หมวดหมู่
เสมา 1

รมว.ศธ.แจงประเด็นการรับฟังทุกความคิดเห็นของนักเรียน รับมาพิจารณาแก้ไข พร้อมรื้อระบบการศึกษาไทย ให้สอดคล้องกับศตวรรษที่ ๒๑

รมว.ศธ. ย้ำทุกความคิดเห็นของนักเรียน รับมาพิจารณาและแก้ไข สอดคล้องกับแนวคิดในแผนปฏิรูปการศึกษา ส่งสาร ผอ.สถานศึกษาทั่วประเทศ เปิดรับฟังข้อคิดเห็นและสร้างความเข้าใจต่อเนื่อง  เผยจังหวะนี้ ควรสร้างโอกาสทางการแข่งขัน หลังไทยได้เปรียบรับมือโควิด-๑๙ ได้ดีสุดลำดับต้นๆ

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ในช่วง ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา ภายหลังจากได้เปิดช่องทางรับข้อเรียกร้อง ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นของนักเรียน ผ่านเว็บไซต์ www.nataphol.com และช่องทางอื่นๆ ของกระทรวงศึกษาธิการ ทุกประเด็นทางกระทรวงศึกษาธิการถือเป็นเรื่องต้องรับมาพิจารณาและดำเนินการ

“ทุกเรื่องที่น้องๆ เสนอเข้ามาในทุกช่องทางที่ผมเปิดไว้ ผมได้รับรู้และรับทราบทุกข้อ และในหลายๆ เรื่อง ผมได้เรียกให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามารับทราบข้อมูลและให้ดำเนินการแก้ไขเป็นการเร่งด่วน ซึ่งบางเรื่องได้ดำเนินการไปแล้ว และบางเรื่องอยู่ระหว่างการดำเนินการ ผมมีความชัดเจนที่ต้องการรื้อระบบการศึกษา ซึ่งหลายเรื่องกว่าจะมีผลสำเร็จต้องใช้ระยะเวลา แต่ขอให้น้องๆ มั่นใจว่า ผมเห็นด้วยกับทุกๆ ฝ่าย ที่ต้องมีการรื้อระบบการศึกษาไทย ให้สอดคล้องกับศตวรรษที่ ๒๑” นายณัฏฐพลกล่าว

เช่นเดียวกับการยกเลิกการสอบ O-NET ในช่วงแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ ในปีนี้ ตนได้เรียกสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) มาพูดคุย และให้ร่วมหารือกับคณะกรรมการ สทศ. เพื่อสรุปแนวทางปฏิบัติ รวมถึงแก้ไขข้อติดขัดต่าง ๆ หากมีการปรับเปลี่ยนแนวทางการสอบ แต่ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องมีหลักเกณฑ์การวัดผลอื่น ๆ มาทดแทนด้วย ซึ่งอาจมีความเป็นไปได้ที่จะมีการยกเลิกการสอบในบางระดับชั้นหรือทุกชั้นหรือเลือกที่จะสอบ

นายณัฏฐพล กล่าวว่า สำหรับช่องทางการสำรวจ ซึ่งเปิดให้มีการโหวตผ่าน  nataphol.com  ปรากฏว่า ในเบื้องต้นมีผู้เข้ามาร่วมโหวตมากกว่า ๒๐,๐๐๐ โหวต ซึ่งเสียงโหวตส่วนใหญ่กว่า ๘๐% แสดงความคิดเห็นต้องการให้ยกเลิก O-NET

ส่วนปัญหาการคุกคาม รวมถึงการถูกครูล่วงละเมิดทางเพศ ที่มีการเรียกร้องนั้น รมว.ศธ. ย้ำว่า ตนเองให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งนับตั้งแต่การเปิดศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนและนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ (ศคพ.) สายด่วน ๑๕๗๙ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และ เว็บไซต์  nataphol.com  มีประโยชน์ต่อผู้ถูกกระทำ เพราะมีการร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก และการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ ศธ. ได้ดำเนินการเอาผิดผู้กระทำความผิดได้ทันท่วงที และไล่ออกไว้ก่อน พร้อมยกเลิกใบประกอบวิชาชีพครู รวมแล้วกว่า ๑๖ กรณี จากอดีตที่ผ่านมาไม่เคยมีการดำเนินการแต่อย่างใด รวมถึงการคุกคามด้านอื่น ๆ ในโรงเรียนก็ต้องให้มีความเข้มข้น “โรงเรียนต้องเป็นสถานที่ปลอดภัยจากการคุกคาม”

