หมวดหมู่
เสมา 2

ครูกัลยา หารือกับสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามฯ รับฟังสภาพปัญหาการศึกษาเอกชนจังหวัดสงขลา

(10 กันยายน 2563) ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา, ดร.ศุภชัย ศรีหล้า ประธานคณะทำงานติดตามแผนงานและงบประมาณ รมช.ศธ. ร่วมหารือกับ ดร.นัสรูดิน กะจิ นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดสงขลา และผู้บริหารโรงเรียนเอกชนจังหวัดสงขลา 26 โรงเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนเอกชนในสังกัด ณ ห้องประชุมจันทรเกษม อาคารราชวัลลภ

นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดสงขลา ได้นำเสนอสภาพปัญหาให้รัฐมนตรีรับทราบและพิจารณา เช่น

  • พิจารณางบประมาณให้สถานศึกษาแห่งละ 400,000-500,000 บาท ตามขนาดของโรงเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดการศึกษา
  • พิจารณางบประมาณเยียวยาในสถานการณ์โควิด-19 แก่ครูและบุคลากรในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม
  • จัดสรรอุปกรณ์อนามัย อาทิ หน้ากากอนามัย ที่วัดอุณหภูมิ เจลล้างมือแอลกอฮอล์ เป็นต้น
  • เยียวยามัคคุเทศก์จังหวัดสงขลา จำนวน 2,500 ราย ซึ่งเป็นผู้ปกครองนักเรียน เนื่องจากสถานการณ์ปกติ จะนำเที่ยวแสวงบุญ ณ นครเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ประมาณ 2 เดือน แล้วนำเงินรายได้มาใช้จ่ายในครอบครัวตลอดทั้งปี แต่สถานการณ์โควิด-19 ประเทศซาอุดิอาระเบียปิดประเทศ ทำให้มัคคุเทศก์เหล่านี้ขาดรายได้หลัก
  • จัดสนามสอบ O-NET เพิ่มเติม เนื่องจากนักเรียนอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดสงขลา ต้องเดินทางไปสอบในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่เพียงแห่งเดียว ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูง และอาจก่อให้เกิดอันตรายในการเดินทางได้
  • จัดสนามการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านอิสลามศึกษา  (I-NET : Islamic National Educational Test) สำหรับนักเรียน แต่ละรายวิชาให้อยู่ในสถานที่เดียวกัน (โรงเรียนประจำอำเภอ)
  • พิจารณาค่าตอบแทนครูผู้สอนศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) เนื่องจากปัจจุบันนอกจากพื้นที่อำเภอจะนะ เทพา สะบ้าย้อย นาทวี แล้ว อำเภออื่น ๆ ในจังหวัดสงขลา ครูผู้สอนตาดีกาไม่ได้รับค่าตอบแทน

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ มีแนวคิดที่จะเปลี่ยนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET: Ordinary National Educational Test) เพื่อวัดความรู้และความคิดของนักเรียนชั้น ป.6 ม.3 และ ม.6 ประเมินตามมาตรฐานการเรียนรู้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เป็นระบบการทดสอบอื่นที่อาจมีความเหมาะสมมากกว่า โดยจะมีการหารือร่วมกับสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ. เพื่อหาทางออกเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนที่สุด

แต่สิ่งที่สำคัญกว่าระบบการทดสอบ คือ ครูต้องทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้เด็กเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ เรียนในสิ่งที่สนใจ สามารถนำมาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตประจำวันได้

ครูในยุคปัจจุบัน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์หรือสอดรับกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเช่นกัน เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการเรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนจากเดิมที่เคยสอนจากหนังสือเรียน หรือการยืนสอนหน้าชั้นเรียนมาเป็นการสอนแบบพี่เลี้ยง ด้วยการส่งเสริมทักษะให้เด็ก ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ในการสอน เพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่บรรยากาศในชั้นเรียน พร้อมส่งเสริมทักษะที่จำเป็นแก่เด็กผ่านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนทั้งแบบในห้องเรียนและนอกห้องเรียนด้วย

พร้อมสร้างแรงจูงใจให้เด็กเกิดการใฝ่รู้ ใฝ่เรียน สืบค้นข้อมูลเพื่อหาคำตอบเพิ่มเติมด้วยตนเองได้กระตุ้นให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ กล้าคิด และกล้าแสดงความเห็นในสิ่งที่เป็นประโยชน์และสามารถปรับใช้ได้ในชีวิต พร้อมทั้งสร้างกระบวนการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ กระตุ้นให้เด็กคิดอย่างมีเหตุผล การสังเคราะห์สิ่งต่าง ๆ แล้วสร้างเป็นแนวคิดใหม่ ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่เด็กในการเผชิญกับโลกแห่งความเป็นจริง

สำหรับสภาพปัญหาที่ได้รับฟังครั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำไปพิจารณาต่อไป

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ภาพ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s