พร้อมร่วมทำความเข้าใจเรื่องทัศนคติของนักเรียนที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย และให้กำลังใจพร้อมขอบคุณทุกคนที่พื้นที่ที่ทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง

จากนั้น ได้ชี้แจงถึงการดำเนินงานของศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ กระทรวงศึกษาธิการ (ศคพ.) ซึ่งนำโดยนายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นที่ปรึกษา ศคพ. โดยจุดประสงค์ในการจัดตั้ง ศคพ. เพื่อให้สถานศึกษาปลอดภัย และปลอดจากการคุกคามทางเพศอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นนโยบายหลัก ของ รมว. ศธ. โดยได้สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในกระบวนการดำเนินการทางวินัยแก่ผู้ที่กระทำความผิด การฟ้องร้อง และดำเนินการด้วยหน่วยเคลื่อนที่เร็วให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว อีกทั้งเน้นการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานทางการศึกษา สหวิชาชีพ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องและประชาสัมพันธ์ช่องทางการร้องเรียนของ ศคพ. กรณีมีการล่วงละเมิดทางเพศของครูและบุคลากรทางการศึกษา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s