นายณัฏฐพล ย้ำอีกว่า การแก้ไขปัญหาในทุก ๆ เรื่องนั้น สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกับน้อง ๆ นักเรียนและอีกหลายภาคส่วน และตนเชื่อมั่นว่า น้อง ๆ นักเรียนจะเป็นส่วนหนึ่งในการมีส่วนร่วมด้านปฏิรูปด้านการศึกษาไทยจนเกิดผลสำเร็จ

“ทุกการร้องเรียน ผมจะเก็บเป็นความลับ ขอให้ทุกคนมั่นใจ ผมเชื่อว่าข้อเรียกร้องของน้อง ๆ ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทยในวันนี้ น้อง ๆ ยังคงสามารถใช้ช่องทาง  nataphol.com  และช่องทางของ ศธ. ได้ โดยส่วนตัวเชื่อว่า น้อง ๆ อาจไม่ได้คิดที่อยากจะออกไปชุมนุมด้วย เพราะข้อเรียกร้องที่มานั้นได้รับการแก้ไขแล้ว และบางเรื่องก็อยู่ในขั้นตอนดำเนินการ”

นายณัฏฐพล กล่าวว่า ตนได้เน้นย้ำไปยังผู้อำนวยการสถานศึกษาทั่วประเทศ ให้เปิดรับฟังข้อร้องเรียน พร้อมทำความเข้าใจกับน้อง ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมเสริมว่า ประเด็นปัญหาสำคัญของประเทศในขณะนี้ คือเรื่องปากท้องของประชาชน และปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งถือเป็นลำดับต้น ๆ ที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญ และร่วมมือกันแก้ไขอยู่ในขณะนี้

ดังนั้น ในช่วงนี้เราควรสร้างโอกาสและข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน ในสถานการณ์ที่ไทยอยู่ในจุดที่ได้เปรียบ กรณีการรับมือจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ เพราะไทยเป็นประเทศที่อยู่ในลำดับต้น ๆ ในการรับมือได้ดีที่สุด ซึ่งนี่คือจุดแข็งของไทยที่นานาประเทศให้ความชื่นชม

ทั้งนี้ ภายหลังจากนายณัฏฐพลได้มอบนโยบายให้ สพฐ. สั่งการให้โรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศ เปิดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน มีโรงเรียนทั้งสิ้น ๑,๐๑๕ โรงเรียน ใน ๔๗ เขตพื้นที่การศึกษา มีนักเรียนร่วมแสดงความคิดเห็นรวม ๒๙,๕๘๔ คน โดยแบ่งเป็นเวทีแสดงความคิดเห็นระดับชั้นประถมศึกษาใน ๑๘ เขตการศึกษา ๑๗๖ โรงเรียน มีนักเรียนร่วมแสดงความเห็น ๒,๒๑๔ คน เป็นเวทีแสดงความคิดเห็นระดับชั้นมัธยมศึกษาใน ๒๙ เขตการศึกษา จำนวน ๘๓๙ โรงเรียน นักเรียนแสดงความเห็น ๒๗,๓๔๔ คน รวมถึงโรงเรียนเฉพาะทาง ๔๘ แห่ง ศูนย์การศึกษาพิเศษ ๗๗ ศูนย์ และโรงเรียนสงเคราะห์อีก ๕๒ แห่ง

โดยประเด็นที่มีการแสดงความเห็น เป็นหัวข้อเดียวกันกับการชุมนุมของเด็กนักเรียนที่ผ่านมา ได้แก่ ปัญหาด้านการเรียนการสอน ที่ยังมีความเหลื่อมล้ำในระบบ การแข่งขันของคุณครูที่ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอน ไม่เห็นด้วยกับการสอบ O-NET เนื่องจากบริบททางการศึกษาของแต่ละโรงเรียนและแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน ปัญหาด้านเครื่องแบบนักเรียน และทรงผม ปัญหาการใช้พฤติกรรมรุนแรง กลั่นแกล้ง รังแกผู้อื่นทั้งทางวาจาและร่างกาย รวมถึงการปรับปรุงสภาพโรงเรียนให้มีความเหมาะสมมากขึ้น ส่วนการแสดงออกทางความคิดเห็น ต้องการให้ผู้ใหญ่เปิดใจรับฟังความคิดเห็นในมุมที่แตกต่าง เนื่องจากความแตกต่างระหว่างวัย ประสบการณ์ และทัศนคติ

ภาพ ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี
กราฟิก BR

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s